โจไม่ได้รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย เพราะเขามองสายของคนเหล่านี้ที่มองมา พวกเขาไม่มีความโกรธหรือเกลียดชังใดๆ แค่ระแวงเท่านั้น
“ขอโทษด้วยนะครับถ้าผมทำให้พวกคุณกลัว ตอนนี้ผมหายดีแล้วและผมกำลังจะจากไป” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินคำพูดของโจพวกเขาก็รู้สึกกังวลน้อยลง อย่างน้อยชายคนนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พวกเขาคิด
“เอ๋ คุณจะจากไปจริงๆเหรอ?” รูวมองหน้าโจด้วยความผิดหวัง
โจส่ายหัวและพูดกับเธอว่า “ถ้าผมยังอยู่ที่นี่พวกเขาจะรู้สึกกังวลใจ มันจะดีกว่าถ้าผมจากไป ที่ผ่านมานี้ผมต้องขอบคุณมากเลยนะครับที่ช่วยดูแลผม ผมจะต้องหาทางตอบแทนคุณให้ได้”
รูวส่ายหัวและปฏิเสธคำพูดของโจ “ผิดแล้ว ถึงแม้ฉันจะคอยดูแลคุณแต่ยารักษากับอาหารที่คุณกินไปเป็นพวกเขาที่หามาให้”
โจยืนนิ่งตะลึง เขาหันหน้ามองผู้คนที่มองเขาด้วยความระแวง ทั้งๆที่เขาเป็นคนแปลกหน้าและยังกังวลถึงตัวตนของเขาแต่พวกเขากลับให้อาหารและยารักษาแก่เขา ถ้าไม่ได้ยินจากปากของรูวโจก็ไม่รู้เลยว่าพวกคนเหล่านี้มีจิตใจที่บริสุทธิ์มาก
โจได้พบเจอเผ่าพันธุ์หลากหลายมามากแต่ไม่เคยเจอเผ่าพันธุ์ไหนที่มีจิตใจบริสุทธิ์แบบพวกเขามาก่อน
โจก้าวไปหาพวกเขาและก้มหัวขอบคุณด้วยความจริงใจ “ผมขอบคุณสำหรับที่พัก อาหารและยาที่ให้แก่ผม ผมจะไม่ลืมบุญคุณของพวกคุณเลย”
หลังจากคำพูดของโจ พวกเขาก็มองหน้ากันและพยักหน้า จากนั้นชายที่มีหูสุนัขถือจอบก็เอ่ยปากว่า “ไม่เป็นไรหรอก พวกเราแค่กังวลน่ะ ตอนนี้เผ่าพันธุ์ของพวกเราเหลือกันแค่ไม่กี่หมู่บ้านเลยจำเป็นต้องระวังตัวไว้หน่อย เป็นพวกเราเองที่เสียมารยาท”
โจถอนหายใจหากไม่ได้มาประสบด้วยตัวเองเขาก็ไม่เชื่อว่าจักรวาลนี้จะมีเผ่าพันธุ์ที่ดีแบบนี้อยู่
“พวกเราตกลงกันแล้วว่าหากคุณยังไม่มีที่ไปคุณอยู่ที่หมู่บ้านนี้ต่อก็ได้นะ” ชายหูสุนัขกล่าวด้วยรอยยิ้ม
โจครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ขอบคุณสำหรับความหวังดี จากนี้ผมคงต้องขอรบกวนด้วยนะครับ” ตอนนี้เขาอยู่บนดาวที่ไม่รู้จักการจะหาที่อยู่คงจะลำบาก การที่ได้อยู่ที่นี่ต่อถือเป็นเรื่องดีอย่างน้อยด้วยพลังของเขา เขามั่นใจว่าสามารถปกป้องคนเหล่านี้ได้
“ดีจริงๆที่คุณอยู่ต่อ” รูวพูดด้วยความดีใจและยิ้มอย่างงดงาม
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วโจก็หันมากล่าวกับรูวว่า “ผมอยากไปดูจุดที่คุณเจอผมสักหน่อย คุณช่วยบอกทางให้ผมที”
“ให้ฉันพาคุณไปดีกว่า จะได้แวะเก็บของป่าและล่าสัตว์มาทำมื้อกลางวัน" รูวยิ้ม
“ตกลง”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังจุดตกของยานอวกาศ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงจุดที่ยานตก
โจเข้าไปค้นหาดูว่ามีอะไรพอจะใช้ได้บ้าง อย่างน้อยหากเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือยังทำงานได้เขาก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะออกไปจากดาวดวงนี้ไม่ได้ ทว่าโชคร้ายนักเครื่องส่งสัญญาณแหลกเป็นชิ้นๆ
ใบหน้าของโจมืดมนลง “คงไม่ใช่ว่าฉันต้องอยู่บนดาวดวงนี้ตลอดชีวิตหรอกนะ”
อุปกรณ์บนข้อมือของโจก็พังเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรที่พอจะขอความช่วยเหลือจากสหพันธ์ได้ โจรู้สึกเครียดจนต้องกุมขมับ
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” รูวเห็นท่าทางของโจก็เอ่ยถามด้วยความกังวล
โจส่ายหัวและยิ้ม “ไม่เป็นอะไรหรอก”
เมื่อโจไม่ตอบเธอจึงหันไปสนใจซากยานอวกาศ วันนั้นที่เธอพบโจเธอไม่ได้สังเกตุมันอย่างละเอียดเพราะกลัวว่าโจจะตาย
“สิ่งนี้คืออะไรเหรอ?” รูวถามด้วยความอยากรู้ สิ่งนี้ตกลงมาจากฟ้าพร้อมกับโจเป็นธรรมดาที่เธอจะต้องสงสัย
โจยิ้มและกล่าวว่า “เมื่อวันนั้นมาถึงเธอจะรู้ได้เอง”
โจไม่สามารถบอกกับเธอได้เพราะอารยธรรมบนดาวยังล้าหลังอยู่มาก ตามกฏของสหพันธ์แล้วการเปิดเผยเรื่องอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูงแก่อารยธรรมล้าหลังถือว่ามีความผิดสูงสุดและจะถูกตัดสินประหารชีวิต!!
ที่มีกฏนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าเวลาที่เผ่าพันธุ์ใหม่สามารถเดินทางข้ามดวงดาวได้จะมีเทคโนโลยีแบบใหม่ให้ทางสหพันธ์ได้ติดต่อซื้อขาย เพราะเทคโนโลยีแบบใหม่จะช่วยให้เทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมพัฒนามากยิ่งขึ้นนี่จะเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาความก้าวหน้าของพวกเขา หากถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่อารยธรรมล้าหลังจะทำให้เผ่าพันธุ์นั้นคิดค้นเทคโนโลยีที่คล้ายกันขึ้นมาและมันจะเป็นการเสียเปล่า
“เอ๋…" รูวทำปากจู๋เพราะงอนที่โจปิดบังเธอแต่เธอก็กลับมายิ้มอย่างรวดเร็วและพูดว่า “ไปล่าสัตว์กันเถอะ”
โจพยักหน้า “เอาสิ”
ด้วยความช่ำชองของรูวทำให้พวกเขาค้นหาสัตว์ป่าเจอได้ไม่ยาก มันเป็นสัตว์ปีกที่บินไม่ได้และเดินสองขา ขนของมันมีสีขาวปนดำมันมีคอที่ยาวและปากคล้ายเป็ด นอกจากนี้มันมีขนาดใหญ่กว่าพวกเขาเกือบเท่าตัว
“กลางวันเราจะกินเจ้านี่กัน” รูวพูดพลางน้ำลายไหล ดูเหมือนเธอจะเป็นคนชอบกิน
โจรู้สึกสนใจว่าเธอจะล่าเจ้าสัตว์ปีกตัวนี้ยังไง มันใหญ่กว่าพวกเขาตั้งเท่าตัวผู้หญิงตัวเล็กๆเช่นเธอจะจัดการมันยังไง
แต่โจก็ต้องตกใจเพราจู่ๆรูวก็วิ่งไปหามันเหมือนไม่มีแผนและกระโดดม้วนตัวใช้หลังเท้าฟาดที่หัวของสัตว์ปีกตัวนั้น
เมื่อเห็นมีคนมาท้าทาย มันก็ร้อง'ก้าบ'ด้วยความโกรธและกระพือปีกสร้างลมหมุนพัดรูวที่กำลังอยู่กลางอากาศจนเธอปลิวไปข้างหลัง
“อั้ย!!” ก้นของเธอกระแทกพื้น ดวงตาของเธอมีน้ำตาเล็ดและลูบก้นน้อยๆด้วยเจ็บปวด
โจกุมขมับให้กับความผิดพลาดของรูว เขาถอนหายใจและเตรียมจะไปช่วยแต่แล้วเขาก็ได้เห็นสิ่งที่คาดไม่ถึง!!
รูวลุกขึ้นมาและมองสัตว์ปีกตัวนั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง สัตว์ปีกตัวนั้นก็มองเธอด้วยความโกรธเช่นกัน
“มาเป็นอาหารให้ฉันซะ!!” รูวตะโกนและวิ่งใส่สัตว์ตัวนั้น เท้าทั้งสองข้างของรูวปรากฏแสงสีฟ้าอ่อน การเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยความรวดเร็วแตกต่างจากก่อนหน้าลิบลับ
สัตว์ปีกพยายามตอบโต้ด้วยการอ้าปากจิกแต่ตามความเร็วของรูวไม่ทัน รูวมาปรากฏตัวด้านข้างของมันและเตะมันด้วยเท้าที่เต็มไปด้วยพลังสีฟ้าอ่อน
ปัก! ก๊าบบบ!
มันกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและกระแทกกับต้นไม้ยักษ์ เลือดไหลออกมาจากปากของมันและแน่นิ่งไป สัตว์ปีกตัวนี้ตายแล้วด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวของเธอ
โจไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งนี้ เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือพลังงานแบบเดียวกับที่เขามี มันเป็นพลังงานที่มาจากใจกลางกาแลคซี่
“เป็นไปได้ยังไง?!"
ต้องรู้ไว้ว่าเผ่าพันธุ์ที่จะสามารถฝึกพลังได้นั้นจะต้องเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถออกจากระบบดาวของตนได้ นี่เป็นกฏเหล็กที่ไม่อาจขัดขืนและไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น
ทว่าอารยธรรมของดาวดวงนี้ล้าหลังมากไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่เผ่าพันธุ์ของรูวจะสามารถก้าวออกไปจากดาวดวงนี้