[ แทงราก Lv.1 สั่งการไปยังมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาให้หยั่งรากลงไปยังศพเพื่อดูดซับพลังอีกฝ่ายมาใช้งานในโหมดคลั่ง คำเตือน เมื่อพลังที่ดูดซับมาหมดลงไป มอนสเตอร์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ]
ดวงตาของแอ็กเซลเบิกกว้าง คำอธิบายของสกิลใหม่น่าสนใจเป็อย่างมาก สกิลอาชีพสามารถสั่งการให้มอนสเตอร์ในพันธะสัญญาเข้าสู่โหมดคลั่งได้ เพียงแต่ว่ามีเงื่อนไขการใช้ 1 อย่าง เขาจำเป็ต้องให้มอนสเตอร์ดูดพลังงานจากศพให้ได้ก่อนแล้วจึงนำพลังงานส่วนนั้นออกมาใช้งานเปิดโหมดคลั่ง โดยที่การคลั่งของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาจะไม่ทำอันตรายต่อร่างกายของมัน
การใช้งานโหมดคลั่งแต่ไม่ทำอันตรายร่างถือว่าเป็สกิลที่ประหลาดมาก นอกจากนั้นมันยังสามารถเติบโตได้อีกด้วยการอัพเลเวล แอ็กเซลจึงตื่นเต้นไม่น้อย
[ สปอร์ Lv.1 ปลดปล่อยสปอร์ออกไปในอากาศเพื่อสร้างกาฝากดูดพลังงาน ]
เพียงคำอธิบายสั้นๆ มันได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแอ็กเซลไม่น้อย การดูดพลังงานของเป้าหมายหรือเหยื่อจะทำให้อีกฝ่ายอ่อนแอเพราะพลังคอสมิกจะลดลงอย่างรวดเร็ว หากศัตรูของเขาถูกดูดพลังคอสมิกออกจากร่างก็เท่ากับว่าเขาสามารถฆ่ามันได้ง่ายยิ่งขึ้น
จากผลของสกิลทั้ง 2 มอนสเตอร์ธาตุไม้ที่ถูกมองว่าอ่อนแอสามารถลืมตาอ้าปากได้แล้ว ต่อให้เขาจะไม่ต้องใช้งานเวทมนตร์ก็ตาม
“ จบนี่แล้วก็เหลือปลดระดับให้กับกระบองเพชรสินะ ”
แอ็กเซลเท้าคาง ดูเหมือนว่าเขาจะใช้งานห้องฝึกซ้อมต่อหลังจากต่อสู้กับทอม ยังมีหลายอย่างที่เขาต้องทำการจะหาข้อมูลสนามรบปฐมภูมิเพิ่มเติมอีก เขา้าแต้มกาแล็กซี่ แต่การจะไปที่นั่นได้เขาจำเป็ต้องสร้างสกิลจากเวทมนตร์ที่มีระดับสูงขึ้น ต่อให้หอกธาตุจะมีผลรุนแรงก็ตาม เวทมนตร์บทอื่นกลับแรงกว่า เขาสามารถใช้งานเวทที่แรงกว่าได้แล้วจึงไม่ต้องใช้หอกธาตุอีกต่อไป
“ เสียเวลาจริงๆ ตอนไหนมันจะมา ”
แอ็กเซลถอนหายใจเบาๆ เขาอยากทดลองหลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะยังไม่ปรากฎตัว มีเพียงนักศึกษาที่สนใจเกี่ยวกับการท้าสู้ของเขาราวร้อยคนที่ยืนอยู่รอบๆห้องที่เหมือนตู้กระจก ทุกคนที่มาถึงล้วนแล้วเฝ้ารอคอยไม่ต่างจากแอ็กเซลเช่นกัน ในระหว่างรอเขาจึงเรียกมอนสเตอร์ตัวใหม่ออกมาตรวจสอบพลางขมวดคิ้วเมื่อพลังโจมตีเยอะกว่ากระบองเพชร
[ พิกซี่ (Pixie) ]
[ มอนสเตอร์ธาตุ : ไม้ ]
[ ระดับ : 1 ดาว ]
[ พลังโจมตี : 1,300 ]
[ สกิล : [อวยพร][กล่อม][ลมหายใจเย็นะเื] ]
บนใบหน้าของแอ็กเซลเผยให้เห็นถึงความตะลึง มอนสเตอร์ตัวใหม่ที่ได้จากการเลื่อนระดับไปยัง 2 ดาวมีพลังโจมตีมากกว่า 900 หน่วย ต่อให้กระบองเพชรจะเป็สายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ พิกซี่ที่เขาได้รับกลับแข็งแกร่งกว่า ต่อให้จะมีสกิล 3 อย่างเท่ากันก็ตาม
สกิลอวยพรของพิกซี่ สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ให้กับฝ่ายเดียวกัน 10 % ยิ่งระดับของพิกซี่สูงขึ้นสกิลอวยพรจะเพิ่มระดับขึ้นไปเช่นเดียวกัน
สกิลกล่อมใช้สำหรับลบล้างสถานะผิดปกติจากจิต ใช้ได้ผลดีกับการลบล้างสถานะบ้าคลั่ง สำหรับสกิลลมหายใจเย็นะเืสามารถแช่แข็งเป้าหมายได้ด้วยการพ่นลมออกจากปาก แอ็กเซลรู้สึกทึ่งไม่น้อยกับความสามารถสิ่งมีชีวิตเล็กๆนี่ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเลี้ยงมันให้ดีเหมือนต้นกระบองเพชร การล่าครั้งต่อไปคงจะนำพิกซี่ออกมาใช้งาน แต่ก่อนอื่นเขาของวาดวงเวทให้กับมันก่อน
---------------------------------------------------------------
“ คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองปลอดภัยกลับมาจากสวนหย่อมดวงดาวครับ ”
หญิงสาวผมสีแดงเพลิงเหลือบมองไปยังรายงาน เธอจึงโบกมือเล็กน้อยสั่งให้อีกฝ่ายนำมันไปทำลาย
“ มีข้อมูลอื่นอีกไหม ฉันอยากรู้ว่าเธอรอดมาได้ยังไง ”
“ มีเพียงแค่การให้ปากคำของแชมเปี้ยนรอบๆ เท่านั้น พวกเขารู้เพียงแค่ว่าตระกูลของเราฆ่ากันหลังจากที่ชายคนหนึ่งโจมตียานของเรา จากนั้นระดับ 4 ก็ลงมาจากยานไล่ฆ่าสังหารคนที่มาด้วยกัน ”
หญิงสาวผมสีแดงควงปากกาเล็กน้อย ข่าวที่เธอสืบหาบอกเอาไว้ว่าน้องสาวของตนเองปิดทางเข้าออกโบราณสถานระดับ 2 แม้จะมีข้อมูลใหม่ส่งออกมากลบข้อมูลที่กระจายออกมาก่อน หลายคนกลับเชื่อไปแล้วว่าน้องสาวของเธอปิดซากโบราณสถานเพื่อตนเอง เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วที่เธอจะเก็บเอาไว้เป็ข้ออ้างทำลายชื่อเสียงได้
“ หาตัวชายคนนั้นเจอไหม ”
“ มีคนปกปิดตัวตนเยอะมากครับ เราจึงไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร แต่เราตรวจพบบางอย่างหลังจากที่คุณหนูรองกลับมา ”
“ เธอทำอะไร ”
“ เธอได้ขอให้เพื่อนที่อยู่สถาบันเดียวกันช่วยส่งของบางอย่างไปยังดาวโนวา เราสืบค้นมาว่าของสิ่งนั้นส่งไปยังสถาบันโนวาไพร์ม ผู้ที่รับของคือ แอ็กเซลอยู่ชั้นปี 2 จะให้ผมเดินทางไปสอบถามเขาไหมครับ ”
“ ไม่ล่ะ ฉันพอจะคาดเดาได้แล้วว่าชายคนนี้น่าจะเป็คนที่ช่วยส่งข้อมูลของน้องฉันให้กับคนบนยานจนทำให้การสังหารล้มเหลว พอแค่นี้แหละไม่ต้องสืบอะไรต่อ ทำลายหลักฐานทุกอย่างทิ้ง ฉันไม่้าให้เหลือคำสั่งใดหลงเหลือ ”
“ ทราบแล้วครับ ”
หญิงสาวผมสีแดงมองดูใบหน้าของชายที่ช่วยน้องสาวเธอ ก่อนจะปิดแท็บเล็ตเพราะไม่คิดว่าชายคนนี้จะเป็ปัญหา เธอไม่ควรนำแผนการใหญ่มาเสียเพราะการฆ่าระดับ 1 ดาวเพียงคนเดียว
---------------------------------------------------------------
“ เขาเป็คนนัดจริงๆเหรอ ? ”
“ เห็นนั่นไหมล่ะ ถ้าเห็นก็แสดงว่าเขาเป็คนนัด ”
“ เหลือเชื่อ เขาไปกินอะไรมาทำไมถึงยอมสู้ง่ายๆล่ะ ”
“ ดูนี่แล้วแกจะรู้ ”
นักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มมองเข้าไปในห้องฝึกที่ 35 ชายผิวขาวซีดกำลังนั่งรอคู่ต่อสู้อยู่ด้านในด้วยท่าทางสบายใจ ไม่ได้แสดงออกถึงความวิตกเลยสักนิด
สิ่งที่ทำให้ทุกคนใมากกว่านั้นคือ การแสดงออกของแอ็กเซลในวีดีโอที่ดูเหมือนจะเป็การแอบถ่าย กำลังทำให้เขากลายเป็ที่ถกเถียงกัน การหลบการโจมตีของทอมแล้วสวนกลับ รวมไปถึงท่าทางที่แสดงออกเมื่ออยู่ต่อหน้าทอมให้ความรู้สึกต่างไปจากเดิม ราวกับว่าในสายตาของเขาไม่ได้มีทอมอยู่เลยแม้แต่น้อย
การท้าทายในครั้งนี้ทำราวกับว่าเขา้ารับคำท้าให้จบๆไป หลายคนที่เห็นวีดีโอท้าทายจึงรีบเดินทางมายังห้องฝึกที่ 35 เพื่อดูว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
ดวงตาของแอ็กเซลกวาดมองออกไปรอบด้าน เขารู้สึกพอใจกับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นจนเกิน 100 คนไปแล้ว ทันใดนั้นชายที่เขาเฝ้ารอก็ปรากฎตัว การต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ทอมที่เขาอยากให้ปรากฎตัว ชายสวมใส่เสื้อผ้าของสถาบันแต่กลับดูพิเศษกว่าคนอื่นคือหนึ่งในผู้ที่เขาอยากให้มา
ชายร่างอ้วนสวมใส่ทองและเพชรพลอยประดับไปตามเสื้อผ้า คือคนของสมาคมการค้าที่เข้ามาทำการค้าภายในสถาบัน ถึงจะเป็คนของสมาคมเขากลับเป็นักศึกษาสถาบัน นอกจากจะแลกเปลี่ยนสินค้าให้แก่กันได้อย่างอิสระแล้วนั้น อีกฝ่ายยังสามารถเปิดบ่อนการพนันได้อีกด้วย ต่อให้จะผิดกฎหมายมันกลับมีวิธีที่จะทำให้เล่นการพนันได้ในสถาบัน ทางฝั่งอาจารย์กลับเลือกที่จะปิดตาหนึ่งข้างเพราะมันเปิดโอกาสให้นักศึกษาบางคนได้เพิ่มแต้มกาแลกซี่จากสิ่งนี้
“ ที่เหลือก็แค่ทอมสินะ ”
แอ็กเซลยิ้มกว้างไม่น้อย ในระหว่างรอเขาไม่ลืมกวาดตามองห้องฝึกอื่นๆที่อยู่ภายในชั้นเดียวกัน
การที่มีนักศึกษามากมายใช้ตึกฝึกซ้อมร่วมกัน ทำให้เขามองเห็นหลายอย่าง
จากเดิมเขาสงสัยว่าทักษะของสถาบันเป็ที่ยอมรับของนักศึกษามากน้อยแค่ไหน มีใครเรียนทักษะจากภายนอกบ้างหรือเปล่า เขาจึงประเมินนักศึกษารอบๆแทน หากว่าทักษะด้านนอกน่าสนใจกว่าเขาจะเปลี่ยนวิธีรับทักษะ่เริ่มต้นเพราะการซื้อด้วยเงินน่าจะเร็วกว่าใช้แต้มกาแล็กซี่
โดยสิ่งที่แสดงให้เขาเห็นผ่านนักศึกษาภายในชั้นแห่งนี้คือทักษะจากทางสถาบัน ไม่มีใครใช้งานทักษะด้านนอก เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าทักษะของสถาบันคือทักษะชั้นยอดที่ถูกคัดกรองมาเป็อย่างดี ดังนั้นเป้าหมายของเขาจึงตั้งไปที่สนามรบปฐมภูมิ
“ ทำไมยังไม่มาอีกนะ ”
แอ็กเซลมองดูเวลา เขานั่งรอั้แ่เช้าจนถึงเที่ยงวัน ทอมกลับยังไม่โผล่หน้ามา ทว่าคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้กลับทำให้รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา ดูเหมือนว่าเขาที่เคยเป็คนธรรมดาภายในสถาบันแห่งนี้จะถูกพูดถึงบ่อยครั้ง
การที่เขาเข้าสถาบันโนวาไพร์มที่เป็สถาบันอันดับ 1 ของดาวโนวาได้นั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือใช้อำนาจของครอบครัวแต่อย่างใด เขาเข้ามาเพราะสอบคัดเลือกเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่เป็คนธรรมดาเช่นเดียวกัน
การปลุกคอร์ไดฟ์จะทำหลังจากเข้าสู่สถาบัน แต่มันก็มีข้อยกเว้นหนึ่งอย่างสำหรับผู้ที่้าปลุกคอร์ไดฟ์เร็วกว่าค่าเฉลี่ยของอายุ พวกเขาสามารถขอเข้าทดสอบเพื่อเข้าสถาบันอันดับ 1 ของแต่ละดวงดาวได้ทุก่อายุ แต่ถึงอย่างนั้นการจะเข้าศึกษายังคงต้องรอให้อายุถึง 19 ปีเสียก่อน
ดังนั้นจึงมีลูกหลานขุมอำนาจใหญ่ทดสอบเข้าสถาบันอันดับ 1 บนดวงดาวั้แ่ยังเด็ก เพื่อที่พวกเขาจะได้ปลุกคอร์ไดฟ์แล้วพัฒนาให้เร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ เมื่อถึง่อายุการเข้าศึกษา พวกเขาจะกลายเป็ผู้ที่มีรากฐานและพลังที่มั่นคงกว่าคนอื่นๆ
ซึ่งแอ็กเซลที่เป็คนธรรมดาได้สอบเข้ามาที่สถาบันแห่งนี้ใน่อายุ 18 ปี จากสภาพร่างกายของเขาที่ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปจึงทำให้เขาสอบผ่านและกลายเป็อันดับ 1 ของการทดสอบ นอกจากนั้นแล้วเขายังทำลายสถิติเมื่อ 10 ปีก่อนที่มีคนสร้างเอาไว้ อย่างไรก็ตามความรุ่งโรจน์ของเขากลับไม่เกิดขึ้นเพราะเขาไม่สามารถสร้างคอร์ไดฟ์ได้ สิ่งนี้จึงทำให้เขาเข้าเรียนสถาบันโนวาไพร์มด้วยฐานะคนธรรมดา
ซึ่งทางสถาบันไม่มีกฎไล่นักศึกษาที่เป็คนธรรมดาออกไป พวกเขายังคงยึดถือกฎของสถาบันเพื่อมอบสิทธิการคุ้มครองให้นักศึกษาทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทางสถาบันจึงมีหลักสูตรใหม่ที่สร้างมาสำหรับคนธรรมดาของเขาให้เรียนจบ แม้เขาจะเป็แชมเปี้ยนไม่ได้ ทางสหพันธ์ยังมีตำแหน่งมากมายที่ใช้สมองไม่ใช้ร่างกาย
แต่การที่ทางสถาบันปรับหลักสูตรเพื่อรักษาเขาเอาไว้ กลับกลายเป็สิ่งที่ทำให้นักศึกษาที่เข้ามาพร้อมกันเข้ามาเล่นงาน แอ็กเซลที่เห็นความลำบากของตนเองก่อนจะเข้าร่างนี้ถึงขั้นถอนหายใจเพราะมันลำบากยากเข็นจนไม่คิดว่าจะอยู่ในความทรงจำของตนเอง
“ บ้าไปแล้ว เขาไปกินดีหมีหัวใจเสือมางั้นเหรอ ”
“ ฉันอยากรู้แล้วสิว่าทอมจะทำอะไรกับเขาบ้าง ”
นักศึกษารอบด้านคุยกันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะทอม ตอนนี้ตัวต้นเหตุกลับยังไม่โผล่หน้ามา เขากลับให้แอ็กเซลผู้ที่ไม่ใช่แชมเปี้ยนเดินทางมาก่อน นอกจากนั้นแล้วแอ็กเซลยังพูดจาราวกับว่าทอมไม่สมควรถูกให้ค่า
ขณะที่เสียงรอบด้านกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ชายผมสีเหลืองทองก็ได้เดินแหวกผู้คนเข้ามาในห้องฝึกที่ 35 บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธ ตลอดเส้นทางมีคนพูดถึงเขาเป็จำนวนมาก การพูดนั้นทำให้ทอมรู้สึกโกรธเพราะเขากลายเป็ตัวตลกในสายตาของคนอื่น ครั้งนี้นับว่าเขาโกรธเป็อย่างมากเพราะไม่เคยถูกพูดถึงในด้านตลกเช่นนี้
“ อ้าวมาแล้วเหรอ ”
คำพูดของแอ็กเซลเป็การฉีกหน้าทอมอีกครั้ง โดยที่เขาไม่รู้ว่าคำพูดของตนเองกำลังทำให้ความโกรธของทอมปะทุออกมา สำหรับแอ็กเซลเขามองอีกฝ่ายเป็เพียงแค่เด็กน้อยเท่านั้น จึงไม่คิดว่าคำพูดของตนเองจะส่งผลอะไรต่ออีกฝ่าย
“ เราจะสู้กันแบบไหนล่ะ ”
ยิ่งพูด แอ็กเซลก็พบว่าทอมแสดงท่าทางโกรธออกมามากยิ่งขึ้น เขาจึงหัวเราะเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตลอดมาคำพูดของเขาทำให้เด็กคนหนึ่งหัวเสียได้
ทอมที่เห็นท่าทางของแอ็กเซลยิ่งทำให้มันโกรธยิ่งขึ้นไปอีก มันจึงชี้นิ้วบอกให้แอ็กเซลหยิบดาบขึ้นมา ครั้งนี้มัน้าต่อสู้กับเขาด้วยดาบ แอ็กเซลจึงเดินไปหยิบดาบสำหรับฝึกซ้อมด้านข้างสนามมาถือเอาไว้ในมือ.