Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 25


    ย้อนเวลากลับมาสักเล็กน้อยทางด้านเครื่องบินลำหนึ่ง พวกเขาเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะเดินทางถึงเมืองเชียงใหม่ในเวลา 15.45 น. ตามที่กำหนดเอาไว้ การเดินทางไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใดท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการเดินทางอย่างแท้จริง แต่แล้วเมื่อพวกเขาลดเพดานบินลงมาเตรียมจะเข้าจอดที่สนามบินเชียงใหม่ กัปตันที่ขับเครื่องบินอยู่นั้นเองก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนจากเครื่องควบคุมการบินของเขา ผู้ช่วยที่หันไปดูสัญญาณหันไปมองพร้อมกับหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ “อะไรมีอะไรเกิดขึ้นรีบบอกสิ ผมควบคุมด้วยมืออยู่มองไม่ได้” กัปตันที่เอยขึ้นมากับผู้ช่วยของเขา “เออ ผมไม่ทราบว่ามันเป็นความจริงไม..เออ..เราถูกจรวดนำวิถียิงติดตามอยู่นับ 10 ลูกครับกัปตัน” “อ่อก็แค่จรวดติดตาม ไม่เกี่ยวกับเครื่อยนต์ก็ลงจอด.....ห๊ะอะไรนะ จรวดติดตามเป็นสิบลูกเลยหรอ ทำยังไงดีละทีนี้ เอาไงดี” เขาพูดออกมาพร้อมกับมือสั่นๆเล็กน้อย ทำให้เครื่องบินในตอนนี้เหมือนกับตกอยู่ในหลุมอากาศอย่างไงอย่างนั้น เขาพยายามอยากมากให้รวบรวมสติ เขาหายใจเข้าและออกอยู่ราวสองสามครั้งก่อนจะเอยกับกองบังคับการบิน “เมย์เดย์ เมย์เดย์ เราต้องการคำยื่นยัน เครื่องตรวจจับความร้อนของเราตรวจพบจรวดนำวิถี ล็อกเป้าที่เครื่องเรา โปรดบอกเราด้วยว่าเครื่องตรวจของเราเสีย” “ขอตรวจสอบสักครู่” พนักงานที่อยู่หอคอยบังคับการบินหันไปดูจอเรดาร์ของเขา เขาเห็นจุดเล็กหลายจุดกำลังมุ่งไปยังทางเครื่องบินลำดังกล่าว ก่อนเขาจะพูดออกไมค์ประกาศภาวะฉุกเฉินพร้อมกดปุ่มฉุกเฉินทันที เสียงการแจ้งเตือนดังไปทั่วสนามบิน “นี่ ห้องบังคับการเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายจากโทรศัพท์ที่พวกเขารับก็ดังออกมาก “เครื่องบินสายการบินตุ๊ดซี่แอร์ไลน์ (ไม่ได้บลูลี่นะ) ถูกจรวดนำวิถีล็อกติดตามจะปะทะเป้าหมายในอีก 10 วินาทีครับผม และดูจากแรงแล้วมีความเป็นไปได้ว่าเครื่องตัวหลักจะตกลงมายังตัวของสนามบินครับ ” เมื่อปลายสายได้ยินดังนั้นพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นก่อนจะวิ่งหนีหางจุกตูดเพื่อเอาตัวรอด ทางด้านของหอบังคับการก็แจ้งให้ให้กัปตันคนขับใช้มาตรการฉุกเฉินและของให้หันหัวเครื่องบินไปทางภูเขาที่ติดกับสนามบินเพื่อลดจำนวนพูดเสียชีวิต เมื่อพูดจบเครื่องบินก็ถูกจรวดลูกแรกเข้าไปและตามมาอีกถึงเก้าลูก ประชาชนที่อยู่ในบริเวณเสี่ยงก็ตกใจกับเสียงระเบิดที่เกิดขึ้น พวกเขาวิ่งออกมาดูกว่าจะวิ่งกลับเข้าไปในอาคารกับภาพที่พวกเขาเห็นก็คือ ภาพของเศษเครื่องบินที่ลอยตกมายังพวกเขา ทำให้มีผู้ที่บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก บางก็บาดเจ็บสาหัส บางก็ตัวลุกติดไป ส่วนผู้โดยสารบนเครื่องบินคาดว่าน่าจะไม่มีใครรอดเลย รถพยาบาลจำนวนมากได้เคลื่อนตัวออกมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แม้แต่กู้ภัยเองก็มีงานล้นมือเลยทีเดียว เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปทั่วเมืองเชียงใหม่ ทางด้านผู้ว่าเองก็ขอความช่วยเหลือไปทางเมืองใกล้เคียง หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างที่ดูชุลมุนเป็นอย่างมากก็ได้จบลง ตอนนี้เวลาก็ห่างจากตอนนั้นประมาน 30 นาที หลังจากเหตุเครื่องบินตก เหตุปล้นที่ห้างชื่อดัง และการตรวจสอบประชาชนเสร็จแล้วส่วนหนึ่ง ในตอนนี้ก็มีคนใหญ่คนโตตั้งแต่ผบตร ผบทบ และยังอีกหลากหลายท่านก็อยู่ในห้องด้วย พวกเขาจัดการประชุมพิเศษนี้ขึ้น เพื่อสอบถามทางผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีความเป็นความมาอย่างไงบ้าง “รายงานมาสิ พันตำรวจเอกสมชาย” มันเสียงของเลขาธิการกระทรวงๆหนึ่ง หรือเอาง่ายๆเขาเป็นสส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ประจำอยู่เชียงใหม่ “จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ผู้ก่อการร้ายจำนวนมากกว่า 40 คนได้ปิดล้อมห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นฐานยิงจรวดนำวิถีใส่เครื่องบินหนึ่งลำ ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ทราบอยู่ตอนนี้ 214 คน หายสาบสูญอีกนับ 500 คน บาดเจ็บนับ 1000 คนครับ เราใช้กำลังใช้กองกำลังทั้งหมดในการค้นหาและช่วยเหลือทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บครับ” “แล้วเครื่องบินนั้นได้ตรวจแล้วหรอยังว่ามีใครเดินทางมา....” สส.ที่กำลังจะพูดออกมาก็ปรากฏภาพหน้าจอด้านหลังขึ้นเสียก่อน มันเป็นภาพของบุคคลที่พวกเขาเองก็ไม่อยากจะพบเจอในตอนนี้ มันคือภาพของนายกรัฐมนตรี แต่เสียงนั้นก็เอยขึ้นมาก่อน “โมแลค” แล้วภาพก็ตัดออกไป นายทหาร ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างหยิบมือถือของตัวเองออกมา มันเป็นเหมือนระบบส่งอีเมลอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง และที่พวกเขากำลังอ่านอยู่นั้นเองคือข้อมูลของบุคคลที่โดยสารมากับเครื่องบินที่ระเบิดโดยจรวดนำวิธี พวกเขานั่งวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาไม่นานอีเมลก็ถูกทำลายตัวลง จากนั้นทุกคนก็หันมามองกันเล็กน้อย “เอาละ รายงานมาต่อได้แล้ว ผู้การตำรวจ” เป็นเสียงของสส.ที่ดังขึ้นเพื่อเรียกสติของทุกคนภายในห้องประชุมแห่งนี้ “เราไม่สามารถจับคนร้ายได้เลยแม้แต่คนเดียว ...” ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อก็มีเสียงของโทรศัพท์ที่ผู้ก่อการร้ายได้ให้เขาไว้เพื่อใช้ในการติดต่อ จากนั้นปลายสายก็พูดขึ้นมาว่า “สวัสดีท่านผู้การใหญ่ ทำไมถึงจับเราไม่ได้เลยสักคนเดียวเลยละ อุส่าเตรียมใจถูกจับแล้วนะเนี่ย” เสียงของผู้ช่วยหัวหน้าผู้ก่อการร้ายก็พูดออกมาเหมือนจะล้อเลียนสักเล็กน้อย “เหอะ นี่จะโทรมาเพื่อล้อเลียนกันหรือยังไงห๊ะ ไม่ว่าพวกนายจะเป็นใคร ฉันจะตามล่าพวกนายเอง” ผู้การที่พูดออกมาอย่างหัวร้อนเอยกับพวกเขาท่ามกลางห้องประชุม “โอ่ว..ตามสบายเลยท่านผู้การใหญ่ จริงๆพวกเราเองก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกันหรอกนะ มันเป็นงานยังไงก็โปรดเข้าใจด้วย” “ไม่มีความแค้นต่อกันหรอ ผมว่าตอนนี้เรามีแล้วนะ ความแค้นนะ” “อย่างนั้นหรอครับ ยังไงก็ขอให้โชคดีสำหรับการตามหาตัวของพวกเรานะ ... จริงสิ จริงๆแล้วผมยังมีของขวัญส่งท้ายพวกคุณอีกหน่อยนะ เดี๋ยวพวกคุณจะได้ทราบเอง” “นายคงเหมือนถึงระเบิดบนห้างอย่างนั้นหรอ ฝันของนายคงต้องดับลงแล้วละ พวกเราได้ปลดฉนวนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เสียใจด้วย” ผู้การที่พูดออกมาอย่างมั่นใจ แต่มันก็ไม่ใช่กับปลายสาย เขาหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆๆๆๆ โชคดี” จากนั้นสายก็ถูกตัดออกไป

    นิยายแนะนำ