ตอนที่หนึ่งร้อยสิบหก The Riddle of Steel 2
ผมสังหรณ์ว่าหากนี่เป็นตอนที่ผมเล่นเกมส์บนโต๊ะอยู่นี่คือตอนที่DM คงให้ทอยเต๋าเพื่อบอกว่าเราสังเกต Insightเห็นอะไรได้บ้าง?
และผมก็เห็นพอสมควรของทางเลือกคร่าวๆ
คำตอบแรกหากตอบว่า
เลือดเนื้อแข็งแกร่งกว่า
ครอมจะโมโหและเอาดาบฟาดทำลายเลือดเนื้อของผมก่อนจะโยนผมกลับลงไปบนโลกมนุษย์อีกครั้ง
คำตอบที่สองหากตอบว่า
เหล็กกล้าแข็งแกร่งกว่า
ครอมจะโมโหและใช้ดาบทำลายดาบของผมให้หักจากนั้นจะโยนผมกลับลงมาบนโลกมนุษย์อีกครั้ง
คำตอบที่สามหากตอบว่า
ทั้งเลือดเนื้อและเหล็กร่วมกันจึงจะแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้
ครอมจะโมโหและใช้ดาบทำลายเลือดเนื้อและอาวุธของผมก่อนจะโยนผมกลับลงมาบนฌโลกมนุษย์อีกครั้ง
...ใช่แล้วครับ มันไม่มีทางเลือกที่ครอมจะไม่โมโหแต่นี่ล่ะครอมล่ะ
ไม่มีใครบอกสักคำว่าครอมเป็นเทพเจ้าที่เต็มไปด้วยความรักความเมตตา
ผมกำลังจะตอบไปตามที่ตนเองคิดรวบรวมพลังอย่างเต็มที่
“พลังใจไม่มีพลังใจข้าคงทำอะไรไม่ได้”
ผมรวบรวมความกล้าตอบกล่าวครอมเทพเจ้าที่ไร้เมตตาของชาวไคมีเรี่ยนไป
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ
ครอมโมโหจนดวงตาของเขาเป็นสายฟ้า
ฟาดดาบออกมาฟันที่ผม
ย๊ากกกกก
Raaaaaaaaage
พิโรธธธธธธธ
ดาบของครอมที่สามารถทำลาย Primordial Giant ยักษ์แห่งบรรพกาล
ที่เลือดเนื้อและกระดูกของยักษ์นั้นประกอบขึ้นมาเป็นโลกนี้
ครืน ครืน ครืน
ดาบเดียวของครอมทำให้ภูผาสะเทือนสมุทรปั่นป่วน ท้องฟ้ามีพายุฟ้าผ่า
เลือดเนื้อกระดูกของผมกระเด็นออกจากร่างกายไปทีละชิ้นทันที
แม้กระทั่งหนังของยักษ์บรรพกาลที่แข็งแกร่งจนสามารถแยกแบ่งโลกกายภาพกับแดนมายาได้ยังไม่สามารถต้านทานดาบของครอมได้
Sword of Crom
ดาบแห่งครอม
ไม่มีความสามารถพิเศษใดใดนอกไปเสียจากสามารถฟันเข้าได้ทุกอย่างไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นไอเท็มเวทย์อาร์ติแฟคหรือเทพเจ้า
แต่กระทั่งร่างกายของผมเหลือแต่กระดูกขาวโพลน
ย๊ากกกก
ความโกรธของผมก็ยังไม่หมดสิ้นไปเช่นกัน
เปรี้ยง
ผมชกไปที่ใบหน้าของครอมที่ออกมาดาบหนึ่งใส่ผมตอบแทนกลับไป