สมรภูมิที่อลหม่านกลางป่าหมอกมายา (幻雾之森) บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเวทีร่ายรำของบุรุษลึกลับผู้หนึ่ง หลงเทียนเฟย (龙เทียน非) เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างกลางของคมกระบี่และพายุพลังปราณราวกับเป็นจิตวิญญาณของผืนป่าแห่งนี้เอง 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' (无序之眼) ของเขาทำให้เส้นทางการโคจรพลังปราณของสตรีทั้งสองกลุ่มปรากฏชัดเจนในสายตา มันคือภาพของสายน้ำเชี่ยวกรากสองสายที่เขาสามารถชี้นำให้ปะทะกันเองได้อย่างง่ายดาย'ช่างเป็นการร่ายรำที่สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงโดยแท้' เขาครุ่นคิดอย่างสบายอารมณ์ 'ตัวโน้ตบางตัวช่างไม่เข้าพวกเอาเสียเลย คงต้องช่วยปรับเสียงเล็กน้อย'ซูหนิง (苏宁) แห่งสำนักเมฆามรกต (云翠宗) โกรธจนไอพลังปราณรอบกายปั่นป่วน นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดทักษะของนางจึงพลาดเป้าไปอย่างน่าประหลาด "หลินเยว่ (林月) เจ้าใช้กลอุบายอันใดกัน""สำนักกระบี่วารีคราม (碧水剑宗) ของข้าไม่เคยใช้เล่ห์กลสกปรก" หลินเยว่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี "เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าที่ควบคุมพลังของตนเองไม่ได้"ความไม่ไว้วางใจได้กัดกินเหตุผลของพวกนางจนหมดสิ้น ซูหนิงรวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่พัดหยกในมือ "ในเมื่อปากแข็งนัก ข้าก็จะให้เจ้ายอมจำนนเอง"นางสะบัดพัดออกไปเบื้องหน้า ก่อเกิดเป็น 'พายุบุปผาเพลิง' อันเกรี้ยวกราด คลื่นความร้อนม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น มุ่งเข้าใส่หลินเยว่หวังจะเผาผลาญให้สิ้นซากหลงเทียนเฟยที่เห็นการโจมตีสุดกำลังนั้นกลับแย้มยิ้มที่มุมปากภายใต้หน้ากาก 'ช่างเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานที่น่าประทับใจนัก'เขามิได้คิดจะหลบหลีก แต่กลับก้าวเข้าไปในวิถีแห่งพลังนั้นอย่างจงใจ ในเสี้ยววินาทีนั้น 'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' (万象剑诀) ก็สำแดงอานุภาพที่แท้จริงกระบี่พลังปราณสีเงินครามนับร้อยเล่มที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ารอบกายของหลงเทียนเฟย มันมิได้พุ่งเข้าปะทะโดยตรง แต่กลับถักทอเป็นวังวนแห่งสายลมที่บิดเบือนมิติอย่างแนบเนียน ชักนำ กระแสของพายุบุปผาเพลิงให้หักเหทิศทางไปอย่างน่าอัศจรรย์"ศิษย์พี่ซูหนิง ระวัง" ซูเหมย (苏梅) ที่อยู่ด้านข้างร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนกพายุบุปผาเพลิงที่ควรจะโจมตีหลินเยว่ กลับหวนกลับมาพุ่งเข้าใส่ซูเหมย สหายร่วมสำนักของซูหนิงเองอย่างจังตูมมมซูเหมยถูกพลังกระแทกจนกระเด็นไปหลายเมตร แม้จะไม่บาดเจ็บสาหัสแต่ก็ทำให้วงล้อมของสำนักเมฆามรกตปั่นป่วนในทันที"นี่มัน...นี่มันวิชามารอันใดกัน" ซูหนิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางจ้องไปยังหลินเยว่ด้วยมือที่สั่นเทา "พลังของข้า...เหตุใดจึงหวนกลับมาทำร้ายคนของข้าเองได้"หลินเยว่เองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน นางกำลังจะใช้ 'คลื่นกระบี่วารี' สวนกลับไป แต่เมื่อเห็นภาพนั้นก็พลันชะงักงัน นางมองเห็นอย่างชัดเจนว่าทักษะของซูหนิงหักเหไปเองกลางอากาศ มันเป็นปรากฏการณ์ที่เหนือสามัญสำนึก'นี่แหละคือจังหวะ' หลงเทียนเฟยคิดอย่างเฉียบขาดขณะที่ทุกคนกำลังสับสนและตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คลื่นกระบี่วารีที่หลินเยว่เตรียมไว้แต่ยังไม่ได้ปล่อยออกไป ก็พลันถูกกระตุ้นด้วยพลังลึกลับที่มองไม่เห็น มันพุ่งทะยานออกไป แต่เป้าหมายกลับไม่ใช่ซูหนิง หากแต่เป็นกรงปราณที่กักขังลูกงูเอาไว้เพล้งกรงปราณแตกสลายออกเป็นเศษเสี้ยวพลังงาน ปลดปล่อยลูกงูเกล็ดทองให้เป็นอิสระ"แย่แล้ว" ทั้งสองฝ่ายอุทานขึ้นพร้อมกันความอลหม่านถึงขีดสุด ทั้งสองกลุ่มพุ่งเข้าหาลูกงูทันทีโดยไม่สนใจคู่ต่อสู้อีกต่อไปนี่คือโอกาสทองที่หลงเทียนเฟยรอคอย เขาโคจร 'ย่างก้าวเปลวเพลิง' (炎行步) อย่างเต็มกำลัง ร่างของเขาพุ่งทะยานผ่านใจกลางความวุ่นวายราวกับดาวตกสีชาดที่ไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นในเสี้ยววินาทีที่มือของเขากำลังจะสัมผัสกับร่างอันอ่อนนุ่มของลูกงูสายเลือดมังกรฟ้า (天龙古血) เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้นทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับเกล็ดสีทองอร่าม พลังงานบรรพกาลอันบริสุทธิ์และเปี่ยมด้วยความโกลาหล (混沌) ที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายเลือดของลูกงูก็พลันปะทุออกมา มันทำปฏิกิริยากับ 'กลิ่นอายไร้ตัวตน' (匿形之息) ของหลงเทียนเฟยอย่างรุนแรง ทำให้ทักษะพรางตัวที่เคยสมบูรณ์แบบเกิดอาการ 'สะดุด' ขึ้นอย่างกะทันหันวูบบร่างของหลงเทียนเฟยที่เคยพร่าเลือนไร้ตัวตน พลันปรากฏเป็นเงาร่างที่ชัดเจนขึ้นมาในชั่วพริบตาหลินเยว่ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดและมีสัญชาตญาณเฉียบคมที่สุด พลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองเห็น 'เงาร่างบุรุษปริศนา' ผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ คว้าจับลูกงูไปต่อหน้าต่อตา นางไม่อาจมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ 'หน้ากากจันทราไร้เงา' ที่พร่าเลือนนั้นได้ แต่เค้าโครงร่างและกลิ่นอายพลังงานที่แปลกประหลาดนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง"นั่นใคร" นางอุทานออกมาด้วยความสับสนหลงเทียนเฟยหัวใจหล่นวูบ 'บัดซบ' เขาไม่รอช้าแม้แต่เสี้ยววินาที เมื่อได้ลูกงูมาไว้ในครอบครอง เขาก็เปิดใช้งาน 'กลิ่นอายไร้ตัวตน' จนถึงขีดสุดอีกครั้ง ร่างที่เพิ่งปรากฏชัดขึ้นพลันสลายตัวกลายเป็นเพียงละอองหมอกจางๆ ที่ลอยหายไปกับสายลมอย่างเงียบเชียบและไร้ร่องรอย"เมื่อครู่นี้...ข้าเห็นเงาร่างบางอย่างพุ่งผ่านไป" ซูหนิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ"ข้าก็เห็น" หลินเยว่ยืนยัน พลางจ้องไปยังจุดที่เงาร่างนั้นหายไป "มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซง"ความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป แต่บัดนี้เป้าหมายได้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายหยุดโจมตีกันและเริ่มมองไปรอบๆ ด้วยความระแวง โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า "สมบัติ" ที่พวกเขาแย่งชิงกันได้ตกไปอยู่ในมือของบุรุษผู้เกียจคร้านที่สุดในป่าแห่งนี้เสียแล้วห่างออกไปหลายลี้ ในโพรงไม้โบราณที่ลับตาคน หลงเทียนเฟยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขามองลูกงูสีทองที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างสงบนิ่งด้วยแววตาที่ซับซ้อน'เฮ้อ...เกือบไปแล้ว วิชาพรางตัวดันมาสะดุดเอาในจังหวะสำคัญเสียได้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดยิ่งนัก' เขาครุ่นคิดพลางลูบหัวลูกงูเบาๆ 'แต่การลงทุนที่เหนื่อยหน่ายครั้งนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าเสียจริง ตอนนี้ก็แค่หาทางไปให้ถึงเส้นชัยในลำดับกลางๆ อย่างเงียบๆ ก็พอแล้ว จะได้ไม่ต้องมีเรื่องวุ่นวายมาตามรังควานข้าอีก'
(จบตอนที่ 30)