“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าธันวาคนนี้คือธันวาที่ธัญญ่าให้มาหา?” ดารินบ่นออกมากับตัวเอง “แต่เรื่องนั้นยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับว่าเราจะเข้าไปเจอได้ยังไงมากกว่า”
ดารินกำลังอยู่หน้าตึกรูปร่างประหลาด หากมองจากระยะไกลรูปร่างของตึกหลังนี้คล้ายเครื่องหมายมากกว่าในสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เพียงแต่มันดูอ้วนและตัน ไม่ได้ยืดยาวออกด้านข้างมากนัก และความกว้างของช่องระหว่างยอดตึกกับฐานตึกกว้างกว่าที่ควรจะเหมือนกับเครื่องหมายมากกว่า มันเหมือนเครื่องหมายมากกว่าที่อ้าปากกว้าง แต่ถึงอย่างนั้นหากที่นี่ไม่ใช่โลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ ดารินนึกไม่ออกเลยว่ามันจะยังตั้งอยู่โดยไม่เอียงข้างจนล้มไปได้อย่างไร
จากข้อมูลที่รังสิมันต์บอกเกี่ยวกับธันวาที่อยู่ในตึกประหลาดหลังนี้ เขาเป็นนักประดิษฐ์วัตถุเวทมนตร์ที่โด่งดังของที่นี่ มีหลายสิ่งที่เขาประดิษฐ์ออกมาให้กับกองทัพและอาณาจักรศิขา แต่ถึงกระนั้นก็มีน้อยคนนักที่จะเคยเห็นหรือพบเจอเขา แม้แต่ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ก็แทบไม่เคยเห็นออกจากตึกรูปร่างประหลาดนั้นเลย
ดารินไม่รู้ว่าธันวาเกี่ยวข้องอย่างไรกับธัญญ่า หนำซ้ำธัญญ่าให้มาพบธันวาเพื่ออะไรก็ไม่รู้อีก ในจดหมายธัญญ่าบอกเพียงแค่ให้มาพบธันวาแล้วจะได้คำตอบที่ตามหา แล้วธันวาจะช่วยไขข้อข้องใจที่มีในตัวธัญญ่าในเรื่องที่เธอลักพาตัวปลายฝนไปในทิศทางใด นี่คือสิ่งที่ดารินอยากรู้และเป็นกังวล
เรื่องนี้รังสิมันต์ขอไม่ข้องเกี่ยวด้วย เขาไม่สามารถหาทางช่วยให้ดารินเจอกับธันวาได้ แม้แต่ละครเวทีของเขาธันวาก็ไม่เคยมาดู ทำให้เขาจนปัญญาที่จะช่วยดารินจริง ๆ ที่สำคัญเขายังมีลูกน้องอีกหลายคน เขาไม่ขอมีปัญหากับกองทัพศิขาไปมากกว่า
“ไม่มาเที่ยวไกลไปหน่อยหรือไงสำหรับคนที่เป็นอาจารย์โรงเรียนทหารวารีมนตรา”
ในขณะที่ดารินมองไปที่ตึกรูปร่างประหลาดอย่างล่องลอย ทันใดนั้นมีเสียงใครบางคนดังขึ้นเพื่อปลุกดารินจากภวังค์ เธอรีบหันไปมองเจ้าของเสียงทันที
ในวินาทีแรกที่ได้สติหลังได้ยินเสียง เธอนึกไม่ออกว่าจะมีใครในเมืองอัคคีเงินนี้ที่รู้จักเธอยกเว้นรังสิมันต์ แต่รังสิมันต์ก็ไม่ควรพูดประโยคนี้ออกมา เมื่อคิดได้และมั่นใจว่าไม่ใช่รังสิมันต์แน่นอน ในหัวของดารินจึงทำงานหนักขึ้นในเสี้ยววินาที
น้ำเสียงได้ที่ยินนี้มันเป็นเสียงที่เธอเคยคุ้นเคยเมื่อนานมาแล้ว เธอไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอีกครั้ง และไม่อยากได้ยินด้วย เจ้าของเสียงนี้เคยเป็นทั้งที่รักและที่เกลียดชังสำหรับเธอ หากเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากที่จะได้พานพบกับเจ้าของเสียงอีกเลย เพราะหากต้องพบเจอกัน เธอและเจ้าของเสียงจะต้องพบกันในฐานะศัตรูต่อกันอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเมื่อเธอต้องมาเยือนดินแดนศิขาเช่นนี้ เป็นธรรมดาที่เธอจะมีโอกาสเจอกับเจ้าของเสียงเสียงนี้ และตอนนี้เจ้าของเสียงก็มายืนอยู่ต่อหน้าดารินแล้ว ดารินยังคงจดจำใบหน้าของเขาได้อย่างแม่นยำ แม้เวลาผ่านไป แต่ใบหน้าของคนที่เคยหักหลังเธอนั้นไม่มีทางที่จะเลือนหายไปจากสมองของเธอ
“ดาริน ไม่ได้เจอกันนานนะ” ชายหนุ่มผมยาวรูปงามยิ้มทักทายดารินอย่างเป็นมิตร “กี่ปีแล้วนะ? แต่เธอยังดูไม่เปลี่ยนไปเลย”
“สวัสดีศรันย์ ก็ตั้งแต่เรียนจบ...น่าจะสามถึงสี่ปีได้แล้ว” ดารินไม่ได้เต็มใจยิ้มนัก
เธอเองก็อยากพูดว่าเขาดูไม่เปลี่ยนไปเหมือนกัน แต่สีผมเพื่อนเก่าของเธอเปลี่ยนไป จากสีออกน้ำตาลตอนนี้มันกลายเป็นสีเงินคล้ายอานนท์ในร่างผมเงิน แต่ของอานนท์สีผมเป็นสีเงินบริสุทธิ์ แต่ของศรันย์สีเงินก็จริง แต่ยังมีสีน้ำตาลแซมอยู่เล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแค่เปลี่ยนสีผมหรือเกิดอะไรขึ้นกับเขา สีผมถึงกลายเป็นเช่นนี้
“นานขนาดนั้นแล้วหรือเนี่ย?” ศรันย์ลูบคางขณะพูด “ว่าแต่เธอมาทำอะไรไกลถึงที่นี่เหรอ?”
ดารินนิ่งอยู่ชั่วขณะก่อนจะตอบว่า “นักเรียนของฉันบอกว่าญาติของเขาทำงานอยู่ที่นี่ ฉันเลยมาหา”
ดารินเลือกที่จะบอกความจริงออกไปครึ่งหนึ่ง เธอมาหาคนที่ทำงานอยู่ที่ตึกรูปร่างประหลาดจริง ๆ และเป็นคนรู้จักของธัญญ่าซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนของเธอจริง ๆ เพียงแต่ดารินไม่รู้ว่าธันวาเป็นญาติหรือแค่คนรู้จักหรือเป็นอะไรกับธัญญ่าเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่เธอเลือกโกหกออกไป หากบอกไปว่าจะมาเจอกับธันวาโดยตรง อาจดูแปลกเกินไป
“ญาติของนักเรียนที่ว่าทำงานอยู่ที่ ว.พ.ว งั้นเหรอ?” ศรันย์อยากรู้อยากเห็นในฐานะเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันนาน
“ว.พ.ว?” ดารินเลิกคิ้วอย่างสงสัย เธอไม่รู้ว่ามันย่อมาจากอะไร แต่เธอก็มั่นใจว่าต้องหมายถึงตึกรูปร่างประหลาดนี้แน่ ๆ
เมื่อเห็นดารินไม่เข้าใจ ศรันย์จึงชี้ไปทิศทางหนึ่ง ทิศทางที่เขาชี้ไปมีป้ายขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็น แล้วเขาก็พูดว่า “ว.พ.ว ย่อมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุเวทมนตร์”