ระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง

    การต่อสู้ 5

    ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ

    ในลานประลองด้านล่าง เงาดำมากมายที่เป็นหน่วยลับของตระกูลอู๋พุ่งเข้าโจมตีทุกคนด้านล่างทันที ทำให้หลายคนไม่สามารถช่วยเหลือเล่ยเฉินได้ พวกมันคือหน่วยลับของตระกูลอู๋ ผู้เชี่ยวชาญด้านความว่างเปล่าและการลอบสังหาร

    ขณะเดียวกัน เล่ยเฉินฟันหัวของเงาดำตนหนึ่งที่เขามาขัดขวางเขาจนขาดสะบั้น ก่อนจะหันไปมองอู๋จ้าวที่ลอยอยู่เบื้องหน้าพร้อมปลดปล่อยออร่าของปีศาจออกมา

    แต่ในดวงตาของเล่ยเฉินไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงแสงสีทองที่เริ่มสว่างวาบ เขาระเบิดพลังเต็มที่ ปล่อยออร่าสีทองคำทะยานสู่ฟ้า

    อีกด้านหนึ่ง อู๋จ้าวยื่นมือออกไปในอากาศ ก่อนจะดึงดาบสีแดงดำออกมาจากความว่างเปล่า

    “จงจดจำชื่อของข้าไว้ให้ดี...” อู๋จ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ข้าคือคนที่แย่งคู่หมั้น แย่งอาจารย์ของเจ้า รวมถึงแย่งแม่ของเจ้า..”

    “และข้าคือคนที่ฆ่าพ่อของเจ้าด้วย! ตายซะ ไอ้มดชั้นต่ำ!!”

    ทันใดนั้น อู๋จ้าวฟันคลื่นดาบสีแดงดำใส่เล่ยเฉิน เป็นเส้นตรงสายเดียวพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วและแรงมหาศาล แต่ระยะโจมตีของมันแคบเกินไป เล่ยเฉินเพียงเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างง่ายดาย มีเพียงคลื่นลมจากแรงฟันที่ปะทะโดนร่างเขาเล็กน้อยเท่านั้น

    แต่ขณะนั้นเอง อู๋จ้าวพลันปรากฏตัวตรงหน้าของเล่ยเฉิน ดาบสีแดงดำในมือของเขาฟันลงมาเป็นเส้นตรงพร้อมเสียงแหวกอากาศอันแหลมคม

    เล่ยเฉินตั้งกระบี่ขึ้นในแนวนอนรับการโจมตีเอาไว้ได้ฉิวเฉียด

    ติงงง!!

    เสียงกระบี่ปะทะกับดาบดังก้องราวกับสายฟ้าฟาด

    พื้นลานประลองสั่นสะเทือน แรงปะทะรุนแรงจนพื้นลานประลองร้าวเป็นเส้นยาว ดาบในมืออู๋จ้าวเปล่งแสงสีแดงดำราวปีศาจคลั่ง และกระบี่ในมือของเล่ยเฉินเปล่งแสงสีทองขาวราวกับเทพพระเจ้า

    ฟุบ! เคร้ง!!

    ทั้ง 2 ฟันดาบใส่กันราวกับฟ้าจะถล่ม ดาบของอู๋จ้าวเต็มไปด้วยพลังปีศาจที่อัดแน่นจากการบ่มเพาะระดับราชานักบุญ ส่วนของเล่ยเฉินนั้น แม้จะต้านไว้ได้ แต่แค่การรับดาบเดียวของอู๋จ้าวก็ทำให้กระดูกแขนของเขาร้าวทันที! ความเจ็บปวดแปลบๆ แล่นทะลุจากแขนสู่กระดูกกลางหลังทันที

    แต่เล่ยเฉินไม่แม้แต่จะร้องออกมาหรือแสดงสีหน้าใดๆ แม้แต่น้อย เขาอดทนต่อความเจ็บก่อนกัดฟันแน่นและใช้จังหวะสั้นๆ สวนกลับด้วยการเหวี่ยงขาขึ้นมาเตะสวนเข้าที่เอวของอู๋จ้าวทันที

    อู๋จ้าวเบี่ยงตัวหลบได้ฉิวเฉียด เปิดจังหวะให้เล่ยเฉินกินยารักษาทันที ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง

    ตูม! ติง! ตูม! ติง!

    คราวนี้ไม่ใช่แค่กระบี่กับดาบเท่านั้นที่ปะทะกัน แต่เป็น ความเร็ว พลังจิตวิญญาณ ทักษะการต่อสู้ ชั้นเชิง และอื่นๆ

    เสียงกระบี่ปะทะกับดาบดังขึ้นอย่างรุนแรงโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง คลื่นพลังสีทองและสีแดงดำแผ่กระจายไปทั่วลานประลอง แรงปะทะจากการต่อสู้รุนแรงจนไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้อีก ทุกคนต่างถูกแยกออกไปตามหน้าที่ของตัวเอง

    ผู้นำของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะและบรรพบุรุษกำลังต่อสู้กับบรรพบุรุษตระกูลอู๋

    เจ้าแห่งยอดเขาและผู้อาวุโสผู้พิทักษ์คนอื่นๆ กำลังต่อสู้กับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากกองกำลังพันธมิตร

    ศิษย์คนอื่นของหานหมิงรวมถึงผู้อาวุโสหลักก็กำลังต่อสู้กับหน่วยลับของตระกูลอู๋รวมถึงธิดาแห่งโชคชะตาภายใต้อู๋จ้าวอยู่

    ในขณะที่ศูนย์กลางลานประลอง... การต่อสู้ของเล่ยเฉินกับอู๋จ้าวยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด

    แม้จะสูสี แต่ใครๆ ก็เห็นได้ชัดว่าอู๋จ้าวได้เปรียบกว่า เขาเหนือกว่าในด้านพลังบ่มเพาะอย่างสิ้นเชิง

    ทว่าร่างกายของอู๋จ้าวกลับเต็มไปด้วยบาดแผลจากการโจมตีเล็กๆ น้อยๆ ที่เล่ยเฉินสวนกลับทุกครั้งหลังการปะทะ เล่ยเฉินนั้นมีความเฉียบคมกว่า ทุกการฟัน ทุกการแทง ล้วนมีเป้าหมายในจุดตาย ลำคอ หัวใจ ตันเถียน ข้อต่อ จุดไหลเวียนพลัง

    ทุกครั้งที่รับดาบ เขาจะสวนกลับด้วยปลายกระบี่ที่เฉือนเข้าจุดไหลเวียนหลังวิญญาณเล็กๆ แทงเข้าข้อพับ ข้อมือ ต้นขา เขาเน้นฟันใส่จุดข้อต่อ เส้นประสาท หรือจุดสมดุลของร่างกาย

    เขานำประสบการณ์ในการฝึกจากหานหมิงมาใช้ทุกอย่าง ทุกวิธีหรือจุดอ่อนที่เขาถูกหานหมิงโจมตีเขานำมาปรับใช้กับอู๋จ้าวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    แต่ถึงอย่างนั้น... อู๋จ้าวยังเหนือกว่าในเรื่องพลัง เพราะนี้ไม่ใช่อัจฉริยะธรรมดาแต่เป็นคนที่ได้รับการส่งเสริมโดยระบบ

    ตูมมมม!!

    เล่ยเฉินถูกกระแทกจนกระเด็นไปติดกับพื้น เลือดไหลออกจากบาดแผลที่ท้อง เขารีบหยิบยาออกจากแขนเสื้อขึ้นมากลืนลงไปทันที ร่างกายที่บอบช้ำก็ฟื้นฟูกลับมารวดเร็วราวปาฏิหาริย์

    แต่ขณะนั้นเอง ร่างอู๋จ้าวคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมหายใจด้วยความเหนื่อยและเริ่มหัวเสีย เมื่อเลือดไหลออกจากบาดแผลนับไม่ถ้วนทั่วตัว อู๋จ้าวมองเล่ยเฉินด้วยสายตาเกลียดชังก่อนตะโกนลั่น

    "ไอ้ขยะ! แกกล้าใช้พิษกับข้างั้นเหรอ!"

    "ได้! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"

    ทันใดนั้นอู๋จ้าวรวบรวมพลังปีศาจมาที่ตัวเองก่อนที่แผลบนร่างของเขาก็ค่อยๆ หายไป พร้อมพลังปีศาจที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าเขาเป็นอมตะ

    “ข้าจะเอาหัวของเจ้า กลับไปห้อยไว้ที่หน้าเมืองของตระกูลอู๋ด้วยตัวข้าเอง!!”

    "ย๊าาาาาาาาาาา!!"

    เสียงคำรามของอู๋จ้าวดังก้องไปทั่วสนามรบ ร่างของเขาหายวับไปในอากาศพุ่งเข้าใส่เล่ยเฉินอย่างรวดเร็ว
    ดาบถูกยกสูงก่อนจะฟาดลงมาจากฟากฟ้า แรงอัดกระแทกจนความว่างเปล่าแตก เล่ยเฉินที่รับการโจมตีนั้นก็ทำให้กระดูกสันหลังร้าว เลือดทะลักออกจากปาก

    ตูมมมมมม!!

    เสียงระเบิดของแรงกระแทกดังกึกก้อง ร่างเล่ยเฉินถูกอัดกระเด็น ลงไปกระทบกับพื้นจนพื้นลานถล่มเป็นวงกว้าง ก่อนที่เล่ยเฉินจะลุกขึ้นและถอยออกไป

    นี้เป็นอีกหนึ่งจังหวะที่อู๋จ้าวฟันเล่ยเฉินจนมุมอีกครั้ง อู๋จ้าวตัดสินใจใช้พลังเต็มที่รวบรวมพลังปีศาจทั้งหมดใส่ดาบ ก่อนจะพุ่งไปหาเล่ยเฉินอย่างรวดเร็ว

    ความเร็วของเขาในตอนนั้นรวดเร็วเกินกว่าสายตาจะตามทัน แม้แต่เล่ยเฉินเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว

    ติงงง!!

    แต่ร่างกายของเล่ยเฉินที่รับดาบของอู๋จ้าวมาหลายต่อหลายครั้ง มันทำให้กล้ามเนื้อของเขาได้เรียนรู้... และกล้ามเนื้อของเขาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ!

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!!

    ดาบของอู๋จ้าวฟันลงมากระแทกพื้นจนแตกกระจาย ความว่างเปล่าบริเวณนั้นราวกับถูกฉีกขาด ดาบนั้นยังทำลายกระดูกแขนของเล่ยเฉินจนละเอียด!

    เลือดไหลทะลักจากทุกส่วนของร่างกาย เขาแทบจะยืนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว แต่ดวงตาของเขายังเต็มไปด้วยสติและความเยือกเย็น และตัวของเล่ยเฉินก็รอจังหวะนี้มานานแล้ว

    เล่ยเฉินค่อยๆ เอียงกระบี่ของเขาลงเล็กน้อย แรงทั้งหมดจากดาบของอู๋จ้าว ไหล ไปข้างตัว แรงทั้งหมดที่อู๋จ้าวใช้ในการโจมตีครั้งนี้ไหลตามคมดาบของเล่ยเฉินไปอย่างไร้ผล กลายเป็นเพียงน้ำไหลผ่านกระจก

    ดวงตาของอู๋จ้าวเบิกกว้างทันทีที่เห็นดาบของเขาไหล ลงไปตามดาบของเล่ยเฉิน เขาเสียหลักเพียงครู่เดียว และแค่นั้นก็พอแล้วสำหรับเล่ยเฉิน!

    เล่ยเฉินตวัดกระบี่ขึ้นอย่างไร้ความลังเล แทงเข้าใส่หัวใจของอู๋จ้าว บิดมุมเล็กน้อยก่อนจะดึงกลับ

    ฉีก!

    เลือดสีแดงสดของเล่ยเฉินพุ่งออกมาเป็นสาย!

    "อ๊าาาาาาาาาาา!!"

    อู๋จ้าวที่เหมือนจะตายไปแล้วกลับ คำรามอย่างเกรี้ยวกราด เขาฟันสวนกลับไปที่แขนของเล่ยเฉิน แขนข้างซ้ายของเล่ยเฉินขาดกระเด็นกลางอากาศ! เลือดพุ่งกระเซ็นกลางอากาศ และอู๋จ้าวเตรียมจะฟันต่อให้ตัวของเล่ยเฉินขาดครึ่ง

    เล่ยเฉินในตอนนี้เขาควบคุมการหายใจแม้ว่าความเจ็บปวดจะทำให้ดวงตาของเขาพร่ามัว แต่ดวงตาของเขายังคงเยือกเย็น

    เขาใช้แขนอีกข้างที่ถือกระบี่ตวัดสวนเข้าใส่คอของอู๋จ้าวในพริบตา

    แต่ในวินาทีสุดท้าย… ทันใดนั้น จางฟู่ หญิงสาวที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว กลับพุ่งตัวเข้ามาจากด้านข้าง หวังจะหยุดกระบวนท่านั้นเอาไว้ด้วยร่างกาย โดยหวังว่าเล่ยเฉินจะเห็นใจนางอีกสักครั้ง เพราะตอนนี้นางเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นหลังจากถูกฆ่าไปหลายครั้งและนี้คือชีวิตสุดท้ายของนางแล้วด้วย

    เมื่อ ร่างของจางฟู่พุ่งเข้ามาขวางดาบของเล่ยเฉินเอาไว้! ภาพความทรงจำมากมายผุดขึ้นในหัวเขาเหมือนน้ำป่าทะลัก ภาพในอดีตที่แสนหอมหวานผุดขึ้นมาในหัวของเล่ยเฉินอีกครั้ง

    "ท่านอาจารย์ ท่านจะแต่งงานกับข้าไหม เมื่อข้าโตขึ้น"

    "ตัวเท่าลูกหมา มาขอข้าแต่งงานงั้นเหรอ!? ฝันไปเถอะ!!"

    "ท่านอาจารย์ การใช้ดาบของข้าเป็นยังไงบ้าง"

    "ห่วยแตก!!"

    "ท่านอาจารย์... นี่คือดอกไม้ที่ข้าเก็บมาให้...ดอกไม้ที่แสดงถึงการอยู่คู่กันไปชั่วนิรันดร์"

    "…….."

    "ท่านอาจารย์... "

    "…….."

    เพล้ง!!

    แต่ทันใดนั้น ภาพในความทรงจำแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกระจกที่ถูกทุบลงอย่างรุนแรง ดวงตาของเล่ยเฉินกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง ไม่มีเศษเสี้ยวความอ่อนแอหรือความรู้สึกใดๆ เหลืออยู่ทุกความทรงจำ…

    กระบี่ของเขาฟันเข้าไปที่คอของจางฟู่ที่เอาตัวเข้ามาบังอู๋จ้าวอย่างไร้เยื่อใย...

    ปลายกระบี่ฟันทะลุคอของหญิงสาวผู้ที่เคยเป็นทั้งครู ทั้งคนรัก ทั้งคนทรยศ ของเขาทันที พร้อมกับตัดหัวของอู๋จ้าว ชายผู้เป็นคนที่พรากทุกอย่างไปจากเขาด้วย

    ฉิง!!

    เวลาทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งลง

    ศีรษะของอู๋จ้าวและจางฟู่ร่วงลงกระแทกกับพื้นพร้อมเสียงดัง เลือดสีแดงสดสาดไปทั่วลานประลอง เสียงทุกอย่างเงียบสนิท

    ทุกสายตาบนสนามรบ จับจ้องไปยังชายหนุ่มเพียงคนเดียว

    เล่ยเฉินยืนอยู่กลางสนามประลอง พร้อมร่างของชายและหญิงที่ไร้หัว ถึงแม้ว่าแขนข้างหนึ่งของเล่ยเฉินจะหายไป และร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่มันก็ไม่สามารถลดคุณค่าของเขาที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของผู้ชนะ

    ทั่วทั้งสนามรบไม่ว่าจะบนฟ้าหรือในลานประลองต่างเงียบสนิท แม้แต่พลังแห่งสวรรค์ก็ดูเหมือนจะไม่กล้าส่งเสียงใดๆ

    แต่่ทันใดนั้นสายฟ้ารุนแรงสีทองก็พุ่งลงมาใส่เล่ยเฉินทันที 

    ตูมมมมมม!!

    คล้ายกับเรื่องระบบสุดยอดอาจารย์ ศิษย์ของข้าลิขิตฟ้าด้วยตัวเอง ที่คุณอ่าน