ตอนที่ 42
หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จโฟว์ก็ไม่ได้พาสตีฟออกไปจัดการสัตว์กลายพันธ์ต่อแต่เธอเลือกจะหยิบยกสัตว์กลายพันธ์ที่เธอล่าออกมาถามคำถามสตีฟว่าถ้าเป็นสตีฟจะจัดการมันยังไง สตีฟรู้สึกว่ามันเหมือนกับการสรุปเนื้อหาบทเรียนยังไงยังงั้น
“ว่าไงนะครับมีโรงประมูลของที่ได้จากสัตว์กลายพันธ์ด้วยงั้นเหรอครับ” สตีฟถามอย่างตกตะลึง
“ใช่มันมีสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงๆบางตัวจะมีออร์บ (Orb) อยู่ข้างในถ้าจำไม่ผิดคุณพ่อบ้านเคยใช้เจ้าลูกบาศก์ขยายมิติไปแล้วใช่มั้ย” โฟว์ถาม
“ใช่ครับผมเคยใช้ไปแล้ว” สตีฟพยักหน้า
“นั่นน่ะได้มาจากสัตว์กลายพันธ์ที่ใช้สกิลเกี่ยวกับมิติเลเวลประมาณหนึ่งร้อยสามสิบขึ้นไป” โฟว์อธิบาย
“ว้าวงี้ถ้าเจอมันเยอะๆก็รวยตายเลยสิครับ” สตีฟพูดตอนนี้สายตาของเขามองเห็นเงินจำนวนมากอยู่
“ไม่หรอกออร์บมันไม่ได้หาง่ายๆหรอกนะ สัตว์กลายพันธ์พวกนี้เฉลี่ยแล้วหนึ่งพันตัวจะชำแหละเจอสักตัว” โฟว์บอก
“หนึ่งในพันเลยงั้นเหรอครับ” สตีฟอุทานอย่างตกใจ
“แล้วโรงประมูลนี่อยู่ที่ไหนเหรอครับ” สตีฟถามอย่างสนใจ
“อยู่ที่วอชิงตัน คนที่จะเข้าร่วมได้นั้นจะต้องเป็นฮีโร่ระดับ A ขึ้นไป” โฟว์อธิบาย
“วอชิงตันอย่างนั้นเหรอครับ” สตีฟพยักหน้าโดยคาดหวังไว้ว่าสักวันจะต้องไปโรงประมูลนี่ให้ได้สักวันเพราะเรื่องเงินในตอนนี้สตีฟไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน
“เอาล่ะวันนี้พอเท่านี้แล้วกันคุณพ่อบ้านก็ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนเถอะเลคเชอร์ซะหลายชั่วโมงเลย” โฟว์พูดพลางดูนาฬิกา
“นี่เย็นแล้วเหรอเนี่ย” สตีฟพูดอย่างตกใจนี่เขานั่งฟังและตอบคำถามอยู่ตั้งสี่ห้าชั่วโมงเลยงั้นเหรอเนี่ย
ส่วนโฟว์หลังจากไล่สตีฟให้ไปอาบน้ำเสร็จเธอก็เดินไปทันที
“เราเองก็ไปอาบน้ำมั่งดีกว่า โดนเจ้าแองกี้เบิร์ดอัดมาเล่นซะเสื้อผ้าสกปรกหมดเลย ดีนะเสื้อผ้าเราไม่ขาดไม่งั้นต้องมานั่งเย็บอีก” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปอาบน้ำทันที
สามสิบนาทีผ่านไป
สตีฟนั้นยังอาบน้ำไม่เสร็จจริงๆไม่ใช่ไม่เสร็จหรอกนะแต่พอสตีฟเห็นสภาพในห้องน้ำแล้วทนไม่ได้แค่นั้นเอง
ครืด !! ครืด !! ครืด !! ครืด !! เสียงคล้ายคนกำลังใช้แปรงขัดพื้นดังออกมาจากในห้องน้ำใช่แล้วสตีฟกำลังขัดห้องน้ำอยู่
“ไม่ไหวๆบ้านพักตากอากาศหรูซะเปล่าแต่ห้องน้ำสกปรกชะมัด พ่อจะจัดขัดให้เอี่ยมเหมือนใหม่เลยคอยดูเถอะ” สตีฟพูดออกมาอย่างมุ่งมั่นในมือเขามีแปรงคู่ใจที่เผลอหยิบติดออกมาจากคอนโดอยู่และด้วยไม่รู้เพราะอะไรสตีฟดันติดเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดมาหมดเลยซะงั้น
ปี๊ด !!! สตีฟบีบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำขวดสีม่วงยี่ห้อดังอย่างแรงทำให้น้ำยาราดไปทั่วห้อง
“หือ กำแพงเองก็มันแผลบเลยแฮะ” สตีฟลองใช้มือลูบกำแพงดูก่อนจะฉีดน้ำยาล้างห้องน้ำไปที่กำแพงและออกแรงขัดมันต่อทันที
ครืด !! ครืด !! ครืด !! ครืด !! สตีฟขัดกำแพงห้องน้ำอย่างพิถีพิถัน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ตึง !! ตึง !! ตึง !! เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คุณพ่อบ้านจะเสร็จหรือยังฉันปวดท้องเป็นผู้ชายอะไรอาบน้ำตั้งชั่วโมงครึ่ง” เสียงโฟว์ดังออกมาจากนอกห้องน้ำ
“จะเสร็จแล้วครับสองนาที” สตีฟตะโกนกลับไปตอนนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายคือใช้ผ้าเช็ดน้ำที่พื้นและกำแพงให้แห้งสนิทจน
สองนาทีต่อมาสตีฟเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดลำลองที่เตรียมมา
“อาบน้ำนานเป็นชั่วโมงเลยนะคะ อย่าบอกนะว่าแอบทิ้งน้ำเชื้อไว้ที่บ้านพักตากอากาศของฉัน” โฟว์พูดพลางยกมือขึ้นปิดปากทำท่าทำทางเหมือนตกใจมาก
“ใครจะไปทำยังงั้นกันเล่าโธ่ ว่าแต่ไม่ปวดท้องแล้วเหรอครับ” สตีฟถอนหายใจออกมาพลางถามเธอ
“อ๊ะจริงด้วยหลบเร็วค่ะ” โฟว์ที่โดนสตีฟทักนึกขึ้นได้ก่อนจะเบียดตัวแทรกเข้าห้องน้ำไปสตีฟเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นเพราะไม่รู้ว่าเขาจะต้องไปนอนที่ไหนจึงรอถามโฟว์ก่อน
สตีฟนั่งลงไม่ถึงสามนาทีโฟว์ก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าแตกตื่นเธอมองหาสตีฟอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเห็นสตีฟนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นกำลังดื่มน้ำอยู่เธอรีบวิ่งเข้ามาหาทันที
“คุณพ่อบ้านคะ !!!” โฟว์วิ่งเข้ามาพลางเขย่าตัวสตีฟแรงๆ
“คะ คะ ครับมีอะไรหรือเปล่าครับ” สตีฟถามด้วยความมึนงง
“คุณพ่อบ้านคะ !!” โฟว์พูดกับสตีฟอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อะ อะ อะไรครับ” สตีฟเริ่มกลัว
“ช่วยมาเป็นผัวให้ทีค่ะ” โฟว์พูดออกมา
พรูด !!!! สตีฟสำลักน้ำจนพ่นออกมาเต็มหน้าโฟว์ไปหมด
“แค่ก !! แค่ก !! คุณพูดบ้าอ่ะไรของคุณเนี่ยคุณโฟว์” สตีฟรีบลุกขึ้นเดินหนีเธอทันที
“นะคะขอร้องล่ะค่ะ ช่วยทีนะคะ” โฟว์พูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง
“จะบ้ารึไงคุณโฟว์ผมมีภรรยาแล้วการจะเป็นสามีภรรยาได้ทั้งคู่ต้องรักกันและแต่งงานกันนะครับ” สตีฟพูดออกมา
“ขอร้องล่ะค่ะถ้าได้คุณมาเป็นผัวเอ้ยสามีล่ะก็ ชีวิตฉันจะต้องสบายขึ้นแน่ๆเลยค่ะ คุณทั้งทำอาหารเก่ง ทำความสะอาดก็สุดยอด ฉันเกิดมาจนอายุสามสิบกว่าแล้วยังไม่เคยเจอผู้ชายครบเครื่องแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ” โฟว์พูดออกมา
“เหอะๆหน้าที่แบบนั้นมันคนใช้ชัดๆเลยครับ ที่ผมทำความสะอาดห้องน้ำให้เพราะเห็นมันสกปรกมากเกินไปจนผมอดไม่ได้ต่างหากเล่าโธ่” สตีฟส่ายหน้ากับความคิดของโฟว์นี่มาพูดกับเขาแบบนี้เพราะหาคนทำกับข้าวให้กินและหาคนทำความสะอาดให้นี่เองสตีฟนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าห้องนอนหรือห้องส่วนตัวของเธอจะรกขนาดไหน
“ผมไปนอนดีกว่าว่าแต่จะให้ผมนอนห้องไหนครับ” สตีฟพูดหาทางหนีจากสถานการณ์ตอนนี้
“ห้องนั้นเลยค่ะ” โฟว์ชี้ไปที่ห้องนอนที่ใช้สำหรับแขก
“ขอบคุณครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเดินไปทันที
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณพ่อบ้าน” โฟว์เรียกสตีฟเอาไว้ก่อนที่เขาจะเข้าห้องนอนไป
“ครับมีอะไรครับ” สตีฟหันมาถามอย่างสงสัยว่าเธอมีอะไรอีก
“จะไม่มาเป็นสามีให้ฉันจริงๆเหรอคะ” โฟว์ยังไม่เลิกถาม
ปัง !!! สตีฟที่ได้ยินถึงกับเปิดประตูและรีบหนีเข้าห้องนอนไปทันที
“ชิ !!” โฟว์สบถออกมาก่อนจะเดินไปล้างหน้าเพราะเมื่อครู่โดนสตีฟพ่นน้ำใส่เต็มๆ
วันต่อมา
มื้อเช้าสตีฟทำเป็นข้าวต้มง่ายๆก่อนโฟว์จะพาสตีฟไปลุยในป่าต่อ แต่ครั้งนี้โฟว์เลือดที่จะจัดการพวกสัตว์กลายพันธ์ที่บินได้ให้สตีฟดูเป็นตัวอย่าง
“จำเอาไว้นะคะ พวกนกส่วนใหญ่ถ้าไม่โจมตีด้วยสกิลโจมตีระยะไกล ก็จะพุ่งเข้าโจมตีเป็นเส้นตรง แต่ก็มีบางตัวอย่างสายพันธ์เหยี่ยวที่จะเจ้าเล่ห์หน่อยพวกนี้จะมีการโจมตีหลอกด้วยกรงเล็บหรือปากของมันให้ระวังเอาไว้ด้วย” โฟว์บอกกับสตีฟก่อนจะสาธิตด้วยการจัดการเหยี่ยวกลายพันธ์ตัวหนึ่งให้ดู
เหยี่ยวตัวนี้โจมตีใส่โฟว์ด้วยการสลัดขนที่ปีกใส่เธอ
ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !! โฟว์หลบด้วยการใช้สกิลประตูมิติหลบการโจมตีของมันครั้งนี้โฟว์ไม่ได้ส่งการโจมตีกลับไปหาเจ้าเหยี่ยวเธอตั้งใจจะให้สตีฟดูเป็นตัวอย่างจริงๆเธอสามารถจัดการมันได้ในไม่กี่วินาทีแต่เธอไม่ทำเพราะเธออยากให้สตีฟเห็นว่าถึงเธอจะไม่ใช้สกิลประตูมิติเธอก็ฆ่ามันได้
“ดูเอาไว้นะคะการโจมตีทุกอย่างไม่ว่าจะของมนุษย์หรือของสัตว์กลายพันธ์การโจมตีแต่ละครั้งจะมีสัญญาณบอกเหตเสมอ อย่างมนุษย์เวลาจะต่อยหรือจะเตะกล้ามเนื้อที่แขนและที่ขาจะขยับ เหยี่ยวตัวนี้เองก็เช่นกันเมื่อครู่ตอนที่มันจะโจมตีด้วยจนพวกนั้นขยายปีกออกเห็นมันคะ ถ้ามองดีๆล่ะก็ในเสี้ยววินาทีจะเห็นขนปีกของพวกมันตั้งขึ้นก่อนที่จะถูกปล่อยออกมา” โฟว์พูดกับสตีฟที่อยู่ไม่ไกล
“อย่างนั้นเหรอครับ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจแต่เมื่อครู่เขานั้นไม่เห็นสัญญาณที่จะบอกได้ว่าเหยี่ยวตัวนี้จะโจมตีด้วยการสลัดขนปีกเลย
สตีฟจ้องมองเหยี่ยวที่อยู่บนท้องฟ้ากว่ายี่สิบเมตรเขม็งตอนนั้นเองเจ้าเหยี่ยวก็เปลี่ยนท่าที
“จะพุ่งเข้ามางั้นเหรอ !!” สตีฟพูดออกมาเบาๆหลังจากเห็นเจ้าเหยี่ยวตัวนี้เปลี่ยนเป็นสายตาคมกริบมันเก็บขาหรือกรงเล็บของมันไปด้านหลังก่อนจะบินพุ่งเข้ามาทันที
“พุ่งเข้ามาจริงๆด้วย” สตีฟอุทานออกมาอย่างแปลกใจเพราะเขาเดาถูกซะงั้น
โฟว์เห็นดังนั้นก็กระชับดาบในมือของเธอแน่นก่อนจะเบี่ยงตัวไปด้านข้างและกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าและฟันออกไปทันที
ฉัวะ !!! ก๊าซ !!! เหยี่ยวร้องออกมาดังลั่นมันถูกโฟว์ตัดปีกออกไปข้างหนึ่ง
“จงเลือกโจมตีจุดที่ทำให้ศัตรูได้เปรียบเสียก่อนในกรณีนี้คือปีกของเหยี่ยว มันทำให้ศัตรูนั้นบินไม่ได้อีก นอกเสียจากคุณจะเหาะได้แบบภรรยาคุณถ้าเป็นแบบนั้นคุณคงเหาะเข้าไปอัดมันตรงๆได้เลย” โฟว์พูดออกมาก่อนจะใช้ดาบของเธอแทงเข้าไปที่หัวของเหยี่ยวตัวนี้เพื่อปิดเกมส์
ฉึก !!! เสียงดาบแทงลงไปก่อนโฟว์จะเก็บร่างของนกเหยี่ยวกลายพันธ์ตัวนี้ใส่กระเป๋ามิติไปรวมถึงปีกที่เธอตัดออกมาด้วย
“เป็นไงคะ พอมองออกบ้างมั้ย” โฟว์ถามอีกสตีฟ
“ไม่รู้สิครับ แต่เมื่อครู่จู่ๆผมก็คิดว่ามันน่าจะพุ่งเข้ามาโจมตี และมันก็พุ่งเข้ามาโจมตีจริงๆตามที่ผมคิดซะงั้น ไม่รู้บังเอิญหรือเปล่า” สตีฟพูดออกมาโฟว์ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเธอดีใจที่สตีฟเริ่มมีการพัฒนาด้านการสังเกตแล้ว
โฟว์ยังทำแบบนี้ไปอีกจนครบสี่วัน เธอล่าสัตว์กลายพันธ์ไปเกือบสองร้อยตัวสตีฟนั้นอยากรู้จริงๆว่ากระเป๋ามิติของโฟว์มีขนาดใหญ่เท่าไหร่กันเพราะสองร้อยตัวนี่ด้วยขนาดของมันกระเป๋าสตีฟคงใส่ได้แค่ห้าสิบตัวเท่านั้น
วันนี้เป็นวันที่ห้าที่สตีฟได้รับภารกิจอีกครั้ง และครั้งนี้โฟว์บอกว่าจะไม่ช่วยสตีฟอีกแล้วด้วยเธอจะรออยู่ที่บ้านพักถ้าเสร็จภารกิจแล้วให้ไปบอกเธอเธอจะได้พาสตีฟกลับนิวยอร์ค หรือถ้าไม่ไหวสตีฟจะขอยอมแพ้ก็ได้ซึ่งโฟว์ให้พลุมาหนึ่งลูกให้สตีฟใช้ตอนขอยอมแพ้เธอจะรีบไปช่วยสตีฟทันที
“ใครจะไปยอมแพ้กันเล่าดูแต่คุณโฟว์ล่ามาตั้งสี่วันตรูเองก็เริ่มคันไม้คันมือแล้วเฟ้ย !!” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเปิดดูภารกิจที่โฟว์ให้มา
หน้าต่างล่าสัตว์กลายพันธ์ในเขตป่าของน้ำตกไนแองการ่า จำนวน 0/100 ตัวเวลาที่เหลือ 5.54.23 ชั่วโมง
“กำหนดเวลาคือหกชั่วโมงหรือก่อนพระอาทิตย์ตกดินสินะเห็นว่าถ้าทำสำเร็จจะมีรางวัลให้ด้วยรางวัลเป็นอะไรนะอยากรู้จริงๆ” สตีฟพูดออกมาหลังจากดูเวลาตอนนี้สตีฟอยู่ที่หน้าผ้าที่เดิมที่เคยสู้กับแองกี้เบิร์ด
“เอาล่ะหกชั่วโมงหนึ่งร้อยตัวงานหนักไม่ใช่เล่นเพราะสัตว์กลายพันธ์ระยะใกล้ๆบ้านพักถูกคุณโฟว์จัดการไปเกือบหมดแล้ว เราเองก็ต้องออกไปล่าไกลหน่อยสินะ” สตีฟพูดเพราะสี่วันมานี้โฟว์พาออกล่ารอบๆแถวนี้ไปเกือบหมด
สตีฟมองไปป่าเบื้องล่างก่อนจะเดินถอยหลังไปเกือบยี่สิบก้าวก่อนจะตั้งท่าเหมือนกับนักวิ่งที่กำลังรอสัญญาณปืนเสียอย่างนั้น
สตีฟเงยหน้าก่อนจะเริ่มออกตัววิ่งทันที
ตุ่บ !! ตุ่บ !! ตุ่บ !! ตุ่บ !! ฟิ้ว !!! ยะฮู้ว !!!!!!!!!!!!! สตีฟตะโกนออกมาเสียงดังร่างของเขาพุ่งไปในอากาศไม่สิเรียกว่าทะยานจะเหมาะกว่า
“เฮ้อทั้งๆที่สอนไปแล้วว่าวิธีแบบนั้นอันตรายก็ยังไม่เข็ดสินะคะ” โฟว์ที่มองอยู่ที่ระเบียงถอนหายใจออกมาหลังจากเห็นสตีฟวิ่งกระโดดลงไป
“แต่....ศักยภาพทางกายนั่นยอดไปเลยนะกระโดดครั้งเดียวทะยานออกไปเกือบกิโล นี่ถ้ายังมีแข่งกระโดดไกลอยู่คุณไม่กลายเป็นแชมป์โลกตลอดกาลไปเลยเหรอคะเนี่ย” โฟว์พูดออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปนอนต่อเธอนั้นสอนสิ่งต่างๆที่จำเป็นให้สตีฟไปหมดแล้วในสี่วันมานี้
จบ...