ตอนที่ 65 ยังขาดประสบการณ์
‘ดาร์ค...นี่นายคิดจะเอาจริงแล้วสินะ’ทีช ที่ยืนใกล้ๆ กำลังรักษาบาดแผลที่ขาของตัวเองอยู่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าร่วมศึกระหว่างดาร์คกับชนา ตัวของทีชในเวลานี้เขากำลังรู้สึกเหมือนตัวเองไม่คู่ควรที่จะเป็นหัวหน้าของคนเหล่านี้เลยเขากำลังรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ฝีมือแต่ทีชไม่ใช่คนเดิมที่มีอารมณ์ขี้หงุดหงิดหรืออารมณ์แบบเด็กๆ อีกแล้วในเวลานี้เขากำลังรู้สึกถึงแรงผลักดันและความรับผิดชอบ เขาอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าตัวเขาสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับยอดฝีมือได้
‘อาจารย์ต้วน...อิปคุง...ข้าจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองคนต้องผิดหวัง!’ทีชได้สาบานในใจเวลานี้เขากำลังตัดสินใจที่จะทำบางอย่างเขาคิดที่จะผนวกมวยสากลสไตล์ของอิปคุงเข้ากับพลังลมปราณในเกมเขาคิดที่จะสร้างการเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่
เพียงแต่ทีชกลับไม่รู้ว่าเขากำลังจะค้นพบความสามารถของตัวเองบางอย่างจะเรียกว่าพรสวรรค์ที่ติดตัวเขามานานแล้วแต่เขากลับไม่รู้ตัวความสามารถที่เขาเคยแสดงออกมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนลงดันเจี้ยนตอนปราบบอสลับโกลเลมพิภพ
......
อิจิโนเสะที่ปล่อยพลังและฝีมือออกมาอย่างเต็มที่เวลานี้เธอกำลังครองเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดโทคุโตะนั้นเสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมจากเปลวเพลิงที่อิจิโนเสะปล่อยออกมา
พื้นที่โดยรอบจากเดิมที่เป็นทุ่งหญ้าเวลานี้หญ้าที่มีสีเขียวชอุ่มกลับกลายเป็นทุ่งหญ้าที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยรอยไหม้กลิ่นไหม้และควันไฟลอยฟุ้งขึ้นสูง เวลานี้โทคุโตะยืนอยู่ด้วยสภาพร่อแร่ส่วนอิจิโนเสะนั้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเขาโดยมีข้างหลังเป็นเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้ฉากนี้จะเป็นฉากที่โทคุโตะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต เพราะผู้หญิงตรงหน้าเขาคนนี้ทั้งน่าเกรงขามและสง่างามเธอสมกับคำว่าเพอร์เฟคอย่างแท้จริง
“เธอ...ชื่ออิจิโนเสะใช่มั้ยข้าจะจดจำเอาไว้...สักวันหนึ่งเธอจะต้องเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าของเกม LC แน่ๆ” โทคุโตะเอ่ยขึ้น
“งั้นเหรอ...ข้าเอาชนะนายได้แต่ก็ยังไม่ได้เป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าอีกงั้นเหรอ”
“ชนะ?ฮ่าๆๆๆ เธอเก่งข้ายอมรับแต่เธอยังไม่เข้าใจการประลองแบบตัวต่อตัวดีเท่าไหร่” โทคุโตะพูดพร้อมกับเปลี่ยนท่าจับดาบใหม่เล็กกน้อย
“เธออาจจะเอาชนะข้าได้จริงๆแต่คงไม่ใช่วันนี้!”
ดาบคลื่นจิตขั้นที่ 2!
สิ้นเสียงปรากฏว่าโทคุโตะตวัดดาบออกมาแต่ครั้งนี้การตวัดดาบของเขามีบางอย่างแตกต่างไปเล็กน้อย อิจิโนเสะสกัดการโจมตีด้วยการยกดาบมากันไว้ หลังจากนั้นเธอก็พุ่งเข้าประชิดแล้วโจมตีสวนกลับ
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
การดวลดาบเกิดขึ้นอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้อิจิโนเสะกลับรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
‘ท่วงท่าเพลงดาบเหมือนเดิมมีแค่พลังที่เพิ่มขึ้น แต่ทว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่ารับมือได้ยากขึ้นกันละ’
อิจิโนเสะที่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เธอเริ่มโจมตีด้วยความระมัดระวังมากขึ้นทำให้โทคุโตะยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาชื่นชมจากใจจริงว่าผู้หญิงตรงหน้าเก่งกาจมากจริงๆเพราะเธอสามารถรู้ตัวว่ามีบางอย่างแปลกไปได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คิด
“รู้ตัวไวดีนะแต่ถึงจะรู้ไปเธอก็ป้องกันไม่ได้หรอก...เพราะเธอยังขาดประสบการณ์ในการประลองอยู่...”
ฉัวะ!
อิจิโนเสะเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงถูกโจมตีเข้าที่แขนได้แต่เธอรักษาสติเอาไว้พร้อมกับพุ่งตัวถอยหลังเตรียมจะกลับตั้งหลักก่อน แต่ทว่าใบหน้าของโทคุโตะยิ้มขึ้นพร้อมกับอาศัยช่องโหว่เพียงชั่วพริบตาที่อิจิโนเสะกำลังจะถอย
ดาบคลื่นจิตขั้นที่ 2!
วูบบบบ!
เปรี๊ยง!
โอ๊ย!
อิจิโนเสะตอบโต้ได้ทันท่วงทีโดยการยกดาบขึ้นมาป้องกันแต่ทว่าเนื่องจากแขนของเธอถูกฟันเข้าตรงจุดสำคัญทำให้การโคจรลมปราณติดขัดเธอจึงไม่อาจใช้พลังปราณมาช่วยป้องกันการโจมตีที่รุนแรงจากโทคุโตะได้ส่งผลให้ดาบในมือของเธอถูกคลื่นพลังจิตที่โทคุโตะปล่อยออกมากระแทกจนดาบหลุดออกจากมือของเธอพร้อมกับที่ข้อมือของเธอหัก
อิจิโนเสะกุมมือพร้อมกับมีแสดงสีหน้าเจ็บปวดข้อมือเธอหักแล้วเธอจะจับดาบขึ้นมาสู้ต่อได้ยังไงถึงแม้นี่จะเป็นเกมที่วัดกันที่ค่าพลังเลือดของตัวละครแต่ทว่าสำหรับอาการบาดเจ็บต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างต่อสู้กลับเสมือนจริงหากข้อมือหักแล้วไม่รักษาเสียก่อนย่อมไม่อาจจับดาบได้มั่นคงยังไม่ต้องพูดถึงเลยว่าอีกฝ่ายเป็นสายพลังจิตที่มีเกราะป้องกันแน่นหนาหากไม่สามารถจับดาบได้มั่นคง คงโจมตีอกฝ่ายไม่ได้อย่างแน่นอน
“รู้หรือเปล่าว่าทำไมเธอถึงแพ้?”โทคุโตะ ถามอิจิโนเสะ
“นายจะบอกว่าเพราะประสบการณ์สินะแต่ข้าเองก็เล่นเกมตั้งแต่สมัยเกม MO เลยนะ”
“ข้าดูออกว่าเธอเล่นเกมมานานและน่าจะเป็นผู้เล่นชั้นยอดแต่สำหรับพวกเราที่เป็นนักกีฬานั้นต่างกัน พวกเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ฝึกฝนการต่อสู้และความรู้ต่างๆเพื่อเอาชนะศัตรูในการประลองมาโดยเฉพาะ”
“ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดีเมื่อสักครู่นายมีบางอย่างผิดปกติชัดๆ หรือนายจะบอกว่านายพึ่งจะเอาจริง”
“เปล่าเลยข้าเอาจริงแต่แรกแล้วเพียงแต่ข้าผ่านการต่อสู้ลักษณะนี้มามากย่อมมีวิธีการต่อสู้ที่หลากหลายกว่าเมื่อสักครู่ข้าแค่ปรับความเร็วเพลงดาบของข้าให้ช้าบ้างไวบ้างสลับกันไปทำให้เธอจับจังหวะไม่ถูกแค่นั้นเอง”
‘งี้นี่เอง...ประสบการณ์งั้นเหรอ...คงจะบอกว่าต่อให้เรารู้ถึงสิ่งผิดปกติแต่ด้วยประสบการณ์ในการต่อสู้น้อยเราย่อมไม่อาจตามจังหวะของเขาได้ทัน’
“ดูจากสีหน้าเธอคงเข้าใจแล้วละสิ”โทคุโตะ ยิ้มให้ที่เห็นว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนโง่ แถมยังฉลาดเอามากๆเขาแนะนำให้นิดหน่อยก็ดูเหมือนเธอจะเข้าใจแล้ว
“ว่าไงเริ่มอยากเข้าวงการอีสปอร์ตบ้างรึยังข้าแนะนำให้เธอเข้าทีมโฮมของเราได้นะ หรือถ้าเธอยังไม่สนใจงั้นย้ายมาอยู่กิลมังกรผงาดมั้ยหัวหน้าของพวกเราน่ะเป็นถึงรองกัปตันทีมโฮมเชียวนะเขาสามารถสอนเธอได้มากกว่านี้แน่”
อิจิโนเสะที่ได้ยินถึงกับตะลึงเธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชวนเธอง่ายๆแบบนี้ แถมยังบอกอีกว่าจะให้เธอเข้าทีมโฮมอีสปอร์ต ซึ่งเป็นทีมอันดับต้นๆ ของโลก
.....
หานตงที่กำลังรับมือเรดอยู่เมื่อเห็นว่าอิจิโนเสะตกเป็นรองเขาก็เริ่มกังวลเล็กน้อยเพราะหากโทคุโตะมาร่วมมือกับเรดละก็เขาไม่มั่นใจว่าจะรับมือไหว แผนของหานตงคือมาตัดกำลังกิลมังกรผงาดโดยการฆ่ากวนอูแต่ในเวลานี้อย่าพูดถึงเรื่องไปฆ่ากวนอูเลย เขาที่กำลังต่อสู้กับเรดถึงจะไม่ลำบากมากนักแต่ทว่าเรดกลับหลบจุดตายได้บ่อยครั้งทำให้ตัวเขาเองเริ่มจะหงุดหงิดที่เรดไม่ยอมตายสักทีหานตงจึงพยายามเร่งมือมากขึ้นเขาหวังว่าจะรีบจัดการเรดให้ได้ก่อนที่โทคุโตะจะมาสมทบ
แต่สำหรับเรดเขารู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองสู้หานตงไม่ได้แต่อย่าลืมว่าตัวเขาเป็นถึงนักกีฬาตัวจริงของทีมโฮม ในเมื่อกุนซือของเขา ‘จุนซู’บอกให้เขาถ่วงเวลาหานตงเอาไว้ เขาย่อมสามารถทำได้
‘เหอะแค่ถ่วงเวลาข้าทำให้เจ้าได้แน่ แต่หากหวังให้ข้าเอาชนะหมอนี่คงเป็นไปไม่ได้!’ เรดคิดในใจ เวลานี้เขาได้บรรลุสิ่งที่กุนซือของเขาต้องการแล้ว
“แก...คิดจะสู้แบบถ่วงเวลาแต่แรก!”หานตงที่รู้ตัวตวาดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“ฮ่าๆๆเป็นไงละฝีมือของลูกพี่คนนี้ใช้ได้มั้ย” เรด หัวเราะอย่างชอบใจ
“หุบปาก!ต่อให้จิ้งหยางมาเอง มันยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่าลูกพี่ต่อหน้าข้าคนนี้!”
“ฮ่าๆๆๆเจ้าน่ะคิดผิดแล้วละที่ไม่พาน้องสาวมาด้วย” เรด พูดถึงน้องสาวของหานตงเพราะเธอนั้นอยู่ในระดับยอดฝีมือเช่นเดียวกันซึ่งหากเธออยู่ด้วยในวันนี้สถานการณ์คงไม่แย่แบบนี้
“ไอ้พวกมังกรผงาดชักจะได้ใจเกินไปแล้วรับมือ!” หานตง พูดจบก็โจมตีใส่เรดอีกครั้ง
ทั้งคู่สู้กันรุนแรงมากขึ้นซึ่งเรดที่เป็นรองเริ่มปรากฏบาดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวเขากลับกำลังสู้ไปยิ้มไปเพราะเขารู้แล้วว่าเวลาที่เขาสร้างให้เพียงพอแล้ว
จุนซูที่แอบยืนดูสถานการณ์อยู่ตลอดโดยไม่ได้เข้ามาร่วมต่อสู้เพราะตัวเขามีเพียงมันสมองอันชาญฉลาดเท่านั้นเวลานี้เขากลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางสนามรบแล้วพูดขึ้น
“จอมเวท!หันไปจัดการหมอนั่น ส่วนทหารและคนอื่นไปจัดการเธอคนนั้น!”
จุนซูได้ออกคำสั่งกับสมาชิกและทหารของกิลมังกรผงาดเขาสั่งให้จอมเวทไปลุมสมิทที่มีพลังป้องกันทางกายภาพแข็งแกร่งแต่สำหรับพลังเวทสมิทย่อมไม่สามารถรับมือได้เมื่อจอมเวทหันไปถล่มเวทมนตร์ใส่สมิททำเอาสมิทถึงกับต้องหนีหัวซุกหัวซุนและในที่สุด
ตูม!
อ๊ากกกก!
สมิทถูกเวทมนตร์โจมตีเข้าเต็มๆจนกระเด็นออกไปไกลตัวเขานอนแน่นิ่งไม่ขยับซึ่งไม่มีใครทราบว่าเขาตายไปแล้วหรือแค่สลบไปกันแน่
เมื่อหันไปมองทางปรางจีที่ในตอนแรกเธอใช้เสือดำและเจ้าเป็ดน้อยไล่ป่วนกลุ่มจอมเวทอย่างเมามันเวลานี้กลับกำลังโดนล้อมด้วยเหล่าทหารและอัศวินที่ตั้งโล่ป้องกันการโจมตีของเสือดำและเวทมนตร์ของเป็ดน้อยเวลานี้สถานการณ์ของเธอกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
......
การต่อสู้ในหลายจุดต่างพลิกสถานการณ์ไปมาไม่หยุดแต่ทว่ามีเพียงสองจุดที่สถานการณ์คงที่ตั้งแต่ต้นจนจบ จุดแรกคือองค์หญิงผิงหยางกับกวนเป๋งกวนเป๋งกวัดแกว่งทวนในมือรับมือองค์หญิงผิงหยางได้อย่างสูสีตัวเขานั้นถึงขนาดกำลังครองความได้เปรียบองค์หญิงผิงหยางอยู่นิดหน่อยด้วยแต่องค์หญิงผิงหยางเองก็ไม่ยอมแพ้เธอเป็นแม่ทัพที่มีใจสู้ไม่ต่างจากผู้ชายถึงแม้เธอจะรู้ว่าพละกำลังของเธอเป็นรอง แต่เธอก็บุกใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ย่อท้อแม้ว่าจะเกิดบาดแผลขึ้นสักกี่แผลเธอที่เป็นผู้หญิงกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ทำให้กวนเป๋งเริ่มรู้สึกทึ่งและชื่นชมเธออยู่ในใจเขาที่อยู่ในยุคของสงครามที่ยิ่งใหญ่อย่างสามก๊กกลับไม่เคยพบผู้หญิงที่มีความองอาจ ความกล้าหาญและใจที่ฮึดสู้ขนาดนี้มาก่อนและที่สำคัญดูเหมือนยิ่งสู้องค์หญิงผิงหยางยิ่งดูเหมือนจะเก่งมากขึ้นเรื่อยๆกวนเป๋งจึงเริ่มรู้สึกร้อนใจเขาไม่คิดว่าผู้หญิงตรงหน้าจะพัฒนาได้เร็วขนาดนี้
ส่วนอีกจุดที่สถานการณ์นับว่าคงที่มากที่สุดคือกวนอูฮิเดโยชิ และลิบองกวนอูกำลังแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าต่อให้มีแม่ทัพระดับโลกถึงสองคนมากลุ้มลุมเขาแต่เขาก็ไม่หวั่นเขาสามารถรับมือแบบสองต่อหนึ่งได้อย่างสูสี ถึงจะบอกไม่ได้ว่าเขาได้เปรียบแต่ก็ไม่เสียเปรียบอย่างแน่นอน
ความจริงลิบองและฮิเดโยชินั้นพึ่งเคยพบกันครั้งแรกจึงทำให้การโจมตีประสานทำได้ไม่ดีมากนักแต่พวกเขาที่เป็นถึงแม่ทัพชั้นยอดย่อมไม่อาจยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างลำพังที่พวกเขากำลังลุมคนคนเดียวแต่กลับไม่อาจเอาชนะได้พวกเขาทั้งสองคนก็รู้สึกแย่มากแล้วแต่ทว่าสำหรับพวกเขาสงครามก็คือสงครามและนี่ไม่ใช่การท้าดวลหรือการประลองพวกเขาจึงทำเป็นหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วร่วมมือกันพยายามเอาชนะบุคคลตรงหน้า
เพียงแต่ว่าดูเหมือนที่เขาบอกว่ากวนอูมีเรี่ยวแรงมหาศาลเหมือนกับยักษ์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงเพราะต่อสู้มานานขนาดนี้แล้วแต่เรี่ยวแรงกลับยังดูเหมือนเต็มเปี่ยมอยู่เลยฮิเดโยชิและลิบองได้แต่แอบคิดว่าหากยื้อแบบนี้ต่อไปพวกเขาอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเองก็ได้
*ลิบอง เป็นหนึ่งในแม่ทัพคนสำคัญของง่อก๊ก มีความเก่งกาจและเฉลียวฉลาดลิบองมีฐานะยากจน เกิดที่เมืองยีหลำแห่งอิจิ๋วเริ่มต้นโดยไต่เต้าจากการเป็นทหารเลวตั้งแต่อายุ 16 ปีครั้งหนึ่งลิบองได้หุนหันพลันแล่นจนไปตัดหัวของทหารรุ่นพี่คนหนึ่งที่พูดจาดูถูกเขาต่อหน้าลิบองจึงหนีคดีไปหลบซ่อนตัว แต่กลับถูก ‘ซุนเซ็ก’ หาเจอแล้วเกลี้ยกล่อมจนลิบองยอมสวามิภักดิ์เมื่อหมดยุคของซุนเซ็กก็มาถึงยุคของ ‘ซุนกวน’ และ ‘จิวยี่’ ลิบองได้แสดงฝีมือหลายครั้งจนกระทั่งซุนกวนไว้ใจให้นำทัพจัดการเรื่องสำคัญต่างๆเมื่อยังหนุ่มลิบองนั้นแทบไม่มีความรู้ในเรื่องตำราเลยเนื่องจากเป็นผู้ไม่มีการศึกษาจนซุนกวนสั่งให้ลิบองศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
ครั้งหนึ่ง ‘โลซก’ที่เป็นกุนซือมีชื่อของง่อก๊กได้ดูหมิ่นความรู้ของลิบองแต่เมื่อได้ลองเจรจาแล้วกลับพบว่าลิบองมีความคิดความอ่านที่ลึกซึ้งและยังเชี่ยวชาญกลศึกที่แยบคาย จนโลซกต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ต่อมาลิบองได้สร้างผลงานสำคัญที่ทำให้ตัวเขามีชื่อเสียงมาถึงปัจจุบันคือการวางแผนยึดเกงจิ๋วและการจับตัวกวนอู จนทำให้กวนอูถูกซุนกวนสั่งประหารชีวิตในที่สุดโดยที่ลิบองนั้นแทบจะไม่สูญเสียไพร่พลเลย ทำให้ซุนกวนชื่นชมในตัวลิบองมากยิ่งขึ้นแต่ทว่าลิบองกลับเสียชีวิตจากโรคภัยหลังจากยึดเกงจิ๋วได้ไม่นานในวรรณกรรมเล่าว่าลิบองเสียชีวิตจากการถูกวิญญาณกวนอูเข้าสิงกลางงานเลี้ยงที่ซุนกวนจัดให้เพื่อฉลองชัยชนะแต่แท้จริงแล้วในจดหมายเหตุตามประวัติศาสตร์ลิบองนั้นเสียชีวิตด้วยอาการป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุในขณะที่เขาอายุได้42 ปี โดยซุนกวนยกตำแหน่งเจ้าเมืองลำกุ๋นและฉานเหลิงพร้อมเงินหนึ่งแสน และทองคำอีกห้าร้อยชั่ง แต่ทว่าลิบองยังไม่ทันได้รับก็เสียชีวิตไปก่อนซึ่งก่อนเสียชีวิตลิบองได้ยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้แก่ทางการ