มารเฒ่าหลังจากเดินทางกลับมาสำนักมังกรโลหะมันก็ได้จัดแจงพื้นที่ให้เพื่อนใหม่ของมันและตระกูลเอสทันที พร้อมกับเรียกเฟรย์ญ่ามาคุยเป็นการส่วนตัว
''ข้ามีอะไรจะถามเจ้าซักหน่อย เจ้าได้มรดกมาหรือไม่''มารเฒ่าถามในสิ่งที่สงสัยออกมา
''อาจารย์ข้าไม่ได้มรดกอะไรจริงๆ ข้าได้ดาบมาเพียงเล่มเดียวเท่านั้น''เฟรย์ญ่าพูดออกมาอย่างจนใจ
''เรื่องนี้มันชักจะแปลกๆ แต่ข่าวของเจ้ามันลามไปทั่วแล้วผู้คนทั่วไปต่างรู้ว่าเจ้าได้รับมรดกนั่นมาทางที่ดีข้าคิดว่าเจ้ายอมรับไปเลยเถอะ จากนั้นเราจะใช้เจ้าเพื่อสร้างพันธมิตรขึ้นมาถ้าไม่ทำแบบนี้ราชวงค์เสือเทวะคงบุกมาในเวลาไม่นานนี้แน่''มารเฒ่าพูดในสิ่งที่กังวลออกมาในที่สุด
''เรื่องนี้ไม่มีปัญหาท่านอาจารย์ แล้วเรื่องของมิคาเอลกับ2ตระกูลนั่นอาจารย์จะจัดการให้ข้ามั้ย''เฟรย์ญ่ายังคงไม่รามือต่อมิคาเอลและ2ตระกูลในเมืองแห่งจุดเริ่มต้น
''เรื่องนี้ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งแล้วเพราะข้ามีสัญญาสงบศึกกับยายเฒ่านั่นอยู่ แต่เจ้าสามารถทำมันได้ด้วยตัวเองเจ้าต้องตั้งใจฝึกและสร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมาจากนั้นจึงกลับไปทำลายพวกมันเอง''มารเฒ่าพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จริงๆมันจะไปจ้างใครก็ได้ไปจัดการให้แต่มันไม่ทำมันอยากให้เฟรย์ญ่ามีแรงผลักดันในการพัฒนาตนเอง
''ศิษย์เข้าใจแล้วค่ะท่านอาจารย์''เฟรย์ญ่าเชื่อฟังอย่างเรียบง่ายขณะไฟใจการต่อสู้ของนางลุกโชนขึ้นจากนั้นเฟรย์ญ่าจึงได้ขอทรัพยากรการฝึกจากมารเฒ่าแล้วออกไปทันที
เวลาได้ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วขณะนี้เวลาเที่ยว3เดือนของมิคาเอลและเจนน่าได้หมดลงแล้วทั่งคู่ได้เดินทางกลับมาที่เมืองแห่งจุดเริ่มต้น มิคาเอลเมื่อมาถึงก็เปิดประตูพรสวรรค์ขึ้นยายเฒ่า เหมย เฮนรี่ก็เดินออกมาพร้อมกับกลิ่นนอายที่หน้าเกรงขามเพราะแต่ละคนได้พัฒนาฝีมือไปมากจนพูดได้เลยว่ากลายเป็นคนละคนไปแล้ว
''ขอบคุณมากนายท่านมิคาเอลที่ช่วยผลักดันข้าจนมาถึงจุดนี้ได้''ยายเฒ่าคุกเข่าให้มิคาเอลขณะที่ตัวของนางปลดปล่อยกลิ่นอายที่มีพลังระดับ13ต้านแรงดึงดูดออกมานี่เป็นเพราะทรัพยากรที่มิคาเอลให้ไปนางถึงมีพลังระดับนี้ได้ส่วนเหมยและเฮนรี่เองก็ไปถึงระดับ1ต้านแรงดึงดูดเหมือนกันเพราะยายเฒ่าได้แบ่งทรัพยากรให้เล็กน้อย
''ลุกขึ้นเถอะเจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ หลังจากนี้เจ้าต้องรับเจนน่าคนรักของข้าไปดูแลด้วยเพราะพลังของข้ายังต่ำเกินไปข้ากลัวว่านางจะเป็นอันตราย แต่จงจำไว้หากเกิดอะไรไม่ดีขึ้นกับนางเจ้าจะเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบต่อความโกรธของข้า''ยายเฒ่าลุกขึ้นและเดินไปยืนข้างๆเจนน่าต่อมามิคาเอลจึงได้หันไปพูดกับเหมยและเฮนรี่
''พวกเจ้าจากนี้ให้ระวังตัวให้ดีพวกมันไม่หยุดมือแค่นี้แน่ หลังจากนี้ข้าจะออกเดินทางไปในที่ต่างๆเพื่อฝึกฝนตนเองและเสาะหาสิ่งต่างๆที่ข้ายังไม่เคยพบ โอ้แต่ไม่ต้องห่วงข้าจะกลับมาที่นี่เป็นบางครั้ง''
''น้องชายให้พี่สาวคนนี้ตามไปด้วยเถอะ...ไม่สิ ไม่ ไม่ ไม่ ท่านทวดให้ข้าตามไปด้วยเถอะตอนนี้ท่านทวดยังมีระดับพลังที่น้อยเกินไปข้ากลัวว่าท่านทวดจะเป็นอันตราย''มิคาเอลได้ยินที่เหมยพูดตัวมันเองถึงกับเหงื่อแตกพลางคิดในใจว่า''นี่ข้าไปเจอตัวตนอะไรเข้าทำไมสมองของนางถึงได้มีปัญหามากขนาดนี้''
''...เจ้าอยู่ที่นี่แหละตั้งใจฝึกไว้ให้ดีในอนาคตพวกเจ้าที่นี่จะเป็นส่วนหนึ่งในกองกำลังของข้า''พูดจบมิคาเอลก็หันหลังและเดินออกไปแต่เจนน่าก็ได้วิ่งตามไปและโผเข้าจูบมิคาเอลเวลาได้ผ่านไปนานจนกระทั่งทั้งคู่ผละออกจากกัน
''ท่านพี่ท่านต้องรีบไปรับข้านะ ข้าจะตั้งใจฝึกรอท่าน''เจนน่าพูดจบมิคาเอลก็ถอดแหวนมิติออกมาและยื่นให้เจนน่าก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
''ข้าเกือบลืมไปเลยนี่คือทรัพยากรทั้งหมดเจ้านำมันไปด้วยและเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าถึงข้าจะไม่มีมันข้าก็ยังมีประตูพรสวรรค์อยู่ส่วนทรัพยากรข้าจะหาเอาระหว่างเดินทางและหลังจากที่แยกกันแล้วอย่าได้ติดต่อกับข้าเด็ดขาดยกเว้นหากมีเรื่องที่จำเป็นจริงๆ''รอบนี้มิคาเอลพูดจบมันก็ใช้ข้ามมิติหายไปต่อหน้าทุกคนโดยเป้าหมายของมันอยู่ที่นอกเมืองก่อนจะเดินทางโดยใช้เท้าต่อไปมิคาเอลเดินทางโดยใช้เท้าไปเรื่อยๆแบบไร้จุดหมายมันคิดว่าทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา1วัน 3วัน 7วัน มิคาเอลยังคงใช้เท้าเดินเรื่อยๆจนกระทั่งมันพบเจอกับกำลังคนที่กำลังคุ้มกันใครบางคนอยู่โดยคนคนนั้นนั่งอยู่ที่พักที่สร้างไว้บนหลังสัตว์อสูรคล้ายแรดที่มีลำตัวขนาดใหญ่มิคาเอลหรี่ตาลงก่อนจะเดินเข้าไปขวางกลุ่มคนเหล่านั้น
''ไอ้หนูหลบไปซะ''หัวหน้าของกำลังนี้พูดออกมาขณะแสดงท่าทีโมโหเพราะตนกำลังเร่งรีบไปให้ถึงจุดหมาย
''ข้าขอติดไปด้วยได้หรือไม่ท่านน้าข้าหลงทางอยู่นานแล้ว ข้าไม่รู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหน''
''ให้เด็กนั่นไปด้วยก็แล้วกัน อย่ามัวเสียเวลา''คนในที่พักพูดออกมาเและเสียงนั้นเป็นเสียงที่น่าดึงดูดมาก
''ฮึ่มก็ได้เจ้าไปท่ายขบวนหาและหาที่นั่งเอาเอง''มิคาเอลเดินไปหาที่นั่งโดยเลือกนั่งบนกองฟางกองหนึ่งจากนั้นทั้งหมดจึงเดินทางต่อ แต่ด้วยความสงสัยว่าคนเหล่านี้จะไปไหนมันจึงถามคนข้างๆของมัน
''นี่พี่ชายพวกเค้าจะไปไหนกันน่ะ''มิคาเอลพูดขณะเอียงคอทำท่าทางสงสัย
''พวกเรากำลังกลับไปที่เมืองบลัดดี้น่ะ พอดีที่นั่นมีงานประมูลใหญ่ข่าวส่งมาว่ามีสมุนไพรหายากมากๆมาลงประมูล คุณหนูเบลสิก้าซึ่งเป็นลูกของเจ้าเมืองเลยกลับมาประมูลด้วยตัวเอง ที่จริงข้าคิดว่ามันไม่ควรจะทำให้เรื่องมันวุ่นวายแบบนี้เลยแค่ให้ใครไปประมูลก็ได้''หลังชายคนนั้นพูดจบมันกลับถูกชายที่แก่กว่าตีเข้าที่หัว
''พูดอะไรระวังปากของเจ้าหน่อย นั่นคือเจ้านายของพวกเรานะ เจ้าหนูเจ้าชื่ออะไรส่วนข้าชื่อเอ็ม''ชายวัยกลางคนอยู่ดีดีก็เข้ามาร่วมการสนทนาและแนะนำตัวเองแบบงงๆ
''เอ่อ ข้าชื่อมิคาเอล ยินดีที่ได้รู้จัก''มิคาเอลบอกชื่อตัวเองออกไปขณะยิ้มให้เอ็ม
''จะว่าไป...เจ้ามาทำอะไรในนี้กันมันไม่ใช่ที่ที่ควรจะมาเที่ยวเล่นเลยนะ''เอ็มถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะแถวนี้มักมีโจรออกมาปล้นฆ่า เอ็มสงสัยว่ามิคาเอลอาจจะเป็นเด็กที่โจรส่งมาสอดแนม
''เด็กเช่นข้าไม่มีครอบครัว ข้าแค่เดินเท้าไปเรื่อยๆหวังจะเจอที่ดีดีให้หากินละอยู่อาศัยก็เท่านั้น''มิคาเอลพูดขณะเอนตัวลงเพื่อนอนบนกองฟาง
''หวังว่าเจ้าจะพูดความจริง ข้าจะจับตาดูเจ้าไว้''เอ็มยังคงไม่ไว้ใจมิคาเอลและจับตาดูมิคาเอลต่อไป
''เชิญท่านตามสบาย แต่ข้าเตือนท่านเอาไว้อย่าง...ตอนนี้เตรียมตัวต่อสู้ให้พร้อมอีกไม่ไกลจะมีกลุ่มโจรราว30คนรออยู่''มิคาเอลพูดจบก็หลับตาลง เอ็มที่ได้ยินก็ตะโกนโวยวายออกมา
''บัดซบข้าว่าแล้วเจ้าต้องเป็นคนที่กลุ่มโจรส่งมา ท่านหัวหน้าแย่แล้วเจ้าเด็กนี่มันสายของกลุ่มโจร''เอ็มจับตัวมิคาเอลไว้แล้ววิ่งไปหาหัวหน้าของกลุ่มนี้ทันที แต่เนื่องจากขบวนนี้ไม่ใหญ่นักหัวหน้าของขบวนจึงได้ยินที่เอ็มบอก
''เจ้าเป็นคนของกลุ่มโจรใช่หรือไม่บอกมา''หัวหน้าคนนั้นคาดคั้นเอาคำตอบกับมิคาเอลทันทีที่เอ็มมาถึง
''หะ เจ้าจะบ้าหรือเปล่าหากข้าเป็นคนของกลุ่มโจรข้าจะบอกข้อมูลให้พวกเจ้าทำไม''มิคาเอลพูดออกมาขณะทำท่าทางหงุดหงิดเพราะตนต้องการจะเตือนอีกฝ่ายแต่กลับโดนหาว่าเป็นคนร้ายหัวหน้าของกลุ่มทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะตะโกนด้วยเสียงดังจนได้ยินทั้งขบวน
''เอาเจ้าเด็กนี่ไปมัดไว้ก่อน ส่วนคนที่เหลือเตรียมตัวสู้และคุ้มกันคุณหนูเอาไว้ให้ดี''หลังตะโกนออกมาทั้งขบวนก็เกิดการตื่นตัวและทำตามทันที หลังจากมิคาเอลถูกมัดและโยนไว้ท้ายขบวนทั้งหมดจึงได้เดินทางต่อด้วยความระมัดระวัง