กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 46 : หมัดอัสนี

    สองตาของชิงหยางกวาดมองทั่วร่างของสหาย พลางยื่นมือลูบไล้ไปตามแขนนวลเนียนอย่างลืมตัว


    " อะ " หนานชี่หลงพลันตกใจ เร่งชักแขนของตนกลับ พลางมองตาขวางยังสหาย


    " ขออภัย ข้าลืมตัว " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางยกมือลูบหัว


    " หึ " หนานชี่หลงแค่นเสียงใส่ 


    " ในเมื่อเจ้าเป็นกายดารา ข้าก็จะขอมอบสิ่งล้ำค่าให้แก่เจ้า " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    เด็กหนุ่มเดินไปปิดประตู แลเดินกลับมายังเตียง


    เห็นเช่นนั้นหนานชี่หลงพลันตื่นกลัว แลระมัดระวังตนเป็นอย่างยิ่ง


    ชิงหยางลูบแหวนมิติของตน " วิ้ง " พลันปรากฎหนังสัตว์เก่าแก่บนฝ่ามือ


    " ให้เจ้า " ชิงหยางเอ่ยออกมา ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม 


    หนานชี่หลงหลิ่วตามองยังชิงหยาง แลแผ่นหนังสัตว์เก่าแก่


    " รับไปสิ " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า แลรับเอาแผ่นหนังสัตว์เก่าแก่ 


    " มันคือสิ่งใด " หนานชี่หลงเอ่ยถามอย่างสงสัย


    " เจ้าเปิดออกดู แลหยดโลหิตของเจ้าลงบนแผ่นหนังสัตว์เก่าแก่นี่ " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า พลางแกะเชือกที่ผูกมัดออก 


    เขาคลี่แผ่นหนังสัตว์เก่าแก่ออก แลวางลงยังเตียงของเด็กหนุ่ม พลางกัดนิ้วของตนแลบีบนิ้ว


    " แปะ แปะ แปะ " หยดโลหิตสามหยด หยดลงยังแผ่หนังสัตว์เก่าแก่ 


    " วิ้ง " แสงนวลเหลืองสว่างทั่วแผ่นหนังเก่าแก่ ตัวอักษรมากมายปรากฎขึ้นทั่วแผ่นหนัง


    " กระบี่เจ็ดดารา " หนานชี่หลงพึมพำ 


    สองตาของเขาพลันเบิกโพลง ปากอ้าค้าง มองยังอักษรที่อยู่บนแผ่นหนังเก่าแก่


    " ท่านพ่อของข้าส่งคนออกตามหามานานหลายปี แต่กลับมิเคยพบเจอข่าวสารใดๆของกระบี่เจ็ดดารา " หนานชี่หลงพึมพำ


    " แต่เจ้าเพิ่งมาสำนักได้เพียงเท่าใด เจ้ากลับหามันพบเจอ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น


    " เร่งมือเข้า ข้าจะคอยคุ้มกันให้ " ร่างสูงเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า แลเร่งส่งจิตไปยังแผ่นหนังเก่าแก่


    ราวครึ่งชั่วยามหนานชี่หลงเปิดเปลือกตาขึ้น พลางฉีกยิ้มหวานให้กับเด็กหนุ่ม


    " อีกแล้ว " ชิงหยางพึมพำ เด็กหนุ่มยิ่งให้สงสัยสหายผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง 


    " ชิงหยาง ขอบใจเจ้ามาก " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " มิเป็นไร " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ 


    " อักษรที่อยู่บนแผ่นหนังนี่หายไปได้เช่นใด " หนานชี่หลงร้อนรนเร่งเอ่ยถาม


    " มันเข้าไปอยู่ในหัวสมองของเจ้าหมดสิ้นแล้ว " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า 


    " ข้าว่า เจ้าฝึกได้ แต่อย่าใช้เป็นอันขาด " เด็กหนุ่มเอ่ยออกมา


    " เหตุใดรึ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " ข้ารู้สึกว่ากระบี่เจ็ดดารานี้ยิ่งใหญ่เกินไป เจ้าอาจแบกรับมันมิไหว " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า


    " เช่นนั้นแล้ว ข้าจะทำเพียงฝึกอยู่ภายในห้องของข้า แลจะปกปิดมันเป็นความลับ " หนานชี่หลงเอ่ย


    " กระบี่เจ็ดดาราต้องใช้กระบี่ฝึก เจ้ามีเพียงดาบ จะทำให้เจ้าฝึกฝนอย่างลำบาก " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " เคร้ง " กระบี่มากมายหลายร้อยเล่มถูกเทลงยังพื้นห้อง 


    " เจ้าไปเอากระบี่มากมายขนาดนี้มากจากที่ใด " หนานชี่หลงร้องออกมาอย่างแตกตื่น 


    ชิงหยางเล่าเรื่องราวของชายชราคนนั้นให้สหายฟัง 


    " ทั้งเพลงกระบี่เจ็ดดารา ทั้งยอดอาวุธมากมาย ผู้อาวุโสท่านนั้นไปเอามาจากที่ใด " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " ข้าว่าเพลงกระบี่เจ็ดดารานี้ตาแก่นั่นคงเก็บได้ ส่วนยอดอาวุธทั้งหลายนี้คงเป็นที่ตาแก่สังหารแลช่วงชิงมา " ชิงหยางเอ่ย


    " อืม " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " นี่มันกระบี่วิญญาณ " หนานชี่หลงเร่งหยิบกระบี่สีขาวขึ้นมา พลางกวัดแกว่งเล่น


    " นี่เป็นกระบี่หยกของสำนักกระบี่หยกแห่งเมืองฝู ทั้งยังเป็นอาวุธระดับกลาง " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " เจ้าชอบชิ้นไหนก็เลือกเอา " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อืม " หนานชี่หลงตั้งหน้าตั้งเลือกกระบี่อยู่นาน


    " สิบเล่มนี้ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา นัยน์ตาชวนฝันของเด็กหนุ่มฉายประกายหยาดเยิ้ม


    ชิงหยางสงบสติอารมณ์ของตน พลางพยักหน้า 


    " ขอบใจ " เด็กหนุ่มหนานชี่หลงเอ่ยออกมา 


    " ยามเว่ยแล้ว ข้าต้องไปพบผู้อาวุโสเหลาที่ตำหนักกลาง " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อึ้ม " หนานชี่หลงพยักหน้า แลส่งกระบี่เข้าในแหวนมิติ


    ชิงหยางเก็บสิ่งของแล้วเสร็จ " ไปกัน " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางเดินไปยังประตู


    " ข้าจะกลับไปเร่งฝึกฝน เพื่อชิงอับดับ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " อืม " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ


    ร่างบางของหนานชี่หลงเร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว 


    ชิงหยางมองยังแผ่นหลังบอบบาง " เหมือนอิสตรียิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ 


    เมื่อมาถึงยังหน้าตำหนักกลาง เหล่าศิษย์ที่เดินเข้าออกให้วุ่นวายพลันแหวกออกข้างอย่างมิได้นัดหมาย 


    " อืม " เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เขาคิดว่าการที่เป็นคนมีอิทธิพลมันดีเช่นนี้เองมิมีผู้ใดหาญกล้ามาท้าทาย


    " ผู้อาวุโสเหลา " ชิงหยางเอ่ยเรียก 


    " เจ้ามาแล้ว " ชายชราเหลายกยิ้มออกมา


    " นี่เป็นชุดศิษย์อันดับของเจ้า " ชายชราเหลาส่งชุดสีฟ้าให้กับเด็กหนุ่ม


    " นี่เป็นป้ายหยกของเจ้า " ชายชราเหลาส่งป้าหยกให้


    ชิงหยางรับมาพลางพลิกดู ด้านหนึ่งสลักคำว่าทานตะวัน อีกด้านสลักคำว่าเก้าสิบสอง 


    " นี่ทรัพยากรของเจ้า แลนี่เป็นกุญแจบ้านของเจ้า " ชายชราฉีกยิ้มหน้าบานเมื่อส่งมอบกุญแจ


    " ขอบคุณ " ชิงหยางเอ่ย


    " ครานี้ ก็ไปเลือกเอาวิชาระดับกลางหนึ่งวิชา " ชายชราเหลาเอ่ย


    " ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า 


    " ผู้อาวุโสข้าลา " ชิงหยางประสานสองมือให้กับชายชราที่โต๊ะ 


    เมื่อชิงหยางเลือกวิชาระดับกลางได้แล้ว ชายชราเหลาจึงพาเด็กหนุ่มไปยังภูเขาร้อยลูก 


    เมื่อมาถึง เด็กหนุ่มถึงกับอ้าปากค้างพราะภาพที่เห็นนั้น ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะท้านทั่วร่าง


    ภูเขาใหญ่น้อยเรียงรายเข้าไปในม่านหมอกที่หนาเตอะ ยิ่งเข้าไปลึกหมอกก็ยิ่งหนาแน่น


    ส่วนที่อยู่รอบนอกนั้นหมอกขาวเบาบาง แต่ก็ยังถือว่าหนาแน่นกว่าบ้านพักของศิษย์สายนอกอยู่มาก


    " ไปบ้านของเจ้า " ชายชราเหลาจับแขนของเด็กหนุ่มแลทะยานร่างข้ามผ่านภูเขาหลายลูก


    " บ้านของเจ้าถูกทำลายสิ้นแล้ว " ชายชราเหลาร้องออกมา เมื่อพบเห็นเพียงเศษบ้านที่พังยับ


    " ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    " อย่ากังวล ข้าจะให้คนมาสร้างให้ใหม่ ช่วงนี้เจ้าก็ไปพักที่เดิมก่อน " ชายชราเหล่าเอ่ยออกมา


    " อืม " ชิงหยางพยักหน้า 


    " ไป " ชายชราเหลาจับแขนของเด็กหนุ่มแลทะยานร่างกลับไปยังบ้านไม้ซุง 


    เมื่อมาถึงบ้านไม้ซุง เด็กหนุ่มเร่งเปลี่ยนชุดศิษย์อันดับ แลเร่งฝึกฝนวิชาหมัด


    เหตุที่เด็กหนุ่มเลือกวิชานี้ก็เพราะเขาเองยังมิมีวิชาหมัด ช่วงที่ต่อสู้บางคราเขาเองยังคิดว่าศัตรูบางคน มิจำเป็นต้องใช้กระบี่ก็สามารถสยบได้แล้วเด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นจึงได้เลือกหมัดอัสนี


    " หมัดอัสนี หากฝึกฝนสำเร็จจะสามารถปลดปล่อยสายอัสนีจากหมัดได้ " ชิงหยางพึมพำ 


    " หากฝึกสำเร็จ ลองใช้ฝึกกระบี่ดู " ชิงหยางพึมพำ 


    " แต่หากสลับกันฝึกเช่นนี้ เพลงกระบี่ใบหลิวก็สามารถใช้ฝึกหมัดได้ " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ


    " เริ่ม " ชิงหยางเปิดตำราหน้าแรกออก เขาพลันเบิกตากว้าง


    " หมัดอัสนีนี้เหมาะสมกับผู้ที่อยู่ขั้นสัมผัสฟ้าดิน เพราะสามารถหยิบยืมพลังฟ้าดินมาสร้างเป็นสายอัสนี " ชิงหยางพึมพำ


    " ใช้พลังฟ้าดินสร้างสายอัสนี เช่นนั้นแล้วพลังฟ้าดินมิมีจำกัด แต่พลังปราณแลพลังวิญญาณมีเพียงในร่าง เมื่อใช้ออกไปนานๆพลังก็ในร่างก็จะหมดสิ้น " ชิงหยางพึมพำ


    " ยิ่งสู้ยิ่งเข้าสู่วิกฤต " ชิงหยางพึมพำ 


    " มิน่าเล่าเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายจึงได้ห้ามปราม " ชิงหยางพึมพำ


    " แต่ข้ามิเหมือนผู้อื่น " ชิงหยางยกยิ้มออกมา 


    " เริ่ม " ชิงหยางเร่งทำการฝึกฝนอย่างรวดเร็ว