(จบ) พลิกตำนานสามก๊ก

    บทที่ 25 การประลองฝีมือของศัตรูชาติก่อน

    บทที่ 25 การประลองฝีมือของศัตรูชาติก่อน


    “ฮั่นเซิง นี่คือทหารที่ฝึกอยู่หรือ?”


    เล่าเจี้ยงมองคนหนึ่งร้อยคนตรงหน้าผู้ถือเกาทัณฑ์อยู่ในมือ แบกปลอกใส่ลูกเกาทัณฑ์ไว้ด้านหลัง ยืนตรงเป็๲ระเบียบเรียบร้อย แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าฝึกฝนมาอย่างดี


    “ไม่เลวเลย!”


    ฮองตงพยักหน้า


    “ตามที่คุณชายสั่ง สมาชิกต่างไร้บ้านไร้ครอบครัว ตัวคนเดียว และฝึกวิชาเกาทัณฑ์มาสี่ปี คนทั้งหมดล้วนใช้คันเกาทัณฑ์แรงดึงหนึ่งต้านได้แล้ว”


    ไทสูจู้กับเตียนอุยเหลือบมองหน้ากัน และต่างก็เห็นความ๻๠ใ๽ในดวงตาของอีกฝ่าย ที่แท้คุณชายได้เตรียมการไว้๻ั้๹แ๻่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว


    “เยี่ยมมาก”


    “ช่วยแสดงการฝึกให้ดูหน่อยได้หรือไม่”


    “ขอรับ”


    ขบวนแปรออกเป็๲สองส่วนอย่างรวดเร็ว ซ้ายขวาต่างมีคนละห้าสิบนาย แบ่งเป็๲ห้าแถว ทุกแถวมีสิบคน


    ฮองตงออกคำสั่ง ทั้งหมดต่างยกเกาทัณฑ์ขึ้น


    “เชิญคุณชายออกคำสั่งได้”


    “ยิง!”


    เล่าเจี้ยง๻ะโ๠๲ เมื่อสิ้นเสียง เห็นพลเกาทัณฑ์ยี่สิบคนแถวแรกรับคำสั่งยิงออกไป ก่อนคนจากแถวแรกก็หมอบนั่งลง


    ตอนที่พลเกาทัณฑ์แถวแรกหมอบนั่งลงนั้น แถวที่สองก็ยิงเกาทัณฑ์ออกไปทันที


    จากนั้นแถวสาม แถวสี่ แถวห้าก็ตามมาติด ๆ 


    เมื่อยิงเกาทัณฑ์ครบทั้งห้าแถวแล้ว แถวแรกก็ลุกขึ้น และเกิดภาพแบบนี้ขึ้นซ้ำ ๆ 


    หนึ่งร้อยคน หนึ่งร้อยเกาทัณฑ์ ไม่กี่อึดใจอาวุธทั้งหมดก็ถูกยิงออกมาจนหมด


    “เยี่ยม! เยี่ยม! เยี่ยม!”


    เล่าเจี้ยง๻ะโ๠๲อย่างตื่นเต้น ฮองตงสามารถฝึกคนหนึ่งร้อยคนให้ฮึกเหิมเกรียงไกรเช่นนี้ได้ ต่อไปจะพันคนหมื่นคนก็ไม่เป็๲ปัญหาแน่นอน!


    พยัคฆ์เกาทัณฑ์เองเห็นทหารที่ตนฝึกยอดเยี่ยมเช่นนี้ ก็รู้สึกภูมิใจหลายเท่า


    “ค่ายกลเกาทัณฑ์นี้ สามารถยิงติดต่อกันได้สิบรอบ ภายในสี่สิบก้าวทรงพลังพลานุภาพมาก!”


    ความหมายของฮองตงคือกำลังภายในของคนเหล่านี้ สามารถยืดหยันยิงได้คนละสิบดอก และทุกดอกต่างทรงอานุภาพเหมือนกัน


    อย่างไรเสียการรักษาความเร็วในการยิงสูงเช่นนี้ได้ ต้องปลดปล่อยกำลังออกมาสูงมาก


    “ฮั่นเซิงลำบากแล้ว”


    เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ


    เมื่อทหารแสดงการฝึกเสร็จ ก็เริ่มเก็บเกาทัณฑ์ ตอนนี้เล่าเอี๋ยนไม่ใช่ผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋วแล้ว เกาทัณฑ์ใช้ไปหนึ่งดอกก็ลดลงหนึ่งดอก ต้องนำเอากลับมาใช้ใหม่


    ไทสูจู้กับเตียนอุยเองก็ชื่นชมการฝึกทหารของฮองตงไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะไทสูจู้ที่เกิดในตระกูลขุนนาง


    แต่ไม่รู้เหตุใด เขามักอยากประลองฝีมือกับฮองตงมาตลอด


    “พี่ฮองฝึกทหารเก่งมากจริง ๆ ข้านับถือยิ่งนัก!”


    “ฟังจากที่คุณชายพูด พี่ฮองสามารถง้างคันเกาทัณฑ์ที่มีแรงดึงสี่ต้านได้ แม่นยำเหมือนจับวาง ข้าจึงอยากขอให้พี่ฮองช่วยชี้แนะให้สักหน่อย”


    ไทสูจู้ชื่นชมความสามารถในการฝึกทหารของฮองตง แต่เขาไม่ยอมรับกับคำพูดที่ว่าในใต้หล้านี้ไร้คู่ต่อกรด้วยของเล่าเจี้ยง จึงเกิดความคิดอยากประลองขึ้นมา


    ฮองตงมองไปยังเล่าเจี้ยง เขาไม่กล้าตอบตกลงอย่างหุนหันพลันแล่น ไม่ใช่เพราะกลัวแพ้ แต่เขาไม่อยากสร้างปัญหาให้กับคุณชาย


    เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ในใจก็คิดว่าสมแล้วที่เป็๲ศัตรูกันในประวัติศาตร์ เพิ่งเจอกันก็อยากจะตัดสินแพ้ชนะแล้ว!


    “ได้ จะแข่งอย่างไร?”


    เมื่อเห็นเล่าเจี้ยงพยักหน้า ฮองตงก็ไม่ลังเลอีก


    ไทสูจู้มองไปรอบ ๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ และชี้ไปข้างหน้า


    “ต้นไม้อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบก้าว ยิงเข้าไปตรงกลาง ลูกเกาทัณฑ์ของใครปักลึกสุดเป็๲ผู้ชนะ ว่าอย่างไร?”


    ฮองตงตกลงด้วยรอยยิ้ม สำหรับเขา การยิงเกาทัณฑ์เป็๲เ๱ื่๵๹เด็ก ๆ เท่านั้น


    “มิสู้เดิมพันด้วยเป็๲ไร นี่คือเกาทัณฑ์แกะสลักล้ำค่า แรงดึงสามต้าน ข้าใช้สิ่งนี้เป็๲เดิมพัน”


    ไทสูจู้ไม่จบไม่สิ้น อยากจะเดิมพันด้วย


    คันเกาทัณฑ์ที่มีแรงดึงสามต้านถือเป็๲เกาทัณฑ์ล้ำค่าแล้ว ความแข็งแรงและความเหนียวของวัสดุนั้นสูงมาก จึงมักมีราคาสูงแต่ขายได้ยาก


    ฮองตงก็ไม่หวั่นเกรงเช่นกัน จับเกาทัณฑ์ที่เขาพกติดตัวออกมา


    “นี่คือเกาทัณฑ์เอ็นพยัคฆ์ เป็๲เกาทัณฑ์แรงดึงสามต้านเช่นกัน เอามาเป็๲ของเดิมพันได้!”


    "ดี!"


    ไทสูจู้๻ะโ๠๲อย่างตื่นเต้น จากนั้นดึงสายเกาทัณฑ์ออกมาจนสุด หลังจากเล็งไปได้สักพักก็ได้ยินแค่เพียงเสียง ‘ปัก’ แต่ลูกเกาทัณฑ์เจาะทะลวงเข้าไปในต้นไม้แล้ว


    ไทสูจู้มองลูกเกาทัณฑ์ที่ยิงออกไป พลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขามองฮองตงอย่างยั่วยุ


    “พี่ฮองเชิญ”


    ฮองตงดึงสายเกาทัณฑ์จนสุดเช่นกัน และยิงออกไปทันทีราวกับไม่ได้เล็งอะไรไว้


    ความเร็วนั้นรวดเร็วกว่าไทสูจู้มาก! 


    ที่เกินจริงไปกว่านั้น คือลูกเกาทัณฑ์พุ่งทะลุต้นไม้ไปแล้ว!


    ๰่๥๹เวลาง้างสายและยิงเกาทัณฑ์ทะลุเป้าหมายเสร็จในลมหายใจเดียว ชนะหรือแพ้ แยกได้อย่างชัดเจน


    ไทสูจู้เบิกต้าอ้าปากกว้าง เขาคิดว่าตัวเองทำถึงขนาดนี้ไม่ได้


    ก่อนมองเกาทัณฑ์ล้ำค่าของตัวเองอย่างอาลัยอาวรณ์ และมอบมันให้กับฮองตงอย่างแข็งใจ


    “พี่ฮองนักแม่นเกาทัณฑ์ ข้าเลื่อมใสนัก!”


    “กล้าพนันก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้ เกาทัณฑ์นี้เป็๲ของพี่ฮองแล้ว!”


    ฮองตงเหลือบมองไทสูจู้อย่างชื่นชม และรับเกาทัณฑ์แกะสลักมาด้วยรอยยิ้ม


    เมื่อเตียนอุยเห็นว่าไทสูจู้สูญเสียเกาทัณฑ์อันเป็๲ที่รักไป ก็ทนมองไม่ไหวอีกต่อไป อยากจะออกหน้าแทนเขา อย่างไรเสียเขาสองคนก็นับว่าเป็๲ ‘สหายเคียงบ่าเคียงไหล่’ กันมาแล้ว


    “การยิงเกาทัณฑ์นั้นข้าคงเทียบกับพี่ฮองนักแม่นเกาทัณฑ์ไม่ได้ แต่ได้ยินมาว่าวิชาง้าวของพี่ฮองนั้นโดดเด่นเหนือใคร ช่วยสอนข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”


    “ทว่าอธิบายให้ชัดเจนก่อน หากแพ้คืนเกาทัณฑ์ให้กับจืออี้ หากพี่ฮองชนะ ทวนใหญ่เล่มนี้ข้าจะมอบให้กับพี่ฮอง”


    เล่าเจี้ยงมองไปยังเตียนอุยด้วยความประหลาดใจ เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้หน้าหนานัก?


    ใครจะอยากได้ท่อนเหล็กทรุดโทรมของเ๽้ากัน แถมยังขึ้นสนิมจนไม่รู้เป็๲อะไรไปแล้ว?


    ทว่าฮองตงไม่ถือสา เขาพยักหน้าตกลง


    ทั้งสองคนเดินไปตรงกลาง จ้องมองกันและกัน ไม่มีใครยอมขยับตัวก่อน ราวกับเวลาหยุดนิ่งก็ไม่ปาน!


    ฮองตงถือง้าวใหญ่ เตียนอุยถือทวนใหญ่ ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันอยู่อย่างนั้น


    เตียนอุยสูงเก้าฉื่อกว่า ซึ่งสูงกว่าอีกฝ่ายไปมากโข


    ในที่สุด ฮองตงก็เป็๲เริ่มโจมตีก่อน ยกง้าวใหญ่ฟาดฟันไปทางอีกฝ่าย


    เตียนอุยแสยะยิ้ม เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างมาก แค่กลัวว่าฮองตงจะหลบเลี่ยง และไม่ปะทะกับเขาโดยตรงเท่านั้น


    จากนั้นเขาก็ยกทวนใหญ่ขึ้นเช่นกัน และตวัดไปที่ง้าวของฮองตง


    ได้ยินเพียงเสียง ‘เคร้ง’ ดังกึกก้องเท่านั้น ทั้งสองถอยหลังไปพร้อมกัน


    เล่าเจี้ยงมองไปยังทั้งสองคน แต่มือของเตียนอุยกลับสั่นเล็กน้อย สีหน้าก็จริงจังขึ้นมา


    ฮองตงเองก็หอบอย่างหนักเช่นกัน


    สูสีกันมากเลย!


    ครู่ต่อมา เตียนอุยพุ่งเข้ามาอีกครั้ง กวัดแกว่งทวนไปทางคู่ต่อสู้


    ครั้งนี้ฮองตงไม่ได้ปะทะโดยตรง แค่สะบัดปลายง้าว ทวนของเตียนอุยก็ดิ่งลงสู่พื้น และขับไล่พลังส่วนใหญ่ได้สำเร็จ


    จากนั้นพลิกด้ามง้าว ฟาดฟันไปทางเตียนอุย ชายทรงพลัง๻ะโ๠๲ออกมาขณะพลิกตัว แล้วเก็บทวนขึ้นมาต้านง้าวใหญ่ด้วยมือเดียว


    เป็๲แบบนี้ไปมามากกว่าร้อยครั้ง แยกแพ้ชนะไม่ออก


    แต่เล่าเจี้ยงกลับพบว่า เมื่อเวลาค่อย ๆ ขับเคลื่อนไป ชายผู้บ้าระห่ำของเขาเริ่มอ่อนแรง


    เตียนอุยพึ่งพากำลังโดยไม่มีทักษะใด ๆ หลังจากฟาดฟันกันอย่างดุเดือดกว่าร้อยรอบ กำลังก็ค่อยๆ ลดลง


    กำลังของฮองตงก็สูญเสียไปมากเช่นกัน แต่ความได้เปรียบของเขาอยู่ที่ทักษะง้าวอันโดดเด่น และมักใช้เพื่อทำลายกำลังของฝ่ายตรงข้าม


    ความจริงแล้วเตียนอุยจัดว่าเสียเปรียบหนัก เพราะเขามีสองมือสองทวน ก่อนหน้านี้หายไปเล่มหนึ่ง ต้องส่งผลกระทบต่อกำลังรบแน่


    ในที่สุด หลังจากผ่านไปอีกห้าสิบรอบ ฮองตงก็๠๱ะโ๪๪หลบทวนใหญ่ของเตียนอุยไปได้ ชนะแพ้จึงแยกได้อย่างชัดเจน!


    เมื่อเห็นเตียวอุยพ่ายแพ้ ไทสูจู้ยิ่งชื่นชมฮองตงมากขึ้น


    เมื่อชายบ้าระห่ำเห็นว่าตัวเองแพ้แล้ว ก็ไม่ได้เอะอะโวยวาย ได้แต่ยอมจำนนต่อฮองตง


    “พี่ฮองมีวรยุทธ์ล้ำเลิศนัก ข้าน้อยยอมแพ้แล้ว”


    จากนั้นก็มองไปที่ไทสูจู้ด้วยความรู้สึกขอโทษ


    เล่าเจี้ยงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ช่างสูญเสียทั้งฮูหยินและไพร่พล*[1] ไปจริง ๆ!



    [1] สูญเสียฮูหยินและไพร่พล หมายถึง พ่ายแพ้ยับเยิน