ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน

    บทที่ 48 เอาที่แพงที่สุดมาเลย

    บทที่ 48 

    เอาที่แพงที่สุดมาเลย


    “หยุดนะ! ห้ามนั่งเด็ดขาด!”


    เสียงตะโกนดังขึ้นมาทันใด


    อู๋ตี้นั้นเพียงแค่ย่อขาลงเตรียมจะนั่ง ตอนนี้เขานั้นยังนั่งได้แค่เก้าอี้ลมเท่านั้น เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองตามเสียงแล้วก็พบว่ามันเป็นเซลล์ของร้านที่กำลังรีบเร่งมายืนตรงหน้าเขา 


    เธอคนนั้นเป็นสาวสวยที่กำลังรีบเข้ามาหาเขาและดึงเขาไปยังอีกฝั่งหนึ่ง 


    อู๋ตี้งุนงงกับการกระทำอันรีบเร่งนี้ และด้วยความงุนงงนี้ เขาจึงเผลออุทานออกไป “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? โซฟานี่มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

    เขาคิดว่าโซฟานั้นอาจจะมีปัญหาอะไรก็ได้ถึงไม่สามารถนั่งได้ เพราะงั้นเขาจึงมองไปที่โซฟาทั้งซ้ายและขวา แต่กระนั้นก็ไม่ได้พบอะไรผิดปกติ


    ในตอนนั้นเซลล์ประจำร้านสุดสวยนั้นก็มองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่ดูโกรธสุดๆ 


    “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าโซฟามันเสียนี่? นายไม่เห็นป้ายราคาที่ห้อยอยู่ข้างๆหรือไง? โซฟานี่นำเข้าจากฝรั่งเศสเลยนะ ราคามันมากกว่า 20,000 หยวนอีก นายจะมีปัญญาจ่ายเหรอถ้าเกิดนายทำให้มันเสียหายขึ้นมาด้วยความไม่ตั้งใจน่ะ? นายน่ะ มันก็เป็นแค่พวกยากจนที่เข้ามาในห้างเพื่อตากแอร์ใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นนายก็ไปที่โถงกลางแล้วก็นั่งในที่นั่งสาธารณะที่เขาจัดไว้ให้สิ อย่ามารบกวนพวกร้านค้าแบบนี้! นายไม่คู่ควรนะรู้ไหม!”


    อู๋ตี้นั้นงงไปหมด ในขณะเดียวกันก็เกิดความประหลาดใจในหัวใจของเขา นี่เซลล์ขายของสมัยนี้มีอำนาจขนาดไล่ลูกค้าแล้วเหรอ?


    ยิ่งไปกว่านั้น เซลล์คนนี้ก่อนหน้านี้ก็ดูเพิ่งจะให้ความเคารพและต้อนรับคู่ชายหญิงก่อนหน้านี้อยู่เลยไม่ใช่หรือไง? 


    ทำไมตอนนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อเห็นเขาเสียแล้วล่ะ? นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ 


    “ทำไมยังยืนอยู่อีกเล่า? รีบไปเร็วสิ เข้ามาตากแอร์แล้วยังจะมาอยากนั่งโซฟาอีก ให้ตายนาย นี่ฉันต้องเจอคนแบบนี้อีกกี่ประเภทเนี่ย”


    มองไปยังอู๋ตี้ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอก็เริ่มจะบ่นปนด่าเขาเพิ่ม


    “ผมมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ทำไมผมต้องไปล่ะ?”


    อู๋ตี้โกรธเธอขึ้นมาแล้วจริงๆ ทำไมผู้หญิงที่สวยต้องมีทัศนคติแย่ๆเหมือนกันหมดนะ? ท่าทางจะต้องสอนบทเรียนให้เธอซะแล้วล่ะ 


    “ซื้อเฟอร์นิเจอร์? แต่มาคนเดียวเนี่ยนะ?” อู๋ตี้ประหลาดใจและมองว่าเธอนั้นจะทำอย่างไรต่อ


    “อ้อ ฉันเข้าใจแล้ว นายไม่ยอมรับเรื่องที่ฉันเดาถูกว่านายมาที่นี่เพื่อจะตากแอร์สินะ เลยพูดว่ามาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ฮ่าๆๆ นายเนี่ย เป็นพวกคนงานขี้แพ้ที่เปลี่ยนที่ไปเรื่อยสินะ? ตอนนี้อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศเลยมาทำตัวอวดเบ่งแทนหรือไง? เอาล่ะ ฟังฉันดีๆนะ มีเงินน้อยก็ช่วยหัดมีความทะเยอทะยานน้อยๆซะบ้างนะ ถ้ามีเวลาว่างขนาดมาตากแอร์แบบนี้เอาไปขยันทำงานในไซส์ก่อสร้างต่อดีกว่าไหม? ยกอิฐยกปูนให้ได้เงินเยอะกว่านี้แล้วค่อยมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ สภาพแบบนี้ถึงซื้อไปแล้วนายจะตั้งที่ไหน? ไซส์ก่อสร้างเหรอ? ฮ่าๆๆ”


    จริงๆแล้วการแต่งตัวของอู๋ตี้นั้นก็เหมือนคนงานไซส์ก่อสร้างอยู่แหละ นั่นเพราะว่าเขานั้นได้ใช้งานระบบลึกลับนั้นมาหลายครั้งแล้ว และตอนนี้เขาน้ำหนักลดลงมาจนจะเกือบ 50 กิโลกรัมแล้ว นี่จึงทำให้เสื้อผ้าเขาดูหลวมไปหมดด้วย 


    คนงานที่ทำงานไม่เป็นหลักแหล่งในไซส์ก่อสร้างนั้นต่างก็สวมเสื้อผ้าหลวมๆแบบนี้ทั้งนั้น เพราะว่าพวกเขาสามารถระบายอากาศได้เร็วกว่าหากสวมเสื้อหลวมๆ นอกจากนี้ พวกเสื้อผ้าตัวใหญ่พิเศษหรือเสื้อผ้าที่ไซส์พิสดารๆเองก็สามารถหาซื้อได้ในตลาดนัดทั่วๆไปด้วย 


    ดังนั้นแล้วจึงไม่แปลกใจเลยถ้าหากเซลล์สาวคนนี้จะเข้าใจอู๋ตี้ผิดว่าเป็นคนงานก่อสร้างที่อยู่ไซส์งานละแวกนี้ ยิ่งเสื้อผ้าของเขามันหลวมขนาดนี้ด้วยยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่


    แต่ทุกอย่างมันรวดเร็วมากๆ อู๋ตี้นั้นยังคงรู้สึกโกรธน้อยๆ นั่นเพราะว่าคำพูดบางอย่างของเธอตรงนี้มันก้าวล่วงเข้ามาในจุดลึกสุดของจิตใจของเขา 


    “ทำไมกันล่ะ? ทำไมเธอถึงต้องดูถูกพวกคนงานก่อสร้างด้วย? ทั้งๆที่พวกเขาเองก็เป็นคนที่จริงจังในหน้าที่สุดๆพวกหนึ่งเหมือนกันแท้ๆ ไม่ว่าจะด้วยน้ำพักน้ำแรงและหยาดเหงื่อทุกเม็ด พวกเขายอมแลกมันเพื่อให้ครอบครัวได้มีชีวิตต่อไปด้วยความพยายามทั้งหมด ทำไมเธอถึงยังดูถูกพวกเขาอีก!”


    อู๋ตี้พูดสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกสุดของจิตใจพวกเขาออกมา นั่นเพราะว่าสิ่งที่เธอพูดมันทำให้เขาคิดถึงครอบครัว 

    หลังจากที่โรงงานของครอบครัวเขาล้มละลาย พวกเขาก็ต้องทำงานทุกอย่าง ซึ่งงานก่อสร้างก็รวมอยู่ด้วย 


    ไม่ว่าจะฝนตกหรือลมแรงขนาดไหน หรือแม้จะต้องแบกรับความร้อนจากดวงอาทิตย์ คนงานก่อสร้างเหล่านี้ก็ต้องทำงานอย่างหนักและขยันมากขึ้นในทุกๆวัน 


    หยาดเหงื่อของพวกเขาหยดลงคอนกรีตที่ซึ่งในตอนท้ายมันจะกลายเป็นตึกสูงใหญ่ราคาหลัก 10 ล้านเช่นนี้!


    แต่ถึงกระนั้นแล้วคนบางคนก็ยังไม่รู้คุณค่าของคนเหล่านี้ กลับกันพวกเขายังดูถูกและเหยียดหยามเหล่าคนงานก่อสร้างที่ทำงานหนัก และแบ่งแยกพวกเขาออกจากตนราวกับไม่ใช่คนอีกด้วย 


    อู๋ตี้จ้องไปยังเซลล์ขายเฟอร์นิเจอร์ แววตาของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยความโกรธ มือของเขากำหมัดแน่นและพร้อมจะตบหน้าเธอซัก 2 ทีเต็มทีแล้ว 


    ในขณะเดียวกัน เซลล์สาวคนนี้ก็จ้องมองแววตาที่กำลังข่มขู่ของอู๋ตี้นี่ด้วยความหวาดกลัว เธอถอยหลังไปนิดหน่อยก่อนจะยกมือขึ้นกุมกันไว้ที่อกด้วยความสั่นเทา


    “น-นายต้องการจะทำอะไรกันแน่? ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าที่นี่น่ะเป็นห้างสรรพสินค้านะ ที่นี่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราอยู่ ถ้านายกล้าสร้างปัญหาที่นี่น่ะ นายได้ตายแน่!”


    จนกระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังไม่ลืมที่จะขู่อู๋ตี้ 


    “เสี่ยวจ้าว เกิดอะไรขึ้น? ทำไมส่งเสียงเอะอะโวยวายจังเลย?”


    ในตอนนั้นเอง หญิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าในชุดสูทก็เดินออกมาจากด้านหลังร้าน เธอน่าจะอายุราวๆ 30 ปี ด้วยผมที่สั้นของเธอนั้น มันทำให้เธอดูเจ้าอารมณ์ไม่ใช่น้อยเลย


    ทันทีที่เซลล์สาวเห็นสาวงามในวัยเลข 3 เดินเข้ามา สายตาเธอก็เหมือนพบทางรอด เธอรีบก้าวเท้าเร็วและตรงปรี่เข้าไปพร้อมๆกับโค้งหัวไปตลอดทางด้วย 


    “คุณผู้ดูแล คุณผู้ดูแลต้องเชื่อฉันนะคะ คนงานก่อสร้างคนนี้เข้ามาที่ร้านของพวกเราเพื่อจะสร้างปัญหา เขาแต่งตัวด้วยเศษผ้าพวกนั้นแล้วพยายามจะนั่งที่โซฟาที่แพงที่สุดซึ่งนำเข้ามาของร้านเราด้วย ฉันไม่ยอมให้เขานั่งเพราะกลัวว่ามันจะสกปรก แต่เขาก็ตะโกนใส่ฉัน แล้วก็บอกว่าฉันดูหมิ่นเขา คุณผู้ดูแล คุณต้องช่วยฉันนะคะ”

    หลังจากที่ฟังเรื่องจากเซลล์ขายของแล้ว คิ้วของเธอก็ขมวดก่อนจะลากสายตามองไปรอบๆและไปหยุดที่อู๋ตี้ 


    อย่างไรเธอนั้นก็ดูเป็นคนที่มีเหตุผลมากๆคนหนึ่ง และไม่ได้เชื่อที่เซลล์สาวของเธอพูดเสียทั้งหมดโดยที่ยังไม่ได้ฟังความจากอีกฝ่ายก่อน 


    เมื่อเธอเดินไปหาอู๋ตี้แล้ว ผู้ดูแลสาวสวยก็พูดขึ้น “คุณคะ ถ้าเกิดว่าคุณมีปัญหาอะไรล่ะก็ สามารถบอกฉันได้นะคะ เพราะงั้นขอความกรุณาอย่าสร้างปัญหากันเลย ไม่งั้นแล้วมันคงจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเท่าไหร่ถ้าต้องมาจัดการปัญหากัน”


    อู๋ตี้มองผู้ดูแลสาวสวยตรงหน้าที่ซึ่งไม่เหมือนกับเซลล์ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงที่ทำให้เขาไม่พอใจ ในเมื่อเธอมาดี เขาก็ดีตอบด้วยความสงบ 


    “ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ ก็แค่ต้องการจะมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ แต่ทันทีที่ผมเขามา พนักงานของคุณก็เริ่มทำตัวมีปัญหากับผมก่อน ทั้งๆที่ผมน่ะก็แค่อยากจะทดสอบความสบายของโซฟา เธอก็เข้ามาห้ามผมไว้แล้ว”


    ผู้ดูแลสาวสวยพยักหน้าและหันกลับไปมองเซลล์ของเธอ 


    “เช่นนั้นเหรอ?”


    “ผู้ดูแลคะ อย่าไปฟังเขาค่ะ!” พนักงานสาวรีบพูดขึ้นทันที “คุณผู้ดูแล คุณคิดว่าคนที่แต่งตัวแบบนั้นจะเข้ามาซื้อเฟอร์นิเจอร์จริงๆเหรอคะ? เขาน่ะต้องเป็นพวกยากจนที่มาห้องเพื่อตากแอร์แน่ๆ! พอเห็นโซฟาในร้านของเรา รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีเงินซื้อได้แต่ด้วยความที่จิตใจไม่ปกติ เขาจึงเข้ามาเพื่อจะได้นั่งมัน ที่นี่น่ะมีคนแบบเขามากมาย เพราะงั้นอย่าโดนเขาหลอกนะคะ คุณผู้ดูแล!”


    เธอคนนี้ค่อนข้างจะหาตัวจับยากเลยนะเนี่ย จินตนาการเรื่องคนอื่นไปได้ไกลขนาดนี้ตั้งแต่เห็นหน้ากันนี่สุดยอดไปเลย แต่น่าเสียดายจริงๆที่ดันมาเป็นเซลล์ขายเฟอร์นิเจอร์แทนที่จะไปเป็นคนเขียนบท


    “ใครบอกน่ะว่าผมไม่มีปัญญาซื้อ?”


    ด้วยเรื่องนี้ อู๋ตี้นั้นโกรธอีกครั้ง ยัยนี่จะหาเรื่องให้ตัวเองโดนตบไปถึงไหนน่ะ ถ้าทำจริงๆก็อย่ามาโทษฉันล่ะ! 


    *ป้าบ*


    บัตรธนาคารถูกโยนออกมาพร้อมกับที่อู๋ตี้พูดกับสาวงาม “เอาเซ็ตที่แพงที่สุดในร้านคุณเลย ยิ่งไปกว่านั้น ห้องผมน่ะเป็นห้องที่แบ่งได้ 3 ห้องนอนและ 1 ห้องนั่งเล่น เพราะงั้นผมต้องการเตียง 3 เตียง แล้วก็จำไว้ว่าทุกๆอย่างต้องเป็นของที่แพงที่สุด!”


    มองไปยังบัตรธนาคารที่วางอยู่บนโต๊ะ ผู้ดูแลสาวสวยคนนั้นก็ประหลาดใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้ออกอาการอะไร เซลล์สาวที่อยู่ด้านหลังนั้นก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอรีบหยิบบัตรธนาคารนั้นขึ้นมาก่อนใครเลย 


    “อ๋อ นี่นายไม่จบใช่ไหม? ได้! นายมี 3 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่นสินะ? อย่ามาทำให้ฉันขำหน่อยเลย ฉันรู้นะว่านายเอาบัตรธนาคารนี่ออกมาก็เพื่อจะหลอกพวกเรา โอเค ฉันจะรูดบัตรให้เอง พวกเราน่ะมีเซตสำเร็จรูปสำหรับเตียง 3 เตียงและโซฟา ซึ่งมาพร้อมกับโต๊ะชาและ TV ตู้ โต๊ะกินข้าวรวมถึงเก้าอี้ด้วย ทุกอย่างรวมเซตไว้อยู่แล้ว!”


    เซลล์สาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบคอมพิวเตอร์มากดและคลิกนู่นคลิกนี่ ในท้ายสุด เธอก็ได้จำนวนที่ดูยืดยาวออกมา 


    “ฮ่าๆๆ!” ดูเหมือนว่าราคาดังกล่าวนั้นจะดูเป็นที่น่าพอใจไม่น้อยเลยสำหรับเธอ เธอถือคอมพิวเตอร์ไว้และอวดให้อู๋ตี้ดูเพื่อที่จะให้เขาได้เห็นว่าจำนวนเงินนั้นมันมากขนาดไหน


    “นายจะจ่ายจำนวนเงินเท่านี้ได้หรือเปล่าล่ะ! ทั้งหมดน่ะ 225,600 หยวนเลยนะ! เอางี้ ถ้าหากนายสามารถจัดการ 200,000 หยวนได้ ฉันจะจ่ายที่เหลือให้เลย ฮ่าๆๆ!”


    เธอนั้นยังคงไม่เชื่อว่าในบัตรธนาคารของอู๋ตี้นั้นมีเงินมากพอที่จะจ่าย 200,000 หยวนได้ เพราะงั้นเธอจึงยกตนข่มเขาไปยกใหญ่ เพราะรู้ว่ายังไงซะเธอก็คงไม่ต้องจ่ายส่วนนั้นอยู่แล้ว ไอ้ยาจกนี่อย่าพูดถึง 200,000 หยวนเลย มีถึง 20,000 หยวนหรือเปล่าก็ไม่รู้! 


    เครื่อง POS ถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับบัตรธนาคารที่ถูกสอดเข้าไปในช่องนั้น ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง จำนวนตัวเล็กปรากฏขึ้นมาบนจอ จากนั้นเธอก็ยื่นเครื่องให้กับอู๋ตี้ 


    “มานี่ ใส่รหัสซะ แล้วก็จัดการ 200,000 หยวนของนายไป ฮี่ๆๆ”


    “ได้ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะ”


    อู๋ตี้รับเครื่อง POS ไปจากนั้นก็ใส่รหัสอย่างรวดเร็ว 

    ติ๊ง~ การรูดบัตรเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์!


    *แคว่ก* 


    หลังจากที่การรูดบัตรนั้นเสร็จสมบูรณ์ บิลก็ถูกพิมพ์ออกมาพร้อมๆกับเซลล์สาวที่ตาแทบจะถลนออกมาด้วย ปากของเธอนั้นอ้ากว้างจนคางแทบจะติดพื้นแล้ว