บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 หญิงม่าย

    หยางหนิงรู้ว่าต้วนชางไห่ร่างกายกำยำมีราศีของความเป็นทหารอย่างชัดเจน รวมไปถึงฉีเฟิงกับจ้าวอู๋ชางด้วยหยางหนิงสัมผัสถึงความเป็นทหารของพวกเขาได้

           แต่แค่คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นคนของค่ายกิเลนดำแถมยังเป็นทหารในสังกัดของท่านสาม

           “ท่านสามกับท่านแม่ทัพท่านเหล่าโหวฝึกฝนมากับมือ ดังนั้นตอนท่านสามหนุ่มๆ ก็เหมือนกับท่านแม่ทัพติดตามท่านเหล่าโหวไปรบตลอด” ต้วนชางไห่พูดอย่างหดหู่“หากไม่ใช่เพราะครั้งนั้น... เห้อตอนนี้ท่านสามก็น่าจะเป็นขุนพลอันดับหนึ่งในใต้หล้าไปแล้ว”

           หยางหนิฟังมาถึงตรงนี้ ก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับจวนองครักษ์เสื้อแพรแล้วถามว่า “หลังจากศึกครั้งนั้นพวกเจ้าถีงกลับมาเมืองหลวงหรือ?”

           “หลังจากศึกของค่ายกิเลนดำกับกองกำลังเสวี่ยหลันเหลือกำลังทหารไม่ถึงสิบนาย” ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “แต่ว่าท่านแม่ทัพทำอะไรรอบคอบมาตลอดตอนที่ค่ายกิเลนดำบาดเจ็บล้มตาย ทหารเสริมก็ตามมาได้ทัน กองกำลังเสวี่ยหลันตอนนั้นก็แทบจะหมดกำลังแล้วไม่มีแรงจะสู้ต่อได้อีก พวกเขาก็เลยหนีไป เราถึงได้รอดมาได้”

           หยางหนิงพูดว่า “ค่ายกิเลนดำของเราถึงแม้จะล่มสลายไปหมดแต่ว่าหลังจากสู้ศึก กองกำลังเสวี่ยหลันก็แทบจะไม่มีแรงรบอีก ดังนั้นทางเหนือของไหวชุ่ยถึงยังรักษาเอาไว้ได้”

           ต้วนชางไห่มีสีหน้าแปลก แล้วพูดว่า “ซื่อจื่อเป็นลูกเสือเรื่องพวกนี้ คงเข้าใจได้ดี” แล้วพูดต่ออีกว่า “ซื่อจื่อพูดถูกถึงแม้ค่ายกิเลนดำจะหายสาบสูญไป แต่กองกำลังเสวี่ยหลันที่จางหลิงโหวฝึกฝนมาเองก็หมดเรี่ยวแรงไม่มีแรงจะแสดงอำนาจต่อเราได้อีก” แล้วเขาก็หยุดไป ก่อนจะพูดต่อว่า “ท่านแม่ทัพได้ยื่นฎีกาต่อราชสำนักขอพระราชทานบำเหน็จรางวัลให้กับทหารของค่ายกิเลนดำที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคนก็เลยถูกเลื่อนขั้นไปตามที่ต่างๆ ส่วนเราก็มาอยู่ที่นี่”

           “อ๋อ?” หยางหนิงประหลาดใจ “แล้วทำไม? ได้เป็นขุนนางไม่เอามาอยู่เป็นทหารยามที่นี่แทนเล่า?”

           ต้วนชางไห่สีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “เราติดตามท่านสามออกรบหลายครั้งที่ท่านสามช่วยเรามาจากความตาย ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาเราก็สาบานไว้ว่า เราจะติดตามท่านสามไปจนวันตายไม่คิดเป็นอื่น” เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “หลังจากที่ท่านสามตายไป ตอนแรกเราคิดที่จะตายตามท่านสามไปแต่ท่านแม่ทัพมาขวางเราไว้ เขาบอกว่าถ้าเราไม่อยากเป็นซื่อกวนก็มาเป็นทหารที่จวนโหวได้ ไม่เพียงสามารถคุ้มครองจวนโหวได้ยังสามารถคุ้มครองฮูหยินสามได้ด้วย”

           หยางหนิงพยักหน้าในใจก็คิดว่ามีตำแหน่งขุนนางให้เป็นไม่เป็น แต่กลับมาเป็นทหารยามที่จวนโหวถือได้ว่าเป็นคนที่มีความจงรักภักดีมาก พวกเขายอมเป็นบ่าวไพร่ในจวนโหวคิดว่าน่าจะเห็นแก่หน้าของท่านสามมากกว่าจะเป็นองครักษ์เสื้อแพรเพราะม่ายของท่านสามยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเขาอยู่ในจวนโหวคิดว่าน่าจะอยากคุ้มครองฮูหยินสาม เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านสาม

           ไม่แปลกใจทำไมฮูหยินสามถึงได้มีอำนาจในจวนโหวแบบนี้เพราะนางเป็นเมียแต่งของท่านสาม ตำแหน่งในจวนโหวก็ไม่ธรรมดา น่าเสียดายที่คนสวยๆ แบบนี้ต้องมาเป็นม่ายตั้งแต่อายุยังน้อย

           ต้วนชางไห่เหมือนจะสร่างเมาแล้ว มีสติขึ้นมามากยิ่งหยางหนิงถามเขาถึงเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกมีเกียรติกับเรื่องที่เสียใจเมื่อก่อนเขาแทบจะยกสมองของเขาออกมาทั้งหมดเลย

           พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ฟ้าค่อยๆ มืดลง จวนโหวในทุกมุมกำลังจุดโคมสีขาวที่มีคำว่า“เตี้ยน”

           “เมื่อกี้เจ้าบอกว่าพ่อข้าตายเพราะอาการบาดเจ็บแล้วมันเกิดอะไรขึ้น?” หยางหนิงพูด “อาการบาดเจ็บของเขาหนักมากเลยหรือ?”

           “ท่านแม่ทัพออกรบหลายปีบนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย” ต้วนชางไห่พูดขึ้น “ตระกูลองครักษ์เสื้อแพรใช้ความสามารถในการรบแลกมาซึ่งเกียรติท่านเหล่าโหวเองก็เช่นกัน ท่านสามก็ใช่ดังนั้นชายตระกูลฉีร่างกายก็จะเต็มไปด้วยบาดแผล จริงๆ แล้วท่านแม่ทัพกลับมาพักที่เมืองหลวงแล้วแต่เมื่อสามปีก่อนชาวเป่ยฮั่นนำทัพหนึ่งแสนบุกมา ท่านแม่ทัพจึงต้องออกไปอีกไปคราวนี้ไปนานถึงสามปี ท่านแม่ทัพอดทนแบบนี้ถึงสามปี...!”สายตาของเขาแดงก่ำ “ในใจของพวกเรารู้ดีว่า ร่างกายของท่านแม่ทัพยังไม่หายดีวันแล้ววันเล่า แผลเก่าแผลใหม่รวมกัน เจ็บปวดรวดร้าวแต่ว่าคราวนี้เมื่อท่านแม่ทัพล้มลง ต้าฉู่ก็จะมีภัยแน่นอนดังนั้นท่านจึงปิดบังเอาไว้...!”

           สีหน้าของหยางหนิงดูชื่นชมและเคารพคิดในใจว่าฉีหุ้ยจิ่งเป็นวีรบุรุษจริงๆ

           “เมื่อหลายเดือนก่อนทั้งสองฝั่งทำสัญญาสงบศึกกัน ชาวเป่ยฮั่นยอมถอนทหารกลับไป” ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า“ที่ชาวเป่ยฮั่นยอมถอนทหารกลับไป ทั้งสองฝ่ายตกลงอะไรกันบ้าง ข้าเองก็ไม่รู้ คิดว่าคงจะได้พักรบท่านแม่ทัพจะได้กลับเมืองหลวงมารักษาตัว ค่อยๆ ฟื้นฟูร่างกาย แต่ว่า...!” เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “แต่ใครจะคิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ท่านแม่ทัพทำเพื่อต้าฉู่ เหนื่อยตายเสียอย่างนั้น”

           หยางหนิงคิดในใจว่าที่แท้องครักษ์เสื้อแพรท่านนี้ก็เป็นวีรบุรุษที่โหมงานหนักต้วนชางไห่ลุกขึ้นมา “ซื่อจื่อ ค่ำแล้วเราไปกันดีกว่า ท่านกลับมาแล้ว ฮูหยินสามวันนี้เพื่อท่านแล้วถึงกับทะเลาะกับท่านใหญ่สามท่านอย่าทำให้ความหวังดีของนางต้องสูญเปล่าเลย”

           หยางหนิงรู้ว่านั่งฟังต้วนชางไห่พูดแบบนี้ครึ่งค่อนวันมันกินเวลาไปมากเหมือนกัน ในเมื่อตัวเขาเป็นซื่อจื่อ พ่อตัวเองตาย อย่างไรก็ต้องทำหน้าที่ให้ดี

           ทั้งสองเดินไปยังโถงบรรพชน หยางหนิงพลางถามว่า “ท่านอาต้วน ในเมืองหลวงมีสำนักคุ้มกันกี่แห่ง?”

           “สำนักคุ้มกันหรือ?” ต้วนชางไห่คิดไม่ถึงว่าหยางหนิงจะถามถึงสำนักคุ้มกัน รู้สึกงงๆ นิดหน่อย “ซื่อจื่อถามถึงสำนักคุ้มกันทำไม?”

           หยางหนิงคิดไว้แล้วว่าจะตอบอย่างไรจึงพูดไปว่า “ข้าถูกพวกนั้นจับตัวไป มีครั้งหนึ่งได้ยินพวกเขาพูดถึงสำนักคุ้มกัน”

           ต้วนชางไห่หยุดเดิน สีหน้าจริงจังขึ้นมามองไปรอบๆ แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า “ซื่อจื่อท่านได้ยินพวกเขาพูดถึงสำนักคุ้มกันหรือ?หรือว่าจะมีคนของหอเก้านภาซ่อนตัวอยู่ในสำนักคุ้มกัน?”

           หยางหนิงตอบว่า “รายละเอียดอย่างไรข้าไม่รู้ ตอนนั้นเขาพูดกันเสียงเบาข้าได้ยินแค่พวกเขาพูดถึงสำนักคุ้มกัน ยังบอกอีกว่าเป็นสำนักคุ้มกันอันดับต้นๆ ของเมืองหลวงท่านอาต้วน สำนักคุ้มกันอันดับต้นๆ ในเมืองหลวงมีที่ใดบ้าง?”

           “ในเมืองหลวงมีสำนักคุ้มกันไม่น้อยเลยแต่ว่าอันดับต้นๆ นั้น มีอยู่สามแห่ง” ต้วนชางไห่คิด แล้วพูดว่า“มีสำนักคุ้มกันฉางผิง สำนักคุ้มกันซื่อไห่ กับสำนักคุ้มกันซวี่รื่อที่เป็นสำนักคุ้มกันที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงซื่อจื่อได้ยินพวกเขาพูดถึงสำนักคุ้มกันสามเจ้านี้ไหม?”

           หยางหนิงส่ายหน้า ในใจรู้สึกดีใจ คิดว่าต้วนชางไห่รู้เรื่องในเมืองหลวงดีทีเดียว

           สำนักคุ้มกันซื่อไห่เขาเคยเจอไปแล้วตอนนั้นเขาเจอสำนักคุ้มกันซื่อไห่ที่ร้านเหล้า แล้วก็เจอพวกนินจาฮิดะที่นั่นที่กำลังตามล่าเซียวกวง

           “จะวางสายเอาไว้ในสำนักคุ้มกันก็พอมีวิธีอยู่” ต้วนชางไห่กำลังพูดกับตัวเองอยู่ คิดแล้วก็พูดว่า “แต่ว่าจวนโหวของเราไม่เหมาะที่จะออกหน้า เดี๋ยวไปลองถามเอาที่จวนเสินโหวล่ะกันให้คนของจวนเสินโหวไปตรวจสอบ สำนักคุ้มกันสามเจ้านั้นรับมือไม่ง่ายอีกอย่างเราเองไม่มีเวลาไปสนใจมากนัก เดี๋ยวให้จวนเสินโหวไปสืบน่าจะเหมาะกว่า”

           “จวนเสินโหว?” หยางหนิงพูดด้วยความประหลาดใจ “มันคือที่ไหนหรือ?”

           สีหน้าต้วนชางไห่รู้สึกเขอะเขินซื่อจื่อท่านนี้ จะบอกว่าเขาบ้า วันนี้พูดจามีเหตุมีผลฉะฉาน ดูไม่ออกว่าบ้าเลยแต่จะบอกว่าเขาฉลาด ก็เหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น

           เขากำลังจะอธิบาย ก็ได้ยินเสียงดังลอยมา “ท่านต้วนท่านอยู่ที่นี่เองหรือ? เห็นฮูหยินสามหรือไม่?”

           หยางหนิงมองไป เห็นพ่อบ้านชิวกำลังมาทางนี้

           “พ่อบ้านชิว!”ต้วนชางไห่พูด “ท่านหาฮูหยินสามหรือ?”

           “ใช่แล้ว” พ่อบ้านชิวเดินมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและร่างกายที่อ้วนท้วม สายตาเล็กๆ มองไปที่หยางหนิงแล้วพูดว่า“ซื่อจื่อคงเหนื่อยมากแล้ว เดี๋ยวค่ำอีกนิด ท่านก็กลับไปพักได้แล้วข้าได้ไปเจรจจากับทางฉงอี๋เหนียงมาแล้ว ตอนกลางคืนจะให้คุณชายฉีอวี้มาเฝ้า พอเช้าก็จะให้ท่านซื่อจื่อมาเฝ้า”

           “อ๋อ?”ถึงแม้หยางหนิงจะจับจุดของพ่อบ้านชิวไม่ได้ แต่ไม่รู้ทำไม เห็นคนๆ นี้ทีไรในใจก็รู้สึกมีอคติ เขายิ้มแล้วพูดว่า “ทำไมฉีอวี้ยังคิดจะแข่งขันกับข้าอีกหรือ?”

           หยางหนิงรู้ดีว่า ต้วนชางไห่เป็นชาวยุทธ์ถึงแม้เขาจะละเอียดรอบคอบ แต่นิสัยค่อนข้างตรงเกินไป รับมือง่ายแต่กับพ่อบ้านชิวนั้นเหมือนจะมีลับลมคมในเต็มไปหมด ไม่น่าจะใช่คนที่รับมือได้ง่าย ต่อหน้าเขาต้องระวังให้มาก เพื่อไม่ให้หลุดช่องโหว่อะไรออกไปที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน

           หยางหนิงเชื่อว่าในตอนนี้ในจวนยังไม่มีใครสงสัยสถานะของเขา แต่หากไม่ระวังให้ดี หลุดอะไรออกมาก็จะทำให้คนอื่นสงสัยได้

           “ท่านซื่อจื่อล้อเล่นแล้ว” พ่อบ้านชิวหัวเราะแล้วพูดว่า “ท่านเป็นซื่อจื่อของจวนโหวฉีอวี้จะกล้าแข่งขันกับท่านได้อย่างไร? แต่ถึงแม้เขาจะเป็นลูกอนุอย่างไรเสียเขาก็มีสายเลือดของท่านโหวอยู่ กลางวันไม่ให้เขาออกไปพบปะผู้คนกลางคืนก็ให้เขาได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูบ้างอย่างน้อยหากเกิดเรื่องไม่คาดคิดในเวลากลางคืนเขาก็ยังจัดการแทนซื่อจื่อได้ซื่อจื่อเองก็จะมีเวลาพักผ่อนเพื่อกักเก็บพลังกายต่อไปท่านต้องมีเรื่องให้ทำมากกว่านี้ หากท่านซื่อจื่อพักผ่อนไม่เพียงพอเกรงว่าพละกำลังของท่านจะก้าวตามเขาไม่ทัน”

           หยางหนิงไม่ได้สนใจในการแย่งกันเฝ้าศพแสดงความกตัญญูเท่าไรวันนี้ที่แสดงอำนาจไป ก็เพราะทนไม่ไหวที่พวกนั้นพุ่งเป้าใส่กู้ชิงฮั่น หากฉีอวี้จะเฝ้าศพแทนเขาในตอนกลางคืนเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

           “ท่านต้วน เรื่องในวันนี้ท่านอย่าคิดมากไปเลยนะ” พ่อบ้านชิวมองไปที่ต้วนชางไห่ ยิ้มแล้วพูดว่า “นิสัยท่านห้าเราต่างรู้ดี ก็เป็นแบบนั้นแหละ วันนี้อาจจะใจร้อนไปหน่อย เมื่อกี้ข้าไปดูมาแล้ว ท่านใหญ่สามยังพูดอยู่เลยว่าท่านห้าไม่ควรทำกับท่านแบบนั้น”

           ต้วนชางไห่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “พ่อบ้านชิวคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้ใส่ใจอะไร เราต่างก็เป็นบ่าวไพร่ไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับคนเป็นนายหรอก”

           พ่อบ้านชิวหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “พูดแบบนี้ก็เหมือนยังมีอารมณ์อยู่แต่ว่าข้าเข้าใจท่านต้วนนะ ทำใจให้สบาย เรื่องนี้พอถึงพรุ่งนี้ ท่านก็ลืมแล้ว”แล้วพูดอีกว่า “น้องต้วน ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ ในจวนโหว แต่หลายๆเรื่องก็ต้องพิจารณาตามเหตุการณ์โดยรวมการที่ซื่อจื่อมาเฝ้าศพนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วพวกเราไม่สมควรพูดอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เราต้องทำคือคำนึงถึงสถานการ์ที่เกิดขึ้นท่านใหญ่สามก็อยู่ตรงนั้น พวกเราจะไม่ใส่ใจท่านไม่ได้ จริงไหม? รอให้เรื่องตรงหน้านี้ผ่านไปก่อน ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองตอนนี้เราต้องดูแลความรู้สึกและท่าทีต่างๆ ของบ้านตระกูลฉีก่อนเจ้าว่าที่ข้าพูดมีเหตุผลหรือไม่?”

           ต้วนชางไห่พูดว่า “พ่อบ้านชิว ข้าเป็นเพียงคนฝึกยุทธ์รู้แค่เรื่องปกป้องคุ้มครองจวนโหวเท่านั้น เรื่องอื่นๆ ข้าไม่ควรยุ่งมากเพราะข้าเองก็ไม่เข้าใจ รู้แค่ว่าอะไรก็ตามที่ฮูหยินสามพูด ไม่มีทางผิดหากจะให้พูดถึงส่วนรวม พ่อบ้านชิวปรึกษากับทางฮูหยินสามก็พอหากมีอะไรที่จะให้ข้าทำ ฮูหยินสามสั่งคำเดียวก็ได้แล้ว”

           “ใครบอกว่าท่านไม่เห็นแก่ส่วนรวมล่ะ?” เสียงใสๆ ดังมาจากด้านหลังของหยางหนิง “ที่โถงบรรพชนเจ้ายอมอดกลั่นไม่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป นั่นก็ทำเพื่อส่วนรวมมากแล้วจริงไหม?”

           หยางหนิงหันหลังไปดู เห็นกู้ชิงฮั่นที่ขาวราวกับกับเมฆสีขาวเดินลอยมาสวยราวกับนางฟ้า

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852