เฌอเอมลืมตาขึ้นมา หงายผ่ามือ พลันเบิกตาโพรง นี่ข้า ฝันไปหรือไม่ หรือว่าข้ายังคงหลับไหลอยู่ในร่างกายที่ไม่ไหวติงในห้องมิติกันนะ แต่เมื่อศิลาปราดตัวเข้ามา ทำให้เธอรู้ว่านี่คือความจริง
ความจริงที่เธอเลื่อนขั้นเป็นนักสิทธิ์กูรูแล้ว เธอรวมพลังไฟออกมาที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง นี่ธาตุของข้าแปรเปลี่ยนเป็นอัคคีตั้งแต่เมื่อไร
“ข้าเห็นมันเกือบทั้งหมด เจ้าได้เลื่อนระดับสู่นักสิทธิ์กูรูขั้นต้น และยังมีร่างทิพย์เป็นสตรีอัคคี อีกด้วย เท่ากับว่าต่อไปนี้เจ้า…เจ้า…ไม่มีใครจับเจ้าปรุงโอสถได้อีก เพราะร่างกายของเจ้าจะไม่ถูกเผา ความร้อนจะทำอะไรเจ้าไม่ได้
ได้ยินดังนั้น เฌอเอม เข้าสวมกอดร่างสามีอย่างปิติ ตามตำนานเล่าว่า ร่างโอสถทิพย์ แม้จะเป็นร่างที่ถูกสาปก็จริง แต่หากโชคดีได้เกิดมาพร้อมกับกายทิพย์ธาตุไฟ นอกจากจะสามารถใช้ธาตุไฟศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงในการปรุงโอสถได้แล้ว ยังทำให้ฝีมือในทุกด้านเติบโตอย่างรวดเร็ว
และที่เหมือนกับการถอนคำสาปก็คือ ไม่ว่าไฟใดในโลกนี้ ถึงจะร้อนแรงปานใด ก็ไม่สามารถแผดเผาร่างของร่างโอสถได้ นั่นหมายความว่า ทั้งเฌอเอมและเฌอปราง แม้จะมีผู้บำเพ็ญขั้นสูงระดับใดก็ตาม มาชิงตัวนางเพื่อไปทำโอสถ ก็ไม่สามารถเผาพวกนางได้แน่นอน
เฌอปรางลืมตาขึ้นมา มองไปรอบๆ
ศิลาและเฌอเอม เดินเข้าไปหา “ลูกสาวของเรา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“ท่านพ่อท่านแม่ เมื่อครู่…อืมในพายุงวงช้างนั้น” เฌอปรางหยุดพูดพลางขับออกมา มือของเธอทั้งสองข้างเรืองแสงสีแดงขึ้น ก่อนที่เธอจะเก็บมันลงในทันที
“ข้าเลื่อนไปสู่นักสิทธิ์ ขั้นที่ 1 แล้ว”
ห๊าาา เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะกลุ่มนักสิทธิ์อาวุโส และกลุ่มศิษย์เอก ต่างถลึงตา นี่มันบ้าอะไรกัน นักสิทธิ์กลุ่มนั้น 10 คนต่างคร่ำเคร่งบำเพ็ญเพียรครึ่งปี เพิ่งเลื่อนระดับได้ 1 ขั้น นับว่ารวดเร็วอย่างที่สุด ด้วยทรัพยากรศักสิทธิ์ที่หายาก แต่นี่!!! เลื่อนถึง 1 ระดับไม่ใช่เหรอนั้น มากว่า 1 ขั้น 10 เท่าเลยนะ
คุณหนูเฌอปรางธิดาเจ้าสำนัก เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ก่อนที่พวกเขาจะเข้าถ้ำ เพิ่งจะก้าวเข้าสู่นักบำเพ็ญ นี่จะมาบอกว่าเป็นนักสิทธิ์ขั้นที่ 1 มันไม่เหลือเชื่อไปหน่อยรึยังไง ทั้ง 10 หันหน้าพูดคุยกัน
อชิรา ลืมตาขึ้นมา ปรายตาไปทางครามที่กำลังอยู่ในฌาณ จึงไม่อยากรบกวน
“พี่อชิรา พี่ลืมตาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ บ้างไหม” เฌอปรางเอ่ย เพราะรู้สึกตื่นเต้นกับพลังของตัวเองเป็นทุนเดิม
“เมื่อครู่ข้าทรมานอย่างกับร่างกายจะปริแตกออกมา พลังของครามเร่งให้ข้าบ่มเพาะถึงระดับนักสิทธิ์ขั้นที่ 1 แล้ว” อชิรายิ้มแก้มปริ
“แหมพี่ พี่ฝึกบำเพ็ญทีหลังข้าเป็น 10 ปี ทำไมได้ระดับเท่ากับข้าล่ะ ฮึ ข้าไม่ยอมนะ” เฌอปรางทำหน้าบูด”
“น้องรัก แต่ข้าต้องแลกมาด้วยความทรมาน อีกอย่างข้าอายุมากกว่าเจ้า ขอข้าเถอะนะ” อชิราหัวเราะคิก
เมื่อเฌอปรางเห็นดังนั้นเธอก็หัวเราะด้วย เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางเลื่อนขึ้นมาได้ถึงระดับนักสิทธิ์ เรียกได้ว่า อายุ 13 ปี ไม่มีใครแล้วในนครเนรดี ที่จะกล้าแข็งไปกว่านาง รวมถึงเจ้าคุณชายฟ้าประทาน คู่หมั้นสุดแย่นั่นด้วย เธอนึกขึ้นได้ ก็รีบกล่าวกับพ่อของเธอ
“ท่านพ่อ บัดนี้ข้าบรรลุนักสิทธิ์ขั้นที่ 1 หวังว่าท่านพ่อจะถอนหมั้นให้ข้าในเร็ววัน” อชิรารีบเร่ง นึกถึงวันที่จะเห็นสีหน้าถอดสีของคุณชายฟ้าประทาน เมื่อรู้ว่าต้องถูกถอนหมั้น เพราะคู่หมั้นเก่งกว่าไม่ได้
อชิราเห็นน้องสาวรีบร้อนอย่างนั้นก็หัวเราะคิก
ฝ่ายเฌอเอมไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ เมื่อเห็นลูกพูดแบบนั้นก็ช่วยสำทับศิลาให้รีบทำตามที่ลูกบอก อีทั้งยังไม่พอใจ ที่ทำไมจับลูกหมั้นกับคนที่ลูกไม่ได้ชอบพอ
ศิลารับคำ เพราะตอนนั้นที่รับปากทางบิดาของคุณชายฟ้าประทานนั่นก็เพราะต้องการผู้ที่มีฝีมือที่จะดูแลเฌอปรางในอนาคต แต่ไม่คิดว่าหมอนั่นจะนิสัยแย่มาก ไม่เหมาะสมกับเฌอปรางสักนิด วันนี้คงถึงเวลาแล้วที่เฌอปรางไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้สัญญาคุลมถุงชนนั้นอีกต่อไป
ปรมะ เห็นเหตุการสำคัญที่เกิดขึ้น แม้จะไม่ตลอด แต่ก็พอจะเดาได้ถึงสถานการณ์ พลางแสดงความยินดีกับสองแม่ลูกที่มีร่างทิพย์สายอัคคีคอยคุ้มกัน ต่อไปจะไม่มีผู้ใดนำพวกนางไปกลั่นโอสถได้
นักสิทธิทั้ง 10 เมื่อได้ยินบทสนทนาถึงกับยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ที่มีวิญญาณเสียสติอยู่ภายใน อชิรา ธิดาของเจ้าสำนักพิรุณ สำนักเล็กๆ สายศาสตราวุธ ดรุณีนางนี้ไม่เคยฝึกบำเพ็ญเพียรมาก่อน ไฉนถึงได้บรรลุนักสิทธิ์ขั้นที่ 1 ได้ หรือว่าแอบไปบำเพ็ญเพียรตอนไหน หรือว่าฝึกว่าวิชาคู่ขนาน นั่นมันต้องใช้เวลาถึง 2 เท่าไม่ใช่รึ ทั้งฝึกเพลงดาบ และฝึกบำเพ็ญเพียร ทำไมแข็งแกร่งได้เพียงนี้มากกว่าคนที่ฝึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสียอีก
นี่มันเป็นเวทมนตร์หลอกลวงหรืออย่างไร!!!
หนึ่งคนในนั้น กำลังยืนนับนิ้ว หากเป็นเขาจะใช้เวลาเพียงใดกัน ตอนนี้เขาอายุ 20 ได้เป็นนักสิทธิ์ก็นับว่าเก่งแล้ว ถ้าเขาต้องเรียนเพลงดาบตามจำนวนอายุของอชิรา มิปาเข้าไปอายุ 35 ปีเลยรึไง นี่มันวิปลาสหรืออย่างไร
เมื่อครามลืมตาขึ้นมา เขาได้รู้สึกว่าเขากลายเป็นจุดรวมสายตาของทุกคน อ้านี่มันอะไรกัน!!!
คราม!!! สตรีทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน