ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 42 เรื่องเครียดของเฌอปราง

            หัวใจของเฌอปรางเต็มปรี่ไปด้วยความดีใจ ที่บัดนี้ได้กลายมาเป็น ว่าที่ตัวแทนแห่งนครเนรดี ในมหกรรมการปรุงโอสถ เจ้าพิภพรุ่นใหม่ ที่มีระดับไม่เกิน 4 

            แต่ก็นั่นแหละ ดีใจก็ดีใจ กลุ้มใจก็เรื่องหนึ่ง ตอนนี้ปัญหาที่เข้ามารบกวนจิตใจเธออยู่สองเรื่อง คือ

            เรื่องแรก เธอได้เป็นเพียงว่าที่ เพราะเธอยังไม่มีตราระดับในการปรุงโอสถเลยสักระดับเดียว กฎของการเป็นตัวแทนคือต้องผ่านการทดสอบการเป็นนักปรุงโอสถอย่างน้อยระดับที่ 1

            เรื่องที่สอง บิดาของเธอไม่ได้ให้การสนับสนุนให้เธอเป็นนักปรุงโอสถ ในวันทดสอบการวัดระดับเมื่อ 5 ปีก่อน เธอถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปทดสอบตามเวลา ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นว่า เธอตรากตรำกับการเรียนรู้นี้มากไป และปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรม จนคู่หมั้นไม่พอใจ

            ครามกับอชิรากำลังแวะดูสินค้าแปลกๆ ที่วางขายมากมาย ตามสองข้างทาง สำหรับอชิราไม่เท่าไร เพราะคงเห็นจนชินตาในทุกปี แต่สำหรับคราม นี่เป็นครั้งแรก ที่ได้เปิดหูเปิดตา ประหนึ่งว่าเขาไม่อยากพลาดที่จะแตะต้องอะไรสักอย่างเดียว 

            เฌอปราง ตรงกันข้ามกับครามและอชิรา เธอดูเหม่อลอย ไม่พูดไม่จา ต่างจากนิสัยของเธอที่มักพูดไม่หยุด 

            นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา!!! อชิรากระซิบบอกคราม

            “เธอเป็นอะไร” ครามกระซิบกลับ

            “ให้ข้าเดา น่าจะเครียดเรื่องที่ได้เป็นตัวแทนของนครเป็นแน่”

            “นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดี จะเครียดไปทำไม”

            “เอาไว้ให้ไปถึงสาขาของสำนักศิลาข้างหน้า แล้วค่อยถามนาง” อชิราเอ่ย ครามพยักหน้า

            ณ สาขาของสำนักศิลา เวลานี้เป็นช่วงทุติยยามแล้ว ด้านหน้าสำนักดูเงียบเหงา มีเพียงลูกศิษย์ระดับล่างเท่านั้นที่เฝ้ายามอยู่ด้านหน้าประตู เพียง 4 คนเท่านั้น

            ทั้ง 4 แม้จะยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นก็จริง แต่หากเข้าไปใกล้ระยะหอกที่ถืออยู่ ทั้ง 4 ก็จะยื่นมันออกมาในท่าเตรียมต่อสู้ทันที 

            และตอนนี้ก็เช่นกัน!!!

            เฌอปราง หมายเดินเข้าไปยังในสาขาสำนัก โดยลืมไปว่ากำลังปลอมตัวอยู่ หอกทั้งสี่พร้อมใจกันชี้มาที่เธอ รวมถึงครามและอชิราด้วย

            “นี่พวกเจ้าขวางข้าเพราะเหตุใด” ปรางเอ่ยขึ้น

            “ดึกดื่นยามวิกาล พวกเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด” ลูกศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น

            “นี่พวกเจ้าจำข้าไม่ได้รึ ข้าคือเฌอปราง เป็นธิดาของเจ้าสำนักศิลา”

            “คุณหนูของพวกข้าไม่แต่งตัวเยี่ยงพวกเจ้า” 

            เฌอปรางระบายลมหายใจ “สรุปว่า นอกจาก พ่อ ลุงวานร ท่านอาปรมะ ไม่มีใครจำข้าได้เลยรึไงนะ” 

            “หรือเจ้าอยากให้คุณชายฟ้าประทาน จำเจ้าได้ด้วยรึ” อชิราหัวเราะคิก ทำเฌอปรางต้องยืนสะบัด “ท่านพี่ ท่านล้อข้าทำไม”

            “ยังไม่ไปอีก” ศิษย์ยามทั้ง 4 ตั้งหอกเดินมาทางทั้ง 3

            อชิราเอาป้ายประจำตัวขึ้นมา “นี่คือข้า” 

            เมื่อศิษย์ยามเห็นจึงได้ประกบมือทำความเคารพ “คุณหนูเล่นแต่งตัวแบบนี้ พวกข้าจำไม่ได้”

            “พวกเจ้าไม่ได้สังเกตน่ะสิ เจ้าหอโอสถแม้ข้าเจอเพียงครั้งสองครั้งยังรู้ตัวตนของข้าเลย แปลกจริงที่พวกเจ้าจำไม่ได้ หากครั้งหน้าพวกเจ้าจำข้าไม่ได้อีก ข้าจะเอาภาพวาดของข้า ไปแปะในห้องนอนของพวกเจ้าเลย คอยดู” เฌอปรางพูดพลางบุ้ยปาก

            “นั่นเป็นเรื่องที่ดี” ศิษย์ ทั้ง 4 เผลอหลุดปากออกไป แล้วรีบเปิดประตูสาขาให้กับทั้งสามเป็นการแก้เก้อ

            สำนักสาขาที่นี่เป็นสำนักที่ค่อนข้างใหญ่ ศิลาใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าของสำนักด้วย ก่อนส่งกระจายไปยังสาขาต่างนคร หรือต่างจักรวรรดิ ดังนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกในสำนัก แทบจะใกล้เคียงกับที่สำนักใหญ่ ที่เป็นบ้านของเฌอปราง 

    ดังนั้น ที่นี่จึงมีห้องรับรอง ห้องนอนสำหรับเจ้าสำนัก รวมถึงห้องนอนประจำของเธอ เมื่อครั้งที่เธอติดตามท่านพ่อทำงานตั้งแต่เล็กๆ 

    …และที่นี่ยังคงมีห้องของท่านแม่ ท่านแม่ผู้ล่วงลับไปแล้วของเธอ ท่านแม่ผู้ที่เป็นต้นแบบให้เธออยากเป็นนักปรุงโอสถหญิง

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน