ใน่เวลาร่วมเดือนก่อนการส่งตัวศิษย์เอกทั้งสี่คนเข้าสู่วงแหวนโยวหยวน ทั้งสี่คนต่างเร่งฝึกกำลังและวิชาอย่างเคร่งเครียด ย้อนกลับไป่ปีเศษร่วมสองปีก่อนลู่ซือสอบเข้าเป็ศิษย์เอกได้นั้น ลู่ซือได้เข้าสู่อารามแห่งดาบเพื่อฝึกวิชาด้วยเช่นกัน
ลู่ซือผ่านการประเมินผ่านทั้งสามอารามด้วยพลังสูงสุดในรอบร้อยปี ทำให้มีสิทธิ์เข้าเรียนได้ทั้งสามอาราม และอารามแห่งดาบเป็ส่วนที่สองที่ลู่ซือเข้ามาฝึกฝน
ที่อารามแห่งดาบ ลู่ซือได้ฝึกท่าร่างพื้นฐานภายในหนึ่งเดือนได้สำหรับ ในขณะที่คนอื่นทั่วไปใช้เวลาร่วมหกเดือน จากนั้นลู่ซือได้ฝึกวิชาดาบสายเอกหลายวิชาที่น่าสนใจ ในขณะที่จงฮวาที่เข้ามาเรียนก่อนก็กำลังเรียนวิชาดาบสายเอก ทำให้หลายวิชาทั้งสองได้เรียนไปและฝึกฝนไปพร้อมกัน
ใน่ดังกล่าว ลู่ซือได้ตระหนักรู้จากความทรงจำเดิมที่ได้มาเื่ของลมปราณ หรือซี่ (气) ซึ่งเป็จุดเล็กมากในร่างกาย ที่มีการเคลื่อนไหวขึ้นบนลงล่างตลอดเวลา พลังนี้ช่วยขับดันพลังควบคุมการทำงานในร่างกายของเราให้มีประสิทธิภาพ หากเมื่อเสียชีวิต พลังของลมปราณก็จะสูญสบายหายไปพร้อมกัน
ในร่างของเราประกอบไปด้วยซี่อิน ที่มีความหนาวเย็น ส่วนซี่หยางเป็ส่วนที่มีความร้อน ทั้งอินและหยางในร่างจำเป็ต้องมีการทำงานที่สมดุลกัน จะทำให้สุขภาพแข็งแรงและกล้าแกร่ง
ลู่ซือมาพร้อมกับจักระทั้งสาม คือ จักระั จักระกิเลน จักระเซียนวานร นั่นเป็สิ่งที่ติดมาพร้อมกับการก้าวข้ามวงเวียนวัฏะ หรือกงล้อแห่งวัฏะ พลังในร่างกายที่มีมหาศาล จำเป็ต้องได้รับการขัดเกลาให้ละเอียดอ่อน เพื่อให้เกิดการซึมซับประสานสร้างลมปราณที่แข็งแกร่งได้ และเพื่อป้องกันการไม่สอดคล้องของจักระทำให้ต้องฝึกประสานซี่แห่งจักระให้เปิดจุดได้ทั้งหมด
ในแต่ละจักระมีเจ็ดฐาน ที่เรียกว่าฐานเจ็ดที่ทำงานร่วมกัน แต่ละฐานมีจุดย่อยล้อมรอบกระจายอีกสิบสองจุดเป็ 84 จุด ดังนั้นลู่ซือจำเป็ต้องเปิดจุดแห่งจักระทั่วร่างทั้งหมดสองร้อยห้าสิบสองจุด เพียงแต่ในยามนี้ ยังคงเปิดได้เพียงหนึ่งร้อยเก้าสิบจุด ขาดอีกหกสิบจุด ก็จะเปิดได้ทั้งหมด
ปัญหาคือ จักระแห่งัในร่าง ยังถูกกระตุ้นไม่ครบ ดังนั้น จุดที่เหลือคือจุดจักระบริเวณนี้ จึงเร่งฝึกและกระตุ้นทุกวัน หินิญญาจำนวนมากที่ได้รับมาถูกใช้งาน พลังปราณในขณะนี้เข้าสู่ระดับวิถีราชันแล้ว
ทุกครั้งที่ฝึกดาบ พลังปราณแห่งจักระัจะถูกกระตุ้นเสมอ ลู่ซือตระหนักรู้ได้ว่า มีพลังดาบปรมาจารย์ลี้เฟยที่ตัวเองได้สร้างไว้อยู่ในจักระ หากแต่ยังไม่สามารถดึงออกมาใช้ได้ทั้งหมด ส่วนตัวดาบลี้เฟยได้เก็บไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาลู่ซือในวัฏะนี้จะไปนำกลับมาอีกครั้ง
ทีี่อารามแห่งดาบ หนานซื่อ ศิษย์รุ่นพี่ที่สอบเป็ศิษย์เอกได้แล้ว มีความสามารถมาก เป็ที่ยอมรับจากหลายฝ่าย คอยเวียนวนมาดูแลจงฮวาตลอดนับั้แ่ที่จงฮวาเข้ามาเรียน แม้จงฮวาจะไม่ชอบมากนัก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธให้เสียน่้ำใจ ทำให้เสมือนหนานซื่อเป็องครักษ์พิทักษ์จงฮวาไปโดยปริยาย
ทว่านิสัยในความเป็ไปของคนเราก็คือ รัก โลภ โกรธ หลง ที่เป็ความมืดบอดตามแนวทางของพุทธะ หนานซื่อก็เช่นเดียวกัน ใครก็ตามที่เข้าใกล้จงฮวา มักจะได้รับการไม่พอใจจากหนานซื่อมาโดยตลอด และเมื่อลู่ซือเข้ามา ก็ไม่เว้นบ่วงแห่งนี้
เมื่อได้รับการกระทบบ่อยครั้งเข้า ในที่สุดลู่ซือก็ปลีกตัวออกจากจงฮวา ด้วยเห็นว่านางก็โตแล้ว และก็ไม่ได้ว่ากล่าวใด ๆ กับหนานซื่อ ทำให้ลู่ซือไม่อยากขัดใจ จึงเป็ฝ่ายแยกตัวออกมา แต่นั้นก็ทำให้จงฮวาตามติดลู่ซื่อไม่หยุด
ที่หอรับงาน ลู่ซือเข้าไปรับงานเหมือนเดิม โดยในครั้งนี้ไปคนเดียว ไม่ได้ชักชวนจงฮวาไปด้วยเหมือนทุกครั้ง และงานที่รับในครั้งนี้คือ ตามล่ากระทิงเขาคู่ ซึ่งอยู่ในป่าดิบทึบไกลออกไปทางใต้ของสำนักร่วมร้อยลี้ สัตว์อสุรานี้มักอยู่ตัวเดียว และมีประสาทที่เฉียบไว และดุร้าย สิ่งที่ลู่ซือ้าคือ ทุกชิ้นในร่างของมัน นอใช้ทำยา หนังที่แข็งแกร่งนำมาทำเป็เสื้อเกราะและศัสตราวุธ หินิญญา และเครื่องในที่เป็ยาชั้นดี
ลู่ซือออกเดินทางโดยไม่ได้เร่งรีบ ไม่ได้ใช้ปราณัลี้ใด ๆ ลู่ซือ้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์เดินป่า ที่สำคัญ ทุกย่างก้าว พลังธรรมชาติถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อไปเติมเต็มจักระทั้งสามและตันเถียนที่มีถะเจดีย์อยู่ภายใน หลังจากเดินทางมาได้ประมาณค่อนวัน รู้สึกได้ว่ามีคนสะกดรอยตามมาห่าง ๆ ใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงหลบขึ้นไปแอบบนยอดไม้
ผู้ที่ตามมาปรากฏกายในครึ่งเค่อ หาใช่ใครอื่น หากเป็จงฮวาที่รีบติดตามมา เมื่อรู้ว่าลู่ซือออกมารับงานคนเดียว
"เ้ามองหาใคร เ้ามาทำอะไรกัน" ลู่ซือะโถามลงมาจากยอดไม้
"เ้านั่นแหละ ออกมาก็ไม่บอกข้าเลย ทุกทีก็จะพาข้ามา ทำไมคราวนี้ออกมาคนเดียว"
"ข้ารีบตามมากลัวจะไม่ทัน ดีที่อาจารย์บอกข้า ไม่งั้นข้าไม่รู้เื่เลย" จงฮวาตอบมาด้วยอาการหงุดหงิดและน้อยใจ
"เอาเถอะ ข้าไม่คิดว่าเ้าจะอยากไปด้วย ที่สำคัญคนของเ้าตามติดเ้า และไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเ้า"
"ขนาดข้ามาจากบ้านเดียวกับเ้า ยังไม่เว้น ข้าไม่อยากเสียอารมณ์"
"ที่สำคัญ เ้าก็ไม่ได้กล่าวอันใด" ลู่ซือกล่าว
"จะให้ข้าทำอะไร หนานซื่อก็เป็ศิษย์เอก ข้าก็ไม่อยากหักหาญน้ำใจ แต่ข้าก็เตือนไปหลายครั้งแล้ว จนข้าไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว" จงฮวาถอนหายใจออกมา
"ช่างเถอะ เื่ของเ้า จะไปก็ไป นี่ก็บ่ายแล้วจะได้ไปทันเขตเชิงป่า"
ลู่ซือตัดบทและเตรียมออกเดินทาง
"เฮ้อ ... ข้าว่านะ เ้าไปจัดการกับคนของเ้าก่อน เดี๋ยวจะมีปัญหา ข้าอยากเดินทางแบบสบายใจ" ลู่ซือััได้ถึงอีกคนที่กำลังใกล้เข้ามา และคาดเดาว่าน่าจะเป็หนานซื่อ เพราะนอกจากนี้ก็ไม่น่าจะมีใครคนอื่นแล้วที่จะเข้าป่าดิบชื้นในยามนี้
"หนานซื่อเหรอ" จงฮวาแปลกใจ เพราะนางเองก็ไม่ได้บอกกล่าวใครเลย ยกเว้นอาจารย์ของนาง