ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 54 ไอปีศาจ ปีศาจเทียมและปีศาจแท้.

    หู่เสวียพูดขึ้นมาตอนที่แจ๊คกำลังจะหัวเราะ

    “โชคชะตาเป็นสิ่งที่หาขอพิสูจน์ไม่ได้ เหมือนกับมิติและจักรวาลทั้งหมดนั้นละ”

    แจ๊คหยุดหัวเราะก่อนจะหันไปพูดกับหู่เสวียว่า

    “ตอนที่ฉันเข้าไปในวังของมหาเทพปีศาจ ฉันจำได้ว่าเคยเจอโชคชะตาในวังมหาทำปีศาจแล้วทำไมเธอถึงบอกว่ามันหาข้อพิสูจน์ไม่ได้”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะถามไปว่า

    “นายเจอเส้นไหมที่พันไปพันมาใช่ไหม”

    “ใช่”

    “มันใช่และไม่ใช่ในเวลาเดียวกัน”

    แจ๊คสับสนกับคำพูดที่ไม่รู้ความหมายของหู่เสวียมาก

    “หมายความว่ายังไง”

    หู่เสวียไม่ได้ตอบกลับมาก่อนที่แจ๊คจะถามอะไรไปมากกว่านี้เขาได้ยินเสียงร้องออกมาด้วยความตื้นเต้นและโกรธแค้นขึ้นมาจากต้นไม้ปีศาจ

    ตรงกลางลำต้นมีเปลือกไม้ใหม่ปกคลุมร่างของเร่ยากับลูกของตนเอง ใบไม้ทั้งต้นเปลี่ยนสีใหม่เป็นสีม่วงเข็มส่วนทหารของเมืองอาริโซได้เปลี่ยนไปเป็นผลไม้เต็มตัว ออร่าที่ปล่อยออกมาทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องหวาดกลัว

    แจ๊คมองดูหุ่นเชิดของตนเองก่อนจะสั่งมัน

    “โจมตีไปที่ต้นไม้ข้าง ๆ”

    แต่ทว่าต้นไม้ปีศาจไม่ได้ทำตามที่แจ๊คสั่ง มันได้แต่ร้องอย่างเดียวคือ

    “แก้...แค้น”

    “แ....ก้แค้น”

    “แก้แค้น”

    แจ๊คทำอะไรไม่ได้จึงหันไปหาหู่เสวียเพื่อขอคำแนะนำ

    “หู่เสวียทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ละ”

    หู่เสวียมองไปที่ต้นไม้ปีศาจสักพักก่อนจะให้คำตอบกลับแจ๊ค

    “ดูท่ามันจะไม่ได้ไม่อยากกลายเป็นปีศาจแต่รอใครบางคน”

    แจ๊คฟังแล้วไม่เข้าใจมันไม่ได้ไม่อยากกลายเป็นปีศาจแล้วทำไมตอนเจอมันถึงเป็นปีศาจแค่ถึงเดียวเอง

    “ยังไง”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนจะอธิบายให้มากกว่านี้

    “เร่ยานั้นได้ยอมเป็นปีศาจเพื่อแก้แค้นทว่าการเป็นปีศาจแค่ไอมันมีพลังไม่มากพอ จึงได้เสี่ยงโชคโดยการยอมให้เป็นปีศาจก่อนครึ่งหนึ่งก่อนเพื่อให้ใครบางคนเอาเลือดมาให้”

    “ปีศาจมีขั้นด้วยหรือ”

    “มี2ขั้นต่ำสุดคือไอปีศาจ ปีศาจเทียมและปีศาจแท้”

    แจ๊คได้ความรู้ใหม่และถามไปอีก

    “แต่ละขั้นต่างกันยังไง”

    “ไอปีศาจเป็นปีศาจที่เกิดจากอารมณ์ด้านลบมาก ๆ และยอมให้ตนเองกลายเป็นปีศาจแต่ระดับการฝึกฝนจะไม่เพิ่มขึ้นอีก”

    ทำไมมันถึงไม่เพิ่มขึ้นละ แจ๊คถามไปอีกรอบ

    “ทำไมมันถึงไม่เพิ่มขึ้นละ”

    หู่เสวียมองแจ๊คก่อนละหันไปมองต้นไม้ปีศาจต่อ

    “เพราะว่าการฝึกฝนนักรบ อสูรและปีศาจนั้นแตกต่างกันมาก ถึงแม้ว่าจะเพิ่มไปในด้านที่ไม่เหมือนกันแต่ไม่สามารถฝึกฝนรวมกันได้”

    “ถ้าฝึกฝนรวมกันมันจะเกิดอะไรขึ้น”

    “ร่างกายจะระเบิดเพราะว่าลมปราณและธาตุจะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ถ้านายฝึกฝนของปีศาจกับนักรบ พลังปีศาจคือหัวใจ จุดรวมลมปราณของนักรบคือตับ เวลาที่นายดูดพลังธรรมชาติให้กลายมาเป็นพลังปราณ พลังลมปราณจะตีกันทำให้ร่างกายรับไม่ไหวจนระเบิดออกมาที่แย่ที่สุดคือกลายเป็นคนพิการที่ไม่อาจฝึกฝนได้และนายต้องรู้ด้วยว่าการกลายเป็นคนพิการนั้นมีค่าน้อยกว่าชาวบ้านทั่วไปอีก”

    แจ๊คพยักหน้าอย่างกับไก่จิกข้าวสารบนพื้นดิน แต่ว่าระดับการฝึกฝนมันมีอย่างนี้แล้วนักเวทจุดรวบรวมพลังอยู่ที่ไหน

    “นักเวทละ ฝึกฝนรวมกับระดับการฝึกฝนอื่นได้ไหม”

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คไม่ได้โง่ไปทุกอย่างจึงพยักหน้าด้วยความดีใจก่อนจะตอบกลับมา

    “นักเวทไม่ได้ใช้พลังลมปราณหรอกนะ”

    แจ๊คตกใจไม่ได้ใช้พลังลมปราณแล้วจะสู้ระดับใช้พลังลมปราณได้หรือ

    “ถ้าไม่ได้ใช้ลมปราณแล้วใช้อะไรละ”

    “พลังเวทยังไง”

    “พลังเวท????”

    หู่เสวียอธิบายต่อว่า

    “พลังเวทไม่ต้องเก็บในร่างกายแต่เก็บในวิญญาณ คนที่จะเป็นนักเวทได้ต้องมีวิญญาณแข็งแกร่งตั้งแต่เกิดหรือฝึกฝนพอที่จะแยกได้ระหว่างพลังปราณและพลังเวทในอากาศ จึงมีคนเป็นนักเวทได้น้อยมาก”

    แจ๊คได้เข้าใจอะไรเพิ่มแล้ว แต่ยังสงสัยอีกว่า

    “ถ้ามีวิญญาณที่แข็งแกร่งพอก็เป็นนักเวทได้งั้นนักเวทก็จะมีร่างกายแข็งแรงกว่าคนธรรมดาไม่มากนะสิ”

    หู่เสวียมองแจ๊คอย่างสับสน ทุกทีไอบ้านี้จะโง่นี้

    “ใช่”

    “งั้นฉันก็สามารถฝึกฝนพลังเวทได้ใช่ไหม”

    “ได้”

    แจ๊คตื่นเต้นมาก เพราะว่าโลกเดิมเขาได้อ่านนิยายเกี่ยวกับเวทมนตร์มาเยอะมาก ทำให้อยากใช้เวทมนตร์บาง

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คเริ่มจะคิดไปไกลมากแล้วจึงพูดขึ้นมา

    “และไอปีศาจจะเพิ่มจะดับตนเองได้ต้องมีเลือดของปีศาจเท่านั้น เลือดมีชีวิตของปีศาจจะไปปรับแต่งร่างกายใหม่ทำให้เป็นปีศาจแท้”

    แจ๊คได้สติก่อนจะรับฟังเรื่องเล่าของหู่เสวีย

    “เลือดปีศาจมันมีพลังมากขนาดนั้นเลยหรือ”

    “นายอย่าดูถูกเลือดมีชีวิตให้มากนักและเลือดของนายมันแค่เริ่มต้นเท่านั้น”

    แจ๊คเกาหัวตนเองเพราะมันเป็นเรื่องไกลตัวมากจึงยังไม่ได้สนใจตอนนี้

    “ปีศาจเทียมกับปีศาจแท้ มันแตกต่างกันอย่างไง”

    “เอาง่าย ๆ ปีศาจเทียมกับปีศาจแท้นั้นไม่ต่างกันเลย แต่ปีศาจเทียมคือคนที่ไม่ใช่เผ่าปีศาจแต่ฝึกฝนเส้นทางปีศาจ”

    แจ๊คเริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ที่เขาเป็นอยู่คือปีศาจเทียม

    “แล้วที่เธอบอกว่าเร่ยานั้นเต็มใจเป็นปีศาจแต่มันรอใคร”

    หู่เสวียมองแจ๊คแล้วคิดว่ามันใช้ความฉลาดไปหมดแล้วหรือ

    “รอนายไงเพราะผู้นำพาแห่งความมืดมาที่เมืองนาโอและนำศัตรูมาด้วยจึงทำให้เร่ยารู้ว่านายพึ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางฝึกฝนเท่านั้น นายเองก็ยังไม่มีพลังมากในการต่อกรกับคนระดับสูงในดวงดาวนี้แม้ว่าจะทำให้ตนเองเป็นหุ่นเชิดแต่ถ้าได้แก้แค้นต่อให้เป็นปีศาจ เร่ยาไม่สนใจอะไรนอกจากการแก้แค้นเป็นคนที่มุ่งมั่นมาก”

    แจ๊ครู้สึกตกใจมาก ไป ๆ มา ๆ ดูเหมือนว่าเขาไปเดินตามสิ่งที่เร่ยาวางเอาไว้ แจ๊คหัวเสียมากกับเรื่องนี้

    หู่เสวียมองแจ๊คที่อารมณ์ไม่ดี

    “นายยังอ่อนประสบการณ์ ใช้เรื่องในวันนี้เป็นตัวอย่างแล้วในอนาคตจะต้องไม่เดินตามเกมใครอีก”

    แจ๊คพยักหน้าตอบกลับก่อนที่จะปล่อยให้ต้นไม้ปีศาจไปแก้แค้นอย่างที่ตนเองหวังเอาไว้

    ต้นไม้ปีศาจลุกขึ้นมาก่อนจะใช้รากพันรวมกันเป็นขา กิ่งไม้พันรวมกันเป็นแขนและผลไม้ทหารได้หลุดออกจากต้นไม้ปีศาจมาเป็นทหารไม้ก่อนจะเดินทางไปด้วยตนเอง

    “ดีนะคราวนี้ นายกับเร่ยามีแต่ได้กับได้ไม่ต้องอารมณ์เสียมากไปหรอกเป้าหมายต่อไปคือป่าแห่งความเงียบ”

    แจ๊คพักที่เดิมก่อนแล้วค่อยเดินทางไปที่ป่าแห่งความเงียบ ร่างกายต้องมาก่อนถ้าไปสภาพแบบนี้มีแต่จะตายมากกว่า บทเรียนในครั้งนี้ทำให้แจ๊คระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีกแม้ว่าแจ๊คจะมีวิชาฝึกฝนที่ดีกว่าแต่มันไม่ได้ลดระยะห่างของระดับการฝึกฝนได้ที่นี้มันแค่ดวงดาวขนาดเล็กเท่านั้น

    แจ๊คไม่ใช้อัจฉริยะที่ฝึกฝนไม่กี่ปีแล้วเก่งขึ้นมาได้แต่แจ๊คจะทำให้ฐานการฝึกฝนมั่งคงไม่รีบยกระดับการฝึกฝนของตนเอง

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน