หลังจากที่ต้าหมิงเดินทางออกจากเมืองอสูรราตรีกลุ่มของต้าหมิงพบเจอกับการลอบสังหารอย่างต่อเนื่องแต่ด้วยพลังของอสูรสังหารทั้ง 5 คนทำให้ศัตรูที่ปรากฎล้วนถูกสังหารจนสิ้น อสูรสังหารทั้ง 5 ถูกเลี้ยงดูโดยจักรพรรดิจิ้งจอกนั้นมีความโหดเหี้ยมอย่างมากทุกการโจมตีล้วนเล็งไปที่จุดตายของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
เรียกได้ว่าตลอดทางกลับของต้าหมิงล้วนเต็มไปด้วยซากศพของผู้คนที่ถูกความโลภครอบงำ เพราะในตัวของต้าหมิงนั้นมีของล้ำค่ามากเกินไปดังนั้นหลายคนจึงไม่อาจปล่อยต้าหมิงไปได้
หลายวันต่อมาต้าหมิงก็กลับมาถึงเมืองจิ้งจอก อสูรสังหารทั้งห้าจึงไม่จำเป็นต้องคุ้มกันต้าหมิงอีกและแยกตัวออกไปทันที ต้าหมิงที่มาถึงที่พักก็ให้พวกเหม่ยซูเป็นคนดูแลหมิงเฉียนเพราะด้วยสถานะของนางอาจจะถูกหลายคนรังแก
“ดูเหมือนเจ้าจะทำได้ไม่เลวในสังเวียนโลหิต” จักรพรรดิจิ้งจอกมองดูการเปลี่ยนแปลงของต้าหมิงด้วยสีหน้าพึงพอใจ
ในตอนแรกแม้ต้าหมิงจะมีความสามารถต่อสู้แต่จิตสังหารยังคงอ่อนด้อยและไม่หนาแน่นพอ แต่ตอนนี้จิตสังหารของต้าหมิงทั้งดุดันและแหลมคมแถมพลังและความสามารถในการต่อสู้ของต้าหมิงก็เพิ่มสูงขึ้นมากอีกด้วย
“เพราะสังเวียนโลหิตนั่นเป็นสถานที่ไม่เลวเลย” ต้าหมิงกล่าว
“สังเวียนโลหิตแต่เดิมมันไม่ใช่ของพวกเผ่าอสูรแต่มันเป็นมรดกที่สืบทอดมาแต่โบราณ ตามบันทักสถานที่แห่งนั้นเคยถูกใช้ในการฝึกทหารชั้นยอกของจักรวรรดิฉินที่ยิ่งใหญ่” จักรพรรดิจิ้งจอกล่าว
“จักรวรรดิฉินงั้นเหรอ จากที่ข้ารู้มาว่าจักรวรรดิฉินแต่เดิมตั้งอยู่ในพื้นที่รกร้างก่อนที่พวกอสูรจะบุกมาเสียอีกแต่ว่าอยู่ๆวันหนึ่งจักรวรรดิฉินก็ล่มสลายไปในชั่วข้ามคืนโดยไม่มีการบันทึกว่าเป็นเพราะอะไร” ต้าหมิงกล่าว
“ถูกต้องจนถึงตอนนี้ก็ยังมีคนตามหาความจริงของนี้อยู่ ต้องรู้ก่อนว่าในสมัยนั้นยังไม่มีสามดินแดนเลยด้วยซ้ำพื้นที่ทั้งหมดถูกปกครองโดยจักรวรรดิฉินแม้แต่เผ่าภูติก็ทำได้แค่อาศัยอยู่ในป่าเท่านั้น แต่ว่าการที่จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นล่มสลายในชั่วข้ามคืนมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไป” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“มันน่าสนใจจริงๆนั่นแหละ แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วเรื่องของมิติลับเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าหมิงกล่าว
“ด้วยการร่วมมือของสามดินแดนพวกเราได้สร้างทางเชื่อมไปยังมิติลับอย่างถาวรเอาไว้แล้วและครั้งนี้ยังให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปสำรวจอีกด้วยแต่ว่าการจะผ่านเข้าไปในมิติลับจำเป็นต้องจ่ายข้าผ่านทางเสียก่อน” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ต้าหมิงแสดงสีหน้าเข้าใจออกมา
“แล้วเจ้าต้องการจะเดินทางเลยหรือไม่” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“แน่นอน เมื่อข้าเตรียมตัวเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะเดินทางทันที” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้างั้นก็ดีเลย มีคนต้องการมาเจรจากับเจ้า” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“เจรจางั้นเหรอ ใครกัน” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“องค์หญิงแห่งอาณาจักรอสนี บุตรสาวของจักรพรรดิอสนี เหล่ยอิง” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
ใบหน้าของต้าหมิงกลายเป็นเย็นชาเขาย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่ออะไร ป้ายคำสั่งจักรพรรดิอสนีเป็นอุปกรณ์เวทที่สำคัญของจักรพรรดิอสนีแน่นอนว่าย่อมต้องมาเอาคืน
“แล้วท่านคิดว่าข้าจะยอมเจรจางั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้าเป็นคนอื่นมาข้าคงจัดการพวกเขาไปแล้ว แต่ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างรับมือยากแม้ระดับพลังจะไม่สูงนักและไม่เป็นภัยต่อข้าแต่สำหรับเจ้านั้นมันต่างกันถ้าเจ้าต้องการไปฝึกฝนในมิติลับอย่าได้เป็นศัตรูกับนางจะดีกว่า” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“นางน่าหวาดกลัวขนาดนั้นเลย” ต้าหมิงแสดงสีหน้าจริงจัง
“ถ้าพูดถึงความชั่วร้ายนางไม่แพ้บิดาของนางเลยและด้วยเล่ห์เหลี่ยมของนางเหนือยิ่งกว่าหมิงเย่เสียอีก เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ แต่แน่นอนว่าการจะส่งของคืนไปง่ายๆนั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ อย่างน้อยเราควรจะทำให้อีกฝ่ายต้องหมดตัวใช่หรือไม่” จักรพรรดิจิ้งจอกล่าว
“ก็คงเป็นแบบนั้นเพราะป้ายคำสั่งจักรพรรดิอสนีอันนี้ข้าไม่สามารถใช้ได้เพราะมันถูกประทับด้วยพลังของจักรพรรดิอสนีขืนเก็บไว้นานมันอาจจะเป็นภัยสำหรับข้าจริงๆ” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้างั้นพวกเราก็ไปพบนางกันเถอะ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
หลังจากนั้นต้าหมิงก็มาถึงห้องโถงซึ่งข้างในมีหญิงงามที่สวมชุดสีม่วงรัดรูป ใบหน้าที่ขาวเนียนและผิวพรรณที่งดงามของนางทำให้ชายหนุ่มของเมืองจิ้งจอกหลายคนต้องน้ำลายใหล แม้แต่ต้าหมิงยังต้องตื่นตระหนกเช่นกันแต่ด้วยการฝึกจิตใจมาดีต้าหมิงจึงกลับสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว
“ขออภัยที่พวกเรามาแบบกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า” เหล่ยอิงยืนขึ้นและโค้งกายลงเพื่อทำความเคารพจักรพรรดิจิ้งจอก
“ไม่ต้องมากพิธีการที่ธิดาของตาแก่เหล่ยปรากฎตัวออกมาเองทำให้จักรพรรดิผู้นี้แปลกใจอย่างยิ่งแล้วเจ้ามาด้วยเรื่องอะไรละ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะนั่งลงในที่ของนางและต้าหมิงก็นั่งข้างๆ
“ที่ผู้เยาว์มาวันนี้เพราะได้รับคำสั่งจากท่านพ่อให้มาทำข้อตกลงกับท่านอสูรคลั่งเรื่องป้ายคำสั่ง” เหล่ยอิงไม่รอช้านางเข้าประเด็นหลักทันที
“แล้วพวกเจ้ามีข้อเสนอแบบใหนละ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“ขอแค่อยู่ในขอบเขตของความสามารถของข้า ข้าพร้อมจะตอบรับคำขอทั้งหมด” เหล่ยอิงกล่าว
“ชั่งเป็นหญิงสาวที่เจ้าเล่ห์จริงๆ” ต้าหมิงเค้นเสียง
คำว่าขอบเขตความสามารถของนางฟังเหมือนว่านางพร้อมจะทำทุกอย่างให้ขอแค่นางทำได้แต่ถ้าคิดดีๆคือถ้านางไม่ต้องการทำนางก็จะไม่ทำ เรียกได้ว่าคำกล่าวของนางนั้นเป็นสิ่งที่ฝ่ายต้าหมิงไม่มีทางได้เปรียบในข้อตกลงนี้อย่างแน่นอน
“ในขอบเขตความสามารถของเจ้างั้นเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นข้อตกลงนี้คงต้องจบลงแล้วละ” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“หรือว่าท่านจักรพรรดิจิ้งจอกคิดว่าข้าจะไม่ทำตามคำพูดกัน” เหล่ยอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เพราะคำพูดของเจ้ามันกำกวมเกินไป” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“ตามจริงป้ายคำสั่งจักรพรรดินั้นไม่ได้มีความหมายกับท่านอสูรคลั่งมิใช่หรือ ต่อให้ได้ไปมันก็ไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่าไม่สิ มันอาจจะนำภัยมาหาตัวท่านก็ได้” เหล่ยอิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้มชั่วร้าย
“น่าเสียดายนะ ในตอนแรกข้าคิดว่าจะให้เจ้ากับอสูรคลั่งของข้าแต่งงานกันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กันเสียหน่อยแต่ดูเหมือนว่าเจ้าไม่คิดจะทำตามที่ข้าขออยู่แล้วใช่หรือไม่” จักรพรรดิจิ้งจอกกล่าว
“นั่นไม่อยู่ในขอบเขตความสามารถของข้า” เหล่ยอิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
“นั่นก็จริง อสูรคลั่งเจ้าคิดว่าอย่างไร” จักรพรรดิจิ้งจอกหันไปทางต้าหมิง
“จากที่ฟังดูแล้ว ฝ่ายแม่นางเหล่ยอิงคงไม่มีทางยอมทำคำเรียกร้องของฝ่ายเราอย่างเต็มความสามารถแน่ ถ้างั้นก็ข้ามีข้อเสนอไม่รู้ว่าแม่นางเหล่ยอิงสนใจหรือไม่” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณชายอสูรคลั่งกล่าวออกมาได้เลย” เหล่ยอิงกล่าว
“ในอีก 10 วันข้าจะนำป้ายคำสั่งนี้ไปประมูลที่เมืองจิ้งจอกแม่นางเหล่ยอิงคิดเห็นอย่างไร” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้นชา ใบหน้าที่ยกยิ้มของเหล่ยอิงหายไปใบหน้าของนางกลายเป็นเย็นชาทันทีนางรู้ว่านี่ไม่ใช่ความคิดของอสูรคลั่งแต่เป็นแผนของจักรพรรดิจิ้งจอกอย่างไม่ต้องสงสัย