น้ำตาของชายร่างสูงผอมเหมือนคนขี้โรคร่วงเผาะสะอึกสะอื้นยืนก้มหน้าร้องไห้โดยมีบ่วงเชือกสวมอยู่ที่คอยกมือขึ้นจับปมไว้แน่นรูดเงื่อนเข้าชิดท้ายทอยก่อนจะหันไปมองรูปบุคคลสำคัญน้ำตานองหน้า
“คุณยายครับผมขอโทษ หลานคนนี้ไม่เข้มแข็งพอ ฮึกๆ”
เอโดะ ชิน ยืนจ้องรูปถ่ายในกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวเรียบไร้ลวดลายบนหลังตู้โชว์นานเท่านานภาพนั้นคือยายที่เขารักรอยยิ้มของคนที่ชุบเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ช่างสดใสดวงตาที่มีแต่ความเมตตาโอบอ้อมอารีและห่วงหาอาทรกำลังมองมาที่ตนเสียงอันอบอุ่นของยายยังคงดังก้องอยู่ในห้วงสำนึกและความทรงจำ
“ฮึกๆ ผมขอโทษครับยาย ผมมันคนไม่เอาไหน”ความเงียบเกิดขึ้นนานเท่านานก่อนเขาแหงนขึ้นมองเชือกที่ผูกอยู่บนขื่อคานไม่นานนักเสียงเก้าอี้ก็ล้มตึง
เอโดะชินนึกถึงสภาพตนเองในวันนั้นที่จ้องมองปลายเชือกอีกด้านอยู่นานก่อนถอดมันออกจากคอแล้วก้าวลงจากเก้าอี้มายืนมองมันที่เพิ่งล้มแล้วหันไปมองรูปยายเขาในตอนนั้นร้องไห้จนสะท้านทรวงความเ็ปแล่นวนอยู่กลางอก เดินลากสังขารตนไปหยิบเอารูปยายที่ตั้งอยู่มากอดเอนพิงตู้โชว์ค่อยๆปล่อยร่างผอมโซไหลลงจนไปนอนกองสะอื้นตัวงออยู่กับพื้นห้องที่หนาวเย็น
ร่างสูงยกแขนขึ้นปาดน้ำตานึกขอบคุณยายที่เลี้ยงเขามาั้แ่ยังเยาว์ทั้งยังทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้เขามากพอชนิดที่ว่าถ้าแต่งเมียเธอก็คงไม่อาย
เอโดะ ชินเป็หลานชายคนเดียวที่เกิดจากลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ แต่แม่ของชายหนุ่มจากไปเพราะอาการซึมเศร้าที่ยากจะเยียวยาหญิงสาวช้ำใจที่ผิดหวังในความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตัดสินใจฆ่าตัวตายเธอสู้กับอาการป่วยทางใจทนเลี้ยงชินน้อยต่ออีกสามเดือนและตัดสินใจทำแบบนั้นในวันที่พ่อของเขาแต่งงาน โดยที่ยายไม่รู้เลย
ยายเก็บเื่นั้นอยู่นานและเล่าให้หลานฟังเมื่อถูกชินคุงในวัยเด็กรบเร้าว่าพ่อกับแม่ไปไหนหลังจากคลอดเขาแล้วสามีก็ทิ้งไปมีคนใหม่ตอนชินคุงมีอายุเพียงหกเดือนเขาถามว่าเพราะแม่มีตนเองหรือเปล่าพ่อจึงทิ้งไป ยายได้แต่บอกว่าไม่เกี่ยว ผู้ชายไม่ดีก็คือผู้ชายไม่ดี
ยายรู้เห็นว่าผู้ชายคนนั้นแอบคบกับหญิงอื่นตั้งนานแล้วแต่เตือนลูกสาวไม่เคยฟังพอเธอท้องเขาก็ตีตัวออกห่างชัดเจน พอคลอดก็ไม่สนใจลูกทะเลาะกันบ่อยๆสุดท้ายก็ขนของออกไปเหตุผลเพราะว่าผู้หญิงคนนั้นช่วยเื่งานหลายอย่างและเชียร์ให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งที่ทัดเทียมและคู่ควรกับเธอเื่นี้ยายรู้เพราะเพื่อนร่วมงานของเขาอาศัยอยู่ละแวกบ้านยายเล่าให้ฟังและเื่ที่ยายไม่ได้คาดคิดก็มาถึง
วันนั้นชินจังเอาแต่ร้องไห้โยเยแต่แม่ของเขาก็ยังฝากยายเอาไว้แล้วทิ้งท้ายเพียงว่าฝากดูแลด้วยยายถามว่าจะไปไหนเธอก็ไม่ตอบตกเย็นก็ไม่กลับชินน้อยร้องไห้หนักจนยายใจหาย กดเบอร์โทรหาลูกสาวหลายครั้งก็ไม่รับจนต้องขอให้แม่ลูกอ่อนแถวนั้นช่วยให้นมแล้วรีบไปหาซื้อนมผงเพราะหลานชายยังไม่หย่านมเลย
ยายพยายามติดต่อลูกสาวจนโทรศัพท์ตัดแล้วก็ขาดการติดต่อจึงไปแจ้งความคนหายสี่วันให้หลังก็มีคนมาแจ้งข่าวร้ายยายถึงรู้ว่าแม่ของชินคุงนั่งรถไฟไปป่าแขวนคอหลังงานศพถึงได้รู้ วันที่ลูกสาวตนออกจากบ้านคือวันที่พ่อของชินน้อยแต่งงาน
‘ชินหลานอย่าเอาอย่างพ่อกับแม่นะลูก หลานต้องเข้มแข็งกว่าแม่และเป็ผู้ชายที่ดีกว่าพ่อหากหลานผิดหวังในความรักก็จงตั้งใจใช้ชีวิตให้มีความสุขเพื่อตัวเองอย่าทำเหมือนแม่เข้าใจใช่ไหม’
ร่างสูงนึกถึงคำพูดของยายที่พร่ำสอนหลายอย่างทั้งน้ำตาคลอเธอคือผู้หญิงที่เลี้ยงเขามาอย่างดีเมื่อวานเขาถูกความอ่อนแอครอบงำและเกือบทำเหมือนแม่ไปแล้ว ตอนนี้ก็เครียดจนอึไม่ออกนั่งแช่นึกเื่เก่านานจนเหน็บกินก่อนตัดสินใจลุกออกจากห้องน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยขยับเนกไทออกไปล้างหน้าล้างมือแล้วเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานเพื่อเก็บของของตนและเฝ้ารอเวลา
“นี่พวกนายจะออกจริงๆ เหรอแล้วใครจะช่วยงานเราล่ะ ั้แ่หมอนั่นเลื่อนตำแหน่ง ก็โอหังไม่ยอมช่วยงานเราเลย”เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างกันยืนกระซิบเหนือกำแพงกั้นพูดถึง ทาโคโร่ อาซุมะ ใน่สามเดือนที่เขาทนอยู่ที่นี่ เอโดะ ชินรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นภายในและตัวเขาบ้าง
ผู้หญิงคนนั้นประจบเ้านายให้เลื่อนตำแหน่งผู้ชายของตนขึ้นเป็หัวหน้าแล้วดันหัวหน้าคนเก่าลงมาเป็ผู้ช่วยทาโคโร่อาซุมะ นั่นทำให้เขาไม่พอใจยื่นใบลาออกส่วนคนที่ประจบคู่นั้นก็ได้เลื่อนเป็ผู้ช่วยเขาลูกน้องคนอื่นๆ อดได้ขึ้นเงินเดือนเพราะเธอบอกว่ายอดขายไม่ดีพอ หลายคนจำต้องทนและอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็เ้าของบริษัทไปแล้วหรืออย่างไร
สองคนนั้นเกือบจะมีสัมพันธ์สวาทกันในห้องน้ำยามเย็นตอนไม่รู้ว่าชินยังคงอยู่ทำโอทีเคลียร์เอกสารพอรู้ตัวก็ขุ่นเคืองทั้งที่เขาไม่ได้ผิดอะไรยิ่งหนึ่งเดือนเต็มก่อนสิ้นสุดการทำงานเขายิ่งโดนสองคนนั้นกดขี่เหยียดหยามและกลั่นแกล้งหนักเขาที่ทนเห็นหน้าคนที่ชอบไปกับผู้ชายไม่ได้อยู่แล้วก็รับไม่ไหวที่ทั้งสองรวมหัวกันดูถูกตนและเธอชอบยิ้มยั่วเหมือนแกล้งให้อีกฝ่ายหึงสุดท้าย ผู้ชายคนนั้นก็มาหาเื่จริงๆ พอเธอได้การใส่ใจตาม้าจากทาโคโร่ อาซุมะ แล้ว ทาคุมะ ฮิคารุ ก็มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยันทันที
“นี่ชินคุงนายจะเงียบอีกนานไหมฉันรอคำตอบจากปากนายนานแล้วนะ”
“ผมยื่นใบลาออกไปแล้วครับ บอสใหญ่ก็เซ็นแล้ว”
“นายได้งานแล้วเหรอ”
“ยังครับแต่เงินเดือนผมที่ทำงานที่นี่ั้แ่เรียนจบยังไม่ได้ใช้ก็มีหลายเดือนผมค่อยหางานใหม่ตอนสมองว่างนอนชิลอยู่บ้านก็ได้อีกอย่างบ้านคุณยายก็อยู่ย่านเศรษฐกิจบางทีผมอาจไม่ต้องลำบากเป็ลูกจ้างใครผมกินอยู่อย่างประหยัดก็อยู่ได้แล้ว”
“โห มิน่าล่ะนายถึงผอมอย่างนี้” เมื่อได้ฟังเื่เงินเดือนเพื่อนที่ข้ามผนังกั้นมาคุยก็รู้และเข้าใจถึงสภาวะความเป็อยู่ของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่ชื่อเอโดะ ชิน ทันที
“นี่ชินคุงหาอะไรดีๆกินบ้าง นายไม่ใช่คนขี้เหร่นะหล่อกว่าใครในออฟฟิศนี้ด้วยซ้ำ หมอนั่นที่หลงตัวเองนักหนายังสู้นายไม่ได้เลยด้วยแต่เพราะนายผอมไปเหมือนคนขาดสารอาหารดูขี้โรคแถมยังเอาแว่นมาบดบังใบหน้าทั้งที่ไม่ได้สายตาสั้นอีกเื่แว่นไม่เท่าไหร่แต่เื่ร่างกายสำคัญนะ เงินทำงานมาได้ก็ซื้อของดีๆ กินบ้าง”
“ผมไม่ค่อยอยากอาหารครับ ขอบคุณพี่มากที่เป็ห่วง”
“อือถ้านายว่าแบบนั้นก็แสดงว่านายไม่ได้ลำบากอะไรครอบครัวก็ไม่มีนี่นา เอาเถอะยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยฉันไม่รั้งนายไว้ที่นี่หรอก ฉันรู้นายมีความสามารถแต่โดนกด ฉันก็แค่เป็ห่วงว่านายจะอยู่ยังไงมากกว่าไอ้เราก็นึกว่าที่บ้านลำบากจนต้องอยู่อย่างอดอยากปากแห้ง โธ่ที่แท้ไม่ใช้เงินเล่นซะผอมเชียว”ว่าแล้วเขาก็ส่ายหน้าในขณะที่อีกคนยิ้มอ่อนแววตาเศร้า เพื่อนร่วมงานคนนั้นกล่าวอวยพรกับชินคุงแล้วนั่งลงทำงานต่อ