คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    รากฐานแห่งความหวัง และกองกำลังกำจัดสิ่งปฏิกูล

    บรรยากาศเปลี่ยนจากป่าชื้นแฉะมาเป็นซากคอนกรีตแห้งกรัง

    ตึกแถวเก่าคร่ำครึยืนตระหง่านเหมือนหลุมศพเรียงราย

    แม้จะมีกำแพงยักษ์ของท่านเพทายล้อมรอบแล้ว แต่กลิ่นอายความตายในนี้ยังคงเข้มข้น

    อคินเดินกวาดสายตาไปตามยอดตึกและเสาไฟฟ้าที่หักโค่น ใจจดจ่ออยู่กับการมองหาเงาสีดำเล็กๆ

    "คุณศรีนิล..."

    เขาพึมพำ เรียกชื่อแมวดำปริศนาเบาๆ

    "คุณศรีนิลครับ! อยู่แถวนี้หรือเปล่า?"

    เงียบกริบ.

    ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีแมวดำ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวผ่านซอกตึก

    "เจ้ามองหาไปก็ไม่เจอหรอก"

    ปลาเผาพูดขึ้นลอยๆ ขณะลับเล็บกับซากยางรถยนต์

    "ท่านผู้นั้นไปๆ มาๆ ไร้ร่องรอย... ถ้าเขาอยากเจอ เดี๋ยวเขาก็มาเอง"

    "ว้า... เสียดายจัง"

    อคินถอนหายใจ

    "อุตส่าห์เตรียมปลาทูเกรดเอมาฝาก กะว่าจะขอบคุณเรื่องที่ช่วยสอนพวกนายพูดสักหน่อย"

    "จ... เจ้าเตรียมปลาทูมาเหรอ?"

    ส้มซ่าหูผึ่ง ดวงตาวาวโรจน์

    "ถ... ถ้าท่านศรีนิลไม่มา... ข้ากินแทนก็ได้นะ! ถือว่าเป็นตัวแทน!"

    "ฝันไปเถอะเจ้าอ้วน"

    อคินดีดหูส้มซ่าเบาๆ

    "นี่ของครูบาอาจารย์"

    ทันใดนั้น โบ้ที่เดินนำหน้าก็หยุดชะงัก ขนหลังคอลุกชัน มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ

    กรรรรรร...

    "ศัตรู!"

    อคินเปลี่ยนท่าทีเป็นเคร่งขรึมทันที

    "จำนวน?"

    "เยอะ..."

    บัวลอยตอบเสียงเครียด หางของนางพองฟูขึ้น

    "เยอะมาก... และสกปรกมาก"

    ครืด... ครืด... ครืด...

    เสียงเหมือนของแข็งจำนวนมหาศาลขูดกับพื้นถนนดังใกล้เข้ามา จากซอกตึก จากท่อระบายน้ำ และจากซากอาคาร

    แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นกองทัพที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดเท่าที่อคินเคยเจอ

    ฝูงซอมบี้ สภาพเน่าเฟะ เดินลากขาโซเซออกมาเป็นโขยง

    แต่ที่แย่กว่านั้นคือสิ่งที่วิ่งเพ่นพ่านอยู่แทบเท้าพวกมัน...

    'หนูยักษ์กลายพันธุ์' ตัวเท่าหมาพุดเดิ้ล ดวงตาสีแดงก่ำ

    และ 'แมลงสาบยักษ์' ที่ตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ หนวดของพวกมันขยับไปมาอย่างน่าขยะแขยง

    "อี๋..."

    บัวลอยร้องเสียงหลง กระโดดขึ้นไปเกาะบนไหล่ของอคินทันที

    "ข้าไม่แตะพวกมันนะ! น่าเกลียด! สกปรก! ข้าจะไม่ยอมให้เท้าเปื้อนเมือกพวกมันเด็ดขาด!"

    "อย่ามาสำออยน่าบัวลอย!"

    ส้มซ่าตะโกน

    "ฆ่าๆ มันให้จบๆ ไป จะได้รีบกลับไปกินข้าว!"

    "ลุยเลยพวกเรา! เคลียร์พื้นที่ให้สะอาด!"

    อคินตะโกนก้อง ปลุกใจตัวเองเพื่อลบภาพความสยองตรงหน้า

    "ย้ากกกกกกก!"

    สงครามระหว่างอัศวินหนึ่งคนกับสรรพสัตว์ ปะทะกับ กองทัพสิ่งปฏิกูลจึงระเบิดขึ้น

    อคินเหวี่ยงดาบเป็นพายุ ตัดหัวซอมบี้ที่ดาหน้าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

    โล่ในมือกระแทกอัดแมลงสาบยักษ์จนเละคาผนัง เสียงเปลือกแตกดัง กร๊อบ! แกร๊บ! ชวนอาเจียน

    โบ้ทำหน้าที่แทงค์ชั้นยอด มันไล่งับคอหนูยักษ์แล้วสะบัดจนกระดูกหัก

    ก่อนจะเห่ากรรโชกเพื่อดึงความสนใจของซอมบี้

    "ส้มซ่า! ปลาเผา! จัดการพวกตัวเล็ก!"

    "รู้แล้วน่า!"

    ส้มซ่าบ่นแต่ก็พุ่งตัวออกไปเหมือนลูกกระสุนขนปุย

    กรงเล็บของมันตบแมลงสาบคว่ำทีละตัวๆ อย่างแม่นย

    ปลาเผาใช้ความเร็ววิ่งไต่กำแพง กระโดดลงมาตะปบหัวหนูยักษ์จากมุมอับ

    "บัวลอย! ช่วยล็อกขาพวกซอมบี้ที!"

    "ก็ได้! แต่ข้าจะไม่ลงพื้นเด็ดขาด!"

    แมวสามสีบนไหล่อคินสะบัดหาง

    เงาสีดำพุ่งจากตัวนางเลื้อยลงไปตามพื้น รัดขาซอมบี้สามตัวที่กำลังจะรุมทึ้งอคินจนพวกมันล้มหน้าฟาดพื้น

    อคินไม่รอช้า เสียบดาบลงไปที่หัวพวกมันทีละตัวเพื่อส่งวิญญาณ

    ...

    การต่อสู้จบลงพร้อมกับซากศพที่เกลื่อนกลาดเต็มถนน กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนแสบจมูก

    อคินยืนหอบ ตัวเปื้อนคราบเลือดสีดำและเมือกสีเขียว

    เขาควานหาของในกระเป๋ามิติ หยิบถังน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เก็บกู้มาจากปั๊มน้ำมันเก่าออกมา

    "ทิ้งไว้แบบนี้เดี๋ยวเชื้อโรคแพร่กระจาย..."

    อคินพูดพลางเทน้ำมันราดลงบนกองซากศพที่เขากวาดมารวมกัน

    "ต้องชำระล้างให้สิ้นซาก"

    เขามองหาไฟแช็ก แต่แล้วก็นึกขึ้นได้

    "ส้มซ่า... นายใช้เวทไฟได้ไหม?"

    "ข้าเป็นแมวสายกายภาพเว้ย!"

    ส้มซ่าแยกเขี้ยว

    "งั้น..."

    อคินหยิบไฟแช็กไฟออกมา ขูดสองสามครั้ง

    ประกายไฟตกลงบนกองน้ำมัน

    พรึ่บ!

    เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนขึ้นทันตาเห็น ความร้อนแผดเผาซากศพเน่าเฟะ ควันดำลอยโขมงขึ้นสู่ท้องฟ้า

    แสงไฟสว่างจ้าขับไล่ความมืดในซากเมืองเก่า เงาของอคินและเหล่าสัตว์เลี้ยงทอดยาวไปตามกำแพงตึกราวกับตำนานวีรบุรุษ

    "เผาผลาญความชั่วร้าย..."

    อคินมองดูเปลวไฟด้วยสายตาแน่วแน่ แสงไฟเต้นระริกในดวงตาของเขา

    "เมืองนี้จะต้องกลับมาสะอาดอีกครั้ง"

    "โรแมนติกตายล่ะพ่อคุณ..."

    ส้มซ่าบ่นอุบ แต่ก็นั่งมองกองไฟนั้นด้วยความรู้สึกปลอดภัย

    "กลับกันเถอะ ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:29:59]

     

    อคินวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาถึงบ้านต้นไม้

    "เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง!"

    เขารีบโยนอุปกรณ์ลงตะกร้า แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำรวมของค่าย ซึ่งโชคดีที่ไม่มีใครใช้ตอนตีสอง

    เสียงน้ำจากฝักบัวไหลซู่ ชะล้างคราบเลือด คราบเมือก และกลิ่นเหม็นไหม้ออกจากร่างกาย

    อคินขัดถูตัวอย่างรวดเร็วแต่สะอาดหมดจด

    "เกือบไปแล้ว... ถ้ากลับร่างไปทั้งตัวเหม็นเน่าแบบนี้ ระบบคงด่าตาย"

    เขาบ่นพึมพำ

    เขาเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนตัวเก่ง เสื้อยืดตราห่านคู่กับกางเกงเล แล้วปีนกลับขึ้นบนบ้านต้นไม้

    เหล่าสัตว์เลี้ยงนอนรออยู่แล้ว โบ้หลับปุ๋ยไปก่อนเพื่อน ส่วนแก๊งแมวกำลังแต่งขนกันรอบสุดท้าย

    อคินทิ้งตัวลงบนเปลญวน กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

    เขายกข้อมือดูนาฬิกานับถอยหลัง

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:00]

     

    "วันนี้สนุกดีนะ..."

    อคินพูดขึ้นลอยๆ

    "ขอบใจพวกนายมากนะที่ช่วยคุยเป็นเพื่อน ถึงจะขี้บ่นไปหน่อยก็เถอะ"

    "รู้ตัวก็ดี"

    ส้มซ่าตอบงึมงำโดยไม่ลืมตา

    "พรุ่งนี้ขอปลาทูเพิ่มด้วย ค่าจ้างพูด"

    "คร้าบๆ ท่านส้มซ่า"

    อคินทิ้งตัวลงบนเตียง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา

    "หน้าต่างสเตตัส เปิดแถบปาร์ตี้"

     

    [ปาร์ตี้: นักล่าราตรี]

    [อคิน เลเวล 39]

    [โบ้ เลเวล 35]

    [ส้มซ่า เลเวล 35]

    [ปลาเผา เลเวล 32]

    [บัวลอย เลเวล 32]

     

    อคินยิ้มกว้าง หลับตาลงด้วยความสุขใจ

    เปลวไฟแห่งการชำระล้างที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังยังคงลุกไหม้ในความทรงจำ เป็นสัญลักษณ์ว่าเขาได้ปกป้องโลกใบนี้ไว้อีกวันหนึ่ง

     

    [ราตรีสวัสดิ์ อคิน]

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    วูบ

    สติของชายหนุ่มดับลง ทิ้งร่างที่ผ่อนคลายไว้บนเตียง

     

     

     

    [31 มีนาคม]

    วูบ...

    สำหรับอคิน โลกใบนี้ไม่ได้หมุนไปตามเข็มนาฬิกาปกติ

    แต่มันเหมือนภาพวิดีโอแบบไทม์แลปส์

    ที่ถูกมือที่มองไม่เห็นกดปุ่ม ‘ข้าม’ ช่วงเวลากลางวันอันสว่างไสวไปจนหมดสิ้น

    เหลือไว้เพียงราตรีที่เขามีตัวตนอยู่

    ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาไม่ใช่ความง่วงงุนจากการตื่นนอน

    แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณกลับเข้าร่างอย่างรุนแรง

    อคินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด อากาศยามค่ำคืนของปากแม่น้ำจันทบุรีที่มีกลิ่นเกลือและโคลนตมไหลผ่านโพรงจมูก

    ปลุกประสาทสัมผัสที่หลับใหลให้ตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน

    เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส

    ภาพความมืดสลัวในบ้านต้นไม้พลันสว่างวาบขึ้นด้วยเส้นแสงสีฟ้าของหน้าต่างระบบที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

    อคินบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ เสียงนั้นดังก้องจนน่าตกใจ

    แต่เขากลับรู้สึกสบายตัวอย่างประหลาด ราวกับร่างกายนี้นอนนิ่งไม่ไหวติงมาตลอด 16 ชั่วโมงเต็มเพื่อรอเวลานี้

    ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปเกาะราวระเบียงไม้ไผ่

    ดวงตาสีเข้มทอดมองฝ่าความมืดลงไปยังเบื้องล่างด้วยความเคยชิน... ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้เขาต้องชะงัก

    "โห... นี่มันเล่นกลหรือเปล่าเนี่ย?"

    พื้นที่ปากแม่น้ำที่เมื่อคืนก่อนยังเป็นเพียงลานดินโล่งๆ เต็มไปด้วยหลุมบ่อและซากวัชพืช

    บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้

    ภายใต้แสงสปอตไลท์จากโคมไฟเวทมนตร์ที่ส่องสว่างเป็นจุดๆ

    แท่งเสาเข็มคอนกรีตและโครงเหล็กกล้านับร้อยต้นถูกตอกเรียงรายเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตา

    ราวกับดอกเห็ดขนาดยักษ์ที่ผุดขึ้นจากดินหลังฝนตกเพียงชั่วข้ามคืน

    โครงสร้างเหล่านั้นตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง เงาดำทอดยาวพาดผ่านพื้นดินที่ถูกบดอัดจนแน่น

    "ไง! ตื่นแล้วเหรออคิน!"

    เสียงตะโกนทักทายดังแทรกเสียงลมทะเลขึ้นมา

    อคินชะโงกหน้ามองลงไปเห็น 'พี่ต้น' ยามกะเย็นร่างท้วมกำลังยืนพิงเสาไม้

    ขี้เถ้าสีแดงวาบจากปลายมวนใบจากในมือส่องกระทบใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

    "พี่ต้น! นั่นมันอะไรครับน่ะ?"

    อคินตะโกนถาม แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

    "เมื่อวานยังเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมวันนี้เสาบ้าน มันขึ้นมาเต็มไปหมดแล้ว?"

    พี่ต้นหัวเราะร่า ควันสีเทาลอยฟุ้งขึ้นมา

    "ทีมช่างชุดนี้เขาของจริงว่ะไอ้น้อง! เห็นว่าท่านวิษณุส่งพวกคลาส 'นักประดิษฐ์ และจอมเวท' มาคุมงานเองเลยนะ พวกนั้นร่ายสกิล [ปั้นดิน] ผสมกับใช้ [สร้างโกเลม] ช่วยยกของ งานเดินเร็วเหมือนเสกได้จริงๆ ... อีกไม่นานหรอกอคิน เอ็งเตรียมตัวไว้เลย"

    "เตรียมตัว? เตรียมตัวอะไรครับ?"

    อคินเลิกคิ้ว

    "เตรียมลงมาเดินดินไงล่ะ!"

    พี่ต้นชี้มือที่คีบบุหรี่ไปทางโครงสร้างเหล่านั้นด้วยแววตาเป็นประกาย

    "ท่านขจรศักดิ์ หับท่านเต๋อวางแปลนไว้หมดแล้ว ตรงโน้นจะเป็นท่าเรือพาณิชย์ ส่วนถัดมาจะเป็นโซนที่พักอาศัย... มนุษย์เราจะไม่ต้องหลบซ่อนบนต้นไม้เหมือนลิงค่างอีกต่อไปแล้ว เราจะมีบ้าน มีที่ดิน เป็นของตัวเองจริงๆ สักที"

    คำพูดง่ายๆ ของยามรุ่นพี่ทำให้อคินรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก ก้อนแข็งๆ แล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย

    แม้เขาจะไม่เคยเห็นหยาดเหงื่อของคนงาน ไม่เคยเห็นแสงวูบวาบตอนร่ายเวทก่อสร้าง

    แต่ผลลัพธ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้ามันคือหลักฐานที่จับต้องได้ของคำว่า 'ความหวัง'

    "บ้าน... สินะ"

    อคินพึมพำ แววตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นดุดัน

    รูม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเข้าไปในเงามืดของซอกตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จ

    สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขากำลังร้องเตือน... ไม่สิ กำลัง 'เรียกร้อง' ให้เขาออกไปจัดการกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น

    "งั้นหน้าที่เคลียร์พื้นที่... ก็ต้องเป็นของผมสินะ"

    ติ๊ง!

     

    [ถูกต้องที่สุด! หน้าที่ของนายคือทำความสะอาด... เอาให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือแม้แต่แมลงสาบ!]

     

    อคินหลุดขำกับข้อความที่ดูเหมือนจะพิมพ์ผิดๆ ถูกๆ ของระบบ

    "ครับๆ เข้าใจแล้วครับคุณระบบ... สั่งเก่งจังนะ"

    ...

    [1 เมษายน]

    ปฏิบัติการกวาดล้างดำเนินไปอย่างดุเดือดและไร้ความปรานี

    อคินและปาร์ตี้ 'นักล่าราตรี' เคลื่อนที่ผ่านความมืดราวกับเงา

    คืนนี้เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่หมาป่าที่สง่างาม หรืออสุรกายร่างยักษ์

    แต่เป็นความสกปรกโสมมที่ซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำเก่าใต้ฐานรากเมืองใหม่

    จี๊ดดดด! แซ่กๆๆๆ!

    เสียงขาที่มีขนแข็งนับพันคู่เสียดสีกับพื้นปูนชื้นแฉะดังระงมก้องสะท้อนไปทั่วท่อระบายน้ำ

    กลิ่นเหม็นเน่าของขยะหมักหมมตีขึ้นจมูกจนอคินต้องย่นจมูก

    แต่แทนที่จะรู้สึกคลื่นไส้ เขากลับสามารถ 'แยกแยะ' กลิ่นเหล่านั้นได้แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ

    กลิ่นสาบของหนู... กลิ่นคาวของแมลงสาบ... และกลิ่นสนิมเลือด

    "อี๋... เกลียดชะมัด"

    อคินบ่นอุบ แต่ร่างกายกลับย่อต่ำลงในท่าเตรียมพร้อมโดยสัญชาตญาณ

    เบื้องหน้าคือกองทัพ 'หนูยักษ์กลายพันธุ์' ตัวเท่าสุนัขพุดเดิ้ล ดวงตาสีแดงฉานวาวโรจน์ในความมืด

    และ 'แมลงสาบยักษ์' ที่ตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ หนวดยาวเฟื้อยของพวกมันขยับไปมาอย่างน่าขยะแขยงขณะรุมทึ้งกองซากศพของปลาเน่า

     

    [สกปรก! ฆ่ามันให้หมด! อย่าให้พวกมันมาแตะต้องบ้านใหม่ของเรานะ!]

     

    ข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมารัวๆ ราวกับคนพิมพ์กำลังตื่นตระหนกหรือขยะแขยงสุดขีด

    "ส้มซ่า! ปลาเผา! จัดการพวกแมลงสาบ! อย่าให้มันบินนะเว้ย!"

    อคินตะโกนสั่งการ เสียงของเขาดังกังวานและทรงพลังกว่าปกติ

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน