ศิษย์น้องลองรัก

    ตอนที่ 36: หัวใจที่ด้านชาและรอยร้าวในความทรงจำ

    ทันทีที่คณะเดินทางจากสำนักก้าวเข้าสู่เขตกำแพงเมืองหลวงอันโอ่อ่า เสี่ยวหรูพยายามเรียกสติที่กระจัดกระจายของตนเองให้กลับคืนมา นางจัดแจงเสื้อผ้าและใบหน้าให้ดูสดใสสมกับเป็นหญิงสาวที่เดินทางมาพบคนรัก ทว่าภายในกายของนางกลับรู้สึกแปลกแยกอย่างบอกไม่ถูก การเดินทางหลายวันทำให้ความล้าจากคืนสุดท้ายกับลุงเป้าค่อยๆ คลี่คลายไป แต่กลับเหลือไว้ซึ่งความโหยหาบทรักที่ช่วงเดินทางมานี้ไม่ได้ทำกับใคร ความอ่อนล้าจากการเดินทางติดกันทำให้นางลืมไปบ้างถึงความต้องการที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น

     

    อาเฉิง ในชุดรัดกุมสำหรับนักสู้ดูองอาจและหล่อเหลากว่าที่เคยเป็น เขาเฝ้ารออยู่หน้าหอพักนักประลองด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข ทันทีที่เห็นร่างบางของคู่หมั้นสาว ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะโผเข้าหาและรวบตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ

     

    "เสี่ยวหรู... ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน เจ้าไม่รู้หรอกว่าแรงใจเดียวที่ทำให้ข้าชนะมาจนถึงรอบนี้คือการจะได้พบหน้าเจ้า" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยกระซิบที่ข้างหู

     

    เสี่ยวหรูซบหน้าลงกับอกของคนรัก นางรู้สึกถึงความอบอุ่นและกลิ่นอายที่แสนบริสุทธิ์ของอาเฉิง ความรู้สึกแรกที่จู่โจมหัวใจคือนางยินดีกับความสำเร็จของเขาอย่างแท้จริง แต่อีกใจกลับถูกความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งกดทับไว้จนหายใจลำบาก นางรู้สึกเหมือนตนเองเป็นสิ่งของแปดเปื้อนที่กำลังถูกประคองด้วยมือที่สะอาดสะอาดหมดจด

     

    "เสี่ยวหรู เจ้าดูผอมลงไปหน่อย เดินทางมาลำบากหรือไม่" อาเฉิงถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ใช้มือลูบแก้มของนางอย่อนโยน "ข้าเตรียมของอร่อยๆ ไว้ให้เจ้าแล้ว และที่พักก็จัดให้สะดวกสบายที่สุด"

     

    "ข้าสบายดี... แค่คิดถึงท่านมากเท่านั้น" เสี่ยวหรูตอบด้วยเสียงเบา ขณะที่พยายามยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความแปลกแยกที่เพิ่งเกิดขึ้น การสัมผัสที่อ่อนโยนของอาเฉิงทำให้นางนึกถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสัมผัสที่หยาบโลนและเร่าร้อนที่เพิ่งได้รับมา

     

    "ข้าก็คิดถึงเจ้าเหมือนกัน ทุกคืนก่อนนอนข้าจะมองดูดวงดาวแล้วคิดถึงเจ้า" เขาพูดด้วยความจริงใจ "มาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปดูที่พัก แล้วเราจะได้คุยกันอย่างสบายใจ"

     

    ระหว่างที่เดินไปยังที่พัก เสี่ยวหรูสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวอาเฉิง เขาดูมั่นใจขึ้น ท่าทางแข็งแกร่งขึ้น และมีเสน่ห์ของนักสู้ที่ผ่านการต่อสู้มามาก แต่เมื่อเขามองมาที่นาง ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์และความเคารพ ไม่มีแววตาที่เร่าร้อนหรือความปรารถนาที่นางเคยเห็นในดวงตาของศิษย์พี่จางเหวินหรือลุงเป้า

     

    "เจ้าเงียบไปนะ เสี่ยวหรู มีอะไรคิดหรือเปล่า" อาเฉิงถามด้วยความเป็นห่วง

     

    "ไม่มีอะไร... แค่ดีใจที่ได้เจอท่าน" นางตอบ แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่าอย่างแปลกๆ

     

    เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังในศาลาริมน้ำของที่พัก อาเฉิงค่อยๆ เชยคางของนางขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับนางคืออัญมณีล้ำค่า เขาโน้มใบหน้าลงมามอบจูบที่แสนอ่อนโยนและนุ่มนวลให้แก่นาง จูบที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เสี่ยวหรูใจสั่นระรัวและเขินอายจนหน้าแดงซ่าน

     

    ริมฝีปากของอาเฉิงแตะกับริมฝีปากของนางอย่างระมัดระวัง เขาจูบนางด้วยความรักและความเคารพ ลิ้นของเขาเพียงแค่แตะเบาๆ กับริมฝีปากของนาง ไม่กล้าล่วงล้ำเกินขอบเขต การจูบของเขาเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความรัก แต่ขาดความเร่าร้อนและความดิบเถื่อน

     

    ทว่าในครั้งนี้... นางกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้นเลย

     

    ความอ่อนล้าจากการเดินทางที่ทำให้นางลืมความต้องการไปชั่วขณะ กลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้รับการสัมผัส แต่การจูบที่อ่อนโยนเกินไปของอาเฉิงกลับทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ เสี่ยวหรูที่เคยชินกับการแลกลิ้นอย่างเร่าร้อนและดุดื่มจากศิษย์พี่จางเหวิน และการจูบที่หยาบโลนจากลุงเป้า เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับการจูบที่อ่อนโยนเกินไปของอาเฉิง

     

    นางเริ่มซุกไซร้เข้าหาเขามากขึ้น ใช้ลิ้นเสียดสีกับริมฝีปากของเขา พยายามเปิดปากของเขาให้กว้างขึ้น ท่าทางของนางเปลี่ยนไปจากความเขินอายเป็นความกระตือรือร้นที่ไม่เคยมีมาก่อน

     

    "อืมม์..." นางครางเบาๆ ในปากของเขา ขณะที่ใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของเขาอย่างกระตือรือร้น เหมือนกับที่เคยทำกับลุงเป้าในคืนสุดท้าย

     

    อาเฉิงตกใจเล็กน้อยกับความกระตือรือร้นของนาง เขาไม่เคยเห็นนางเป็นแบบนี้มาก่อน การที่นางใช้ลิ้นเลียริมฝีปากของเขาและพยายามเปิดปากของเขาทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ แต่เขาก็พยายามตอบสนองด้วยความรักและความอ่อนโยน ลิ้นของเขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ไม่กล้าทำอะไรที่อาจจะไม่สุภาพ

     

    เสี่ยวหรูรู้สึกผิดหวังกับการตอบสนองที่ขาดความเร่าร้อน นางพยายามเพิ่มความรุนแรงของการจูบ ใช้ลิ้นเลียและดูดลิ้นของเขาอย่างที่เคยทำกับศิษย์พี่จางเหวิน นางใช้มือกอดคอของเขาแน่นขึ้น ดึงเขาเข้าหาตัวมากขึ้น พยายามทำให้การจูบมีความเร่าร้อนมากขึ้น

     

    นางใช้ลิ้นถูไถกับลิ้นของเขา เสียดสีไปมาอย่างที่เคยทำกับลุงเป้า พยายามดูดลิ้นของเขาเข้าไปในปากของตนเอง แต่อาเฉิงกลับดูตกใจและไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร เขาปล่อยให้นางทำ แต่ตัวเขาเองไม่รู้จะทำอะไร

     

    "เสี่ยวหรู..." อาเฉิงกระซิบเบาๆ เมื่อปล่อยริมฝีปากออกจากกัน หายใจหอบเล็กน้อย "เจ้า... เจ้าเปลี่ยนไปนะ... เจ้าดูกระตือรือร้นขึ้น"

     

    "ข้า... ข้าคิดถึงท่านมาก" นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่พยายามปกปิดความรู้สึกผิดหวัง "ข้าอยากให้ท่านรู้ว่าข้ารักท่านแค่ไหน"

     

    อาเฉิงยิ้มด้วยความรัก แต่ยังคงรักษาความสุภาพและความอ่อนโยน "ข้าก็รักเจ้าเหมือนกัน แต่เราต้องรักษามารยาทนะ เราจะได้แต่งงานกันเร็วๆ นี้แล้ว ตอนนั้นเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสมบูรณ์"

     

    สัมผัสจากริมฝีปากของอาเฉิงช่างแผ่วเบาจนดูเหมือนไร้รสชาติสำหรับนางไปเสียแล้ว ในขณะที่เขากำลังพยายามพลอดรักอย่างทะนุถนอม จิตใต้สำนึกของเสี่ยวหรูกลับเผลอเปรียบเทียบกับความดิบเถื่อนที่เพิ่งได้รับมา

     

    นางนึกถึงการจูบของศิษย์พี่จางเหวินที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความมั่นใจ วิธีที่เขาใช้ลิ้นเลียและดูดลิ้นของนางอย่างดุดื่ม การที่เขาครอบงำปากของนางจนนางแทบหายใจไม่ออก การที่เขาใช้ลิ้นสำรวจทุกมุมในปากของนาง และรสจูบที่ดูดดื่มจนแทบขาดใจของศิษย์พี่จางเหวิน ที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับเขา

     

    แล้วนางก็นึกถึงการจูบของลุงเป้าที่หยาบโลนและเต็มไปด้วยความต้องการ วิธีที่เขาใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของนางอย่างไม่ขออนุญาต การที่เขาดูดลิ้นของนางจนเจ็บ การที่เขาใช้ฟันกัดริมฝีปากของนางเบาๆ และสัมผัสอันหยาบโลนที่กระชากอารมณ์ของลุงเป้าได้ทำลายความไร้เดียงสาของนางไปจนหมดสิ้น การจูบของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและหิวกระหาย

     

    เมื่อเปรียบเทียบกับสองคนนั้น การจูบของอาเฉิงดูจืดชืดและขาดความตื่นเต้น นางรู้สึกเหมือนกำลังจูบกับเด็กที่ยังไม่รู้จักความเร่าร้อน ไม่รู้จักวิธีการทำให้ผู้หญิงตื่นเต้น ไม่รู้จักวิธีการใช้ลิ้นให้เกิดความเสียวซ่าน

     

    "ท่าน... ท่านจูบข้าแรงกว่านี้ได้ไหม" นางกระซิบเบาๆ ขณะที่มองเข้าไปในดวงตาของเขา "ข้าอยากรู้สึกถึงความรักของท่านมากกว่านี้"

     

    อาเฉิงประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามทำตามที่นางขอ เขาจูบนางแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาความสุภาพและความอ่อนโยน การจูบของเขายังคงขาดความเร่าร้อนที่นางต้องการ เขาไม่กล้าใช้ลิ้นอย่างเร่าร้อน ไม่กล้าดูดลิ้นของนาง ไม่กล้าทำอะไรที่อาจจะดูไม่สุภาพ

     

    เสี่ยวหรูรู้สึกผิดหวังมากขึ้น นางพยายามแสดงให้เขาเห็นโดยการใช้ลิ้นเลียริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อน ใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของเขาแล้วเลียลิ้นของเขา ใช้ลิ้นสำรวจทุกมุมในปากของเขา แต่เขากลับดูตกใจและไม่รู้จะตอบสนองอย่างไร

     

    "เสี่ยวหรู... เจ้าทำอะไร..." เขาถามด้วยความประหลาดใจ เมื่อรู้สึกถึงลิ้นของนางที่เลียไปทั่วในปากของเขา

     

    "ข้า... ข้าแค่อยากให้ท่านรู้ว่าข้ารักท่าน" นางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ "ข้าอยากให้การจูบของเรามีความหมายมากกว่านี้"

     

    "แต่... แต่นี่มันไม่สุภาพนะ" เขาพูดด้วยความกังวล "เราควรรอจนกว่าจะแต่งงานกัน"

     

    คำพูดของเขาทำให้เสี่ยวหรูรู้สึกหงุดหงิด นางเริ่มเข้าใจว่าทำไมการจูบของเขาถึงจืดชืด เขาเป็นคนดีเกินไป สุภาพเกินไป ไม่รู้จักความเร่าร้อน ไม่รู้จักวิธีการทำให้ผู้หญิงตื่นเต้น

     

    นางพยายามจูบเขาอีกครั้ง ครั้งนี้นางใช้วิธีการที่เคยใช้กับลุงเป้า นางใช้ลิ้นดูดลิ้นของเขา ใช้ฟันกัดริมฝีปากของเขาเบาๆ ใช้มือกอดคอของเขาแน่นขึ้น พยายามดึงเขาเข้าหาตัวมากขึ้น

     

    แต่อาเฉิงกลับดูตกใจและไม่สบายใจ เขาค่อยๆ ผลักนางออกเบาๆ "เสี่ยวหรู... เจ้าทำอะไร... นี่มันไม่เหมาะสม"

     

    "ทำไมไม่เหมาะสม" นางถามด้วยความหงุดหงิด "เราเป็นคู่หมั้น เราจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ ทำไมเราไม่สามารถแสดงความรักกันได้"

     

    "แต่... แต่นี่มันเร่าร้อนเกินไป" เขาตอบด้วยความกังวล "ข้าไม่อยากให้เจ้าเสียชื่อเสียง เราควรรอจนกว่าจะแต่งงานกัน"

     

    เสี่ยวหรูรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดมากขึ้น นางเริ่มเข้าใจว่าอาเฉิงไม่เพียงแต่ไม่รู้จักวิธีการจูบที่เร่าร้อน แต่เขายังไม่ต้องการที่จะเรียนรู้ด้วย เขาเป็นคนดีเกินไป สุภาพเกินไป และจืดชืดเกินไป

     

    นางนึกถึงความแตกต่างระหว่างเขากับศิษย์พี่จางเหวินและลุงเป้า ศิษย์พี่จางเหวินรู้จักวิธีการทำให้นางตื่นเต้น รู้จักวิธีการใช้ลิ้นให้เกิดความเสียวซ่าน รู้จักวิธีการครอบงำนางจนนางรู้สึกเหมือนจะละลายไป ส่วนลุงเป้าก็รู้จักวิธีการทำให้นางหิวกระหาย รู้จักวิธีการใช้ความหยาบโลนให้เกิดความตื่นเต้น รู้จักวิธีการทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกครอบงำ

     

    แต่อาเฉิงไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้เลย เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่ดีและสุภาพ แต่ไม่รู้จักวิธีการทำให้ผู้หญิงตื่นเต้น ไม่รู้จักวิธีการสร้างความเร่าร้อน ไม่รู้จักวิธีการทำให้การจูบมีความหมายมากกว่าการแตะริมฝีปากเบาๆ

     

    ความเขินอายที่เคยมีแปรเปลี่ยนเป็นความด้านชา นางนิ่งเฉยในอ้อมกอดของคนรัก ร่างกายไม่สั่นสะท้าน ไม่ตื่นเต้น ราวกับว่า "เครื่องรับรู้" ความรู้สึกของนางถูกปรับให้ตอบสนองต่อเพียงความรุนแรงและสัมผัสที่รุกรานเท่านั้น 

     

    นางเริ่มเข้าใจว่าร่างกายของตนเองเปลี่ยนไปแล้ว ความต้องการที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยศิษย์พี่จางเหวินและลุงเป้าทำให้นางไม่สามารถพอใจกับความอ่อนโยนของอาเฉิงได้อีกต่อไป นางต้องการความเร่าร้อน ต้องการความรุนแรง ต้องการการสัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและร่างกายสั่นไหว

     

    แต่อาเฉิงไม่สามารถให้สิ่งเหล่านี้แก่นางได้ เขาเป็นคนดีเกินไป สุภาพเกินไป และไม่รู้จักความเร่าร้อน การจูบของเขาเหมือนกับการจูบเด็ก ไม่มีความหมาย ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีอะไรที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิง

     

    อาเฉิงที่สังเกตเห็นท่าทีที่นิ่งผิดปกติเริ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเห็นว่านางไม่ตอบสนองการจูบของเขาเหมือนเดิม ไม่เขินอาย ไม่ตื่นเต้น ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

     

    "เสี่ยวหรู... เจ้าดูเหนื่อยล้าเกินไปหรือไม่ หรือว่าเจ้าไม่สบายตรงไหน?" เขาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่สุขภาพของนาง แต่เป็น "กามารมณ์" ภายในที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยมุกและแรงกระแทกกระทั้นจนสัมผัสอันอ่อนโยนของเขากลายเป็นสิ่งน่าเบื่อหน่ายสำหรับนางไปเสียแล้ว

     

    "ข้าไม่เป็นอะไร... แค่เหนื่อยจากการเดินทาง" นางตอบด้วยเสียงเบา ขณะที่พยายามยิ้มให้เขา แต่ใจลึกๆ นางรู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเหนื่อยล้า แต่อยู่ที่ความต้องการที่เปลี่ยนไปของนางเอง

     

    นางรักอาเฉิง คิดถึงเขา แต่เขาไม่เร้าใจและสร้างความตื่นเต้นที่ทำให้ใจสั่นกับนางแล้ว ร่างกายของนางต้องการมากกว่าความอ่อนโยนและความสุภาพ นางต้องการความเร่าร้อนที่เขาไม่สามารถให้ได้ และสิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกผิดและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน