ภายในศาลใหญ่บรรยากาศกลายเป็อึดอัดขึ้นมาทันทีขณะที่ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวคำใดออกมาหลังจากที่เย่ฉีพูดประโยคนั้นใบหน้าของชายชราและจักรพรรดิไห่ิมืดครึ้มลงและภายในดวงตายังเต็มไปด้วยโทสะที่สามารถฉีกกระชากได้ไปทั้งปฐี!
“ยหยวนเอ๋อร์...”
ฝ่ามือของชายชราคว้าจับไปยังศีรษะขององค์ชายไห่หยวนที่กลิ้งมาหยุดลงตรงหน้าความรู้สึกราวกับหัวใจถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ ทำให้ดวงตาของเขาพร่าลงไปก่อนจะที่มีสายน้ำเบาบางไหลย้อมลงมาอาบสองแก้มภาพความทรงจำในอดีตที่ตนเคยโอบอุ้มทารกน้อยในสวนท้อจนกระทั่งเขาเติบใหญ่กลายเป็เด็กน้อยน่าเอ็นดู...ทุกสิ่งอย่างในเวลานี้ได้ไหลย้อนกลับมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความสูญเสียจุกแน่นอยู่ในอกเขาราวกับว่ามันจะบดขยี้จิตใจเขาให้แตกสลาย...
ท่านตา...
จากนี้ไปคำเรียกขานที่เคยทำให้เขารำคาญใจนั้นจะไม่มีให้ได้ยินอีกต่อไปแล้ว....
ในระหว่างที่ชายชราผนึกร่างขององค์ชายไห่หยวนเพื่อนำกลับไปนั้นทางจักรพรรดิไห่หลิงที่ตอนนี้ปะทุขึ้นด้วยโทสะก็จ้องมองไปยังเด็กชายในชุดขาวเบื้องหน้าด้วยความเกลียดชัง!ภายในร่างกายของเขาเกิดเป็เสียงแล่นเปรี๊ยะปร๊ะราวกับว่ามีบางอย่างกำลังจะแตกออก เพียงไม่นานหลังจากนั้นคลื่นพลังที่เต็มไปด้วยอำนาจสะกดข่มก็ไหลทะลักออกมาผลักดันแรงกดทับของเสี่ยวเฮยจนแตกกระจายไป!
“ถึงแม้เ้าจะเป็ประมุขของนิกายันพเก้าแต่การที่เ้าสังหารโอรสของข้าเ้าจะต้องชดใช้อย่างสาสม!”
เสียงที่ทรงอำนาจราวกับการปะทุขึ้นของูเาไฟดังออกมาจากจักรพรรดิไห่หลิงส่งผลให้คนภายในศาลาแม้แต่กู่หยาก็ยังต้องสลดลงความแข็งแกร่งของเขาไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ตามในศาลาแห่งนี้จะสามารถต่อต้านได้ในเวลานั้นสายตาของกู่หยาได้หดเล็กลงพลางพยักหน้าให้กับเผ่ยิและเหลียนซานก่อนจะรีบเคลื่อนกายไปยังด้านหน้าของเย่ฉีอย่างรวดเร็ว
“จักรพรรดิไห่หลิงอย่าลืมว่าสถานที่แห่งนี้คือนิกายันพเก้า!”
แม้จะกล่าวออกไปเช่นนั้นแต่มือของผู้อาวุทั้งสามคนก็ขยับไปมาร่ายเป็ค่ายกลเวทขนาดเล็กล้อมรอบเย่ฉีเอาไว้โดยมีเหลียนซานกับเผ่ยิขนาบข้างและกู่หยาค้ำยันอยู่ด้านหน้า!
ทันทีที่การก่อตัวของค่ายกลเวทเกิดขึ้นเป็โล่คุ้มกายรอบตัวเยีฉีสายลมอันคมกริบเส้นหนึ่งก็ฟาดลงมาราวกับคมดาบที่เย่ฉีใช้สะบั้นหัวขององค์ชายไห่หยวน...เพียงแต่ดาบสายลมเล่มนี้นั้นไม่สามารถฝ่าทะลุเกราะค่ายกลสามผสานของพวกกู่หยาไปได้
“จักรพรรดิไห่หลิง!ข้าขอเตือนเป็ครั้งสุดท้าย…ที่นี่คือนิกายันพเก้า!”
เสียงของกู่หยาทุ้มต่ำลงขณะที่จักรพรรดิไห่หลิงยังคงมีโทสะปะทุอยู่เต็มอกความโกรธเกรี้ยวของเขาะเิขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เขามองไปยังเย่ฉีที่ยืนอยู่อย่างนิ่งเฉยราวกับว่าเขาไม่แยแสแม้แต่น้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น!
“คิดจริงๆรึว่าข้าจะกลัวพวกเ้า? ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นิกายันพเก้าแล้วมันจะอย่างไรเล่า?”
จักรพรรดิไห่หลิงกวาดมือออกไปครั้งหนึ่งแม้ว่ามันจะเป็เพียงการกระทำที่ดูธรรมดาแต่ทว่าบรรยากาศภายในศาลากับบังเกิดเป็แรงกดทับบดขยี้ลงมาราวกับการสะกดข่มของ์เส้นแสงสีทองสายหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของจักรพรรดิไห่หลิงส่งผลให้ทั่วทั้งศาลาใหญ่นี้ตกอยู่ในความโกลาหลพริบตานั้นคนจำนวนมากต่างรีบเคลื่อนกายหลบหนีออกไปด้านนอกด้วยความหวาดกลัว
“ศรจักรพรรดิ!บัดซบเอ้ย! หลีกทางให้แก่ข้า!”
ในขณะที่เส้นแสงสีทองนั้นก่อตัวขึ้นเป็ลูกศรขนาดใหญ่ใบหน้าของพวกกู่หยาก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ชายชราทั้งสามกัดลงที่ปลายลิ้นตัวเองพ่นโลหิตออกมาขยายขอบเขตค่ายกลที่ห้อมล้อมร่างของเย่ฉีให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจนทำให้พวกเขาเข้าไปอยู่ด้านในในเวลานั้นทั้งสามคนคำรามเสียงต่ำออกมาพลางขยับฝ่ามือทาบไปยังม่ายแสงของค่ายกลเวทจนกลายเป็ม่านโลหิตปกคลุมพวกเขาเอาไว้ด้านใน
แม้ต้องใช้เวลาในการบรรยายแต่ความจริงแล้วเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงหนึ่งอึดใจเท่านั้น!ศรสีทองขนาดใหญ่ตรงหน้าของจักรพรรดิไห่หลิงถูกตบลงไปอย่างแรงส่งผลให้มันพุ่งเข้าหาม่านปราณโลหิตที่เกิดขึ้นจากค่ายกลเวทสามผสานของพวกกู่หยาในทันที
ยามที่ปลายศรเข้าปะทะกับม่านโลหิตเกิดเป็เสียงกัมปนาทดังะเืไปทั่วทั้งนิกายันพเก้าส่งผลให้คนจำนวนมากตกอยู่ในความโกลาหลโดยเฉพาะคนที่อยู่บนยอดเขาด้านนอกศาลายิ่งเกิดความหวาดกลัวเมื่อัักับคลื่นพลังอันมหาศาลที่กระจายออกมาจากภายในศาลาใหญ่
แรงปะทะที่เกิดขึ้นจากม่านโลหิตและศรจักรพรรดิได้กวาดออกเป็วงกว้างจนท้ายที่สุดพื้นหินก็เริ่มแยกออกและผนังทั้งสี่ด้านก็เริ่มถล่มลงมาดวงตาของจักรพรรดิไห่หลิงหรี่เล็กลงก่อนจะแค่นเสียงออกมาอย่างเ็าเพียงโบกมือเล็กน้อยที่ด้านข้างของเขาก็ปรากฏเป็เส้นแสงสีทองกำลังก่อตัวขึ้นเป็ศรอีกหนึ่งดอกเช่นเดียวกับชายชราที่ด้านข้างของเขาโบกสะบัดมือครั้งหนึ่งดอกบัวเจ็ดสีขนาดใหญ่ก็พุ่งออกไปพร้อมกับศรจักรพรรดิหมายจะบดขยี้พวกเย่ฉีให้สิ้นซากไปพร้อมกับม่านโลหิต
เมื่อเห็นเช่นนี้ใบหน้าของกู่หยาก็มืดลงบิดเบี้ยวจนกลายเป็น่าเกลียดการโจมตีเข้ามาครั้งนี้รุนแรงเกินไปที่จะตั้งรับอันที่จริงสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์ไว้นั้นผิดไปทั้งหมด!โดยไม่มีใครรู้จนถึงบัดนี้...จักรพรรดิไห่หลิงได้ตัดผ่านไปยังระดับชั้นบรรพชนโบราณแล้ว!
“ไม่คิดว่าเ้าก้าวเข้าไปสู่ขอบเขตบรรพชนโบราณแล้วอย่างไรก็ตามเมื่อที่นี่คือนิกายันพเก้าแม้แต่บรรพชนโบราณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเหิมเกริม!”
ในเวลานั้นกู่หยาได้นำบางสิ่งออกมาซึ่งเพียงการปรากฏตัวขึ้นของมันก็ทำให้แผ่นดินทั่วทั้งนิกายันพเก้าสั่นะเืและยังมีเสียงกรีดร้องอันเล็กแหลมดังขึ้นมาจากส่วนลึกของนิกายด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตามในเวลานั้นก่อนที่มันจะปรากฏออกมาอย่างชัดเจนเย่ฉีก็จับแขนข้างนั้นของกู่หยาและส่ายหน้าอย่างช้าๆ
“เพียงแค่บรรพชนโบราณหนึ่งคนไม่มีค่าพอที่จะนำมันออกมา”
คำกล่าวของเขาทำให้ใบหน้าของกู่หยาแข็งค้างไปทันทีและก่อนที่จะกล่าวสิ่งใดต่อเงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของพวกเขาพร้อมกับโล่สีดำขนาดใหญ่ที่มองดูคล้ายกับปีกของแมลงตั้งขวางขั้นกลางระหว่างม่านโลหิตและศรจักรพรรดิรวมไปถึงดอกบัวเจ็ดสีของชายชราเอาไว้
ปัง!
ภายใต้เสียงดังกัมปนาทและฝุ่นควันที่เกิดขึ้นจากการปะทะทำให้ทั่วยอดเขานั้นกลายเป็พื้นที่โล่งกว้างไร้สิ้นร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างใดๆ กระแสลมหอบหนึ่งพัดโชยเอาฝุ่นควันเ่าั้ผ่านไปก่อนจะเผยให้เห็นการประชันหน้าระหว่างพวกเย่ฉีและฝ่ายของจักรพรรดิไห่หลิง
สายตาของจักรพรรดิไห่หลิงและชายชราหรี่เล็กลงจ้องมองไปยังชายชุดดำเบื้องหน้าอย่างจริงจังพวกเขารู้ดีที่สุดว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้นั้นรุนแรงเพียงใดแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดแต่มันก็ยังมากพอที่จะกวาดล้างผู้ฝึกตนบรรพบุรุษใดๆก็ตามจนสิ้นซาก แน่นอนว่าการปรากฏตัวของชายหนุ่มชุดดำผู้นี้ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้จักรพรรดิไห่หลิงต้องหวั่นเกรง!
ในเวลาเดียวกันเสี่ยวเฮยที่จ้องมองไปยังศัตรูเบื้องหน้าอย่างจริงจังก็กล่าวออกมาอย่างแ่เบาเป็เส้นปราณสายหนึ่งพอให้เย่ฉีได้ยินเพียงคนเดียว
“นายท่าน...เหตุผลที่ข้าต้องอยู่ในสุสานโบราณนั้นก็เพื่อหลบซ่อนจากบางใครที่ไล่ล่าข้าในอดีต...มันทำให้ข้าต้องผนึกพื้นฐานฝึกตนอยู่ในขอบเขตบรรพชนโบราณขั้นแรกซึ่งยังด้อยกว่าชายคนนั้นอยู่หนึ่งขั้นหากข้าปลดผนึกมันจะทำให้คนที่ไล่ล่าข้ารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของข้าและมายังที่แห่งนี้”
เย่ฉีขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามออกมาการที่สายเืโบราณเช่นด้วงตาทองต้องหลบหนีจากใครบางคนนั้นเห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนต่อให้เป็เย่ฉีเองก็ยังไม่คาดคิดว่าคำตอบของเสี่ยวเฮยนั้นจะถึงขั้นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง!
“ผู้ที่ไล่ล่าข้าก็คือหนี่หลินหงขุนพลเกราะ์ชั้นที่ห้ายิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็ธิดาของจักรพรรดิ์เทียนจุน!”