ย้อนกลับมายุค 90 พร้อมพลังปลูกพืชวิญญาณ

    บทที่ 47 ไปดูที่ธนาคารกันเถอะ

    บทที่ 47 ไปดูที่ธนาคารกันเถอะ 

     

    “กลิ่นยาฆ่าแมลงแบบนี้ พอติดมือแล้วล้างออกยากมากเลยนะ ลองเรียกคนงานทั้งหมดในวันนั้นมาดูสิคะ” ฟ่านซีซีพูดเตือน 

     

    ผู้กองเฉินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วสั่งให้เถ้าแก่หลิวไปเรียกคนงานทั้งหมดมา  

     

    พวกคนงานรู้เรื่องที่สวนผักเกิดเรื่องแล้ว สีหน้าทุกคนเลยดูตื่นตระหนก ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นชาวบ้านซื่อ ๆ พอตำรวจมา และเรื่องยังโยงไปถึงการวางยาฆ่าแมลง ทุกคนต่างกลัวกันมาก ยิ่งกว่านั้นคือกลัวว่าเถ้าแก่จะมาโทษพวกเขา 

     

    ฟ่านซีซีเดินดูพวกเขาแต่ละคน จากนั้นก็เดินกลับมายืนข้าง ๆ ผู้กองเฉิน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบา “แถวแรก ผู้หญิงคนที่สองจากทางขวา มือเธอมีกลิ่นยาฆ่าแมลงหลงเหลืออยู่ แถมยังใช้สบู่กับผงซักฟอกล้างมือหลายรอบแล้วด้วย บนผมก็มีกลิ่นเดียวกัน”

     

    สีหน้าผู้กองเฉินเปลี่ยนไป รีบส่งสายตาให้ลูกน้อง สั่งให้พาตัวผู้หญิงคนนั้นไปสอบปากคำ 

     

    ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผู้หญิงคนนั้นก็สารภาพ เธอยอมรับว่าเป็นคนวางยาฆ่าแมลงจริง 

     

    ส่วนสาเหตุก็ง่ายมาก เธอจงใจแก้แค้นเถ้าแก่หลิว เพราะเธอเป็นเมียน้อยของเขา แต่ระยะหลังเถ้าแก่หลิวทิ้งเธอไปหาเด็กที่อ่อนกว่า แถมยังคิดจะไล่เธอออกอีก เธอเลยบันดาลโทสะและทำเรื่องผิดพลาดลงไป ที่ทำไปทั้งหมดก็แค่ต้องการสั่งสอนเถ้าแก่หลิว 

     

    ผู้กองเฉินได้ยินแบบนี้ก็พูดไม่ออก อารมณ์โกรธพุ่งสูงขึ้น 

     

    เด็ก ๆ ที่กินผักผลไม้พวกนี้เข้าไปช่างน่าสงสาร! 

     

    บนเส้นทางกลับเมืองหมี่เฉิง ผู้กองเฉินรับโทรศัพท์ แล้วหันไปพูดกับฟ่านซีซีที่นั่งอยู่เบาะหลัง “สถานีโทรทัศน์เมืองหมี่เฉิงอยากสัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เธออยากออกรายการไหม?”

     

    ฟ่านซีซีส่ายหัวทันทีโดยไม่ต้องคิด “ไม่ค่ะ ครั้งที่แล้วที่ออกข่าวก็ทำให้หนูลำบากใจมากพออยู่แล้ว ทุกคนอยากรู้ว่าหนูได้เงินรางวัลเท่าไหร่ พอเห็นหนูก็พากันชี้ ๆ หนูชอบทำสิ่งที่ควรทำอย่างเงียบ ๆ มากกว่า”

     

    ผู้กองเฉินพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม “งั้นก็ได้ ฉันจะปฏิเสธแทนเธอ”

     

    เพื่อไม่ให้คนคาดเดามากเกินไป เมื่อกลับถึงเขตหมี่ซี ฟ่านซีซีปฏิเสธความหวังดีของผู้กองเฉินที่จะไปส่งเธอที่บ้าน แต่โทรหาพี่จิ่นเฉิงแทน

     

    ฟ่านจิ่นเฉิงมาเร็วมาก แต่เขาไม่ได้ขับรถบรรทุกมา แต่ขี่มอเตอร์ไซค์มาแทน

     

    “เรื่องจบแล้วเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงถามอย่างอยากรู้

     

    “อืม จบแล้ว หาตัวคนร้ายตัวจริงได้แล้ว ฉันเก่งไหมล่ะ?” ฟ่านซีซีขึ้นมอเตอร์ไซค์ แกล้งเอามือโอบเอวเขา เอาหัวพิงหลังเขา ทำตัวออดอ้อนอย่างที่สุด

     

    ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มน้อย ๆ “ซีซีของฉันเก่งมาก! กอดให้แน่นนะ เรากลับบ้านกัน!”

     

    มอเตอร์ไซค์แล่นฉิวบนถนน ลมเย็นพัดผ่านเส้นผม แต่ฟ่านซีซีกลับรู้สึกว่าหัวใจและร่างกายของเธออบอุ่น

     

    ผู้ชายคนที่เธอกอดอยู่นี้ เป็นของเธอ เป็นของเธอคนเดียว


    ……

     

    คืนนั้น ข่าวการวางยาฆ่าแมลงในสวนผักของเมืองเจียงเฉิงได้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเมืองหมี่เฉิงทั้งเมือง

     

    ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และมักจะกล่าวถึง ‘นักล่าอาชญากร’ ลึกลับที่สามารถดมกลิ่นแยกแยะได้ ฟ่านซีซีกลับปิดปากเงียบ และใช้เวลาว่างดูแลพื้นที่เพาะปลูกของตัวเอง

     

    สองสัปดาห์ต่อมา ผู้กองเฉินก็มาที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ อีกครั้ง

     

    เขามอบบัตรธนาคารใบหนึ่งให้ฟ่านซีซี พร้อมกับกล่าวด้วยสีหน้าขอบคุณ “นี่คือรางวัลจากสำนักงานที่มอบให้เธอ เธอมีส่วนช่วยอย่างมากในครั้งนี้ เธอช่วยรักษาชีวิตและสุขภาพของผู้คนมากมาย นอกจากนี้ เธอยังช่วยให้เราสามารถปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว ผู้บังคับบัญชาและประชาชนทั่วไปต่างก็พอใจมาก ทางโรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียนก็บอกว่าอยากจะขอบคุณเธอด้วยตัวเอง รัฐบาลเมืองเจียงก็แสดงความขอบคุณต่อพวกเราด้วย ผู้บังคับบัญชาของเรายังสั่งให้ฉันมาขอบคุณเธออย่างเป็นทางการด้วย”

     

    พอพูดจบ เขาก็ทำความเคารพฟ่านซีซี

     

    ฟ่านซีซีรู้สึกตกใจกับเกียรติที่ได้รับ เธอเกาหัวแก้เก้อ “จริง ๆ แล้ว ถึงหนูไม่ช่วยพวกคุณปิดคดี พวกคุณก็สามารถปิดคดีได้อยู่แล้ว หนูไม่ได้ทำอะไรมากมายเลยค่ะ”

     

    อย่างไรก็ตาม เธอก็รับรางวัลไว้

     

    ผู้กองเฉินยิ้มพลางกล่าวว่า “บางครั้งการเร็วกว่าหรือช้ากว่าแค่นาทีเดียว ก็ส่งผลกระทบต่อคดีที่แตกต่างกัน บัตรธนาคารนี้ใช้ชื่อของเธอ ผู้บังคับบัญชาของเราบอกว่า คุณหมอฉินเห็นแววในตัวเธอ และบอกว่าในอนาคตอาจจะมีการขอความช่วยเหลือจากเธออีก หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธ”

     

    ฟ่านซีซีพยักหน้าอย่างจริงจัง “ตราบใดที่หนูสามารถช่วยได้ หนูจะช่วยอย่างแน่นอนค่ะ”

     

    “ถ้าอย่างนั้นก็ดี งั้นฉันไม่กวนเวลาเธอแล้ว ไว้เราติดต่อกันใหม่”

     

    “ค่ะ ลาก่อนค่ะ!”

     

    ผู้กองเฉินเดินออกไปไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นได้ “ซีซี เธอมีโทรศัพท์มือถือใช่ไหม บอกหมายเลขโทรศัพท์ให้ฉันหน่อยสิ”

     

    “ได้ค่ะ” ฟ่านซีซีเขียนหมายเลขโทรศัพท์ให้เขาทันที

     

    ผู้กองเฉินมองหมายเลขในมือ แล้วหัวเราะออกมา “หมายเลขนี้จำง่ายดีนี่”

     

    ฟ่านซีซีแอบยิ้มมุมปาก จะไม่ให้จำง่ายได้อย่างไร หมายเลขโทรศัพท์ของเธอกับพี่จิ่นเฉิง คนในครอบครัวต่างก็ท่องจำกันได้หมดแล้ว

     

    เมื่อผู้กองเฉินจากไป ฟ่านมี่มี่ก็เข้ามาใกล้ทันที

     

    “พี่รอง ในนี้มีเงินรางวัลเท่าไหร่เหรอ?”

     

    หลิ่วซิ่งฟางและเฉินเยว่อิงก็มองมาด้วยความสงสัย

     

    ฟ่านซีซีกะพริบตาปริบ ๆ “พี่ไม่รู้เหมือนกัน ผู้กองเฉินไม่ได้บอก”

     

    “งั้นไปธนาคารกันเถอะ!” ฟ่านมี่มี่ตื่นเต้นจนตัวสั่น 

     

    พี่สาวคนที่สองได้รับเงินรางวัล เธอรู้สึกภูมิใจแทนเหลือเกิน!

     

    “ไปดูกันเถอะ!” เฉินเยว่อิงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

     

    “อืม งั้นหนูไปธนาคารนะ”

     

    บังเอิญว่าเธอต้องไปถอนเงินสดมาเก็บไว้เป็นทุนสำรองพอดี เธอจึงขี่มอเตอร์ไซค์ โดยมีฟ่านมี่มี่ที่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเธอซ้อนท้ายไปด้วยกัน

     

    สิบนาทีต่อมา ฟ่านมี่มี่ที่เพิ่งออกมาจากธนาคารก็โผเข้ากอดคอพี่สาวของเธอทันที

     

    “พี่รอง ต่อไปนี้เวลาพี่ทำความดี ช่วยพาฉันไปด้วยนะ! ฉันจะขอเกาะพี่ไปด้วย ทำแบบนี้ได้เงินเยอะกว่าทำงานอีก”

     

    เมื่อกี้ผู้กองเฉินเพิ่งโอนเงินรางวัลให้พี่สาวของเธอตั้งหนึ่งแสนเชียวนะ ตั้งหนึ่งแสนแน่ะ!

     

    ฟ่านซีซีหัวเราะพลางตีแขนน้องสาวเบา ๆ “ตั้งใจเรียนของเธอไปเถอะ! แล้วอีกอย่าง การทำความดีต้องดูความสามารถของเราด้วย รู้ไหม?”

     

    “พี่รอง อยู่ ๆ ฉันก็เข้าใจความหมายของคำว่า ‘เกาะขาใหญ่’ แล้วล่ะ” ฟ่านมี่มี่พูดพร้อมกับยิ้มกว้าง 

     

    เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่า ต้นขาของพี่สาวคนที่สองของเธอนั้นช่างใหญ่โตอะไรเช่นนี้!

     

    ฟ่านซีซีมองดวงตาที่กลอกไปมาของน้องสาว แล้วเลิกคิ้วถาม “ปล่อยมือแล้วบอกมาสิว่าอยากได้อะไร”

     

    ฟ่านมี่มี่รีบปล่อยมือ แล้วยิ้มอย่างประจบสอพลอ “พี่สาวคนสวยของฉัน ฉันอยากได้เพจเจอร์ แบบที่แสดงผลเป็นตัวอักษรได้”

     

    ฟ่านซีซีเลิกคิ้ว “ทำไมไม่บอกว่าอยากได้โทรศัพท์มือถือล่ะ”

     

    ฟ่านมี่มี่ยิ้มแหะ ๆ “โทรศัพท์มือถือมันแพงนะ ถึงพี่จิ่นซินจะมีโทรศัพท์มือถือ แต่เธอจ่ายค่าโทรศัพท์ไม่ไหวหรอก สองสามวันก่อนยังบ่นอยู่เลยว่าทำไมถึงติดต่อไม่ได้ เพราะเธอค้างค่าโทรศัพท์อีกแล้ว ฉันขอแค่เพจเจอร์ที่รับข้อความได้ก็พอแล้ว ถ้าฉันกลับบ้านช้า พี่ก็ส่งข้อความหาฉันได้”

     

    ฟ่านซีซียื่นมือไปบีบแก้มของเธอเบา ๆ อืม นุ่มนิ่ม น่าสัมผัส

     

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่จิ่นเฉิงถึงชอบบีบแก้มเธอ

     

    เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็โบกมืออย่างใจกว้าง แล้วควักเงินหนึ่งพันหยวนให้ฟ่านมี่มี่ “ตกลง เอาเงินนี่ไปซื้อเพจเจอร์นะ เหลือก็ไว้ใช้จ่ายส่วนตัว แต่ใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าโอ้อวด และอย่าซื้อของไม่ดี”

     

    “รับทราบ! ขอบคุณพี่สาวคนสวย!”

     

    ฟ่านมี่มี่ตื่นเต้นจนแทบจะบินได้ เมื่อเห็นว่าตอนนี้เพิ่งบ่ายโมงกว่า ๆ เธอจึงยังไม่กลับบ้าน แล้วรีบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกทันที

     


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมายุค 90 พร้อมพลังปลูกพืชวิญญาณ ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648