“เช่นนั้นข้าต้องทำอันใดหรือไม่”
“เจ้าค่ะ นายท่านจำได้หรือไม่ ว่าหากนายท่านต้องการที่จะตื่นขึ้นจากการหลับใหล ร่างกายนายท่านต้องพร้อมยอมรับการตื่นขึ้นมาของพลัง”
“อืม เช่นนั้นข้าก็ต้องออกกำลังกายงั้นหรือ” ตายล่ะ ออกกำลังกายหรอ อืออ ภพก่อนเพียงแค่นอนบนเตียงแล้วกระดิกเท้าข้ายังขี้เกียจเลย
“ก็ถูกเจ้าค่ะ แต่เพียงแค่ส่วนเดียว”
“ยังมีอันใดอีกหรือ” นอกจากออกกำลังกายแล้วยังมีอะไรอีกอ่า
“นายท่านต้องฝึกพลังเจ้าค่ะ พลังจะช่วยให้นายท่านตื่นไวมากขึ้นและแข็งแกร่งมากกว่าเดิมเจ้าค่ะ”
“เหมือนที่จินหลงบอกกับข้านะหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ สิ่งที่นายท่านต้องฝึกก็จะมีตั้งแต่ พลังปราณ พลังธาตุ รวมไปถึงการปรุงโอสถเจ้าค่ะ”
“ห๊าาาา ทำไมมันเยอะนักล่ะ ฟังไปฟังมา ข้าเหนื่อยละเนี่ย” นางเอกในนิยายชัดๆ ที่ต้องเก่งทุกอย่าง โอ้ยยยสวรรค์ท่านตามจองล้างจองผลาญข้าหรือ
“เยอะเจ้าค่ะ แต่เพื่อความแข็งแกร่งนายท่าน ท่านต้องอดทนนะเจ้าค่ะ” เจี่ยฉงเอ่ยออกไปด้วยความเห็นใจเด็กน้อยตรงหน้าที่ควบตำแหน่งเจ้านายของตนเองไปด้วย
“อือๆ ข้ารู้ งั้นเราเริ่มกันเลยมั้ยล่ะ” จินเออร์ที่พยายามทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายและท้อแท้ ที่เกิดใหม่ทั้งที ยังมีภารกิจอะไรต่างๆ ตามมาไม่รู้จบไม่รู้สิ้น
“เจ้าค่ะ งั้นขั้นแรก ข้าอยากให้นายท่านฝึกฝนร่างกายก่อนเป็นอับดับแรก” เมื่อเห็นว่านายท่านทำใจได้แล้ว เจี่ยฉงจึงรีบอธิบายให้คนตรงหน้าฟัง
“ได้ๆ ให้ข้าทำอย่างไร”
“วิ่งเจ้าค่ะ นายท่าน เห็นสระด้านหน้าหรือไม่”
“สระที่ไหนกัน ข้ามองไปไม่เห็นมีเลย” ตรงไหนอ่ะ มีแต่พื้นดินพื้นหญ้า
“มองดีๆ เจ้าค่ะ”
“ห๊าา อีกแล้วว มันมาได้ยังไงกัน เมื่อกี้ยังไม่เห็นเลย”
“เจ้าค่ะ จริงๆ พวกสิ่งมีชีวิตพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม ต้นไม้สัตว์ป่าต่างๆ จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาตามกำลังของนายท่านเจ้าค่ะ”
“งั้นหรือ ได้สิ กี่รอบละ สองรอบเนอะ” แต่ข้ายังไม่ได้ทำไรเลย แบบนี้ก็ได้หรอ ดีแหะ
“100 รอบเจ้าค่ะ นายท่าน 100 รอบ เจ้าค่ะ หลังจากนี้ทุกๆ เช้าให้นายท่านตื่นมาวิ่ง 100 รอบเสมอ เมื่อเสร็จแล้วให้ท่าน เข้ามาศึกษาตำราต่อ โดยศึกษาเรื่องของพลังปราณ พลังธาตุ รวมไปถึงการปรุงโอสถเจ้าค่ะ เมื่อท่านอ่านจบแล้วจะถึงขั้นตอนการปฎิบัติ ข้าจะมาสอนนายท่านเอง”
“โหดร้ายมากกก เจ้าโหดร้ายกับข้ามากเจี่ยฉง” จินเออร์ตัดพ้อเจี่ยฉง พลางทำท่าขยี้หัวตนเองไปมาอย่างยุ่งเหยิง
“แหะๆ ข้าเปล่านะเจ้าค่ะ เบื้องบนเขาสั่งมาต่างหาก” เจี่ยฉงที่เห็นดังนั้น จึงทำได้เพียงแค่โบ้ยไปยังคนเบื้องบน
“หึ" อย่าให้ข้ารู้นะ ไม่งั้นข้าจะ….เผาาาาา เผามัน ข้าหิว ชิ
“เจ้าค่ะๆ นายท่านเริ่มวิ่งเถิด จะพักผ่อนและไปอ่านตำรา” เมื่อเห็นว่านายท่านเริ่มบ่นออกมาอีกรอบ จึงรีบเอ่ยออกไป
“ใจร้ายยยยยย เจ้าคนใจร้าย อืออ หลังจากนั้นจึงวิ่งออกไปและตะโกนไปรอบๆ สระ”
เมื่อจินเออร์วิ่งเสร็จ จึงออกไปนั่งท่องตำราเรื่องต่าง ๆ ต่อก็เป็นดั่งที่จินหลงเคยบอก ในเรื่องของพลังปราณ และขั้นระดับพลังต่างๆ
ส่วนเรื่องเวลานั้น จินเออร์ได้ขอให้เจี่ยฉงปรับเวลาภายในเดินช้ากว่าภายนอกมากกว่าเดิม เพราะจินเออร์กลัวว่าด้วยความรู้และความสามารถที่มี จะไม่เพียงพอต่อการออกไปใช้ชีวิตข้างนอก อีกอย่างมีเวลาเยอะๆ มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ
เวลา 6 เดือนในมิติจิต โลกภายนอกตอนนี้ ผ่านไปเพียงแค่ เดือนเดียว แต่เรื่องน่ายินดีคือจินเออร์ได้ศึกษาเนื้อหาต่างๆ ในตำราจบหมดทุกแขนงแล้ว นอกจากนี้ เวลาที่ผ่านมายังใช้ไปกับการฝึกฝนศาสตร์ต่างๆ เพราะเจี่ยฉงนอกจากจะสอนภาคทฤษฎีให้แก่จินเออร์ ตอนนี้ยังผันตัวมาเป็นผู้ฝึกสอนภาคปฏิบัติอีกด้วย นอกจากจะเป็นอาจารย์แล้ว เจี่ยฉงยังมีอีกหนึ่งตำแหน่งนั้นก็คือ เพื่อนสนิทของจินเออร์หลังจากที่ได้จำแลงร่างเป็นมนุษย์แล้ว
“ตู้มมมม/// เสียงระเบิดพลัง”
“เย่ ข้าทำสำเร็จแล้วเจี่ยฉง”
“ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายท่าน ตอนนี้พลังของท่านมาถึงปราณขั้นสีน้ำเงินขั้นสูงแล้ว”
“อืม ยิ่งระดับสูงพลังปราณยิ่งเพิ่มขึ้นยากมาจริงๆ”
“งั้นต่อไป ปรุงโอสถเจ้าค่ะ เอาเป็นโอสถถอนผนึกพลังดีหรือไม่”
“เจ้าว่าอันใดนะเจี่ยฉง”
“ปรุงโอสถถอนผนึกพลังเจ้าค่ะ มีอันใดหรือ”
“โอสถที่เจ้าว่าสามารถถอนการโดนผนึกพลังทุกอย่างได้หรือไม่”
“อืมม ข้าไม่เคยลองนะเจ้าค่ะ แต่จากที่ข้าศึกษามา น่าจะได้ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ เพราะส่วนผสมของโอสถมีแต่วัถตุดิบที่ใช้ในโอสถถอนพลังจากการโดนผนึกพลังแต่ละแบบ”
“กรี้ดดดด ทำไมเจ้าไม่รีบบอกข้าเล่า อืออ ข้าจะได้เอาไปให้ท่านพ่อท่านแม่ถอนผนึกพลังเสียที”
“แหะๆ ก็นายท่านไม่ได้ถามข้านี่เจ้าค่ะ”
“เออๆ ข้าเองๆ งั้นเรารีบลองดูกันเถิด หากสำเร็จ ข้าจะได้มีของต้อนรับการกลับบ้านของข้า”
“เจ้าค่ะ หากตามที่ท่านจินหลงบอก ส่วนผสมของโอสถจะประกอบไปด้วย หญ้าน้ำค้าง ดอกเดือนหนาว เกสรเหมันต์ และตะวันพฤกษา และที่สำคัญคือเลือดของสัตว์วิเศษระดับสูงขึ้นไป ใช่หรือไม่เจ้าค่ะ”
“จริงสิ สมุนไพรว่าหายากแล้ว แต่ที่สำคัญยังต้องใช้เลือดของสัตว์วิเศษอีกหรือ ข้าไม่อยากทำร้ายผู้ใดเลยเจี่ยฉง เจ้ามีวิธีอื่นหรือไม่”
“จริงๆ แล้ว นอกจากเลือดของสัตว์วิเศษแล้ว ยังมีเลือดของสายเลือดบริสุทธิ์ที่ใช้ได้เช่นกัน”
“สายเลือดบริสุทธิ์งั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ” หลังจากขานรับแล้วเจี่ยฉงจึงมองไปยังจินเออร์ เพื่อบอกให้รู้ว่า สายเลือดบริสุทธิ์ที่ว่าก็คือนางสายเลือดในตำนาน…สายเลือดหงส์เพลิง สิ่งนี้คือสิ่งที่จินหลงไม่ได้พูดออกไป เนื่องจากคำสั่งของใครบางคนที่ไม่ต้องการให้นางเจ็บตัวเพื่อคนอื่น แม้นจะไม่มีคำสั่งของใคร แน่นอนว่าจินหลงก็คงไม่พูดเช่นกันและจะยอมสละเลือดของตนเองเพื่อนาง ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม
“เช่นนั้นสมุนไพรเล่าจะนำมาจากที่ใด”
“ด้านหลังกระท่อมของท่านอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ ”
“ห๊าาาา มันมาได้ไง อีกแล้วหรือ”
“อย่างที่ข้าบอกเจ้าค่ะ มิติจิตของนายท่านจะเกิดสิ่งที่นายท่านต้องการ ทราบใดที่พลังของนายท่านมีมากพอ นั้นคือความวิเศษของมิติจิตแห่งนี้เจ้าค่ะ”
“หูยยย โคตรดีเลยอ่ะ งั้นข้าปรุงโอสถเลยนะ แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องลองดูนะ เพราะโอสถถอนผนึกพลัง เป็นโอสถระดับเทวะ เช่นเดียวกับโอสถฟื้นฟูพลังปราณ ปกติเรายังไม่เคยลองเลย”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะนายท่าน เพียงแค่ท่านลองฝึกไป หากมิ…”
ระหว่างที่พูดไป จินเออร์ก็ปรุงไป ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้นั้น ทำให้เจี่ยฉงหยุดพูดไปกลางคันแล้ว จะบอกว่า ลูกรักสวรรค์ก็ไม่ผิด ขนาดลูกรักของสวรรค์จริงๆ อย่างรัชทายาทสวรรค์ยังต้องใช้เวลาถึง สามครา ในการฝึกหลอมโอสถ
เพียงแต่ตอนนี้ นางพูดไปทำไป เพียงครั้งแรก ก็แทบทำให้ใครบางคนกระอักเลือดออกไมาได้แล้ว
“อ๊ะ …. บู้มมมม”
ฮัดชิ้ว ใครนินทาข้า