บทที่ 48 พวกแกนั่นแหละผี ผีทั้งตระกูล!
ยังพูดไม่ทันจบ ซางเฟยหว่านก็ผลักเขาออกไปจากหน้ากล้อง เธอปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ จากนั้นจึงพูดกับภูตต้นจันทน์แดงว่า “ห้ามพูดจาเหลวไหลต่อหน้าแฟนคลับของฉันอีก ไม่อย่างนั้น คราวหน้าฉันจะเอาแก่นวิญญาณของแกไปจริง ๆ ด้วย”
ภูตต้นจันทน์แดงได้แต่ขยี้มืออย่างน่าสงสาร “ก็พวกนั้นน่ะสิ มาว่าฉันก่อน...”
ซางเฟยหว่านถามต่อว่า “แกไม่อยู่เต้นลานหน้าบ้าน ไม่อยู่ในห้องใต้ดิน วิ่งขึ้นมาทำอะไร”
ภูตต้นจันทน์แดงกล่าวว่า “ฉันหนาว ขึ้นมาหาผ้าห่ม”
ซางเฟยหว่านรู้สึกพูดไม่ออก “เจ้าเป็นถึงภูตต้นไม้ยังกลัวหนาวอีกเหรอ? ว่าแต่ นี่มันเดือนมิถุนายนแล้วนะ!”
ภูตต้นจันทน์แดงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ก็ฉันเป็นต้นไม้เมืองร้อน กลัวหนาวที่สุด”
เขาถูกมนุษย์บังคับย้ายจากทางใต้ที่อบอุ่นมายังทางเหนือที่หนาวเย็น
ในบรรดาต้นไม้ที่ถูกย้ายมาพร้อมกัน มีเพียงเขาเท่านั้นที่รอดชีวิต และต้องทนทุกข์ทรมานจากฤดูหนาวอันหนาวเหน็บของทางเหนือ
ความหนาวเย็นได้ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ถึงแม้ว่าจะบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นภูตต้นไม้ไปแล้ว ต่อให้เป็นฤดูร้อน เขาก็ยังคงรู้สึกหนาวอยู่เป็นครั้งคราว
ซางเฟยหว่านจึงกล่าวว่า “ผ้าม่านอยู่ในห้องชั้นบน แกจะดึงอันไหนมาคลุมก็เชิญตามสบาย ต่อไปนี้ เวลาฉันไลฟ์อยู่ ห้ามออกมาป่วนที่นี่เด็ดขาด ถึงแม้จะมีคนเห็นเข้าโดยบังเอิญ ก็ต้องทำตัวเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่อย่างนั้น ถ้ามีมือปราบภูตต้นไม้มา ฉันไม่ช่วยพวกแกแน่”
“ครับ ๆ ๆ!” ภูตต้นจันทน์แดงรับคำเสียงดัง จากนั้นก็รีบวิ่งหนีไป
ซางเฟยหว่านเปิดเสียงอีกครั้ง และพูดกับผู้ชมว่า “คุณลุงไปพักผ่อนแล้วนะคะ ทุกคนอย่าเอาเรื่องรูปร่างหน้าตาของคนแก่มาล้อเล่นกันเลย”
“เอาล่ะ ต่อไปเรามาเริ่มสุ่มผู้โชคดีเพื่อวิดีโอคอลกันเถอะ”
“ผู้โชคดีคนแรกในค่ำคืนนี้ มีชื่อบัญชีว่า ‘สมหวังทุกประการ’ ค่ะ”
คุณป้าสมหวังทุกประการวัย 60 กว่าปี สวมชุดกี่เพ้าแบบจีน ไดร์ผมลอนอย่างทันสมัย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่พิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวมาก
เมื่อเห็นว่าตัวเองได้รับเลือก เธอก็เอ่ยด้วยความดีใจว่า “อุ๊ย! คุณหมอดูคะ ในที่สุดฉันก็โทรติดแล้ว โชคดีจริง ๆ ค่ะ”
ซางเฟยหว่านจึงถามว่า “คุณสมหวังทุกประการ คุณอยากจะดูดวงเรื่องอะไร”
“ฉันอยากให้คุณดูดวงเรื่องความรักให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันค่ะ”
คุณป้าสมหวังทุกประการหยิบรูปถ่ายที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เป็นรูปคู่ของสามีภรรยาคู่หนึ่งออกมา
ฝ่ายหญิงหน้าตาสวยหวาน ยิ้มแย้มแจ่มใส ฝ่ายชายหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง ทั้งสองคนยืนพิงกัน ดูแล้วก็หวานชื่นมาก
“นี่แหละค่ะ ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉัน ฉันอยากให้คุณช่วยดูให้หน่อยว่า พวกเขาเป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ หรือเปล่า” คุณป้าสมหวังทุกประการกล่าว
ซางเฟยหว่านมองดูแล้วตอบในทันทีว่า “เป็นเนื้อคู่กันค่ะ สามารถครองคู่กันไปจนแก่เฒ่าได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณป้าสมหวังทุกประการกลับดูผิดหวัง ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า “ทำไมถึงเป็นเนื้อคู่กันได้ล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรที่เหมาะสมกันเลย”
“คุณซางเฟยหว่าน” เธอถามหมอดูสาวอีกครั้งว่า “คุณหมอดูคะ ลองดูอีกทีสิคะ คุณดูไม่ละเอียดหรือเปล่า ผู้หญิงแบบนี้ใช้ชีวิตกับลูกชายฉันไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก ลูกชายฉันจะลำบากเอา คุณหมอดู… ไม่ใช่ว่าคุณเขียนยันต์ได้เหรอคะ มียันต์แบบที่ทำให้ผัวเมียแตกแยกกันบ้างไหม”
ผู้ใช้งาน : ป้าคนนี้เป็นอะไรไปเนี่ย คนอื่นเขาอยากให้ลูกชายกับลูกสะใภ้รักใคร่กลมเกลียว แต่ทำไมเธอถึงจงใจกลั่นแกล้งแบบนี้
ผู้ใช้งาน : หรือว่าเป็นแม่ผัวใจร้ายในตำนานที่หาทางไล่ลูกสะใภ้ออกไป
ผู้ใช้งาน : ถ้าไล่ลูกสะใภ้ไปแล้ว เธอจะได้ประโยชน์อะไร ไม่กลัวลูกชายเป็นโสดไปตลอดชีวิตหรือไง
ผู้ใช้งาน : แบบนี้เขาถึงบอกไงว่า แม่ผัวนี่แหละตัวปัญหาในชีวิตคู่ ป้าจ๋า ใจดีกับเขาหน่อยเถอะ
สมหวังทุกประการเห็นข้อความวิพากษ์วิจารณ์ เสียดสี กระทั่งด่าทออย่างตรงไปตรงมาในช่องสนทนา
เธอจึงกล่าวแก้ต่างอย่างรีบร้อน “ฉันไม่ได้เป็นแม่ผัวใจร้ายนะ ก่อนหน้านี้ฉันก็รักลูกสะใภ้มาก บ้านเรามีฐานะดี ส่วนบ้านลูกสะใภ้ฐานะปานกลาง ตอนคบกับลูกชายฉัน เธอยังเคยไม่มั่นใจในตัวเองเพราะฐานะทางบ้านเลย”
“แต่ฉันไม่เคยดูถูกเธอเลยนะ! พอแต่งงานกัน ฉันก็เห็นเธอเป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“จริง ๆ แล้ว ลูกสะใภ้ฉันเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ข้อเสียอย่างเดียวก็คือ เธอมีลูกไม่ได้...”
“ตอนที่รู้ ฉันยังกลัวเธอเสียใจ เลยปลอบเธอว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์มันก้าวหน้า อนาคตเธอก็อาจจะมีลูกได้”
“บังเอิญฉันก็มีคนรู้จักในแวดวงโรงพยาบาลอยู่บ้าง เลยช่วยหาผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคนี้ให้”
“ฉันจองคิวให้เธอเรียบร้อยแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมไป! ยังบอกอีกว่า มีลูกไม่ได้ก็ไม่ต้องมี ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่”
“ฉันน่ะเป็นห่วงเธอแทบแย่ วิ่งวุ่นหาหมอ หาหยูกยามาให้ แต่เธอก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกวัน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะอะไรนักหนา”
“พวกคุณว่าน่าโมโหไหม? ตอนนี้พวกเขายังเด็ก ไม่รู้ถึงความสำคัญของการมีลูก หลาน ไม่ใช่แค่การสืบทอดตระกูลนะ ยิ่งแก่ตัวไปก็ยิ่งเป็นเหมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ถ้าไม่มีลูกหลาน ตอนแก่ตัวไปจะเดียวดายขนาดไหน?”
พูดถึงเรื่องเศร้านี้แล้ว น้ำตาก็คลอเบ้าตาของเธอ “ตอนแรกฉันชอบเธอมากนะ แต่ท่าทีที่ไม่ยี่หระในเรื่องนี้ของเธอมันทำให้ฉันเสียใจ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายฉันก็เชื่อฟังภรรยาเหลือเกิน เธอบอกอะไรก็ว่าตามนั้นหมด ฟังฉันบ้างก็ไม่ได้ พูดมากหน่อยก็หาว่าฉันจู้จี้!”
“ร่างกายไม่แข็งแรงนี่มันช่วยไม่ได้ แต่ถ้าไม่สบายก็ต้องรักษาให้หายสิ ฉันจะหาหมอให้เอง ฉันออกเงินเอง! ถ้ารักษาไม่หายค่อยว่ากันอีกที”
“นี่อะไร ถึงขั้นไม่ยอมรักษา ปล่อยเลยตามเลย เธอบอกว่าไม่ชอบเด็ก ไม่อยากมีก็ไม่เป็นไร แล้วทำไมเธอไม่นึกถึงลูกชายฉันบ้าง ไม่นึกถึงฉันบ้าง?”
“ก็เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงเริ่มเอือมระอาลูกสะใภ้ขึ้นมาทุกที ฉันถึงมาถามคุณเนี่ย อยากรู้ว่าพอจะมีวิธีไหนทำให้พวกเขาแยกทางกันบ้างไหม”
“ฉันยอมรับว่าฉันเห็นแก่ตัว แต่มีแม่คนไหนบ้าง ที่อยากเห็นลูกตัวเองไม่มีทายาท ถึงจะเห็นแก่ตัว แต่ฉันก็ขอร้องล่ะ ช่วยฉันด้วยเถอะ”
แต่ซางเฟยหว่านกลับพูดว่า “คุณเอาแต่บอกว่า ไม่ได้ว่าอะไรลูกสะใภ้ แต่คุณก็คิดแต่จะให้พวกเขาแยกทางกัน ในใจคุณก็ยังคงโทษเธออยู่ดี”
“อีกอย่าง ฉันจะบอกคุณไว้เลยนะ ถ้าคุณทำให้พวกเขาหย่ากัน คุณนั่นแหละจะทำร้ายลูกชายตัวเอง ที่จริงแล้ว คนที่เป็นหมันคือลูกชายคุณ ไม่ใช่ลูกสะใภ้!”
“อะไรนะ!?” สมหวังทุกประการยังไม่อยากเชื่อที่ได้ยิน เธอหัวเราะออกมาแห้ง ๆ ก่อนจะถามต่อ “คุณหมอดู คุณฟังฉันไม่ชัดเหรอ ฉันบอกว่าลูกสะใภ้ฉันท้องไม่ได้ ไม่ใช่ลูกชายฉัน!”
ซางเฟยหว่านพูดแก้คำพูดอย่างจริงจัง “ไม่ใช่หรอก ปัญหามันอยู่ที่ลูกชายคุณ ต่างหาก เพียงแต่ ลูกชายคุณน่ะ เขาเป็นคนรักศักดิ์ศรี ส่วนลูกสะใภ้คุณก็อยากรักษาหน้าสามี เลยยอมแบกรับความผิดไว้กับตัวเอง เพราะแบบนี้ เธอถึงไม่ยอมไปหาหมอที่คุณติดต่อมาให้ไงล่ะ เพราะถ้าไป หมอก็จะรู้ความจริง”
สมหวังทุกประการยังไม่ปักใจเชื่อ “ไม่หรอกน่า เป็นไปไม่ได้เลย! ถ้าลูกชายฉันเป็นหมันจริง ทำไม... ทำไมเขาต้องปิดบังฉันด้วย ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของเขานะ!”
“ทำไมน่ะเหรอ… คุณไม่รู้จริง ๆ ใช่ไหม” ซางเฟยหว่านยิ้ม “เพราะคุณเป็นแม่แท้ ๆ ของเขานี่แหละ เลยได้ใจ ใช้ฐานะแม่เข้าไปยุ่งกับทุกเรื่อง แถมยังเอาเรื่องในบ้านไปพูดนอกบ้านอีก ลูกชายคุณเขาก็เลยต้องระวังตัวเป็นธรรมดา”
“ใบตรวจของพวกเขาน่าจะอยู่ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนนะ ถ้าไม่เชื่อ คุณลองไปดูก็ได้”
เมื่อสมหวังทุกประการได้ยินดังนั้น ก็ไม่สนใจการไลฟ์ต่อ เธอตัดสายทันที แล้วรีบตรงไปที่ห้องนอนลูกชายกับลูกสะใภ้ เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็เจอใบตรวจจริง ๆ บนนั้นเขียนชื่อลูกชายของเธอเอาไว้ พร้อมกับผลวินิจฉัยว่า เป็นโรค ‘ภาวะอะซูเปอร์เมีย!’
ในตอนนั้นเอง ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเธอก็กลับเข้ามาพอดี
เมื่อเห็นแม่ยืนอยู่ในห้อง กำลังถือใบวินิจฉัยโรคอยู่ ลูกชายของเธอก็โกรธขึ้นมาทันที
“แม่! ทำไมแม่ชอบมาค้นของของพวกผมโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้!”