ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๒๓ หาประสบการณ์ (re-edition)

            ในการแข่งชกมวยงานสมโภชพระธาตุหลวงครั้งนี้อุทัยไม่ต้องการเปิดเผยมวยอรุณโรจน์ของมันต่อที่สาธารณะ ถึงกับปกปิดพลังปราณอย่างแนบเนียนและควบคุมมิให้ร่างกายเปล่งประกายยันต์อักขระออกมา

            มันตั้งใจมาฝึกเชิงมวยและหาประสบการณ์ จะเข้ารอบลึกเท่าไรก็เท่านั้นหาสนใจผลแพ้ชนะหรือลำดับแข่งขันไม่

            แต่ไอ้ใหญ่เมื่อพบเจออุทัย มันสัมผัสไม่ได้ถึงพลังปราณใดๆ กลับเข้าใจว่าอุทัยคู่ชกของมันยังไม่บรรลุขอบเขต ‘ปราณยุทธ์’ มันจึงรู้สึกย่ามใจเป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อประจันหน้ากับอุทัยบนลานชก มันจ้องมองเข้าไปยังดวงตาอุทัย สายตาที่จ้องมองมันกลับมาทำให้ดวงวิญญาณของมันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

            ไอ้ใหญ่กัดฟันรวมรั้งสติ ‘ไอ้หนู... กลับกล้าใช้วิชาชั้นต่ำสะกดจิตข้า’ มันฉุนเฉียวขึ้นมาแล้ว

            แก๊งงงง !!! เสียงระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มต้นยก

            ครูมวยผู้เป็นกรรมการกล่าวเสียงดัง .. ชก !!!

            ไอ้ใหญ่บ้านดอนหวายย่างสามขุมตรงปรี่เข้าหาอุทัย อุทัยตาจ้องเขม็งก้าวอย่างเนิบนาบเข้าหาเช่นกัน

            “ไอ้อิ่มโอชาจะยืนครบยกหรือไม่ ฮ่า ฮ่า”

            “เฮ้ .. เฮ้ .. เอาเลยไอ้ใหญ่ ล้มไอ้หน้าอ่อนนี่ซ่ะ”

            “หมูไม่กลัวน้ำร้อนโว้ยยย .. ไอ้โล้นเดินเข้าหาด้วย ฮ่า ฮ่า”

            เสียงกองแช่งกึกก้องอื้ออึง ผู้คนมากมายต้องการเห็นไอ้ใหญ่แสดงฝีมืออัดคู่ต่อสู้เช่นอุทัยที่ดูอ่อนเชิงกว่า

            ห่างกันเพียงสองก้าว รอยสักยันต์อาคมสมิงที่หน้าอกของไอ้ใหญ่พลันส่องสว่างด้วยแสงเรืองเรือง มันย่อกายปล่อยหมัดซ้ายออกด้วยพลังทั้งหมดสิบส่วน เป็นพลังหมัดที่ทั้งรวดเร็วและทรงพลัง

            .. กรงเล็บเสือสมิง !

            โฮกกกกกกกกกกก !!! เสียงคำรามของเสือโคร่งดังกึกก้อง จิตวิญญาณของผู้ชมรอบข้างถูกผนึกนิ่ง สายตาเลื่อนลอยดังถูกมนตร์สะกด

            “อ่าาาาา” ผู้เข้าแข่งขันที่ยืนชมอยู่สามสี่รายร้องอุทาน พวกมันก็เป็นถึงระดับปราณยุทธ์กลับถูกพลังอาคมสมิงของไอ้ใหญ่สะกดไว้

            แต่พลังนี้ไม่เกิดผลใดๆ ต่ออุทัย มันเดินเข้าหาอย่างต่อเนื่อง คนตั้งแขนตั้งรับอย่างรัดกุม สายตาจ้องมองหมัดซ้ายของไอ้ใหญ่ที่กำลังลอยเข้ามาใกล้

            หมัดอยู่ห่างเพียงสามนิ้วขณะกำลังจะปะทะเข้าดั้งจมูกของอุทัย มันจึงขยับกายไปด้านซ้ายวูบหนึ่ง ทั้งยังตั้งศอกขวาเท่าระดับคางของไอ้ใหญ่ คนย่อเข่าเล็กน้อยหยัดยืนอย่างมั่นคงรอรับการปะทะ

            วืดดดดดดดดด ... เสียงพลังหมัดผ่านกกหูขวาของอุทัยไป มันเบี่ยงกายเพียงครั้งเดียวก็หลบหมัดอันรุนแรงหมัดนี้อย่างง่ายดาย

            “???” ไอ้ใหญ่ ในใจของมันตื่นตระหนก หมัดกำลังจะชกเข้าหน้าอุทัยอยู่เห็นๆ แต่อุทัยพลันถลันหลบได้ หมัดของมันสัมผัสได้เพียงอากาศธาตุ พลังที่ปลดปล่อยออกคือพลังทั้งหมดสิบส่วน ไอ้ใหญ่ยังคงถลำไปเบื้องหน้าไม่สามารถหยุดยั้งลง

            เจ้าธรรม “!!!” มันอ้าปากหวอตกใจกับภาพที่ได้เห็น

            อุทัยยิ้มเล็กๆ สิ่งที่รอไอ้ใหญ่อยู่เบื้องหน้าคือศอกขวา เป็นมันเสนอใบหน้าวิ่งเข้าหาศอกนี้เอง อุทัยไม่รอช้าเหวี่ยงไหล่ขวาส่งแรงบวกเป็นของกำนัล

            .. พลักกกกกกกก !!! .. เสียงดังสนั่น

            ไอ้ใหญ่ใช้คางปะทะศอกขวาของอุทัยอย่างถนัดถนี่ ใบหน้าของมันเหยเก ตาโปนปากอ้ากว้าง น้ำลายข้นเหนียวพร้อมก้อนเลือดกระฉูดออก แรงส่งจากการเคลื่อนที่เมื่อศีรษะถูกตรึงไว้ทำร่างกายของมันหงายแผ่หลาแล้วจึงร่วงหล่นลง

            .. โครมมมมมมม !!! ร่างล้มหงายลงบนพื้น

            ไอ้ใหญ่ร่างกายสั่นระริกดวงตามองเหม่อขึ้นท้องฟ้า รู้สึกโลกหล้าไหวเอนดาวทองระยิบวิ่งวนอยู่รอบศีรษะ พี่เลี้ยงฝั่งบ้านดอนหวายกระโดดเด้งปากอ้ากว้างดังไข่ไก่เบอร์ห้า

            ศอกนี้ปิดปากของผู้ชมรอบข้างเสียเงียบสนิท ความเงียบเกิดขึ้นโดยฉับพลันทำผู้คนที่อยู่ลานชกใกล้เคียงให้ความสนใจ มีเสียงหนึ่งร่ำร้องออกมา

            “สุดยอด !!! .. อุทัยเพื่อนข้าขอรับ .. ฮ่า” เป็นเสียงของเจ้าธรรมร้องตะโกน

            ผู้ชมจึงได้สติ เป็นกลุ่มนักพนันตัวกลั่นเริ่มกล่าวกันพร้อมพ้นควันยาสูบโขมง

            “มันทำเยี่ยงไร นักมวยบ้านดอนหวายนั้นกลับวิ่งชนเข้าศอกมัน”

            “จิ๊ จิ๊ .. แข้งขาอ่อนแรงเช่นนี้ เมื่อคืนมันไปเที่ยวหอโคมเขียวมาเป็นแน่แล้ว”

            “ยัง .. ยังไม่จบดอก .. นั้น .. มันกำลังลุกขึ้นมาแล้ว มีผู้ใดสนใจรองหรือไม่?”

            ไอ้ใหญ่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ มันพลิกร่างใช้สองแขนชันกายขึ้นคุกเข่า ชั่วครู่จึงลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดใบหน้าขับไล่ความมึนงง มันอับอายจนหน้าชาไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดที่ได้รับกลับหายไปชั่วครู่ .. สิ่งที่มาทดแทนคือโทสะนับเท่าทวี

            ไอ้ใหญ่จ้องมองอุทัยด้วยสายตาเกรี้ยวกราด มันถ่มเลือดลงพื้นดิน .. ถุยยยยย

            โดยไม่รอช้าไอ้ใหญ่เดินปรี่เข้าหาอุทัยโดยทันที ปากร่ายมนตร์ขมุบขมิบก่อเกิดเงารูปร่างเสือโคร่งแยกเขี้ยวดุร้ายแผ่กระจายรอบตัว ดวงตาเป็นประกายวาวดังสัตว์ป่า รอยสักสมิงมนต์อาคมที่หน้าอกส่องแสงประกายเรืองรอง

            โฮกกกกกกกกกกกกกกกก เสียงคำรามดังกึกก้องกังวาน

            .. เสือสมิงสะกดวิญญาณ !

            ไอ้ใหญ่ปล่อยมนตร์เข้าตรึงดวงจิตของอุทัย คนประชิดถึงเบื้องหน้าปล่อยหมัดออก

            .. กรงเล็บเสือสมิง ! .. หมัดชกออกเป็นประกายเงาดำวาบ มองคล้ายกรงเล็บตะปบของเสือเป็นชุดนับสิบหมัด

            อุทัยตั้งแขนป้องกันอย่างรัดกุม สายตาจ้องมองกล้ามเนื้อและท่วงท่าร่างกายของไอ้ใหญ่ พร้อมขยับท่าเท้าบิดตัวหลบหลีกอย่างแคล่วคล่อง

            .. ฟิ้ววว .. ฟิ้ววว .. ฟิ้ววว .. ด้วยระยะห่างเพียงก้าว หมัดชุดของไอ้ใหญ่กลับชกไม่ถูกอุทัยแม้สักหมัดเดียว

            ไอ้ใหญ่แยกเขี้ยวสบถขึ้น “ไอ้ขี้ครอก .. หลบเก่งนะมึง พ่อจะชกให้กรามหลุด”

            ยิ่งชกไม่โดนมันก็ยิ่งโมโห ไอ้ใหญ่เร่งเร้าพลังระดับมัธยปราณถึงขีดสุด แล้วจึงระดมชกหมัดให้รวดเร็วกว่าเดิม

            จิตใจอุทัยนิ่งสงบไร้อารมณ์ไร้อคติใด มันตั้งใจอ่านสัญญาณร่างกายของไอ้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นมัดกล้ามเนื้อ ท่วงท่าเชิงมวย จังหวะการปล่อยอาวุธ รวมทั้งการเดินพลังปราณ อุทัยพลันหลับตาลง ตอนนี้เปลี่ยนจากการสายตาจ้องมองเป็นการใช้ประสาทสัมผัสแล้ว

            ไอ้ใหญ่มองเห็นอุทัยหลับตาดังถูกหยามเหยียบ มันยิ่งมีโทสะมากขึ้นทำการรัวหมัดเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง ยิ่งมายิ่งปล่อยพลังรุนแรงแต่ยังคงไม่สัมผัสถูกอุทัยแม้ปลายขนคิ้ว

            เจ้าธรรมร่ำร้องตะโกน “ไอ้ทัย .. สู้เขาเพื่อน .. ตั้งแขนป้องกันให้สูงไว้ ระวังหมัดซ้ายของมัน ..”

            เมื่อหมัดที่ตนถนัดใช้ไม่ได้ผล ไอ้ใหญ่จึงเปลี่ยนจังหวะเป็นเตะสูงด้วยแข้งขวา ในระยะประชิดเช่นนี้อุทัยจึงตั้งแขนเข้าป้องกันพร้อมเบี่ยงตัวผ่อนแรงทั้งกำลังหลับตาอยู่

            .. ป๊าบบบบบบบบ

            .. ป๊าบบบบบบบบ

            .. ป๊าบบบบบบบบ

            ไอ้ใหญ่ปล่อยสามแข้งติดต่อกัน อุทัยป้องรับด้วยแขนซ้ายอย่างแน่นหนา

            .. ป๊าบบบบบบบบ

            จนแข้งที่สี่ “อั๊กกกก...” ไอ้ใหญ่พลันรู้สึกปวดร้าว มันถูกข้อศอกของอุทัยเจาะเข้าหน้าแข้ง คนก้มมองดูเห็นเลือดไหลซิบๆ

            อุทัยจับความรู้สึกของใหญ่ได้ มันสัมผัสถึงช่องว่างที่ขาดการป้องกัน เพียงกะพริบตาคนก้าวขาออก ปลดปล่อยหมัดซ้ายเสยด้วยแรงเพียงหนึ่งส่วน

            อุทัยตั้งใจจะชกเพียงหมัดเดียวแต่จังหวะติดพันกลับปล่อยไปสามหมัดติดต่อกัน

            .. พลักกก .. หมัดแรกกระแทกเข้าข้างแก้มของไอ้ใหญ่อย่างเต็มเปา มันชะงักนิ่งดังถูกช้างถีบ เหงื่อบนศีรษะพุ่งกระเด็น

            .. พลักกก .. หมัดสองกระแทกเข้าที่เดิม ไอ้ใหญ่ใบหน้าเหยเกบิดเบียว ก้อนโลหิตพุ่งออกจากปาก เหงื่อบนศีรษะยังพุ่งกระเด็นออกโดยรอบ

            .. พลักกกกกก .. หมัดสามกระแทกเข้าปลายคาง มองเห็นไอ้ใหญ่กรามยืดบิดเบี้ยวผิดรูป สายตามันล่องลอยโลกทั้งโลกมืดมิดในบัดดล

            ไอ้ใหญ่ตัวใหญ่โตดังลูกวัวกลับถูกชกตัวลอยกระเด็นร่วงหล่นลงพื้นไปไกลกว่าห้าก้าว และยังกลิ้งต่ออีกสามสี่ตลบ

            ... ตูบบบบบบบ .. ตุบบบ ตุบบบ ตุบบบ

            “!!!” จากภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำทุกผู้คนที่กำลังรับชมอ้าปากค้าง ปากล่างของพวกมันแทบร่วงหล่นลงพื้นดิน *0*

            รอบลานชกเงียบลงอีกครั้ง เป็นความเงียบในความเงียบ .. คนผู้หนึ่งได้สติขึ้นมาก่อน

            เป็นเจ้าธรรมมันร้องตะโกนขึ้นมา “นับ .. นับ .. มันล้มลงแล้ว .. อาจารย์ .. อาจารย์ ..” มันร้องเรียกครูมวยผู้เป็นกรรมการ

            ครูมวยผู้นั้นพลันตื่นตัวขึ้น !!! ส่งสัญญาณมือให้อุทัยไปรอที่มุมพัก ผู้ชมรอบข้างก็ได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว

            อุทัยสำรวมกิริยาเดินไปยังมุมพักของมัน ไอ้ใหญ่ยังไม่สามารถลุกขึ้นครูมวยเห็นดังนั้นจึงเริ่มนับอย่างช้าช้า

            “หนึ่ง ... สอง ... สาม ...” .. ไอ้ใหญ่ยังตัวสั่นระริกสายตาเหม่อลอย...

            “สี่ ... ห้า ... หก ...” .. ไอ้ใหญ่กำลังรั้งรวมสติ .. รวบรวมพลังปราณกัดฟันพลิกตัว พยายามชันกายขึ้นมา

            “เจ็ด .. แปด .. เก้า...” ไอ้ใหญ่คุกเข่าขึ้นมาแล้ว .. มือขวายันพื้นมือซ้ายจับใบหน้าด้วยความเจ็บปวด คนสำลักโลหิตพร้อมฟันสองซี่แล้วจึงหมอบทรุดลงอีกครั้ง

            “สิบบบบบ ...” ครูมวยส่งสัญญาณโบกมือไปมา .. ไอ้ใหญ่ไม่สามารถชกต่อได้ พร้อมผายมือไปทางอุทัยให้มันเป็นฝ่ายชนะ

            เจ้าธรรมกระโดดตัวลอยร้องตะโกนลั่น “ชนะ !!! เราชนะแล้ว !!! อุทัยอิ่มโอชาเป็นผู้ชนะ !!! .. เย่ !!!!!” มันวิ่งเข้าไปชูมืออุทัยขึ้นแสดงถึงการเป็นผู้ชนะ

            พี่เลี้ยงฝ่ายบ้านดอนหวายต่างวิ่งกรูเข้าไปดูอาการของไอ้ใหญ่ พวกมันทำการปฐมพยาบาลนวดเฟ้น นำผ้าชุบน้ำเข้าลูบไล้ตามใบหน้าเนื้อตัวจนไอ้ใหญ่ได้สติขึ้นมา มันได้รับบาดเจ็บไม่มากเนื่องจากอุทัยใช้พลังปราณเพียงน้อยนิดในหมัดที่ล้มมัน

            ผ่านไปร่วมนาทีเมื่อความเจ็บปวดทุเลา ไอ้ใหญ่รับรู้ถึงความพ่ายแพ้จึงระเบิดอารมณ์ลุกขึ้นได้ก็พุ่งเข้าหาอุทัย พี่เลี้ยงและครูมวยต่างเข้าตะครุบรั้งตัวมันไว้

            ไอ้ใหญ่เดือดดาลร่ำร้อง “ข้ามิยินยอม มันใช้เล่ห์กลสะกดจิตข้า” ตัวมันใหญ่โตแข็งแรง ในยามโมโหมีพละกำลังมากมาย ถึงกับสะบัดทุกผู้คนรอบกายกระเด็นพ้นทางปรี่เข้าหาอุทัย

            “ไอ้ลูกหมา .. ข้าต่างหากคือผู้ชนะ ..” ไอ้ใหญ่พุ่งเข้ามาง้างหมัดหมายชกอุทัย

            อุทัยเห็นดังนั้นก้าวเพียงหนึ่งก้าว มายืนอยู่ประจันหน้าไอ้ใหญ่

            ไอ้ใหญ่ “!!!” เท้าขวาของอุทัยลอยมากระแทกเข้ายอดอกของมันอย่างจัง มันถูกถีบกระแทกกระเด็นชนกับพี่เลี้ยงล้มระเนระนาด ร่างฟุบสงบลงไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาได้อีก

            อุทัยหาสนใจคนผู้นี้อีก กล่าวขึ้นว่า “.. แพ้ .. ชนะ เป็นสิ่งธรรมดา .. ทำใจยอมรับเสียเถิด ..” มันเดินออกจากลานชกมวยไปพัก เจ้าธรรมเห็นดังนั้นจึงติดตามออกไปด้วย

             

            ผลการชกคู่นี้พลิกโผเป็นอย่างยิ่ง อุทัยเป็นฝ่ายชนะไอ้ใหญ่บ้านดอนหวายเพียงต้นยกแรก เหล่าเซียนพนันต่างหาข้อมูลของมันเป็นการใหญ่ บ้างถึงกับวิ่งไปยังร้านอิ่มโอชาเพื่อสอบถามเถ้าแก่ร้าน

            เจ้าธรรมยังอึ้งกับเชิงมวยของอุทัย .. พวกมันจากกันไม่กี่เดือน อุทัยกลับฝีมือรุดหน้าดุจติดปีก ระหว่างพักรอการชกรอบต่อไปเจ้าธรรมได้สอบถามถึงวิชาหมัดมวยของอุทัยเป็นการใหญ่

            วันนี้มีผู้มาสมัครเข้าแข่งขันหนึ่งร้อยสามสิบแปดคน แต่ละวันจะคัดเอาแค่สิบหกคนเข้ารอบ หากอุทัยชกขนะสี่รอบติดจะรับประกันการเข้ารับการคัดเลือกต่อในวันพรุ่งนี้

            ในรอบสองอุทัยชกกับเด็กหนุ่มจากเมือง ‘เชียงดาว’ นามว่า ‘บุญลื้อ’ เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีมาค้าขายกับบิดาที่งานสมโภชพระธาตุหลวงจึงลองมาสมัครชกมวยดู

            เด็กหนุ่มผู้มีพลังระดับปฐมปราณขั้นปลาย เชิงมวยปราดเปรียวว่องไวรุกเข้าทำ และถอยออกอย่างรวดเร็วโดยใช้ลูกเตะเป็นหลัก

            จุดเด่นคือใช้ท่าเท้าพลิกแพลงได้หลากหลาย อุทัยเล่นสนุกศึกษาเชิงมวยของมันอยู่สามยกจึงถีบมันกระเด็นออกจากลานถูกปรับเป็นแพ้ไป

            ในรอบสามคู่ชกของอุทัยคือ ‘ผา’ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดจากเมืองเวียงสา มีพลังระดับมัธยะปราณขั้นต้น เชิงมวยเป็นลักษณะเหวี่ยงมือเท้า เตะต่อยในวงกว้าง หรือมักเรียกกันว่าเหวี่ยงควาย มวยชนิดต้องใช้พลังอย่างมากไม่เหมาะกับการชกอย่างต่อเนื่องยาวนาน

            การเข้าโจมตีของเจ้าผาเป็นการพุ่งเข้าหาและออกอาวุธเตะต่อยที่เหมือนเหวี่ยงออกโดยสะเปะสะปะ แต่หากโดนชกเข้าอย่างจังอาจทำให้หมดสติได้เลย

            การตั้งรับของมวยชนิดนี้ถือเป็นข้อด้อย เจ้าผาจะใช้การเหวี่ยงหมัดรุนแรงไปมาเพื่อป้องกันตัวและขู่ให้อุทัยถอยออกไป

            อุทัยชกกับเจ้าผู้นี้อย่างยากเย็นเนื่องจากผาคล้ายไม่มีเชิงมวย การรับมือคือการหลบหลีกที่รวดเร็วไม่ปล่อยให้เจ้าผาเข้าประชิดเหวี่ยงหมัดเข้ามาถึงได้

            ส่วนการรุกเข้าทำต้องใช้ความหนักแน่นแน่นอน เลือกเป้าใหญ่และประชิดเข้าทำให้ได้ในคราวเดียว โดยต้องเสี่ยงเข้าไปในดงหมัดที่เหวี่ยงไปมาราวเป็นเกราะป้องกัน

            ถึงยกที่หกอุทัยเข้าทำถนัดถนี่เตะต่อยเข้าลำตัวเจ้าผาสามสี่ครั้ง จนเจ้าผาเชื่องช้าลงอย่างมาก คนทั้งหมดแรงเนื่องจากผ่านมาหลายยก

            เมื่อไม่มีแรงเหวี่ยงแขนเพื่อป้องกันก็เปิดโอกาสให้อุทัยเข้ารุกอย่างง่ายดาย อุทัยเตะนวดลำตัวเจ็ดแปดครั้ง เจ้าผาจึงล้มลงไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

            ในรอบที่สี่ของวันนี้ หากชนะมันจะเข้ารอบต่อไปทันที

            อุทัยต้องชกกับศิษย์สำนักตักสิลานามว่า ‘ศรีวงศ์’ เป็นศิษย์พรสวรรค์บ้านภูผาชั้นยุทธ์เอก มีระดับพลังยุทธ์มัธยะปราณขั้นกลาง

            อุทัยคุ้นเคยกับมวยสำนักตักสิลาเป็นอย่างดี เชิงมวยเป็นลักษณะตามตำราคือมีการรุกและรับอย่างรัดกุม ใช้จุดเด่นของอาวุธยาวเข้าทำเป็นหลัก การออกอาวุธแลดูสวยงามเป็นที่นิยมชมชอบของผู้พบเห็น

            เนื่องจากศรีวงศ์เป็นศิษย์บ้านภูผา พลังปราณและเชิงมวยดำเนินตามความหนักแน่นมั่นคง คือรุกอย่างทื่อด้านรุนแรง รับอย่างรัดกุมแน่นหนา

            การปะทะซึ่งหน้ากับเชิงมวยลักษณะนี้ไม่ต่างจากวิ่งชนหน้าผา อุทัยจึงต้องใช้ลูกพลิกแพลงเข้าสู้หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง ใช้ความว่องไวหลบหลีก ใช้ความแหลมคมรวดเร็วเข้าโจมตี

            อุทัยเดินวนไม่ให้เป็นเป้านิ่งเข้าทำและถอยออกอย่างรวดเร็ว ศรีวงศ์ถูกอุทัยเตะเจาะยางที่ขาทั้งสองมาตั้งแต่ยกแรก จนถึงยกที่ห้าสองขาของมันถึงกลับแดงก่ำ มันถูกเตะจนขาลากไม่สามารถชกต่อไปได้จึงขอยอมแพ้ไป

            การชกเปรียบมวยคัดเลือกในแต่ละวันกรรมการต้องคัดเลือกนักมวยให้เหลือสิบหกคน จากวันรับสมัครคัดเลือกทั่วไปแปดวันแรกจะได้ผู้ผ่านเข้ารอบทั้งสิ้นหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน

            และจะนำมาคัดเลือกต่อในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันคัดเลือกวันสุดท้าย โดยจะให้เหลือห้าสิบแปดคนเพื่อเข้ารอบแข่งขันจริงในงานสมโภชพระธาตุหลวง

            อุทัยชนะสี่รอบรวดได้ผ่านเข้ารอบต่อไป มันกับเจ้าธรรมทั้งคู่ออกมาจากลานเปรียบมวยก็มืดค่ำแล้ว พวกมันเดินกลับเทวสถานสนทนาหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

            เจ้าธรรมเดินอย่างเชื่องช้าผิดปกติเนื่องด้วยตอนนี้สายคาดเอวมันหนักยิ่ง ที่หนักก็เนื่องจากอัฐที่ได้จากนักพนันที่ทุ่มแทงฝั่งตรงข้ามอุทัยนั่นเอง .. มือของมันลูบสายคาดเอวอยู่ตลอดพร้อมหน้าตาที่กระหยิ่มยิ้ม .. มันเบิกบานใจยิ่งนัก .. ฮา