ดั่งสายลมโหมพัดพรากกระชากจิต ห้วงความคิดเริ่มแปรปรวนยากจะรู้ในถูกผิด มิเนอร์วาถูกอารมณ์อันแบ่งแยกของตัวเองชักนำให้ร่างกายเกิดตื่นตัว อาจจะเป็นเพราะผลข้างเคียงทางตัวยา ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าริมฝีปากของตนเองนั้นแห้งผากมากกว่าเดิม เมื่อได้จ้องมองใบหน้างามนั้นของนาง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด สรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยงหนอ หากฟ้าอยากให้เจ้าเป็นแบบนี้ เจ้าก็ต้องเป็นแบบนี้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมากมายต่างก็ไขว่คว้าค้นหาพลัง
มิเนอร์วายกยิ้มอย่างเหลืออด ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหันหน้าไปมองเอ็มม่าที่อยู่ถัดออกไปไม่ไกล ซิลเวียที่เห็นชายหนุ่มเปิดช่องโหว่ก็ยกเท้าเตรียมเหยียบไปที่ขาของชายหนุ่มอย่างสุดแรง แต่น่าเสียดายที่ร่างนี้สำเร็จปฐวีกสิณไปแล้ว เรี่ยวแรงจึงมีเยอะมากมหาศาล กระชากแขนเบาๆ เพียงหนึ่งที ร่างบอบบางของอิสตรีก็ไม่อาจขัดขืนเสียหลักเซเข้ามาหาชายหนุ่ม
มิเนอร์วาปล่อยแขนข้างที่จับข้อมือของซิลเวียเอาไว้ แล้วเบี่ยงตัวหลบไปอยู่ทางด้านหลังในมุมอับของสายตา จากนั้นจึงใช้มือขวาคว้าที่แขนของอีกฝ่ายดึงมากอดจนแน่น ดั่งกรกฏเทพหนีบแขนผนึกไว้ ซิลเวียหน้าแดงก่ำหัวใจเต้นโครมครามยากจะระงับอาการ ตกอกตกใจให้กับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เปลี่ยนแปลง
“ดี! ในเมื่อท่านผู้เป็นบิดา เอ่ยบอกว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน เช่นนั้นซัลวาโตเรก็จะขอรับข้อเสนอนี้เอาไว้ ส่วนรายละเอียดของเบาะแส ต้องรบกวนท่านบอกกล่าวให้สหายข้าฟังแทนแล้ว นางเป็นดั่งโมรีผู้หยิ่งผยอง เสมือนอาชาพยศไม่ยินยอม ช่างไม่รู้ตัวเอาเสียเลย ถึงได้กล้าปลุกข้าผู้เป็นดั่งทายาทแห่งมังกรให้ตื่นขึ้นมา หากไม่สั่งสอนนางเสียบ้าง เกรงว่าจะพยศไม่เลิกรา!”
เงาร่างเลือนรางทางเบื้องหลังของชายหนุ่มควบรวมตัว เกิดเป็นวิญญาณพิทักษ์แก่นร่างมังกรสีนิลนัยน์ตาเขียว ลวดลายดั่งไม้เลื้อยปรากฏชัดทั่วทุกเกล็ดเกราะ บารมีสะกดแห่งมังกรสวรรค์อนธการที่ผสานรวมกับอำนาจแห่งการทำลายล้าง และการสรรค์สร้างรักษาของพิษพิสดาร ได้กดดันข่มวิญญาณของทุกสรรพชีวิตภายในงาน แม้แต่เหล่าครึ่งเทพเองก็ได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย เงามังกรชูคอสูงร้องคำราม เกิดเป็นคลื่นพลังวิญญาณกระเพื่อมกระจายตัวไปทั่วทั้งสิบสองทิศ
มิเนอร์วาประกาศกร้าวถึงข้อเสนอที่เอ็มม่าได้ยื่นให้ ต้องยอมรับจากใจว่าบุรุษผู้นี้พลิ้วไหวสมคำร่ำลือ ราวกับว่าเขานั้นอ่านเกมทุกอย่างจนทะลุปรุโปร่งอยู่ก่อนแล้ว สัมผัสวิญญาณกระจายตัวสืบหาตำแหน่งของห้องพักรับรองแขกที่ว่างอยู่ เมื่อร่างอักขระปฐวีกสิณได้ก้าวขา มิติแผ่นดินอันเป็นเป้าหมายก็ถูกย่อจนเห็นได้อย่างใกล้ชิด เพียงอึดใจเดียวร่างของมิเนอร์วาก็หายไป โผล่มาอีกทีก็เป็นที่พักสำหรับรับรองแขกของสวนผกาสวรรค์ โดยไม่รอให้ซิลเวียได้ส่งเสียงร้องอันใด ชายหนุ่มยกขาถีบประตูให้เปิดออกเสียงดังโครม
ก้าวขาอีกหนึ่งก้าวก็มาโผล่ที่เตียงนอนสีขาวขนาดใหญ่ มิเนอร์วาผลักหลังนางเบาๆ ให้ล้มลงบนเตียงนุ่ม ร่างบอบบางเซถลาไปตามแรง เมื่อตั้งตัวใดก็ตกใจจนหน้าแดงรีบพลิกตัวกลับมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่ม หมอกสวรรค์อนธการกระเพื่อมไหว ทำให้แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวาฬทั่วทั้งห้องได้ดับลง มีเพียงแสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างข้างเตียงนอนเท่านั้นที่ให้ความสว่าง แม่หงสาตัวน้อยกลับยังไม่ยินยอม ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นยังคงพยายามเอ่ยยั่วเย้าดูแคลน ต้องการให้ชายหนุ่มนั้นอับอายและยอมแพ้ นางจ้องไปที่นัยน์ตาเขียวคู่นั้นอย่างถือดี ใบหน้างามของชายหนุ่มที่ถูกแสงจันทร์อาบย้อมกำลังยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
โดยที่ไม่สนใจคำพูดของลูกครึ่งดาร์กเอลฟ์ตนนี้ ประตูห้องที่เปิดอยู่ก็ถูกปิดล็อกด้วยพลังแห่งสวรรค์อนธการ ในคืนสลัวที่แสงจันทร์ไม่อาจส่องจนถ้วนทั่ว ร่างกำยำกำลังแกะกระดุมถอดสูทมาเก็บไว้ ชายหนุ่มยังคงยกยิ้มคิดไปถึงหนังสือจำนวนมากที่เคยได้อ่าน ตำราแพทย์หลายฉบับก็มีกล่าวถึงทางด้านนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลักกายวิภาคของเลโอนาร์โดที่เคยได้ซื้อมา ซิลเวียเองก็มีอาการเพียงแค่ประหม่า นางตั้งใจรอดูว่าชายหนุ่มผู้นี้จะใจกล้ามากสักแค่ไหน ในตอนนี้กระดุมเสื้อเชิ้ตก็ได้ถูกปลดออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่กำยำ บริเวณส่วนหน้าท้องก็เป็นร่องดั่งลอนคลื่น
ซิลเวียแอบลอบกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก จิตใจเองก็เริ่มถูกสั่นคลอนจากภาพตรงหน้า ความรู้สึกถึงวิกฤตช่างรุนแรงจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน สัญชาตญาณของสตรีนั้นบ้างก็เอ่ยว่าแม่นยำนัก นางสัมผัสได้ว่ามิเนอร์วานั้นตั้งใจจะลงมือทำจริงๆ แน่ ซิลเวียอ้าปากที่จะพูดเพื่อขอประนีประนอม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเวลาสายไปเสียแล้ว
เทวาเทพก็ยังเสพเก็บความอยาก พัดพาพรากจากอารมณ์สมต้องการ พญาใบ้ใจกล้าเหมือนมังกรพาล เป็นดั่งมารปานร่างใหญ่นัยน์ตาเดียว แล้วมนุษย์ธรรมดาอย่างมิเนอร์วาไหนเลยจะสามารถหักห้ามใจตัวเองได้ ร่างราวหุ่นปั้นของชายหนุ่มยกยิ้มโถมตัวเข้าหา ชุดเดรสสีดำตัวสวยถูกฉีกกระชากอย่างป่าเถื่อน พร้อมกับเสียงหวีดร้องที่ตกใจไม่ทันได้ตั้งตัว แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมไม่ยั้งมือ ลงมืออย่างดิบหยาบและรุนแรง
“หากเจ้าไม่กล้าดั่งคำพูดมากมายที่ดูแคลนข้า เช่นนั้นก็แค่บอกให้ข้าหยุด! หากไม่เช่นนั้นก็มาดูกันว่าตัวข้าเป็นดั่งที่เจ้ากล่าวหามาหรือไม่? อาชาพยศเช่นเจ้า... ข้าจะควบขี่ให้เชื่องเอง ภายในคืนนี้!”
ใบหน้างามทำตาโตเมื่อถูกชายหนุ่มนั้นท้าทาย หูแหลมยาวทั้งสองข้างสั่นกระดิกจนขึ้นสี ชุดชั้นในที่ถักทอขึ้นมาจากผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงยิ่งอวดเน้นในสัดส่วนพอดีมือ ผมสีบลอนด์ผิวสีแทนปานน้ำผึ้งช่างดูสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก ภาพตรงหน้ายิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของชายหนุ่มให้ลุกโหม เกิดเป็นแรงกระเพื่อมของอารมณ์ที่ครอบงำไปทั่วกาย ซิลเวียตัวสั่นไหวไม่กล้าท้าทายอีก ลูกศรที่ถูกง้างเล็งมิอาจเก็บกลับคืนที่ มีเพียงต้องปล่อยสายให้กายนี้ทะลุทะลวงไปซึ่งทุกสิ่งอย่าง
การกระทำป่าเถื่อนกับสตรีเช่นนี้อาจจะเป็นครั้งแรกของชายหนุ่ม แต่ก็เป็นเพียงครั้งแรกในทางปฏิบัติ ในด้านทฤษฎีรวมถึงองค์ความรู้ทางเทคนิคกลับไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้รับการศึกษา แม้จะกระทำการดูรุนแรง แต่สองมือก็พันเลื้อยไปทั่วตามหาสิ่งกระตุ้นอย่างถูกจุด ดูเหมือนอาชาตัวนี้จะเชื่องลงบ้างแล้ว นางจึงกัดฟันร้องเสียงเบาในลำคอ กลิ่นกายอันยั่วยวนของนางได้ดึงดูดให้ชายหนุ่มต้องก้มหน้าซุกซอกคอ
ราวกับประตูทางเดินลับได้เปิดออก ซิลเวียเองก็ไม่ยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว นางออกแรงใช้สองแขนจับใบหน้าของชายหนุ่มแล้วประทับจูบลงอย่างดูดดื่ม สองมือปัดป่ายถอดเสื้อของมิเนอร์วาออกอย่างเร่าร้อนตอบสนองไม่ผิดคาด ชายหนุ่มไม่ได้ตื่นตกใจปล่อยให้กายเป็นไปตามห้วงอารมณ์ ปล่อยให้อารมณ์ชักนำไปตามใจ ซิลเวียที่ถูกเค้นคลึงร้องกระเส่าอย่างเสียวซ่าน มือทั้งสองที่ว่างอยู่ก็ลูบไล้ไปทั่วร่างของมิเนอร์วา พยายามที่จะปลดกางเกงของอีกฝ่ายให้หลุดลง
มิเนอร์วาย่อมไม่ยินยอมที่จะถูกคุมเกมรุก จับสองมือของนางแล้วดึงมาสวมกอดจากทางด้านหลัง ใช้มือเพียงหนึ่งข้างที่เหลืออยู่พันเลื้อยให้ไหลลงยังเบื้องล่าง เมื่อทะลวงผ่านผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงตัวน้อยก็สัมผัสได้ถึงซึ่งสันเขื่อนสองกลีบที่ขวางกั้นประตูน้ำ ทักษะการใช้นิ้วอันเป็นวิชาของแอสคลีเพียสก็ร้ายกาจไม่ธรรมดา นิ้วชี้กับนิ้วนางถูกใช้เพื่อยึดเกาะ และถ่างออก นิ้วกลางที่ว่างเว้นก็ขยับเขี่ยวนรอบปุ่มแห่งหรรษา เกิดเป็นรอยรั่วซึมไหลออกมาจนเจิ่งนอง ดูเหมือนนางจะสมใจอยากจึงร้องครางดังขึ้นมากกว่าเดิม
“มาดูกันว่าข้าจะมอบความสุขให้อิสตรีได้หรือไม่? หากสมองเจ้าจำคำพูดของตัวเองได้ไม่หมด เช่นนั้นก็จงใช้ร่างกายนี้จดจำเสีย ว่าข้านั้นเป็นดั่งคำที่เจ้าได้กล่าวหามาหรือไม่!”
ลมหายใจอุ่นร้อนถูกกระซิบเป็นเสียงเบาอยู่ที่ข้างใบหู ร่างกายสีน้ำผึ้งของนางสั่นกระตุกด้วยความรัญจวนจิต อารมณ์ของซิลเวียในตอนนี้เตลิดเปิดเปิงไปไกลแล้ว ยากที่จะหยุดยั้งสงบลงโดยง่ายดาย นางพยายามสะบัดตัวเพื่อขัดขืนแต่ดูเหมือนร่างกายจะตอบสนองไปอีกแบบ ผ้าลูกไม้ที่ปิดบังส่วนบนของร่างกายถูกปลดออกด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างชำนาญ มือหนึ่งเค้นคลึงซึ่งยอดเขาที่ปูดนูน อีกมือก็ควงนิ้วขยับเขี่ยล้วงแยงไปทั่วทุกซอกหลืบ แม้จะดูรุนแรงหยาบช้า แต่มิเนอร์วาก็กระทำเพียงท่าทางภายนอกเท่านั้น ภายในใจยังคงเคลื่อนไหวกายอย่างอ่อนโยน เฝ้าระวังไม่ให้อีกฝ่ายต้องบาดเจ็บ
“เป็นสตรีที่มีความชอบประหลาดนัก! ชอบถูกกระทำแบบรุนแรงมากนักใช่หรือไม่? จงหลับตาแล้วจินตนาการดูเถิด หากสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในกายเจ้าตอนนี้ไม่ใช่นิ้วของข้า แต่เป็นสิ่งอื่นเล่า…? เมื่อสิ่งนั้นแหวกเข้าไปในกายเจ้า มันจะทำให้เจ้ารู้สึกดีแค่ไหนหนอ? ... แต่ถ้าสิ่งนั้นโดนกายของเจ้าดูดดึงไว้ยามถอนตัวออก เจ้าจะสมใจอยากมากหรือน้อยหนอ?...”
เกิดเป็นเสียงกระเส่าที่ดังขึ้นตามจังหวะของนิ้วมือที่ถูกเร่งเร้า ซิลเวียร้องเสียงหลงภายในห้วงอารมณ์เห็นบันไดเมฆาสู่สวรรค์ทอดยาวอยู่ตรงหน้า นางสำลักอารมณ์แห่งความสุข ปล่อยให้จิตใจที่โหยหาเหยียบย่างไปบนขั้นบันไดสวรรค์นี้อย่างเร่งรีบ ร่างกายในอ้อมกอดสั่นกระตุก และบีบรัดตอดนิ้วของชายหนุ่มอย่างสุขสม นางยกยิ้มอย่างพึงพอใจทั่วสรรพางค์กายล้วนเบาหวิวอารมณ์ดี ชายหนุ่มจึงคลายแขนปล่อยให้อีกฝ่ายทิ้งตัวล้มลงนอน
มิเนอร์วายืนจ้องแผ่นหลังอันเนียนนุ่มของอีกฝ่ายที่หมดแรงอยู่ครู่หนึ่ง ผมสีบลอนด์ที่บิดม้วนเป็นลอนคลื่นยาวถึงกลางหลังถูกชายหนุ่มรวบคว้าไว้ จากนั้นจึงยกดึงขึ้นอย่างเบามือ ประคองร่างที่สุขสมให้นอนตะแคงในท่าที่สบายกายหายใจสะดวก ชายหนุ่มจ้องมองอย่างหื่นกระหายยากปกปิด อมิกดาลาที่อยู่ในศีรษะเจ็บแปลบเพียงครู่เดียวก็หายไป สติความเป็นเหตุเป็นผลเริ่มหวนคืนกลับมา แต่ก็รู้สึกตัวเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนกลับมาเป็นหื่นกระหายเช่นดังเดิม
เมื่อหนทางสู่สวรรค์อันจอมปลอมอยู่ตรงหน้า แม้แต่เทวาก็มิอาจเข้ามาขวาง เส้นทางสู่ความสุขอันลี้ลับของชีวิตจึงเปิดออก ชายหนุ่มเปลือยกายอาบแสงจันทร์อวดโอ่ร่างมังกรผยองเดชเดินเข้าหา ซิลเวียที่ตาปรือนอนหมดแรงได้มองเห็นร่างบุรุษเต็มสองตาก็ลืมตาโต จินตนาการไปถึงคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อก่อนหน้า ร่างบางของหญิงสาวถึงกับสั่นกระตุกเสียววาบไปถึงช่วงท้องน้อย อาการหมดแรงไร้กำลังแผ่ซ่านไปทั่วกาย รู้ตัวอีกทีร่างมังกรนี้ก็เดินมาหยุดชูคอขึ้นมองหน้าจากที่สูง และเอ่ยยั่วเย้าดูแคลนนางโมรีที่นอนอ่อนแรง
“เพียงเพราะว่าเจ้าล่วงหน้าไปสวรรค์ก่อนข้า ไม่ได้แปลว่าข้าจะยอมให้เรื่องระหว่างเราในคืนนี้ต้องจบลงเพียงเท่านี้ เห็นเจ้าดูแคลนข้าไว้ตั้งมากมาย คงเป็นเจ้ามากกว่าที่ไม่อาจตอบสนองให้ความสุขต่อบุรุษ หาใช่ข้าที่ทำให้เจ้าสุขสมเสียจนลืมตัว ลุกขึ้นมาแล้วทำมันให้ข้าเสีย… เดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้พักหายใจระยะหนึ่งจึงทำให้พอจะมีแรงเหลืออยู่บ้าง แต่ดูเหมือนจะชักช้าไม่ทันใจชายหนุ่ม ซิลเวียที่กำลังจะประคองร่างนั่งคุกเข่าก็ถูกมือขวาของมิเนอร์วาคว้าหมับจับศีรษะกด ใบหน้าของนางแดงก่ำจนผิวเปลี่ยนสี จมูกที่โด่งเป็นสันถูกบังคับจดจ่อแนบสนิทกับร่างบุรุษ เสียงลมหายใจฟืดฟาดของนางสั่นกระทบจนมังกรใบ้ตาเดียวผงกหัวชูคอสูง ที่ดวงตาของมันมีหยดพิษพิสดารไหลซึมออกมาเพียงเล็กน้อย กลิ่นคาวคลุ้งเบาๆ ในอากาศปลุกสัญชาตญาณดิบในกายของมนุษย์
ซิลเวียทั้งตกใจ ทั้งกรุ่นโกรธที่ถูกชายหนุ่มกระทำการอย่างรุนแรง แต่ทว่าโกรธก็ส่วนโกรธ ชอบก็ส่วนชอบไม่เกี่ยวกัน อีกทั้งในแววตาของสตรีลูกครึ่งเผ่าดาร์กเอลฟ์ตนนี้ ยังได้เกิดประกายวาบหวามอันตรายขึ้นมาจนมิเนอร์วาสัมผัสได้ถึงอันตราย แต่ก็สายเกินการแล้วที่จะแก้ไข ลิ้นยาวของนางตวัดเลียรัดพัน ราวอสรพิษรัดกลืนเหยื่อ อ้าปากเพียงหนึ่งทีร่างมังกรก็ตัวหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง มิเนอร์วาตัวสั่นหลุดปากร้องซี๊ดโก่งร่างอย่างลืมตัว เผ่าดาร์กเอลฟ์แต่ไหนแต่ไรก็ขึ้นชื่อในเรื่องของความดุร้าย และป่าเถื่อน แต่ก็มีอัตราการขยายประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อส่วนลึกของจิตใจที่อยู่ในสายเลือดได้ลืมตาตื่น ธรรมชาติที่แท้จริงของดาร์กเอลฟ์ก็ถูกปลดปล่อย ทักษะและการเรียนรู้ในเรื่องทางนี้จึงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ศีรษะขยับเคลื่อนไหว นางก็ดูดดึงให้ร่างบุรุษขยับไหวจนแน่นปาก ปลายลิ้นที่เปียกชุ่มก็ตวัดรัดโลมเลีย จนร่างของมิเนอร์วาต่างสั่นเกร็งอยู่หลายรอบ แววตาเยาะเย้ยที่จ้องมองขึ้นมาจากเบื้องล่าง ช่างหยาดเยิ้มแฝงไปด้วยคำดูถูก นางคายลำตัวส่วนบนของมังกรใบ้ออกมา
มิเนอร์วาเองก็ไม่ธรรมดารู้หลักเกณฑ์ในการย่อเข่าลงเพียงเล็กน้อยเพื่อบีบเกร็งเพิ่มเวลา แต่น่าเสียดายที่ทักษะของดาร์กเอลฟ์ในด้านนี้นั้นเป็นของจริง ซิลเวียมุดตัวลงต่ำเงยหน้ามองชายหนุ่มพร้อมกับใช้ลิ้นดูดเลียตวัดไปทั่วรังมังกร ปากก็ร้องครางยั่วอารมณ์ มังกรนั้นเป็นสัตว์ในตำนานที่มีสตินึกคิดได้ตั้งแต่อยู่ในไข่ แม่มังกรส่วนใหญ่นั้นมักจะใช้ลิ้นเลียเพื่อหยอกล้อกับบุตรที่อยู่ภายใน แต่การหยอกล้อนี้ก็ถูกทำเพียงไม่นาน เมื่อซิลเวียเห็นว่าชายหนุ่มสั่นกระตุกจนใกล้จะถึงแล้วนางก็หยุดทำทุกสิ่งลง
มิเนอร์วาสบถด่าว่าบัดซบอยู่ในใจ สวรรค์ตัวดีดันเบี่ยงทางเดิน ซิลเวียใช้เทคนิคในการบีบจับกดเข้าไปที่ลำคอของพญาใบ้ตาเดียว ปิดกั้นทางเข้าออกในการพ่นพิษพิสดาร ชายหนุ่มรู้สึกงุ่นง่านไม่พอใจ ราวกับกระทิงคลั่ง แม่ตัวดีดันมาขวางทางสู่สวรรค์ไปเสียได้ นางตั้งใจจะเอาคืน มิเนอร์วาเองก็รู้ดีจากสายตาที่นางเยาะเย้ยมองมา อาชาตัวนี้ยังมีแรงเหลือให้พยศ จนเขาต้องกัดฟันเอ่ยพูดเสียงต่ำ
“ดีมาก… เจ้าทำได้ดีมาก… สยบให้… อึก…”
พูดยังไม่ทันจบคำซิลเวียก็จับร่างมังกรมาพาดใบหน้าแล้วมองเย้ยขึ้นมาอีกครั้ง นางแลบลิ้นยาวลากลิ้นที่เปียกชุ่มตวัดขึ้นสูง จนถึงส่วนปลายที่ดวงตาของพญาใบ้ มิเนอร์วาสะท้านสะอึกหมดคำจะพูดต่อ นางอ้าปากกว้างอีกครั้งแล้วงับเอาที่ส่วนปลายของศีรษะพญาใบ้ จากนั้นก็ใช้สองมือตะปบไปที่สะโพกของชายหนุ่มแล้วกดเข้าหาตัวเอง เสียงอ่อกแอ่กดังระงมเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของมิเนอร์วาเองก็สั่นสะท้านต้องเกร็งตัว ช่องปากที่คับแน่นโดยที่มีลิ้นยาวคอยหมุนวน เมื่อรวมเข้ากับแรงดูดดึงของทักษะเฉพาะเผ่า จึงกลายมาเป็นสมการที่ลงตัวในการเดินทางสู่สวรรค์
พิษพิสดารถูกอุ้งมืออุ่นใช้นิ้วลูบเค้นออกมา พญามังกรใบ้ตาเดียวร่างกายสั่นกระตุก พ่นพิษพิสดารที่เหนียวข้นออกมาอย่างรุนแรง ด้วยอาการลืมตัวหรือเพราะเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติที่ไม่อาจทราบได้ มิเนอร์วาใช้สองมือกดไปที่ศีรษะของซิลเวียไม่ยอมให้ถอนศีรษะออกได้ง่ายๆ เมื่อทางเดินสู่สวรรค์ได้เปิดออก มิเนอร์วาที่เงยหน้าเกร็งตัวร้องเสียงต่ำก็ลืมตาขึ้นมา จ้องมองลงไปยังซิลเวียที่มองขึ้นมาทั้งๆ ที่ในปากยังกลืนร่างมังกรเอาไว้จนหมดตัว นางมองมาอย่างท้าทายปนดูแคลน ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วเอ่ยสั่งหมายจะสั่งสอน
“กลืนลงไปให้ข้าเสีย… เจ้าคงจะคิดว่ามันจบแล้วใช่หรือไม่? ข้าจะบอกอะไรให้เจ้าอย่างหนึ่งก็แล้วกัน มีหนึ่งเหมือนมีมาก มีมากก็ทำให้เป็นหนึ่งได้ นั่นคือพลังที่แท้จริงของกายปฐวีกสิณ ราตรีนี้ยังคงมีอีกนานนัก ค่อยๆ ลิ้มรสเอาเองเถิด…”
นางกลืนพิษพิสดารทั้งหมดลงคออย่างผยอง ส่งสายตายั่วยุว่าไม่มีสิ่งใดที่นางไม่กล้าทำ ไม่พอนางยังดูดเลียให้อีกสองถึงสามรอบ เรื่องแค่นี้ยังสยบนางไม่ได้อย่างแท้จริง แต่แล้วนางก็ต้องลืมตาโต เพราะผิวกายที่ขาวเนียนของชายหนุ่มเกิดแสงส่องสว่างอักขระโลหิตส่องแสงไปทั่วร่าง กะพริบร่างหนึ่งทีก็ปรากฏร่างปฐวีกสิณขึ้นมา มิเนอร์วาร่างแยกนี้ก็เดินเปลือยเข้ามาจากด้านหลัง ร่างหลักเองก็เดินไปหยิบน้ำมาดื่มแก้กระหาย ด้วยความใจดีจึงรินใส่แก้วมาเผื่อซิลเวียอย่างลืมตัว
แต่ทว่านางกับมองยั่วเย้าไปเสียได้ ยกชาดื่มล้างคอจนหมดแก้ว เข้าใจว่าร่างนี้คือทักษะมายาภาพที่สร้างขึ้นมาไม่อาจทำอะไรตนได้เหมือนร่างหลัก มีเพียงเทพเท่านั้นที่แยกร่างมีกายหยาบมากกว่าหนึ่งได้ แม้แต่ครึ่งเทพเองก็ไม่อาจกระทำได้ในส่วนนี้ สิ่งนี้เป็นความรู้ทั่วไปที่ทุกคนต่างรับรู้ แต่ไม่ใช่กับร่างปฐวีกสิณที่จะมีได้ก็ต่อเมื่อรู้แจ้งเห็นในสิ่งนี้เอง
“ดี!... ถือว่าเจ้ามีของดีอยู่กับตัว ปราชญ์ผู้หนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า จงสยบอิสตรีให้เหมือนกับการร่ายกวีกลอน หากนี่เป็นตอนจบของละคร ข้าก็จะทำให้มันจบแบบสุขสมจนเจ้าต้องถวิลหาทุกเช้าเย็น เคยดูแคลนข้าว่าเล็กนี่ ข้านั้นจำได้ดี ชอบความรุนแรงมากนักใช่หรือไม่? มานี่เลยเดี๋ยวข้าจัดการให้!”
มิเนอร์วาร่างรองขยับตัวไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซิลเวีย ส่วนร่างหลักก็ยกสะโพกอันกลมกลึงของนางให้แอ่นขึ้น ใช้นิ้วตวัดวนอยู่พักหนึ่งจนเปียกชุ่ม จากนั้นจึงใช้มังกรใบ้ตาเดียวผงกหัวถูศีรษะกับกำแพงถ้ำที่นุ่มนิ่ม ซิลเวียใจเต้นแรงจนร่างกายหดเกร็งตัว แต่ทว่าความลื่นของเมือกเหนียวนั้นมีมากกว่า เพียงผลุบเดียวก็หายไปแล้วเกือบครึ่งหัว เกิดเสียงร้องสะดุ้งดังอย่างเจ็บแปลบ
ไม่คาดคิดว่าสตรีที่เก่งถึงเพียงนี้จะยังคงบริสุทธิ์ แต่นั่นหาใช่สาระสำคัญไม่ เพียงแปลกใจก็เท่านั้น เรื่องพรหมจรรย์นั้นมันโบราณล้าสมัยมากเกินไปแล้ว ช่างปิดกั้นไม่ได้ประโยชน์ ชายหนุ่มค่อยๆ ดันตัวเข้าจนพญาใบ้หายลับแนบสนิทกับร่างกายของอีกฝ่าย ซิลเวียที่เริ่มรู้สึกดีจึงร้องเสียงต่ำ เกิดเป็นเสียงรัญจวนจิตพิชิตใจ จากนั้นชายหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับร่างโยกลำตัว แทงกระทุ้งหนึ่งทีพร้อมเอ่ยถาม
“ยังเล็กอยู่หรือไม่? ...”
คำถามนี้ไม่ได้ต้องการซึ่งคำตอบ แต่ไม่การประชดประชันที่อีกฝ่ายได้ดูหมิ่นตนเองไว้ แน่นอนว่าซิลเวียที่ไม่เคยผ่านมือชายคนใดมาก่อน ย่อมไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้ นางจึงส่ายหน้าครางเสียงหลง ยอมรับแล้วว่าไม่เล็ก แต่ท่าทางแบบนั้นหาได้ทำให้ชายหนุ่มนั้นหยุดมือ ร่างแยกเองก็เดินขึ้นหน้าคุกเข่ายืนให้ซิลเวียกระทำการอย่างสะดวก อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณนางจึงคว้าหมับจับร่างบุรุษเพศยัดเข้าปาก มิเนอร์วาร่างหลักยังคงรัวเร้าค่อยๆ เร่งจังหวะ จากนั้นจึงกระทุ้งแรงๆ อีกหนึ่งที พร้อมเอ่ยถาม
“ยังคิดว่ามันสั้นอยู่หรือไม่? ...”
เกิดเป็นเสียงอู้อี้ตอบรับในลำคอ ดูจากท่าทางที่ส่ายหน้ารัวสำลักความสุข ก็เดาได้ว่าคงยอมรับแล้ว ร่างกายของซิลเวียตอดรัดร่างมังกรใบ้อย่างรุนแรง มิเนอร์วาเร่งจังหวะรัวเร็วถี่ยิบแทงเสยในมุมองศาที่สมบูรณ์แบบ ศีรษะแดงของร่างมังกรถูครูดไปกับผนังถ้ำที่หดเกร็ง ทำให้กลอนประตูน้ำเริ่มขยายตัว ดวงตาที่มีอยู่เพียงข้างเดียวก็มองทะลุไปจนถึงปากประตูรัง สองมือที่จับเอวของนางไว้ก็เปลี่ยนมาเป็นขยำบีบที่สะโพก ร่างรองที่โดนดูดทนไม่ไหวพ่นพิษพิสดารออกมาเป็นคนแรก กลิ่นคาวคลุ้งกระจายไปทั่วลำคออีกครั้ง
เกิดเป็นความสุขสมที่มากจนทำให้ภาพในสมองของซิลเวียต้องขาวโพลน มีแต่ความว่างเปล่าที่รายล้อมไปด้วยความสุข ร่างกายยิ่งตอดรัดบีบคลายไม่หยุดหย่อน นางเห็นแล้วซึ่งทางเดินสู่สวรรค์ชั้นที่ 2 ร่างกายก็เด้งเอวตอบรับเพื่อเหยียบขาขึ้นบันได สตรีผู้นี้สิ้นท่าอย่างแท้จริง ทั่วร่างสั่นกระตุกตอดรัดตอบสนองอย่างรุนแรง รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เจิ่งนองผ่านร่างของพญาใบ้ เมื่อสัมผัสทั่วร่างกายถูกปลุกเร้าจนถึงจุดสูงสุด ทุกๆ ครั้งที่มิเนอร์วาบังคับให้ร่างบุรุษเพศขยับเคลื่อนเพื่อเข้าออก นางจึงสัมผัสได้อย่างแท้จริงซึ่งความสุขของอิสตรี จึงอ้าปากร้องครวญยั่วอารมณ์
มิเนอร์วาเองก็อดทนมานานมากพอแล้ว พลิกร่างของอีกฝ่ายให้นอนหงาย แล้วเร่งจังหวะให้รัวเร็วมากกว่าเดิม ยิ่งซิลเวียร้องดังมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มยิ่งขยับตัวไวเท่านั้น สองแขนของนางโอบรัดคอของชายหนุ่ม สองขาก็เกี่ยวรัดไม่ยอมให้ดึงออก ร่างบอบบางถูกกระแทกเด้งไปมา แต่ดูเหมือนว่าของดียังไม่ได้เอาออกมาจนหมด มิเนอร์วากระหน่ำแทงพร้อมจูบนางอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นของทั้งคู่พัวพันจนเปียกชุ่ม มิเนอร์วาเกร็งตัวแทงเข้าไปจนมิดลำตัว ปลดปล่อยพิษพิสดารเข้าไปยังส่วนลึกภายในกายของซิลเวีย
เกิดเป็นอาการเสียวซ่านชาไปจนถึงปลายนิ้วเท้า ซิลเวียตอดรัดร่างกระตุกขึ้นอีกครั้งก้าวขาขึ้นสวรรค์ไปจนถึงชั้นที่ 3 ห้วงสติล้วนชาหนึบสำลักความสุขคิดอะไรไม่ออก สองขาก็บีบรัดเกร็งตัวดูดพิษออกมาเสียจนเกือบหมด มิเนอร์วาก้าวขาตามขึ้นเมฆาไปหาสตรีนางนี้แบบติดๆ ร่างปฐวีกสิณสลายหายไปกับอากาศ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนคว่ำกอดอีกฝ่าย ไม่ได้ถอนลำตัวออกยังคงอยู่ในท่าเดิม มิเนอร์วาซุกหน้าลงหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน แล้วเอ่ยกระซิบถามที่ข้างหู
“เป็นสตรีของข้า เจ้าสามารถหยิ่งผยองดูแคลนไปทั่วหล้า… แต่หากครั้งหน้าเจ้ายังกล้าดูแคลนข้าอีก รับรองได้เลยว่าข้าจะไม่พาเจ้าไปเที่ยวสวรรค์อีก เข้าใจหรือไม่?”
อาชาพยศกลับกลายเป็นลูกแมวเชื่องไปเสียได้ ใบหน้างามอมยิ้มทำตาโตเจ้าเล่ห์ แม้ร่างกายจะยอมผงกหัวอย่างเชื่อฟัง แต่สายตาที่มองไปยังเพดานห้องกลับยังรู้สึกไม่ยินยอม นางเตรียมจะเอ่ยค้านบางอย่างทั้งๆ ที่ยังคงนอนกอดมิเนอร์วาอยู่ แต่น่าเสียดายที่ความคิดนั้นต้องหยุดลง เพราะสัมผัสได้ถึงอีกร่างหนึ่งของชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นมาอยู่ข้างกาย ซิลเวียได้แต่งับปากสงบคำ พยักหน้ารับฟังอย่างรัวเร็ว ไม่กล้ากังขาในสิ่งใดอีก
มิเนอร์วาถอนตัวออกมาได้ก็สวมกอดนางอย่างอบอุ่น ซิลเวียก็ซุกร่างบางของตนใช้แข้งขารัดพันไม่ยอมให้แยกจาก ด้วยความอ่อนล้าจากการสำลักความสุขหลายครั้งติดต่อกัน ทั้งคู่จึงเข้าสู่ห้วงนิทราปล่อยให้ความสุขแผ่ซ่านกระจายไปทั่วกาย…
***ก็อดโอ : ฆ่ากันไปฆ่ากันมาอยู่ดีๆ สมุนไพรดันพามาทางนี้ไปเสียได้ ขอมอบตอนนี้แด่พวกท่านเป็นเซอร์วิส หวังว่าจะถูกใจกันไม่มากก็น้อยนะครับ ในที่สุดยอดติดตามก็ทะลุ 100 คนแล้ว ขอบคุณที่สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้อย่างสูง ขอบคุณมากครับ
ผู้มาเยือนจากต่างโลก : ........