ไม่นานร่างของเยี่ยหลงที่โดนโยนเข้ามาก็ร่วงหล่นลงยังพื้นสนามประลอง เบื้องหน้าลู่ขุยอัน
เยี่ยหลงที่อยู่ในท่านอนนั้น คนก็เงยหน้าขึ้นมอง
ลู่ขุยอันพลางใช้มือดันตัวเองขึ้นมา ไม่นานก็ยืนขึ้นได้
เยี่ยหลงที่มองลู่ขุยอัน หาได้มองหน้าคนไม่ คนมองนมอันใหญ่โตที่ดูมีขนาดเต็มไม้เต็มมือและได้รูป ทรงกลมชัดเจน ของลู่ขุยอันแทน
ลู่ขุยอันที่เห็นว่าเป็นชาย ที่ครั้งหนึ่งตนเคยเป็นพยานให้และครั้งหนึ่งเคยช่วยเตือนคนเอาไว้จากการลอบโจมตีของเหลยอู๋ซวง คนจึงกล่าวขึ้น " เป็นเจ้านั่นเอง "
ทันทีที่เยี่ยหลงถูกโยนเข้ามายังสนาม ทางด้านหนึ่งในผู้เป็นพยานการประลองในสนามนี้ตอนนี้วันนี้ หรือคือหลิงเถียนอี้ อาจารย์ของเยี่ยหลง
คนที่เห็นว่าเยี่ยหลงหรือศิษย์ตนเป็นคนเข้ามาท้าประลองลู่ขุยอัน
คนก็อยากจะด่าออกเสียงขึ้น แต่ก็ต้องระงับเอาไว้ทำเพียงคิด ' เจ้าแปด ไอ้ศิษย์โง่ มีดาวรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ช่างกล้าไปท้าประลองกับศิษย์เอกของศิษย์น้อง
หลิวเสวี่ยฉี วันนี้หากเจ้ากล้าประกาศว่าตนมาจากดอยไหน ข้าจะฆ่าเจ้า '
ทางด้านผู้ชมทั้งหลายที่เห็นว่าเป็นหนุ่มดูหน้าละอ่อนไม่ทราบดอยมาท้าประลองลู่ขุยอัน พวกคนจึงนินทาขึ้น
" ไอ้หนุ่มนั่นมีกี่ดาวกันถึงกล้าท้าประลองกับศิษย์พี่ลู่ " ศิษย์ระดับเดียวกันกับเยี่ยหลงกล่าว
" ข้าว่าไม่เกิน สิบห้าดาว เพราะไอ้หนุ่มนั่นหน้าละอ่อนเกิน คงเป็นพวกไม่เจียมตัวกระมัง " ศิษย์ระดับเดียวกันกับเยี่ยหลงอีกคนกล่าว
" ศิษย์น้องลู่สั่งสอนไอ้หนุ่มนั่นเลย " ศิษย์ระดับศิษย์พี่ของทั้งเยี่ยหลงและลู่ขุยอันกล่าว
กลับมาทางด้านของเยี่ยหลง เยี่ยหลงที่เอาแต่จ้องนมของลู่ขุยอันอยู่นั้น คนก็ทำการเรียกสติตนกลับมาโดยการตบหน้าตนเองไปหนึ่งฉาด
เมื่อคนหน้าหัน และละสายตาจากนมของลู่ขุยอันแล้ว คนก็หันมามองยังศิษย์พี่เจ็ดของตน ที่เป็นคนโยนตนเข้ามา
ไห่หยวนที่เห็นเยี่ยหลงหันมามองตนด้วยสายตาที่ถามว่าโยนตนเข้ามาทำไม คนก็บอกเพียงแค่ว่า " สู้ๆนะศิษย์น้องแปด อย่ายอมแพ้ล่ะ การสู้ไม่ถอยคือศักดิ์ศรีของดอยเรานะ "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น คนเดิมคนกะจะบอกว่าไม่ขอรับคำท้าแก่ลู่ขุยอันและเดินออกจากสนามไป แต่เมื่อศิษย์พี่เจ็ดตนบอกมาแบบนั้น มันก็ทำให้เยี่ยหลงถอยไม่ได้
คนจึงหันกลับมามองหน้าลู่ขุยอันและกล่าวบอกไปว่า " ข้า เยี่ยไป๋ ขอท้าประลองกับศิษย์พี่ลู่ "
ในระหว่างที่เยี่ยหลงมองหน้าลู่ขุยอัน จู่ๆเสียงของแคนก็กล่าวบรรยายความสวยของลู่ขุยอันขึ้นในหัวของเยี่ยหลง
' ใบหน้าทรงไข่ คางเรียวเล็ก กรอบหน้าชัดแต่ไม่แข็ง ทำให้ภาพรวมดูละมุนและสมดุล หน้าผากค่อนข้างกว้างได้สัดส่วน ดูเรียบเนียนโค้งมนอย่างเป็นธรรมชาติ คิ้วทรงตรงโค้งเล็กน้อย ปลายคิ้วยกขึ้นนิดๆ ขนคิวเรียงตัวสวย ดูเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูอ่อนโยนแต่มีความสง่า
ดวงตาทรงเรียวแบบอัลมอนด์ ชั้นตาชัดเล็กน้อย หางตายกขึ้นนิดๆ ทำให้ดูคมแต่ยังคงความนุ่มนวล แววตาดูนิ่ง สุขุม มีเสน่ห์ จมูกโด่งได้รูป สันจมูกตรงและเรียว ปลายจมูกมนเล็กน้อย ดูเป็นธรรมชาติและรับเข้ากับใบหน้า ริมฝีปากบางกำลังดี โดยเฉพาะริมฝีปากบนจะบางกว่าล่างเล็กน้อย มุมปากค่อนข้างตรง ทำให้สีหน้าดูเรียบเฉยแต่แฝงความอ่อนโยน หน้าอกใหญ่หน้าใจใหญ่ล้นมือ เอวคอดเพรียวบาง ทำให้เห็นสัดส่วนช่วงลำตัวชัดเจน สะโพกมีความโค้งมนพอเหมาะ ไม่ใหญ่เกินไป แต่ช่วยเสริมให้รูปร่างโดยรวมดูมีสัดส่วนแบบทรงนาฬิกาทรายเล็กน้อย ดูรวมๆแล้วเป็นหญิงงามที่สักพันปีจะมีครั้งหนึ่ง '
เยี่ยหลงที่ไม่ได้ยินเสียงแคนพูดนาน คนจึงทักกลับและมองลู่ขุยอันด้วยสายตาที่เหม่อลอย ' คุณแคนหายไปไม่พูดคุยกับผมนานเลยนะครับเนี่ย คุณฟีนิกซ์ก็เหมือนกัน ทำอะไรกันอยู่ครับ '
แคนตอบ ' นอนบ้าง นั่งสมาธิบ้าง กินของกินในแหวนมิติบ้าง เล่นสู้กับไอ้ฟีนิกซ์บ้าง ดูมึงเฉยๆบ้าง ก็ประมาณนี้แหละ '
' แล้วไม่คิดจะช่วยผมบ้างหรอกครับ อย่างเช่นช่วยแนะนำวิธีการฝึกใช้วิชาเวทอะไรประมาณนี้อะ ' เยี่ยหลงถาม
แคนตอบอย่างไร้เยื่อใย ' ไม่อะ '
เยี่ยหลงกำลังจะเอ่ยปากพูดคุยกับแคนต่อ แต่แคนก็บอกขึ้นก่อน ' ไม่ต้องพูดกับกูแล้ว ดูคู่ต่อสู้ของมึงเร็ว เขาเตรียมต่อสู้แล้วเนี่ย มึงก็รีบตั้งท่าพร้อมสู้เร็วๆได้แล้ว '
เยี่ยหลงที่โดนบอกมาดังนั้น ก็กลับมาสนใจลู่ขุยอันอีกครั้ง หลังจากเอาแต่เหม่อลอยมองคนไปชั่วขณะ
เยี่ยหลงที่กลับมาสนใจลู่ขุยอันแล้ว คนจึงพบกับลู่ขุยอันที่ใช้พลังเวทสร้างกระบี่เวทสีฟ้าขึ้นมาถือไว้บนมือและก็ตั้งท่าพร้อมโจมตีคน
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ตั้งกาดพร้อมต่อสู้พร้อมโจมตีสวนหากโดนโจมตีใส่
เมื่อลู่ขุยอันเห็นเยี่ยหลงตั้งกาดพร้อมสู้แล้ว แต่ทว่าคนที่ยังมีคำถามที่อยากถามแม้ตนจะตั้งท่าพร้อมโจมตีแล้วก็ตาม จึงถามขึ้นก่อน ก่อนที่จะได้สู้ " ศิษย์น้องเจ้าตอนนี้มีกี่ดาวแล้ว "
เยี่ยหลงตอบด้วยน้ำเสียงซื่อๆ " ข้ามี ร้อยสามสิบเอ็ดดาวแล้ว ศิษย์พี่ "
ทันทีที่ผู้ชมได้ยินว่า เยี่ยหลงมีกี่ดาว พวกคนก็เกิดการพูดคุยซุบซิบนินทาขึ้น
ส่วนทางด้านหลิงเถียนอี้ ที่เพิ่งดื่มน้ำชาไป ก็ถึงกับพ่นออกมาเป็นละอองด้วยความตกใจและไม่คาดไม่ถึง
หลิงเถียนอี้กล่าวถามเยี่ยหลงขึ้น " เจ้าแปด ที่เจ้าพูดมาจริงใช่มั้ย ไม่ได้โกหกอาจารย์นะ "
เยี่ยหลงหันมาตอบอาจารย์ " จริงขอรับอาจารย์ "
หลังจากเยี่ยหลงตอบกลับเสร็จ คนก็ดึงดาวออกมาจากวิญญาณให้ทุกคนได้ชม ไม่นานคนก็เก็บเข้าไปในวิญญาณตนดังเดิม
พอลู่ขุยอันได้รู้แล้วว่าคนมีกี่ดาว คนจึงกล่าวถามเยี่ยหลงว่าพร้อมต่อสู้มั้ยเอาความแน่นอนขึ้น " เจ้าพร้อมสู้แล้วหรือไม่ "
เยี่ยหลงหันมามองลู่ขุยอัน จากนั้นก็ส่งเสียงตอบในลำคอบอกว่าใช่ คนพร้อมแล้ว พลางพยักหน้าตอกย้ำคำตอบ
ทันทีที่เยี่ยหลงตอบมาแบบนั้น ลู่ขุยอันก็ไม่รีรอช้าพุ่งโจมตีในฉับพลัน
เยี่ยหลงที่เห็นคนชี้กระบี่พุ่งเข้ามาทางตน คนก็เปิดใช้เวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง และเปิดเวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้าตามมา เข้ารับกระบี่ลู่ขุยอัน
ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครสร้างบาดแผลต่อใครเลยได้ไม่นาน
ในที่สุดเยี่ยหลงกับลู่ขุยอันก็พลาดท่า ต่างคนต่างโดนสร้างไปคนละแผล โดยเยี่ยหลงโดนกระบี่ฟันเข้าที่อกแบบถากๆ ส่วนลู่ขุยอันก็โดนข่วนแขนซ้ายไปแบบถากๆเช่นกัน
แต่สิ่งที่ต่างกันคือลู่ขุยอันโดนอัตลักษณ์ของถุงมือกรงเล็บสายฟ้า โดนไฟฟ้าจากถุงมือกรงเล็บสายฟ้าช็อต จนคนขยับแขนซ้ายไม่ได้
ลู่ขุยอันที่แม้จะไม่ได้ใช้มือซ้ายจับกระบี่ฟาดฟัน แต่ด้วยความรอบคอบ คนจึงตัดสินใจกระโจนพุ่งตัวถอยหลังไปตั้งหลักและใช้เวทฟื้นฟูรักษาแขนซ้าย
คนที่กระโจนถอยหลังไปตั้งหลักและใช้เวทฟื้นฟู คนก็ทำได้ไม่นาน เพราะเยี่ยหลงเปิดใช้เวทดึงดูดกายาเทพสวรรค์ ดึงตัวคนเข้ามาโจมตี
ลู่ขุยอันที่โดนดังนั้น ด้วยความมีไหวพริบ คนจึงใส่พลังเวทไว้ที่เท้าเพื่อต้านแรงดึงดูด
ทว่าก็ต้านได้ไม่นาน ตัวคนที่ถูกดึงดูดเแรงมาก ในที่สุดก็ต้านเอาไว้ไม่อยู่ คนถูกดึงเข้าหาเยี่ยหลงอย่างรวดเร็ว
เท้าคนลากไปกับพื้นเพราะพยายามต้าน แต่ถึงแม้ทำแบบนั้นแล้วก็ตาม แต่ความเร็วที่ถูกดึงดูดก็เร็วดุจวิ่งเข้าหาเองอยู่ดีไม่น้อยไปกว่านี้
ลู่ขุยอันที่ถูกดึงร่างเข้ามาหาคนด้วยความเร็ว เยี่ยหลงที่เห็นร่างคนพุ่งเข้าหาโดยไม่มีวี่แววที่จะหยุดกลางคัน
คนจึงง้างหมัดเตรียมต่อยท้องอย่างรุนแรง กะให้สลบในหมัดเดียว
แต่ในระหว่างที่ร่างของลู่ขุยอันถูกดึงเข้าหาเยี่ยหลง ลู่ขุยอันก็ทำการใช้เวทโลกแก้วมิติ สร้างกระจกสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นเบื้องหน้าคั่นกลางระหว่างตัวคนและคน
ไม่นานพอลู่ขุยอันร่างบรรลุถึงกระจกแล้วและทะลุเข้าไปในกระจกแล้ว ลู่ขุยอันก็หายไปจากสนามอย่างไร้ร่องรอยในทันทีพร้อมกับกระจก
เยี่ยหลงที่เห็นคนจู่ๆก็หายไป คนก็ระแวงมองซ้ายมองขวา หันมองหลังมองหน้าสลับกันไป แต่ก็ไม่พบวี่แววของลู่ขุยอันเลย
ในระหว่างที่คนละสายตาจะทางด้านหลัง จู่ๆทันใดนั้นคนก็โดนบางอย่างทิ่มเข้าข้อพับขาซ้าย จนเข่างอเกือบตกพื้น
เยี่ยหลงมองดูว่าตนโดนอะไร ' เข็มแก้วงั้นฤา '
ทันทีที่เยี่ยหลงเห็นรู้แล้วว่าโดนอะไร คนก็ทำการดึงสิ่งนั้นออก
ทันทีที่คนดึงเข็มที่ทิ่มข้อพับขาซ้ายออกได้ไม่นานหรืออาจเรียกได้ว่าในชั่วพริบตายังไม่ทันได้ยืน คนก็โดนเข็มซัดเข้าทิ่มอีกหกจุดบนร่างกาย คือ ข้อพับขาขวา ไหล่ซ้าย ไหล่ขวา ข้อพับแขนซ้าย ข้อพับแขนขวา และหน้าอก
คนที่โดนเข็มซัดเข้าที่ข้อพับขาขวาเสริมอีกขา ครั้งนี้คนก็ถึงกับเข่าร่วงกระทบพื้นทั้งสองข้าง
เยี่ยหลงที่ยังมีสติ ก็เร่งใช้เท้าขวาดันขาขวาขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ดึงเข็มออกได้ หลังดึงเข็มออกเสร็จแล้ว คนก็กำลังจะยืนขึ้น แต่ไม่ทัน คนก็โดนกระบี่จี้คอจากทางด้านหลังเสียก่อน
ลู่ขุยอันที่สามารถนำกระบี่มาจี้คอคนได้สำเร็จ คนจึงกล่าวบอกกับเยี่ยหลง " เจ้าแพ้แล้ว "
เยี่ยหลงไม่พูดตอบกลับ มีเพียงเลือดที่เดือดปุดๆที่ไหลออกจากบาดแผลของเข็มเป็นคำตอบ
ลู่ขุยอันที่เห็นเลือดของเยี่ยหลงเป็นแบบนั้น ด้วยสัญชาตญาณรับรู้อันตราย คนจึงทำการกระโดดถอยหลังไป ไปตั้งท่าพร้อมรับมือพร้อมป้องกัน
และสิ่งที่ลู่ขุยอันทำนั้นก็ถูกต้อง เพราะไม่ถึงสามลมหายใจ จู่ๆเลือดของเยี่ยหลงก็เกิดการระเบิดขึ้น
หลังจากควันระเบิดจางหายสิ้น หลิงเถียนอี้ที่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น คนจึงคิดขึ้น ' วิชาเวทระเบิดโลหิต วิชาของพรรคมาร พรรคหลอมโลหิต นี่เจ้าแปดฝึกวิชานี้งั้นฤานี่ '
ทางด้านเยี่ยหลงหลังจากลู่ขุยอัน กระโดดถอยหลังห่างคนไป คนก็หันหลังมาหาลู่ขุยอัน จากนั้นจึงกล่าว
" ศิษย์พี่ ข้าจะเอาจริงแล้ว โปรดเตรียมรับมือด้วย "
ทันทีที่เยี่ยหลงกล่าวจบ เยี่ยหลงก็ทำการสลายเวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้า จากนั้นก็ตั้งท่าเตรียมโจมตีเหมือนสัตว์สี่ขา
ในทันใดนั้นหลังจากตั้งท่าเสร็จ จู่ๆผิวหนังรวมถึงเสื้อผ้าอาภรณ์ของเยี่ยหลงก็ถูกปกคลุมด้วยพลังเวทมหาศาล จนทำให้ทั้งเสื้อผ้าและผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขม่าดำดุจสวมใส่เสื้อคลุมทับอีกที จากนั้นไม่นานก็มีกรงเล็บและเขี้ยวงอกออกมา ตามมาติดๆก็คือหางทั้งเก้า
เมื่อเยี่ยหลงสวมใส่อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสร็จสมบูรณ์แล้ว
หลิงเถียนอี้ที่เห็นว่าเป็นเวทมนต์อันใด คนจึงคิดขึ้น ' เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เวทของพรรคมาร พรรคเทพอสูร นี่เจ้าแปด นำเวทของพรรคมารมาฝึกอีกเวทแล้วฤานี่ '
เยี่ยหลงที่ใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสร็จสมบูรณ์แล้ว คนก็ไม่หยุดเพียงแค่นั้น คนเปิดใช้เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนงออก จนทำให้มีจิ้งจอกเก้าหางสองตัว
คนที่ใช้เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง จนมีร่างแยกออกมาปรากฏแล้ว คนก็ไม่รีรอช้าที่จะฝังเจตจำนง โดยคนฝังเจตจำนงไปว่า จงโจมตีลู่ขุยอันให้ได้
หลังจากฝังเจตจำนงเสร็จ เยี่ยหลงทั้งร่างจริงร่างแยกก็พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกันๆ
ลู่ขุยอันที่เห็นดังนั้น คนก็ใช้เวทกระจกสร้างกระจกขึ้นมาเบื้องหน้าตน คนกะจะหลบหนีเข้ามิติกระจก เพื่อสังเกตหาจุดอ่อนของเยี่ยหลงและโจมตีด้วยเข็มแก้ว
แต่ทว่าคนยังไม่ทันจะได้เข้าไปในกระจก ด้วยความเร็วของเยี่ยหลงในร่างจิ้งจอกเก้าหาง ก็ทำให้เยี่ยหลงสามารถบรรลุโจมตีกระจกจนแตก ก่อนที่ลู่ขุยอันจะได้เข้าไปได้
และหลังจากกระจกแตก กรงเล็บของเยี่ยหลงที่ยังพุ่งไปข้างหน้าต่อ ก็จะข่วนโดนเอวของลู่ขุยอัน
ลู่ขุยอันที่มีสติและสัมผัสได้ถึงอันตรายหลังจากกระจกแตกในชั่วพริบตา คนจึงเปิดใช้เวทสองเวทเพื่อเบี่ยงหลบการโจมตีไปอยู่ด้านหลังคนในทันที
โดยเวทสองเวทที่ลู่ขุยอันเปิดก็คือ เคลื่อนไหวดุจพายุพัดและกายากระดาษพลิ้วไหวในสายลม
พอลู่ขุยอันหลบการโจมตีและมาอยู่ด้านหลังคนได้แล้ว คนก็สร้างกระจกบานใหญ่ขึ้นเบื้องหน้าตน จากนั้นก็กระโจนเข้าไปในกระจก
พอลู่ขุยอันเข้าไปในกระจกและกระจกหายไปแล้ว
เยี่ยหลงทั้งร่างจริงและร่างแยกก็ยืนอยู่กับที่ แต่หันซ้ายหันขวา มองบนมองล่าง มองหาคนไปด้วย
ไม่นานลู่ขุยอันก็เปิดการโจมตี ด้วยเข็มแก้วเข้าที่ข้อพับขาซ้ายของร่างจริงของคน
แต่ทว่าครั้งนี้เข็มแก้วกลับไม่สามารถทำอะไรเนื้อหนังคนได้ และตกกระทบลงพื้นสลายหายไป
หลังจากที่ลู่ขุยอันเปิดการโจมตีแรก หลังเข้าไปในในกระจกเป็นครั้งที่สอง
คนที่เห็นว่าเข็มแก้วแทงจุดข้อพับขาซ้ายไม่เข้าแล้ว คนก็ลองกระหน่ำซัดเข็มแก้วเข้าจุดอื่นๆดู ผลปรากฏคือไม่เข้าดุจข้อพับขาซ้ายเช่นกัน
ทางด้านเยี่ยหลงร่างจริงที่โดนแต่โจมตีอยู่ฝ่ายเดียวอยู่อย่างนั้น คนที่ตาเปล่าไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของคนได้
คนจึงทำการเปิดใช้ดวงตาที่สามที่หน้าผาก ซึ่ง
เอนชานท์เวทมนต์มองสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ เอาไว้ ร่วมกับเวทกายาสายฟ้า ขั้นแรก ที่ใส่ไว้ในดวงตาทั้งคู่
ทันทีที่เยี่ยหลงเปิดใช้ดวงตาที่สามผนวกกับกายาสายฟ้าขั้นแรกทึ่ใส่ไว้ในดวงตาทั้งสอง
คนจึงเห็นกระจกบานเล็กๆที่โผล่ขึ้นมาทางทิศสิบนาฬิกา
คนที่เห็นดังนั้น ก็ใช้ความเร็วในร่างจิ้งจอกพุ่งเข้าทำลายกระจกในทันควัน และคนก็สามารถทำลายได้ด้วย
คนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ คือกระจกโผล่มาทางไหน คนก็พุ่งเข้าไปทำลายตรงนั้น
จนเวลาผ่านมาถึงหกนาทีนับตั้งแต่เปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ในที่สุดคนก็ถึงขีดจำกัด
เยี่ยหลงที่รู้สึกได้ คนก็มองที่มือตน จึงพบว่าเสื้อคลุมพลังเวทสีเขม่าดำค่อยๆซึมเข้าไปในผิวหนังทีละนิด
ไม่นานประมาณสิบห้าลมหายใจ เสื้อคลุมสีเขม่าดำก็ซึมหายเข้าไปในผิวหนังโดยสมบูรณ์
หลังจากที่พลังเวทที่ห่อหุ้มร่างกายหายไปแล้ว เยี่ยหลงก็เข่าทรุดลงกับพื้น ขยับร่างกายไม่ได้ในทันที
ลู่ขุยอันที่เห็นเยี่ยหลงร่างจริงกลับมาเป็นร่างมนุษย์และเข่าทรุดลงกับพื้น คนก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า เยี่ยหลงถึงขีดจำกัดแล้ว
คนที่เห็นดังนั้น จึงสร้างกระจกมาเบื้องหน้าร่างจริงของเยี่ยหลง และออกมาจากกระจกบานนั้น จากนั้นก็นำกระบี่มาจี้คอของเยี่ยหลงเอาไว้ และก็กล่าว " เจ้าแพ้แล้ว "
เยี่ยหลงที่ขยับร่างกายไม่ได้หากไม่ฝืน ก็เข้าใจดีว่าตนพ่ายแพ้แล้ว
ในระหว่างที่เยี่ยหลงกำลังจะเอ่ยปากบอกยอมแพ้ เยี่ยหลงร่างจริงที่ลืมไปว่าร่างแยกของตนยังไม่บรรลุเจตจำนง จึงไม่กังวลและเบาใจว่าลู่ขุยอันจะไม่โดนลอบโจมตีจากทางด้านหลัง
ส่วนลู่ขุยอันที่คิดว่าร่างแยกของเยี่ยหลงคงจะหายไปแล้ว หลังร่างจริงถึงขีดจำกัด คนจึงไม่ระวังหลังเลย
ไม่นานหลังจากลู่ขุยอันปรากฏตัวออกมาให้ร่างแยกเยี่ยหลงเห็น ทิ้งเวลามาห้าลมหายใจ
ร่างแยกของเยี่ยหลงที่ยังคงอยู่ในสภาพอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ก็พุ่งเข้าหาลู่ขุยอัน โดยง้างมือกะจะใช้กรงเล็บข่วน
แต่เยี่ยหลงร่างจริงที่รู้สึกถึงบางสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของ
ลู่ขุยอัน คนจึงเอนตัวมองไปด้านหลังของลู่ขุยอัน จึงทำให้คนพบว่าร่างแยกของตนที่ยังคงอยู่ในสภาพอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง และกำลังพุ่งตัวเข้าหาลู่ขุยอันเป็นเวลาพอดีที่คนมองไป
คนจึงฝืนลุกขึ้นยืนและจับข้อมือของลู่ขุยอัน
เอาไว้ และจากนั้นก็ดึงลู่ขุยอันมาหลบอยู่เบื้องหลังตนพลางกล่าว " ศิษย์พี่หลบ "
ด้วยการกระทำแบบนี้ จึงส่งผลให้เยี่ยหลงร่างจริงถูกกรงเล็บของร่างแยกตนเองข่วน จากหน้าอกลากยาวมาถึงเอว จนคนเข่าทรุดลงพื้น จากนั้นก็ร่างร่วงหล่นนอนสลบลงกับพื้น
หลังจากร่างแยกของเยี่ยหลงได้โจมตี ทิ้งเวลามาประมาณสามลมหายใจ อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางก็สลายซึมเข้าผิวหนังไป เข่าทั้งสองข้างคนก็ทรุดลงกับพื้นขยับร่างกายไม่ได้
ลู่ขุยอันที่เห็นดังนั้นและยังมีสติ จึงเร่งรีบใช้กระบี่ฟาดฟันร่างแยกของเยี่ยหลง จนสามารถทำลายร่างแยกของเยี่ยหลงให้หายไปได้โดยสมบูรณ์
หลังจากนั้นคนก็มาดูเยี่ยหลงศิษย์น้องตน ว่าคนเป็นอย่างไรบ้าง
" ศิษย์น้อง ศิษย์น้อง " ลู่ขุยอันพยายามกล่าวปลุกกล่าวเรียก
ผู้อาวุโสที่เห็นเยี่ยหลงน่าจะเจ็บหนัก คนจึงรีบเร่งทำการดึงดาวออกมาจากวิญญาณของเยี่ยหลง และกำลังจะมอบให้กับลู่ขุยอันโดยเร็ว
แต่ลู่ขุยอันที่เห็นดาวของเยี่ยหลงที่ถูกดึงออกมาจากวิญญาณและกำลังจะลอยเข้าหน้าผากตน
คนก็กล่าวขึ้นก่อน " เดี๋ยวก่อนผู้อาวุโส ดาวจากการชนะครั้งนี้ ข้าไม่ขอรับ ข้าขอมอบคือแก่เขา "
ผู้อาวุโสที่ได้ยินแบบนั้น ก็ถามเอาความแน่ใจ " เจ้าแน่ใจนะ ที่จะคืนดาวแก่เจ้าหนุ่มนี่ "
ลู่ขุยอันตอบ " ข้าแน่ใจ "
ครั้นลู่ขุยอันตอบมาแบบนี้ ผู้อาวุโสก็จำใจ ทำการใส่ดาวคืนเยี่ยหลงไป จากนั้นก็ประกาศ " ผู้ชนะคือ
ลู่ขุยอัน ดาวที่มี สองร้อยสามดาว รวมกับดาว ณ สนามนี้ที่ไม่รับ รวมมีเท่าเดิม "
หลังจากผู้อาวุโสประกาศเสร็จ หลิงเถียนอี้ ก็เข้ามายังสนามและพาร่างของเยี่ยหลงกลับไปรักษาที่ดอยไผ่ใหญ่ ส่วนลู่ขุยอันก็เดินออกจากสนามไป ไปตามทางของตน
เวลา ตีหนึ่งครึ่ง วันที่ยี่สิบเก้า พฤษภา ณ ห้องน้ำห้องนอนของฝัด
โอมที่กำลังนั่งอยู่บนชักโครกและมีดาวหางนั่งคร่อมตักคนอยู่และพลางขย่มตักคนเบาๆ คนก็เริ่มค่อยๆมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาเรื่อยๆทีละนิด
พวกคนเปิดเพลงภาษาอังกฤษที่มีดนตรีบิลด์อารมณ์เปิดร่วมระหว่างเล้าโลมกันไปด้วย
โอมที่ทำการบิลด์อารมณ์ดาวหางอย่างเมามัน ด้วยการทั้งดูด ทั้งดม ทั้งจูบ ทั้งเลีย และกัดซอกคอของดาวหาง
ดาวหางที่ถูกทำแบบนั้น คือโดนกัดซอกคอ คนก็ร้องคราง " อื้อ อ๊า " จากนั้นต่อมาคนก็ใช้ฟันบนขบริมฝีปากล่าง เพราะตนทั้งเจ็บและมีอารมณ์เสียว
โอมที่เล้าโลมดาวหางได้สักพัก ดาวหางก็รู้สึกถึงท่อนเอ็นอุ่นๆที่ขยายใหญ่และแข็งตัวมาสัมผัสกับช่องสวาทตน
โอมที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่แล้ว คนก็กล่าวกับดาวหางขึ้น " เราพร้อมแล้ว พวกเรามาเริ่มกันเลยมั้ย "
ดาวหางบอก " รอเดี๋ยวก่อน "
โอมถาม " รออะไร "
ดาวหางตอบ " รอเราวัดขนาดไอ้นั่นของเธอก่อน เราอยากรู้ว่าไอ้นั่นของเธอ มันใหญ่เท่าไหร่กันแน่ ขนาดถุงยางไซซ์ ห้าหก ยังใส่ไม่ได้ จนเราต้องกินยาคุมเองทุกวัน "
หลังจากดาวหางกล่าวจบ คนก็ลุกออกจากตักของโอมและล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงและหยิบตลับเมตรออกมา
จากนั้นก็นำมาวัดความยาวมังกรใหญ่ของโอมก่อน
เมื่อคนวัดเสร็จ คนก็กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้ " ยาวประมาณ เก้า นิ้ว "
พอวัดความยาวเสร็จ คนก็หันมาวัดเส้นรอบวงอวัยวะเพศของโอมต่อ
ครั้นวัดเสร็จ คนก็กล่าวถึงผลลัพธ์ที่ได้อีกเช่นกัน " เส้นรอบวงมีขนาดประมาณ ยี่สิบ เซนติเมตร "
ทันทีที่ดาวหางได้รู้ว่ามังกรของโอมมีขนาดใหญ่และยาวเท่าไหร่ คนก็ถึงกับกล่าวขึ้น " ใหญ่ขนาดนี้เชียว มิน่าล่ะ ถุงยางไซซ์ ห้าหก ถึงใส่ไม่ได้ "
" เห็นทีเราต้องพกยาคุมติดตัวไว้ตลอดแล้วสิ " ดาวหางกล่าว
โอมกล่าวกลับ " ขอโทษนะ ที่ของเรามันใหญ่ จนทำให้ดาวหางต้องลำบาก "
ดางหางทำการนั่งคร่อมตักโอมอีกครั้ง จากนั้นก็กล่าว " ไม่ต้องสนเรื่องนั้นหรอก ขอแค่เราสนุก โอมสนุก แค่นั้นก็พอแล้ว "
โอมที่ได้ฟังแบบนั้น คนก็เข้าใจ " งั้นหรอ "
จากนั้นโอมก็กล่าวถาม " แล้ววันนี้ ดางหางอยากสนุกรึยัง "
ดาวหางกัดริมฝีปากล่างตนเอง ก่อนจะกล่าว " จัดมาอย่าได้ช้า "
ดาวหางทำการถอดเสื้อตนเอง จากนั้นค่อยปลดเสื้อในแสดงนมอันใหญ่โตอวบอิ่มค่อนข้างเด่นชัดและมีความโค้งมน กับเอวที่คอดและเล็ก ให้เยี่ยหลงเห็น จะได้มีอารมณ์ทางเพศยิ่งๆขึ้น
โอมที่เห็นดาวหางถอดเสื้อคนออกแล้ว คนก็ถอดเสื้อตนเองออกตาม แสดงกล้ามท้องกล้ามอกให้คนได้เห็น
ทางด้านดาวหางพอถอดเสื้อเสร็จ ดาวหางก็ยกตัวขึ้นจากตักโอมสูงพอสมควร และจับมังกรโอมมาจ่อปากช่องสวาทตนและนำมันมาถูกับช่องสวาท จนน้ำใสหล่อลื่นอาบชุ่มทั่วหัวมังกร
พอน้ำหล่อลื่นอาบทั่วหัวมังกรแล้ว ดาวหางก็ไม่รีรอช้า นำท่อนเอ็นของโอมยัดเข้าใส่ช่องสวาทของตนในทันที
ทันทีที่ท่อนเอ็นถูกยัดเข้าไปในช่องสวาทจนสุดลำ ดาวหางก็ถึงกับอ้าปากออกด้วยความรู้สึกแน่นในช่องสวาทพร้อมกับเจ็บ
แม้คนจะรู้สึกเช่นนั้น แต่คนก็ขย่มท่อนเอ็นของโอมแบบช้าๆอย่างไม่พักเช่นกัน และก็ค่อยๆเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆทุกชั่วขณะ
ในระหว่างที่โอมกับดาวหางกำลังสมสู่กันอยู่ ตัดมาทางด้านนอกห้องน้ำ
ฟีนิกซ์กับฝัดที่อยู่ในห้อง ด้านนอกห้องน้ำที่โอมกับดาวหางเสพสุขกันอยู่ คนก็นอนใส่หูฟัง นอนฟังเพลง นอนข้างล่างเตียง
แต่ถึงแม้พวกคนจะใส่หูฟังปิดการได้ยินเสียงคนเสพสุขกันแล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นคนก็ยังเกิดการจินตนาการ จนทำให้อวัยวะเพศคนแข็งตัวขึ้นมาอยู่ดี
ฝัดที่นอนข้างล่างเตียงใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ ก็คิดขึ้น ' มันจ่ายเราวันละเจ็ดร้อยห้าสิบ ในทุกวันที่มันมาเอากัน ตั้งแต่ วันที่ เก้า พฤษภา จนถึงปัจจุบัน มันมาทุกวันเลย เจ็ดร้อยห้าสิบ กับการนอนพื้นพร้อมน้องชายแข็ง ไม่ได้ปลดปล่อย มันคุ้มมั้ยวะเนี่ย '
ฟีนิกซ์ที่นอนข้างล่างเตียงใส่หูฟังฟังเพลงเช่นกันก็คิดขึ้นเช่นกัน ' มันจ่ายมา วันละ เจ็ดร้อยห้าสิบ แต่ต้องมาทนอะไรแบบนี้ มันคุ้มมั้ยวะเนี่ย '
ไม่นานประมาณ ตีสองครึ่ง โอมกับดาวหางก็เสพสังวาสกันเสร็จและมานอนบนเตียง พอเช้าโอมก็ไปส่งดาวหางที่บ้าน