พลิกเกมล่า ท้ามฤตยู

    ตอนที่ 27 ตกปลาตัวใหญ่

           ชัยกับจุ๋มและเพื่อนตำรวจตระเวณชายแดนอีกหกคน ช่วยกันจัดการคนส่งเค้กจับมัดไว้ แล้วเปลี่ยนเค้กใส่กล่องขนาดใหญ่มีลวดลายสวยงาม ใส่รถวิ่งตรงไปยังโรงแรม ที่นายพลตำรวจจองไว้จัดงานวันเกิด ช่วยกันยกไปวางบนโต๊ะที่จัดไว้ใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงจากที่พนักงานโรงแรมจัดไว้ก่อนหน้านี้ ขยับแท่นที่จะต้องเดินขึ้นไปตัดเค้กบนโต๊ะ ซึ่งของเดมไม่มีแท่นที่ต้องเดินขึ้น โต๊ะวางเค้กก็เปลี่ยนใหม่ให้สูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ดูว่าเหมาะสมกับการที่จะต้องเดินขึ้นแท่นไปตัดเค้ก ส่วนพนักงานโรงแรมชุดที่จัดห้อง ก็ถูกจับตัวไปมัดรวมอยู่กับคนส่งเค้ก ที่เหลือก็รอเวลาเปิดงานวันเกิด 


           หนึ่งทุ่มตรงแขกเหรื่อก็ทะยอยกันเข้ามาในงานวันเกิด พวกนายอำนวยก็มาพร้อมกับผู้กำกับชาติชาย เลขานุกูลมาพร้อกับรองผู้กำกับเทิดศักดิ์ ตำรวจและการ์ดผู้ดูแลรักษาความปลอดภัย รวมกันแล้วก็เกือบๆร้อยนายเดินกันเพ่นพ่าน กระแตกับณิชายืนคุยกันมือก็ถือแก้วไวน์เหมือนแขกทั่วๆไป ทั้งสองยืนอยู่ห่างจากม่านที่จะต้องเปิดเมื่อถึงเวลา ปรางกับอาหมวยก็เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วงาน ชัยรออยู่ในรถตู้กับจุ๋มเตรียมพาคนในงานหนี ขุน กับพรานก็ขับพารามอเตอร์ ขึ้นไปส่งผู้กองเดชากับหมู่เด่นบนดาดฟ้าตึก หลังจากส่งผู้กองเดชากับหมู่เด่นขึ้นดาดฟ้าแล้ว ขุนกับพรานก็รีบไปเสริมทัพที่โรงแรม เพราะคืนนี้จะต้องจับตัวเลขนุกูลกับ ส.ส.พิชาญไปด้วย หากรอวันอื่นคงยากที่จะตามหาตัวได้ หมู่ดอนกับตำรวจตระเวณชายแดนอีกสองคน อยู่ในชุดช่างไฟเดินเข้าไปรอแถวๆห้องคอนโทรลไฟฟ้า จ่าแช่มกับเพื่อนตำรวจตระเวณชายแดนอีกสี่คน อยู่ในชุดทักชิโด้พากันเดินไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจร ตำรวจตระเวณชายแดนที่เหลือก็ใส่ชุดทักชิโด้ เดินปะปนอยู่กับพวกการ์ดรอบๆบริเวณโรงแรม โดยอ้างว่ามาจากกองปราบปรามพิเศษ เข้ามาช่วยเสริมการรักษาความปลอดภัย "ไม่เห็นมีใครแจ้งเลยว่า กองปราบปรามจะมาร่วมด้วย" หัวหน้าการ์ดที่อยู่ชั้นล่างพูดอย่างสงสัย "นายเพิ่งแจ้งไปครับ เพราะคิดว่าพวกที่นายเคยออกหมายจับ อาจจะมาในงานนี้ด้วยจึงให้มาเสริม เพื่อจะได้ช่วยกันจับให้หมดในคราวเดียว" ชัยมองจากรถตู้เห็นหัวหน้าการ์ดทำท่าสงสัย เขาก็รีบเปลี่ยนชุดเป็นทักชิโด้ เดินเข้าไปหาหัวหน้าการ์ดคนนั้นแล้วชูบัตรให้ดู "ผมเป็นหัวหน้าชุดเสริมจากกองปราบปรามครับ" หัวหน้าการ์ดคนนั้นรับบัตรไปดู ชัยก็รีบบอกต่อเพื่อดึงความสนใจจากบัตร "ผู้การภาค6 รอหัวหน้าการ์ดอยู่ข้างในครับ เพราะท่านแจ้งให้พวกผมมาเสริมกำลังที่นี่" พูดพร้อมผายมือไปทางที่ต้องการให้หัวหน้าการ์ดเข้าไป การ์ดคนอื่นๆยืนมองคนทั้งสองอยู่ห่างๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไรทำหน้าที่ต่อไป หัวหน้าการ์ดละสายตาจากบัตรเดินตามหลังชัยเข้าไป ชัยเดินผ่านประตูเข้าไปโดยไม่หันกลับมา หัวหน้าการ์ดก็ยังคงเดินตามไปอย่างไม่สงสัยอะไร แต่พอพ้นประตูทางเข้าไปสองก้าว ปึ้กก เสียงสันมือสับเข้าท้ายทอยเต็มแรง หัวหน้าการ์ดทรุดลงเข่ายันพื้น พลั่ก ชัยหันมาตวัดแข้งเข้ากึ่งกรามกึ่งคอเต็มแรง หัวหน้าการ์ดหลับตั้งแต่มือยังไม่ถึงพื้น ตำรวจตระเวณชายแดนคนที่ใช้สันมือสับท้ายทอย ก็ช่วยชัยลากหัวหน้าการ์ดเข้าไปในห้องเก็บของใต้บันได มันมือไพล่หลังมัดขาและเอาผ้าอุดปากไว้ ชัยเดินออกมาที่เดิมตะโกนสั่งการ์ดที่เหลือ "ประตูหลังโรงแรมคนขาด ขอให้ทุกคนไปดูแลตรงนั้นอย่าให้เกิดการผิดพลาด ส่วนประตูหน้าให้กองปราบปรามดูแลห้ามผิดพลาดเช่นกัน ปฏิบัติ" ... "ครับผม" ชัยสั่งเสร็จการ์ดทุกคนก็ไปคุมทางประตูหลังโรงแรม ส่วนตำรวจตระเวณชายแดนทีมของผู้กองเดชา ก็รวมตัวกันยืนเรียงรายเป็นแถวอยู่หน้าโรงแรม แขกที่เข้ามาในงานทางด้านหน้าก็รู้สึกปลอดภัย เมื่อเห็นการยืนห่างกันเป็นระยะของผู้รักษาความปลอดภัย 


           ขุนกับพรานติดหนวดที่ดูเรียบร้อยใส่สูทเดินเข้าไปในงาน ขุนหยิบแก้ววิสกี้เดินไปทางกระแตอย่างช้าๆ "ถึงเวลาเปิดม่านแล้วรีบลงไปที่รถตู้ ไม่ต้องรอดูผลอะไรทั้งสิ้น" กระแตพยักหน้ารับทราบแล้วเดินไปอีกทาง พรานเดินไปที่ปรางยืนอยู่กับอาหมวย "พยายามหลอกล่อเลานุกูลกับนายพิชาญให้ได้นะ เลขานุกูลมันชอบเด็กๆอย่างอาหมวย หาทางให้มันตามไปให้ได้ก่อนที่ไฟจะดับ" ... "อื้อ" เสียงตอบรับในลำคอของปราง อาหมวยยิ้มให้พรานแล้วเดินตามปรางไป พรานก็ไปยืนสูบบุหรี่ตรงที่อนุญาตให้สูบ ขุนยืนรอสักพักแล้วเดินไปขอบุหรี่พรานสูบบ้างทั้งที่ไม่เคยสูบ "ถ้าปรางสามารถพาไอ้สองคนนั้นไปได้ มึงก็ตามไปก็แล้วกันส่วนกูจะไปรอที่รถตู้อีกคัน มึงจำได้นะว่าจอดตรงไหน" ขุนบอกกับพรานที่ยืนพยักหน้านิดๆแค่พอรู้กัน ขุนทิ้งบุหรี่แล้วเดินออกไปตามที่พูด พรานก็ยังคงยืนสูบบุหรี่มองไปทางตึกที่ไปส่งผู้กองเดชา พอวิสกี้หมดก็เดินเข้าไปหยิบมาอีกแก้ว แล้วกลับมายืนที่เดิมมองไปทางเดิม เขาเห็นม่านค่อยๆแยกออกจากกันช้าๆ แสดงว่าเจ้าของวันเกิดมาถึงแล้ว พอม่านเปิดสุดทั้งสองด้านแล้ว ณิชาก็เดินไปยืนจุดที่กำหนดไว้ตามแผน เพื่อให้ผู้กองเดชาหาทิศทางเจอได้ง่าย เสียงข้อความมือถือของพรานดัง พรานไม่หยิบมือถือออกมาดูแต่หันไปมองทางณิชาแทน ณิชาเห็นพรานมองมาแล้วยิ้มให้ เธอก็เดินตามกระแตออกไปทางประตูเข้า และเดินตามทันก่อนถึงลิฟท์


           เสียงเรียกหัวหน้าการ์ดทาง ว. ชัยค่อนข้างรอบคอบที่ถือ ว.ของหัวหน้าการ์ดไปด้วย จึงตอบกลับว่าอยู่นอกสถานที่กำลังเข้าไป กระแตกับณิชาเดินมาที่รถตู้แล้วขึ้นไปนั่งกับจุ๋ม "เป็นยังไงบ้างคะณิชา" จุ๋มถามณิชาเพราะรู้ว่ากระแตสบายๆอยู่แล้ว "รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ" ณิชาตอบสั้นๆกระแตก็หันหน้ามองณิชา "คุณพรานคิดยังไงกัน แทนที่จะให้ณิชาไปหลอกล่อสองคนนั้น กลับให้อาหมวยที่ไม่มีประสบการณ์ไปทำแทน" กระแตบ่นเพราะกลัวว่าอาหมวยจะทำพลาด ชัยยิ้มก่อนที่จะบอกออกไป "พรานอ่านเกมไว้แล้วครับไม่ต้องห่วง เพราะอาหมวยดูยังไงก็ยังไม่ถึงสิบแปด ซึ่งไอ้โรคจิตอย่างเลขานุกูลมันชอบมาก ถ้าเกินสิบแปดแล้วต่อให้สวยแค่ไหนมันก็คงไม่สนหรอกครับ ส่วนคุณปรางน่ะสเป็คของ ส.ส.พิชาญเลยหล่ะ โอกาสสำเร็จมีสูงมากทีเดียว ยิ่งอาหมวยซื่อๆไม่ทันมากเท่าไหร่เกมก็ยิ่งง่ายขึ้นมากเท่านั้น" ชัยบอกยิ้ม แต่กระแตก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เพราะเชื่อในประสบการณ์มากกว่าที่จะเชื่ออย่างอื่น ชัยมองหน้ากระแตก็พอเข้าใจในความรู้สึก "อย่าห่วงเลยครับ ผมกับขุนและผู้กองเดชา เชื่อในความคิดและการวางแผนของพรานว่ามีความเป็นไปได้สูง หรือจะบอกตรงๆพวกเรายอมรับว่า พรานมีฝีมือและประสบการณ์เหนือกว่าพวกเรามาก" คำพูดของชัยทำให้กระแตคลายความกังวลลงบ้าง สักพักใหญ่ๆทุกคนก็เห็นเลขานุกูล เดินโอบไหล่อาหมวยไปทางรถตู้อีกคัน คันที่ขุนจอดรออยู่ห่างจากชัยไม่ถึงยี่สิบเมตร ปรางเดินตามสองคนไปห่างๆแต่ไม่เห็น ส.ส.พิชาญมาด้วย ปรางเดินแวะเข้าไปในรถตู้ที่กระแตอยู่ "นายพิชาญล่ะคะคุณปราง" กระแตถามก่อนใครในรถ "คงไม่ได้มาค่ะ เดินดูหลายรอบก็ไม่เห็น เลยตัดสินใจพานายนุกูลลงมาก่อน" ปรางตอบแล้วหันไปมองทางอาหมวย เห็นเลขานุกูลกำลังกอดรัดฟัดอาหมวยอยู่ "อย่าเพิ่งสิคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าหมวยอายนะคะ" ... "ไม่ต้องอายหรอก มานี่เข้าไปทำกันในรถพี่ดีกว่า" เลขานุกูลดูยังไงก็รุ่นพ่อของอาหมวย แต่ใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าพี่ พยายามดึงอาหมวยให้เดินตามไปที่รถของตน พรานเดินตามหลังจับผมกระชากหน้าหงายแล้วสับที่คอด้วยสันมือ ปึ้ก เลขานุกูลจุกตรงลูกกระเดือกเมือสองมือกุมคอ จะร้องก็ร้องไม่ออกเพราะเหมือนมีอะไรมาจุกเต็มคอ  หายใจก็ติดๆขัดๆหากพรานสับมือแรงกว่านี้มีหวัง คงไม่มีโอกาสได้หายใจอีกต่อไปแน่เชียว พรานจิกหัวแล้วดันขึ้นรถตู้ทันที อาหมวยรีบเดินย้อนกลับไปขึ้นคันที่ชัยขับ ทั้งที่อยากไปคันเดียวกับพราน แต่ตามแผนสั่งไว้ยังไงก็ต้องทำตามนั้น ชัยส่งสัญญาณให้ตำรวจตระเวณชายแดนที่อยู่ด้านหน้าโรงแรมรับรู้ ก่อนที่จะขับรถพาพวกผู้หญิงออกไปก่อน ขุนก็ขับตามออกไปติดๆ แล้วไปจอดข้างทางใกล้กับทางเข้าโรงแรม 


           ในห้องจัดงานเลี้ยงวันเกิด ถึงเวลาที่จะต้องเป่าเทียนตัดเค้ก พล.ต.อ.อภิชัย เดินขึ้นไปบนแท่นที่เตรียมไว้ให้ การ์ดสองคนเดินเข้าไปเพื่อเปิดกล่องเค้กที่มีลวดลายสวยงาม โคมไฟระย้าที่ห้อยอยู่กลางเค้กพอดี ส่องสว่างมองเห็นเค้กวันเกิดอย่างชัดเจน พอการ์ดช่วยกันยกฝากล่องออกไป ทุกคนในงานก็พากันตะลึงอย่างตกใจ เพราะเค้กปั้นแต่งเป็นหัวของเจ้าของวันเกิด หน้าตาทุกอย่างเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน ดูแล้วเหมือนถูกตัดคอมาวางไว้บนฐานเค้กก้อนใหญ่สีขาว ตรงลำคอที่ถูกตัดมีสีแดงเหมือนเลือดรอบๆคอ ตรงหน้าผากมีรูเจาะและมีเลือดไหลย้อย หลังศีรษะเป็นรอยคล้านกะโหลกที่โดนเจาะวงกว้าง ขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงด้วยความตกใจ เจ้าของงานวันเกิดก็ตกใจหน้าซีดเผือด แล้วก็หงายหลังตกแท่นที่ยืนลงไปข้างล่าง โครมมม ไฟฟ้าก็ดับทันทีทั่วทั้งโรงแรม กรี๊ดดดดดดด เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังจนแสบแก้วหู "ทุกคนอยู่ในความสงบ ห้ามใครออกจากห้องโดยเด็ดขาด" การ์ดคนหนึ่งตะโกนออกมาเสียงดัง แสงไฟฉายจากมือถือของแต่ละคนก็ติดไล่ๆกัน จนสว่างไปแทบจะทั่วทั้งห้อง ผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตรงที่เจ้าของงานหงายท้องตกลงไปก็กรีดร้องดังลั่น กรี๊ดดดดดด กรี๊ดดดดดดด เมื่อเห็นเลือดไหลนองเต็มพื้นมันสมองกระจายไปทั่วตรงนั้น นายพลเจ้าของงานวันเกิดซึ่งเป็นวันเดียวกับวันตายของเขา หน้าผากเป็นรูขนาดเกือบสองเซ็นติเมตร เนินนราด้านหลังเป็นรูใหญ่เหมือนในเค้ก การ์ดวิ่งกันพล่านทั่วทั้งโรงแรม เกือบๆยี่สิบนาทีไฟในโรงแรมก็ติดอีกครั้ง การ์ดมายืนถือปืนตรงประตูทางออกจากห้องร่วมๆสามสิบนาย ผู้ชายและผู้หญิงในห้องจัดงานถูกให้ยืนแยกจากกัน การ์ดแต่ละคนเดินเข้าไปตรวจหาอาวุธทุกคนอีกครั้ง นายอำนวยผู้กำกับชาติชายและรองผู้กำกับเทิดศักดิ์ ต่างก็ยืนมองไปทางร่างของนายพลเจ้าของงาน ด้วยท่าทางค่อนข้างจะหวาดกลัวและหน้าซีด "ขึ้นไปเช็คดูกล้องที่ห้องควบคุมสองคน ดูว่ามีใครเข้ามาในห้องนี้แล้วตอนนี้มีใครบ้างที่หายไป" การ์ดรีบขึ้นไปห้องควบคุมกล้องโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยชื่อ สักพักก็ลงมา "เซิร์ฟเวอร์โดนถอดไปหมดเลยครับ" หนึ่งในสองคนนั้นรายงาน นายอำนวยกันไปทางรองผู้กำกับเทิดศักดิ์ แล้วกระซิบถามเบาๆ "ท่านเลขาหายไปไหนล่ะรอง" รองผู้กำกับเทิดศักดิ์หันมองไปทั่วห้องแล้วก็ส่ายหน้า ทีมของจ่าแช่มที่ห้องควบคุมกล้องกับทีมห้องคอนโทรลไฟฟ้า หายไปจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทีมที่ดูแลความปลอดภัยหน้าโรงแรมก็หายไปด้วยเช่นกัน ไม่นานนักข่าวก็มาชุนมกันที่โรงแรมแทบทุกสำนัก แต่การ์ดไม่ให้เขาและคนในโรงแรมก็ห้ามออกทุกคนด้วย ตำรวจพื้นที่ก็เข้าไปในโรงแรมไล่ตรวจทีละห้อง แขกที่มาพักก็พากันบ่นอุบอิบไปตามๆกัน


           รถตู้ทีมสังหารนายพลตำรวจก็ขับไปคนละทิศละทาง สุดท้ายก็ไปรวมตัวกันที่คฤหาสถ์เก่าๆที่พรานเช่าไว้ จ่าแช่มเดินนับทีมงานทั้งหมดก็ยิ้มที่ยังอยู่กันครบ เป็นการปฏิบัติงานที่ไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว ขุนลากเลขานุกูลมานั่งในห้องที่เตรียมไว้ แล้วเดินออกไปที่ชัย "ชัย มึงเข้าไปสอบมันดูสิว่า ไอ้พิชาญมันอยู่ที่ไหนทำไมไม่มางานด้วย" ชัยรับคำแล้วเดินเข้าไปสอบปากคำเลขานุกูลตามที่ขุนบอก พรานเดินเข้าไปจับมือกับผู้กองเดชา "เยี่ยมมากครับผู้กอง" ผู้กองเดชารู้ว่าพรานก็ยศระดับร้อยเอกเหมือนกัน "ที่เยี่ยมยอดกว่าก็คือแผนของผู้กองพรานนี่แหละ ในทุกขั้นตอนทั้งรุกรับชนหนี สมบูรณ์แบบที่สุดเลยครับ" ผู้กองเดชาเอ่ยปากชมด้วยใจจริง กระแตเดินเข้ามากล่าวคำขอโทษพราน "ชั้นต้องขอโทษคุณพรานด้วยนะคะ ที่นินทาว่าคุณไม่ยอมเอาคนที่มีประสบการณ์อย่างณิชา แต่กลับเอาน้องหมวยไปทำงานยากๆแบบนี้" พรานหันกลับมาทางกระแต "ไม่เป็นไรครับหมวด ถ้ายิ่งเอาคนเก่งๆไปรับมือกับนายนุกูล ยิ่งไม่ได้ผลเพราะนายนุกูลจะฉลาดและทันเกมตลอด ต้องเอาคนที่ไม่เคยเลยนี่แหละดี ปลาน้ำลึกมันมักจะตายที่น้ำตื้นเสมอ แต่ก็ต้องขอชมเชยน้องหมวยด้วย ที่ไม่ยอมแสดงความฉลาดออกมาไม่งั้นคงพลาดอย่างไม่ต้องคิดเลย" พรานหันไปยิ้มให้อาหมวยซึ่งยิ้มรอไว้ก่อนแล้ว สักพักชัยก็ออกมาจากการสอบสวนเลขานุกูล "นายพิชาญไปเวียตนามกลับมาคืนนี้แหละ เราจะไปดักที่ไหนดีระหว่างที่บ้านกับเซฟเฮ้าส์อีกสองแห่ง" ขุนเดินเข้าไปในห้องที่ขังเลขานุกูล มองดูสภาพแล้วหน้าตาไม่มีริ้วรอยของการซ้อมแต่อย่างใด เขาเดินกลับไปร่วมวงสนทนา "ทำไมมันถึงสารภาพง่ายจังวะ" ขุนถาม ชัยก็ยักไหล่ตอบ "กูก็มีวิธีการสอบปากคำสิวะ มันไม่กล้าโกหกหรอก" ขุนมองหน้าเพื่อนอย่างหมั่นใส้ในท่าทางของชัย "งั้นเอาอย่างนี้ เราไปดักรอทั้งสามที่เลยมึง-กู แล้วก็ไอ้พรานพาคนไปดักรอมัน ส่วนผู้กองและคนที่เหลือเฝ้าไอ้เลขานี่อย่าให้มันหนีไปได้ และอย่าเข้าไปคุยกับมันเด็ดขาด เพราะมันเป่าหูเก่งถ้ามันหลุดไปได้ พวกเราก็จะไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว" ขุนบอกกับทุกคนก่อนที่จะพาคนออกไป หลังจากวางแผนอย่างรัดกุม ซึ่งมีการเปลี่ยนแผนนิดหน่อย พรานบอกให้ผู้กองไปแทนส่วนตัวเขา จะไปรอที่บ้านของท่านพิชิตอดีตรัฐมนตรี ทุกคนก็เห็นด้วยในสิ่งที่พรานบอก


           ขุน ชัย ผู้กองเดชา พาคนติดตามไปด้วยทีมละสองคน พรานไม่พาใครไปด้วยเพราะไม่อยากรบกวนคนป่วย ซึ่งท่านพิชิตอดีตรัฐมนตรีนอนป่วยติดเตียงอยู่ "ท่านครับ" พรานเรียกเบาๆ "หือ ใครน่ะ" ท่านพิชิตถามกลับ "คนที่เคยมาเยี่ยมท่าน และบอกเรื่องที่ท่านถูกอ้างชื่อในขบวนการค้ายาไงครับ" ท่านพิชิตนอนพยักหน้าเบาๆ "อืม ไม่ว่าพวกนั้นจะเป็นใครก็ตาม คุณก็จัดการให้หมดเลยนะ ถึงจะเป็นลูกหลานของผมก็อย่าได้ปล่อยให้พวกมันทำชั่วกัน อย่าให้พวกบ่อนทำลายทั้งหลายมันมีชัยชนะไปได้" ... "ครับท่าน" พรานตอบอย่างนอบน้อม ท่านพิชิตก็ยิ้มแล้วพยักหน้าเบาๆอีกครั้ง ทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันอีกนานเกือบๆครึ่งชั่วโมง ท่านพิชิตก็บอกเรื่องที่เพิ่งทำไปก่อนที่พรานจะมา "เมื่อวานผมให้ทนายเข้ามาเขียนพินัยกรรม ทรัพย์สินของผมทั้งหมดให้ขาย แล้วบริจาคให้สถานที่ต่างๆอย่าให้เหลือรวมทั้งบ้านหลังนี้ด้วย ทั้งลูกและหลานไม่ควรได้สมบัติของผมสักคนเดียว" พรานฟังแล้วยิ้มให้ "ดีครับผม" พอพรานตอบแล้วท่านพิชาติก็พูดต่อ "หวังว่าจะมีคนอย่างพวกคุณ ช่วยกันกำจัดภัยสังคมพวกนั้น ให้หมดไปจากแผ่นดินนี้ด้วยนะ ผมตายตาหลับแล้วเมื่อรู้ความจริง ก่อนที่จะยกสมบัติให้ลูกหลานชั่วๆพวกนั้น" ... "ครับท่าน" พรานตอบ ท่านพิชิตยิ้มให้แล้วค่อยๆหลับไป พรานเอานิ้วกดดูชีพจรที่คอท่านพิชิตสิ้นลมแล้ว พรานยังคงนั่งอยู่ข้างศพของท่านพิชิต เสียงประตูเหล็กเลื่อนออกแล้วรถเบนซ์คันงามก็เลี้ยวเข้ามา วิ่งเข้าไปจอดที่โรงจอดรถ ส.ส.พิชาญเปิดประตูรถลงมา แล้วปิดประตูยังไม่ทันจะกดรีโมทล็อคประตู พล็อก พรานมายืนรอตั้งแต่ได้ยินเสียงประตูรั้วเปิดแล้ว สวิงหมัดเข้าทางด้านหลังตรงคางพอดี ส.ส.พิชาญไม่เคยที่จะฝึกอะไรก็ไม่อึดพอที่จะทนหมัดไหว สลบร่วงลงไปกองกับพื้น พรานจับตัวดึงขึ้นแล้วยัดเข้าไปนอนที่เบาะหลัง พรานขับรถเบนซ์ของ ส.ส.พิชาญออกไปถึงประตูรั้วก็กดรีโมทเปิด แล้วขับไปจอดข้างๆรถที่ขับมาจอดทิ้งไว้ก่อนจะเข้าไปในบ้าน พรานยัายคนเข้าไปเบาะหลังรถอีกคัน แล้วเอาเชือกมัดไว้อย่างดีก่อน ขับรถกลับไปคฤหาสถ์เก่าๆ ที่เช่าไว้เป็นที่หลบภัยกับพวกพ้อง พรานโทรแจ้งทุกคนว่าภารกิจลุล่วงแล้ว 


           ส.ส.พิชาญถูกขังไว้ห้องเดียวกับเลขานุกูล ทั้งชัย ขุน พรานและผู้กองเดชา ต่างก็ผลัดกันเข้าไปสอบปากคำคนทั้งสอง แต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมปริปากรับสารภาพแต่อย่างใด ขุนเข้าไปอีกรอบ "ในเมื่อคุณไม่ให้ความร่วมมือ ผมคิดว่าคงจะต้องให้คนอีกคนมาสอบสวนพวกคุณจะดีกว่า" ขุนบอกแล้วเดินออกไป ทั้งสองผู้ต้องหาก็มองหน้ากันก็ยิ้มที่ผมปาก คิดว่าให้ใครมาสอบก็ไม่มีทางบอกแะไรออกไป และถ้าส่งพวกเขาสองคนให้ตำรวจส่งฟ้องยิ่งดี จะได้พ้นข้อหาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ แกร๊ก เปิดลูกบิดประตูเปิดแล้วมีคนเดินเข้ามา คนที่ถูกขังทั้งสองมองไปทางคนที่กำลังเดินเข้ามา พอเห็นหน้าแล้วก็ต้องอุทานออกมาพร้อมกัน "คุณอำนาจ"


                                                     โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 28




















    .

    คล้ายกับเรื่องพลิกเกมล่า ท้ามฤตยู ที่คุณอ่าน