คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    มูลค่าของขยะ และกฎแห่งพฤกษา

    ณัฐลุกขึ้นเดินมาดูใกล้ๆ เขาใช้ปลายมีดเขี่ยซากหนูพลิกไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะถอนหายใจยาว

    "เฮ้อ..."

    "ครับ?"

    รอยยิ้มของอคินเจื่อนลง

    "มีอะไรเหรอครับ?"

    "น่าเสียดายครับคุณอคิน"

    ณัฐส่ายหน้า

    "พวกนี้... ไม่มีราคาครับ"

    "ห๊ะ? ไม่มีราคา?"

    อคินเสียงหลง

    "แต่... แต่มันตัวใหญ่นะ! มันกัดคนได้นะ! ฆ่ามันก็ช่วยลดประชากรศัตรูไม่ใช่เหรอ?"

    "ระบบรับซื้อของค่ายเรา ยังไม่ขึ้นทะเบียน 'หนูยักษ์' 'ซอมบี้' หรือพวก 'แมลงสาบกลายพันธุ์' เป็นสินค้าแลกแต้มครับ"

    ณัฐอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนท่องจำ

    "เนื้อพวกนี้มีเชื้อโรคเยอะ หนังก็บางเอาไปทำเกราะไม่ได้... พูดง่ายๆ คือ มันขยะครับ"

    คำว่า 'ขยะ' กระแทกหน้าอคินอย่างจัง

    "ทิ้งไว้ตรงนั้นแหละครับ เดี๋ยวหน่วยเก็บกวาดตอนเช้าเขามาจัดการเอง"

    ณัฐพูดต่อพลางชี้ไปที่กองขยะข้างทาง

    "ถ้าคุณอยากได้แต้มจริงๆ ... ต้องล่าพวก กอบลิน ออร์ค หมาป่าทมิฬ หรือไม่ก็พวกของใช้เก่าๆ ครับ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า... ของพวกนั้นฝ่ายช่างเขาต้องการ"

    ณัฐเดินกลับไปนั่งเหลาไม้ต่อ ทิ้งให้อคินยืนแข็งทื่ออยู่กับซากหนูที่ไร้ค่า

    ความภาคภูมิใจเมื่อครู่แตกสลายกลายเป็นผุยผง...

    เขาก้มลงมองโบ้และพวกแมวที่นั่งรออย่างมีความหวัง พวกมันเงยหน้ามองเขา ตาเป็นประกายจ้องไปที่ซากหนู

    'พวกมันคงไม่เข้าใจเรื่องระบบเศรษฐกิจสินะ...' อคินคิดในใจ

    แต่แล้ว... ความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามา

    อคินมองซากหนูพวกนั้นอีกครั้ง ในสายตาของณัฐมันคือขยะ

    แต่ในสายตาของอคิน... ทำไมมันดูน่ากินจังวะ เนื้อแดงๆ นั่น... กลิ่นเลือดที่เริ่มแห้งกรัง...

    "ไม่เป็นไรนะพวกนาย"

    อคินพึมพำ ลูบหัวโบ้

    "เขาไม่รับซื้อ... งั้นเราเก็บไว้เองก็ได้"

    เขาตัดสินใจรวบขาทั้งหมดขึ้นพาดบ่า แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านต้นไม้

    "เฮ้ย! เดี๋ยวคุณ!"

    เสียงณัฐร้องทักดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาอคินสะดุ้ง

    "จะทำอะไรน่ะ?"

    ณัฐชี้มาที่ซากหนู

    "กะ... ก็เอากลับไป... จัดการที่บ้านครับ"

    อคินตอบตะกุกตะกัก

    "ไม่ได้!"

    ณัฐเสียงเขียว

    "ห้ามชำแหละซากสัตว์ในเขตที่พักอาศัย! เลือดกับกลิ่นคาวจะล่อมดงานมา! ถ้าจะทำ ให้ไปที่ 'โรงชำแหละ' หลังโรงอาหารโน่น! แล้วเศษที่เหลือห้ามทิ้งมั่วซั่ว ให้ทิ้งลงใน 'ต้นบำบัด' เท่านั้น!"

    "เข้าใจแล้วครับ! ขอโทษครับ!"

    ...

    อคินเดินคอตกมาถึงจุดที่ณัฐบอก มันเป็นลานปูนโล่งๆ ที่มีเขียงไม้และก๊อกน้ำเตรียมไว้

    แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือต้นไม้ประหลาดขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างๆ

    มันมีลำต้นอวบอ้วน ใบขนาดใหญ่ และที่สำคัญคือ 'หม้อ' ทรงกระบอกขนาดเท่าโอ่งมังกรห้อยย้อยลงมานับสิบใบ

    ปากหม้อมีของเหลวสีเขียวข้นคลั่กส่งกลิ่นฉุนเหมือนน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำย่อย

    มีป้ายไม้ปักไว้ข้างหน้า 'ต้นส้วม / ต้นบ่อบำบัด สำหรับทิ้งซาก'

    "นี่สินะ... ต้นส้วมที่เขาว่ากัน"

    อคินมองมันด้วยความทึ่งปนสยอง

    "ท่านเจ้าเมืองนี่อัจฉริยะจริงๆ ... หรือไม่ก็โรคจิตหน่อยๆ"

    อคินลงมือชำแหละหนูยักษ์บนเขียงอย่างคล่องแคล่ว... คล่องแคล่วเกินไปจนเขาเองยังแปลกใจ

    มือของเขาขยับมีดกรีดหนังและเลาะกระดูกออกอย่างชำนาญ

    เขาแล่เนื้อแดงๆ ออกมาเป็นชิ้นสวยงาม ส่วนกระดูก ขน และเครื่องใน เขาโกยพวกมันทิ้งลงไปในปากหม้อของต้นไม้

    จ๊อกกก... ฟู่...

    เสียงน้ำย่อยทำงานพร้อมควันจางๆ ลอยขึ้นมา ต้นไม้ดูเหมือนจะสั่นระริกด้วยความพอใจ

    อคินห่อเนื้อหนูสดๆ ด้วยใบตองที่หาได้แถวนั้น หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

    "นี่แหละเสบียงของเรา..."

    เขาแอบมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคน เขาจึงรีบหอบห่อเนื้อวิ่งกลับไปที่บ้านต้นไม้

    เขาไม่กล้าเอาเนื้อเข้าไปในบ้านเพราะกลัวกลิ่นติด

    จึงตัดสินใจผูกห้อยไว้ที่กิ่งไม้นอกหน้าต่าง ในจุดที่ร่มรื่นและลมโกรก ซ่อนจากสายตาคนทั่วไป

    "เสร็จพิธี"

    อคินปาดเหงื่อ ยืนมองผลงานของตัวเอง ท้องฟ้ายามราตรีเริ่มเจือสีน้ำเงินเข้มของรุ่งสาง

    เขาเดินข้ามสะพานเถาวัลย์ไปยังห้องน้ำรวมเพื่อล้างคราบเลือดและกลิ่นคาว

    ก่อนจะกลับมาล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่มๆ อีกครั้ง ร่างกายเริ่มหนักอึ้ง สัญญาณเตือนการหมดเวลาดังขึ้นในหัว

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:10]

     

    อคินนอนมองเพดานไม้ แสงไฟในห้องเริ่มพร่าเลือน

    ถึงวันนี้จะไม่ได้แต้มเครดิต... ถึงจะโดนดุ... ถึงจะดูเหมือนคนบ้าที่ล่าหนูมากิน...

    แต่เขามีบ้าน เขามีปาร์ตี้ และเขามีเป้าหมาย

    "แต้ม..."

    เขาพึมพำชื่อแมวสุดที่รักออกมาเบาๆ ดวงตาเริ่มปรือลง

    "ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน... ฉันสัญญา... ฉันจะตามหานายให้เจอ..."

    "รอฉันก่อนนะ..."

    เขาไม่รู้เลยว่า... วินาทีที่เปลือกตาของเขาปิดลง และสติสัมปชัญญะของความเป็นมนุษย์ดับวูบไป...

     

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

     

     

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 16 มีนาคม]

     

    เสียงสัญญาณดิจิทัลใสกังวานกรีดผ่านความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงที่ดังผ่านหู

    แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นโดยตรงในสมอง ปลุกกระชากสติของ 'อคิน' ให้ดีดตัวขึ้นมาจากห้วงความมืดมิด

    อคินสูดหายใจลึก กลิ่นอับชื้นของมอสและกลิ่นจางๆ ของเนื้อตากแห้งที่แขวนอยู่มุมห้องลอยมาแตะจมูกอย่างรวดเร็ว...

    เร็วกว่าและชัดเจนกว่าที่เขาเคยจำได้ในชีวิตก่อนหน้า

    เขาเหยียดแขนขา ได้ยินเสียงกรอบแกรบเบาๆ ของข้อต่อที่เข้าที่ ความรู้สึกเบาหวิวแล่นพล่านไปทั่วร่าง

    ไม่ใช่ความเบาโหวงเหมือนคนไม่มีแรง

    แต่เป็นความเบาที่เปี่ยมด้วยพลังงานศักย์ที่ถูกอัดแน่น เหมือนสปริงที่ถูกกดจนสุดและพร้อมจะดีดตัวออกได้ทุกเมื่อ

    ชายหนุ่มลุกจากฟูก ก้าวเท้าเปล่าสัมผัสพื้นไม้เย็นเฉียบ

    เขาเดินไปที่ขอบประตูบ้านต้นไม้ ลมเย็นยามค่ำปะทะใบหน้า หอบเอากลิ่นฝนและไอดินจากป่าดิบชื้นเบื้องนอกเข้ามา

    เบื้องล่างคือความสูงเกือบสามสิบเมตร ความมืดสลัวปกคลุมพื้นดิน

    หากเป็นคนทั่วไปคงต้องมองหาบันไดลิงเพื่อค่อยๆ ไต่ลงไป แต่สำหรับอคินในเวลานี้... เขามองเห็น 'เส้นทาง' ที่ต่างออกไป

    สมองของเขาประมวลผลระยะทาง แรงลม และจุดตกกระทบโดยอัตโนมัติ

    "เอาล่ะนะ"

    เขาไม่ได้กระโดด แต่เป็นการปล่อยตัวไหลลงไปตามแรงโน้มถ่วง

    วูบ...

    ร่างของเขาลอยละลิ่วแหวกอากาศ ในเสี้ยววินาทีก่อนจะถึงพื้น

    ร่างกายของเขาบิดตัวจัดระเบียบโดยสัญชาตญาณ

    ปลายเท้าสัมผัสพื้นดินนุ่มหยุ่นก่อนจะถ่ายน้ำหนักลงสู่ส้นเท้าและย่อเข่าเพื่อซับแรงกระแทก

    ตุบ

    เสียงนั้นเบาราวกับเสียงใบไม้ร่วง

    ไม่มีแรงสะเทือนถึงกระดูกสันหลัง ไม่มีการเสียหลัก ฝุ่นดินแทบไม่ฟุ้งกระจาย

    อคินค่อยๆ ยืดตัวขึ้น มองดูมือและขาของตัวเองด้วยความทึ่ง

     

    [อย่ามัวแต่ชักช้า อาหารเย็นสำคัญนะ พลังงานคือปัจจัยหลักในการดำรงชีพ]

    [นายควรไปสำรวจแถวป่าชายเลนดูนะ ตรงนั้นพวกนายเคยเจอลิซาดแมน]

     

    ข้อความสีฟ้าเด้งขึ้นมาตรงหน้า อคินยิ้มมุมปาก ข้อความนี้ดูเป็นกันเองกว่าข้อความแจ้งเตือนเวลาปกติ

    เขาคิดว่าระบบคงมี AI ที่ฉลาดล้ำคอยดูแลเขาเป็นพิเศษ

    "รู้แล้วน่า ระบบ... ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ปล่อยให้ท้องหิวหรอก"

    ...

    ที่โรงอาหารกลางของค่ายพักพิง แสงไฟจากตะเกียง และคบไฟส่ายไปมาตามแรงลม

    แต่กลิ่นหอมที่ลอยอบอวลอยู่นั้นชัดเจนจนกลบความทรุดโทรมของสถานที่

    กลิ่นฉุนเผ็ดร้อนของเครื่องแกงป่า

    กลิ่นคาวปลาทอดขมิ้น และกลิ่นหอมหวานของข้าวสวยร้อนๆ ...

    ต่อมรับรสและน้ำลายของอคินทำงานทันทีที่ได้กลิ่น

    เขาเดินตรงไปที่จุดรับอาหาร จัดการมื้อเย็นของตัวเองด้วยความรวดเร็ว

    เขาไม่ได้กินอย่างมูมมาม แต่กินด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

    ข้าวพูนจานหายวับไปในเวลาไม่กี่นาที

    อคินรู้สึกถึงพลังงานความร้อนที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

    'ยอดไปเลยอาหารพวกนี้ สุดยอด... นี่ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่มันคือเชื้อเพลิง'

    เมื่อตัวเองอิ่มท้อง เขาไม่ลืมหน้าที่สำคัญอีกอย่าง

    อคินเดินไปที่มุมของโรงอาหารตักอาหารเม็ดแบบแจกฟรีใส่ถุงใหญ่กลับมาด้วย

    เขากลับมาที่ใต้ถุนบ้านต้นไม้ สมาชิกปาร์ตี้ของเขารออยู่แล้ว

    'โบ้' พันธุ์ทางหลังอานขนสีทองแดงนอนหมอบแทะกระดูกชิ้นโตเสียงดัง กร้วม... กร้วม... ฟังดูน่าเกรงขาม

    ส่วนบนขอนไม้ใกล้ๆ คือแก๊งสามเหมียว

    'ส้มซ่า' แมวสีส้มตัวจี๊ดประจำทีม

    'ปลาเผา' แมวลายสลิดมาดนิ่ง

    และ 'บัวลอย' แมวสามสีตัวอ้วนกลมที่ดูไม่มีพิษภัย

    อคินเทอาหารลงในชามสี่ใบอย่างเท่าเทียม

    "กินเยอะๆ นะพวกนาย คืนนี้งานหนักแน่"

    อคินมองดูพวกมันกินด้วยสายตาอ่อนโยน เขาไม่ได้มองพวกมันเป็นแค่สัตว์เลี้ยง

    แต่เป็น 'ปาร์ตี้' ที่ระบบจัดสรรมาให้ เพื่อนร่วมตายที่เขาไว้ใจที่สุด

    "คืนนี้เราจะไม่อยู่แค่หน้าประตูแล้วนะ"

    เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ท่วงท่าขึงขังเหมือนแม่ทัพปลุกใจทหารก่อนออกศึก

    "เราต้องออกไปสำรวจโซนตะวันตก เตรียมพุงกะทิพวกนายให้พร้อมวิ่งได้เลย! พวกเราจะไปล่าพวกอสูรที่เอามาแลกเครดิตได้ พวกนายจะได้กินอาหารที่ดีกว่านี้"

    ส้มซ่าหยุดกิน เงยหน้าขึ้นมองอคินด้วยดวงตาสีเหลืองอำพัน มันเลียปากแผล็บหนึ่งก่อนจะร้อง

    "เมี้ยว"

    เสียงแปลกๆ สั้นๆ ห้วนๆ เหมือนจะบอกว่า 'พร้อมเสมอ'

    อคินหัวเราะร่า

    "โอเคๆ รู้แล้วว่าพร้อม ลุยกันเลย!"

    ...

     

    แสงไฟคบไฟจากป้อมยามหน้าประตูค่ายสาดส่องเป็นวงกว้าง

    ตัดกับความมืดมิดของป่าดงดิบเบื้องนอกอย่างสิ้นเชิง

    แมลงกลางคืนบินมาเล่นไฟจนเกิดเสียง เปรี๊ยะ ทุกครั้งที่พวกมันบินชนผ่านเปลวไฟร้อนจัด

    'พี่ไม้' ยามกะเย็นยืนพิงเสาอยู่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มใจดีแต่แววตากลับดูเหนื่อยล้า

    เมื่อเห็นอคินเดินนำขบวนสัตว์เลี้ยงเข้ามา เขาก็ขยับตัวยืดเส้นยืดสาย

    "อ้าว พ่อหนุ่มนักรบ พร้อมลุยแล้วเหรอ?"

    "พร้อมครับพี่ไม้"

    อคินตอบเสียงหนักแน่น ขยับเป้สะพายหลังให้เข้าที่

    "วันนี้กะว่าจะลองไปไกลกว่าเดิมหน่อย ระบบ... เอ้ย ผมหมายถึง สัญชาตญาณบอกว่าแถวป่าชายเลนน่าจะมีของดี"

    "ป่าชายเลน?"

    ไม้เลิกคิ้ว

    "แถวนั้นดินมันยวบ เดินยากนะ ระวังพวกตัวที่ซ่อนในโคลนด้วย"

    เขาล้วงมือเข้าไปในย่ามสะพาย หยิบสมุดเล่มเล็กเย็บด้วยด้ายดิบๆ ยื่นให้

    หน้าปกเขียนด้วยปากกาเมจิกตัวหวัดๆ ว่า 'คู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหัวใจพฤกษา ฉบับพลเมืองใหม่'

    "เอาไปอ่านซะนะ จะได้รู้กฎ รู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ระวังตัวด้วยล่ะ ข้างนอกนั่นมันไม่ใช่สนามเด็กเล่น... โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่มืดแบบนี้ ศัตรูจะมาจากทางไหนก็ไม่รู้"

    "ขอบคุณครับพี่"

    อคินรับสมุดมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้ออก

    ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นเขตแสงไฟ เจ้า 'ด่าง' และ 'ขาว' หมาไทยหลังอานที่เป็นยามเฝ้าประตูวิ่งกระดิกหางเข้ามาหา

    แต่แทนที่พวกมันจะกระโจนใส่ด้วยความดีใจเหมือนที่ทำกับคนอื่น พวกมันกลับหยุดชะงักห่างออกไปหนึ่งช่วงตัว

    จมูกชื้นๆ ของพวกมันดมฟุดฟิดไปที่ขาของอคิน

    หงิง...

    เจ้าด่างครางเบาๆ หูตกและหางลู่ลงเล็กน้อย