“ตอนนี้นายก็รู้สึกซะว่าตัวเองโชคดีมากถ้าไม่ใช่เพราะฉันมาด้วยแล้วล่ะก็ นายคงแย่กว่านี้มาก” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดกับฉินลู่ด้วยท่าทางได้ใจ
“เธอคิดว่าฉันควรขอบคุณเธอสินะ?”
“ก็แน่น่ะสิ!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็เปลี่ยนมาทำสีหน้าจริงจัง ผลักฉินลู่เบาๆก่อนพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “รีบเดิน!”
ฉินลู่เงยหน้าขึ้นมามอง พบว่า ที่แท้มีนักข่าวที่อยู่ไม่ไกลนักกำลังจับภาพพวกเขาอยู่
ภายใต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนที่มามุงดู พวก“ผู้ซื้อบริการ”ก็ถูกพาตัวขึ้นรถตำรวจไป รวมถึงฉินลู่เองด้วย
แต่ว่า วินาทีที่ฉินลู่ขึ้นนั่งบนรถตำรวจเขากลับเห็นหวังต้าเฉียงกับโค้ชหัวโล้นยืนอยู่ท่ามกลางพวกผู้คนที่มามุงดูอยู่!
เห็นแค่ว่าทั้งคู่ถือไอศกรีมกันอยู่คนละแท่งพวกเขากินไอศกรีมไปด้วย ทำหน้าสนอกสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าไปด้วย
ทำให้จู่ๆ อารมณ์โมโหของฉินลู่ก็ปะทุขึ้นมาก่อนชี้ไปที่หวังต้าเฉียงและโค้ชหัวโล้นพร้อมตะโกนด่าออกมาว่า “เช็ดแม่ม!”
“ทำตัวดีๆ หน่อย! กลับเข้าไป!”
ฉินลู่โดนผลักตัวให้กลับเข้าไปในรถตำรวจ
ท่ามกลางฝูงคน หวังต้าเฉียงที่ยืนเลียไอศกรีมหันไปพูดกับโค้ชหัวโล้นที่อยู่ข้างๆอย่างสงสัยว่า “โค้ชครับ เมื่อกี้นี้ผมรู้สึกเหมือนได้ยินคนเรียกเราสองคนด้วยแหละ”
“ไม่มีนี่ ฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลยนายคงฟังผิดไปเอง อ้อ ใช่สิ ไอศกรีมที่นายซื้อมาอร่อยดีนี่เดี๋ยวเราไปซื้อกันอีกนะ” โค้ชหัวโล้นพูด
“ได้ครับ” หวังต้าเฉียงพยักหน้าจากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าเหมือนเป็นผู้โชคดีว่า “โชคดีที่มีการบุกจับพวกซื้อบริการนะครับทำให้โรงนวดวุ่นวายไปหมด ผมเลยไม่ต้องเสียเงินสักหยวน ฮ่าๆๆ”
ฉินลู่นั่งอยู่ในรถตำรวจที่เปิดไซเรนตลอดทางขับแห่ขบวนไปยังห้องคุมขังที่ค่อนข้างใหญ่แห่งหนึ่ง
พอเข้าไปด้านใน พวกผู้ซื้อบริการคนอื่นๆ ที่โดนจับมาพร้อมกับฉินลู่ต่างถูกจับไปขังในคุกรวม
และไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำสั่งจากชุยฉุ่ยฉุ่ยหรือเปล่าฉินลู่จึงได้มาอยู่ในห้องขังเดี่ยว เขาได้ดื่มด่ำกับห้องขังเดี่ยวที่โอ่อ่า แถมมีอาหารน่าทานที่คุณตำรวจเอามาเสิร์ฟให้อีกด้วย
และแน่นอนว่า ไอ้คำว่าน่าทานในที่นี้ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเอาไปเทียบกับอาหารของผู้ถูกคุมขังคนอื่นๆเท่านั้น
พอกินอาหารค่ำเสร็จฉินลู่ที่ถูกคุมตัวไว้ในห้องขังไม่สามารถต้มสมุนไพรยาจีนได้เขาจึงไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง และเริ่มทำการฝึกเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิตด้วยการท่องบทสวดโคจรจุลจักรวาล
ตำรวจที่กำลังตระเวนเดินตรวจตรารอบๆ ห้องขังเดินผ่านห้องคุมขังฉินลู่พอดีเห็นว่าท่านั่งของเขาตลกดี จึงส่ายหน้าไปมาอย่างแปลกใจ “สงสัยเป็นเพราะถูกจับและยอมรับความจริงไม่ได้จนเป็นบ้าไปแล้ว”
เมื่อไม่มีอ่างยาให้แช่ฉินลู่จึงทำการท่องบทสวดโคจรจุลจักรวาลไปได้ทั้งหมดเพียง 4 รอบเท่านั้น
“เฮ้อ เสียเรื่องจริงๆ !”
เขาถอนหายใจไปหนึ่งที แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงจากนั้นก็หลับตานอนหลับไป
“ปังๆๆ”
“ตื่นได้แล้ว!”
เสียงจากนอกห้องขังดังเข้ามาทำให้ฉินลู่สะดุ้งตื่น
เขาขยี้ตาเบาๆ อย่างงัวเงีย พบว่าประตูห้องขังเปิดอ้ามีตำรวจสองนายเดินเข้ามาจับแขนซ้ายแขนขวาของฉินลู่ พาตัวเขาออกไป
“แต่เช้าเลยเหรอ แล้วจะพาฉันไปไหน”
“ตอนนี้ถึงตานายไปให้ปากคำแล้วนายต้องไปกับเรา”
พูดจบ ตำรวจสองนายนั้นก็ลากตัวฉินลู่ออกไปทันที โดยไม่เว้นโอกาสให้ฉินลู่ได้พูดเลย
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ใส่กุญแจมือฉินลู่และไม่กลัวว่าฉินลู่จะหนีด้วยพวกเขาพาตัวฉินลู่ไปยังห้องคุมขังที่ตึกใหญ่โดยคนซ้ายผลักฉินลู่ทีคนขวาผลักฉินลู่ที
“เหอะๆ” ฉินลู่แอบขำในใจ
เหมือนว่าตำรวจในห้องคุมขังของที่นี่จะรู้จักฉินลู่น้อยเกินไปเสียแล้ว...
ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีฉินลู่ก็ถูกพาตัวมาที่ห้องสอบสวนที่มีเครื่องทรมานเพื่อทำให้ผู้ต้องสงสัยยอมให้การ
ในห้องสอบสวนนี้มีตำรวจอีกสองคนนั่งรออยู่แล้วและหนึ่งในนั้นก็คือชุยฮุ่ยฮุ่ย
ฉินลู่นั่งลงตรงเก้าอี้ผู้ถูกสอบปากคำอย่างเคยชินโดยไม่รอให้ตำรวจสองคนที่พามามีโอกาสได้พูดสั่งเลย
“โอ้โหนายดูคุ้นเคยกับกฎของที่นี่ดีนี่?” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดแขวะ
“อืม เคยมีประสบการณ์แล้ว” ฉินลู่พยักหน้า
เสียง “ปัง” ดังขึ้นตำรวจสองคนที่คุมตัวฉินลู่มาปิดประตูเหล็กห้องสอบสวน
ภายในห้องที่เงียบสงัดและมืดมนไร้แสงสว่างนี้เหลือเพียงฉินลู่ชุยฮุ่ยฮุ่ยและตำรวจอีกคน สามคนเท่านั้น
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเรียบเรียงคำพูดในหัวสักพักก่อนพูดออกมาด้วยเสียงเบาว่า “ตอนนี้พวกเราจะเริ่มกระบวนการสอบปากคำนายแล้วนายจะต้อง...”
“พูดวามจริง โทษจะได้ไม่หนักแต่หากปฏิเสธที่จะให้การ ก็จะต้องเจ็บตัว ให้พูดตามความจริงและให้ความร่วมมือกับพวกเธอ” ฉินลู่พูดแทรก
“ดูเหมือนว่านายจะเข้าใจหมดแล้วนะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยหัวเราะ จากนั้นก็กลับมาทำหน้าจริงจัง พร้อมพูดว่า “เริ่มสอบปากคำได้”
“เฮ้อ...” ฉินลู่ถอนหายใจออกมายาวๆ
นี่มันครั้งที่สองแล้ว ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้นะเรา
ฉินลู่แค่อยากลิ้มรสชีวิตที่สวยงามในรั้วมหาวิทยาลัยเท่านั้นทำไมเขาต้องมาประสบกับปัญหามากมายถึงเพียงนี้
“นายชื่ออะไร”
“ฉินลู่”
“อายุ?”
“24 ปี”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยขมวดคิ้วและถามว่า “นายอายุ26 ไม่ใช่เหรอ”
ฉินลู่เบ้ปากเล็กน้อย “เลขมันเยอะน่ะฉันจำไม่ได้หรอก ไม่ 24 ก็ 26 นี่แหละ”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยไม่อยากเสียเวลากับปัญหาการจำอายุของฉินลู่จึงถามต่อว่า “นายสัญชาติอะไร”
“จีน”
หลังจากผ่านการซักประวัติเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วชุยฮุ่ยฮุ่ยก็พูดเข้าประเด็นทันที “สำหรับเรื่องที่นายมีความผิดจริงนายมีอะไรจะสารภาพไหม”
ฉินลู่นิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดด้วยความโมโหขึ้นมาว่า “ไปอย่างไรมาอย่างไรฉันถึงได้กลายเป็นคนมีความผิดจริงแล้วล่ะ”
“นายไม่ยอมรับว่าตัวเองไปซื้อบริการใช่ไหม”
“จะให้ยอมรับกับผีอะไร!” ฉินลู่จ้องหน้าชุยฮุ่ยฮุ่ย “ฉันแค่ไปนวดเฉยๆแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการซื้อบริการด้วย อีกอย่าง ตอนที่พวกเธอบุกเข้ามาพวกเธอก็ไม่เห็นว่าฉันกำลังทำเรื่องอย่างว่านี่นามันไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าฉันซื้อบริการเลยใช่ไหมล่ะ ฉันแค่นั่งคุยกับผู้หญิงคนนั้นและช่วยตอบคำถามที่เธอสงสัย ฉันใช้ประสบการณ์อันโชกโชนและความคิดของตัวองเพื่อชี้ทางการใช้ชีวิตของเธอเท่านั้น”
“ถุย!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยกรอกตาใส่ฉินลู่อย่างหัวเสียพร้อมกับพูดว่า“อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย”
ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ “จะพูดอย่างไรก็เถอะฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายบริการอะไรนั่นทั้งนั้น ไม่อย่างนั้น พวกเธอจะทำการทรมานฉันและบังคับให้ยอมรับในความผิดที่ฉันไม่ได้ทำเหรอ”
“ถ้าเราทำแบบนั้นจริงนายก็จะหนีออกไปอีกใช่ไหม”
ฉินลู่พยักหน้าด้วยสีหน้าที่กำลังบอกว่ามันก็แน่อยู่แล้ว“จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้วล่ะถ้าไม่หนี แล้วจะให้ฉันรอพวกเธอมาจับฉันขังคุกหรืออย่างไร”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยเงียบไป เธอจ้องตาฉินลู่อยู่นาน
“มองฉันแบบนั้นทำไม”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดช้าๆ ว่า “นายเป็นใครกันแน่เรื่องที่เกิดขึ้นในสถานีตำรวจเขตหนานเฉิงเมื่อวานนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ป่านนี้คงโดนสั่งให้จับขังคุกไปแล้วอย่างต่ำ 10 ปี แต่นายกลับไม่โดนข้อหาอะไรเลย ฉันได้ยินว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากผู้บัญชาการที่บอกว่าไม่ให้ตามนายไป”
ฉินลู่หัวเราะและพูดว่า “คงเป็นเพราะผู้บัญชาการคนนั้นมีคุณธรรมและรู้ว่าฉันเป็นคนดีก็เลยปล่อยตัวฉันไป”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยส่ายหัวไปมาและพูดว่า “นายก่อเรื่องใหญ่ขนาดนั้นอันที่จริง ระดับผู้บัญชาการก็จัดการเรื่องนี้เองไม่ได้หรอกนายจะต้องมีใครสักคนที่เป็นคนเบื้องบนคอยหนุนอยู่แน่”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดพลางชี้ขึ้นไปบนเพดาน
ท่าทีของชุยฮุ่ยฮุ่ยทำเอาตำรวจที่กำลังทำบันทึกคำให้การอยู่ข้างๆตกใจอย่างเห็นได้ชัด
เพราะที่นี่คือเมืองจิงเฉิง!
คนที่อยู่สูงกว่าเมืองจิงเฉิงจะเป็นใครล่ะ มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่จะไม่รู้คำตอบนี้
ตำรวจหนุ่มทำหน้าสนใจขึ้นมา และมองฉินลู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าบนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มที่กำลังคิดจะเลียแข้งเลียขาเหมือนสุนัขรับใช้ออกมา
“คนที่คอยหนุนฉันเหรอ” ฉินลู่ใจเย็นลงบ้างแล้ว เขาแบมือแล้วยื่นออกไปตรงหน้าชุยฮุ่ยฮุ่ยและพูดว่า“ขอบุหรี่ให้ฉันสักมวนสิ”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยทำตาเป็นประกายรีบสะกิดตำรวจหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ และพูดว่า “นายมีบุหรี่ไหม รีบเอาให้เขาสักมวนสิ”