บทที่ 17 อย่าให้ความหวัง
ระหว่างเดินกลับ หญิงสาวเก็บผ้านวมไว้ในครัวิญญาและรอจนกระทั่งเดินใกล้ถึงหมู่บ้านจึงเอาออกมาแบกไว้บนหลังตามเดิม
คนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอทำงานในโรงอาหารของฐานทัพ พวกเขาจึงแปลกใจที่เห็นเธอได้รับเครื่องนอนกลับมา
ในยุคนี้ทุกคนล้วนภาคภูมิใจหากได้มีส่วนร่วมในการปกป้องบ้านเมืองและประเทศของตนเอง ดังนั้นการได้เครื่องนอนสีเขียวของกองทัพมา ไม่เพียงสามารถเอามาใช้งานได้จริงเท่านั้น แต่ยังเป็สัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจอีกด้วย
เหวินหน่วนอธิบายให้คนอื่นฟังว่า "พอดีฉันยืมมาจากหัวหน้างานของฉันน่ะ เขาจะหักเงินเดือนของฉันในภายหลัง"
ทุกคนตระหนักได้ในทันที
พวกเขาไม่แปลกใจเลย
ออกจะอิจฉานิดหน่อยด้วยซ้ำ เธอเพิ่งทำงานได้ไม่กี่วัน เธอก็สามารถได้ผ้านวมดี ๆ แบบนี้กลับมาได้แล้ว
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะเดินเข้าไปในบ้านผีสิงก็มีคนรีบหยุดเธอไว้ "เหวินหน่วน เธออย่าเข้าไปนอนที่นั่นเลย"
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเหวินหน่วน "ป้าหวัง หนูไม่กลัวหรอกค่ะ ตราบใดที่หนูมีที่ให้ซุกหัวนอน หนูก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"
อย่างไรเสีย การนอนในที่ที่มีทั้งที่หลบลมหลบฝนย่อมดีกว่าการอยู่ข้างนอก
“เ้าคนบ้านั่นไร้หัวใจจริง ๆ ” ป้าหวังสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ต้องห่วง” เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้มที่เข้มแข็ง “หนูทำข้อตกลงกับปู่สามไว้แล้ว ว่าเมื่อไหร่ที่เงินเดือนหนูออก หนูจะจ่ายค่าเช่าให้”
หลังจากที่ชาวบ้านรู้ว่าบ้านหลังนี้ไม่มีผีสิงอย่างที่เป็ข่าวลือ พวกเขาก็จะพากันอิจฉาเธอ
เหตุผลหลักที่เหวินหน่วนมาอยู่ที่นี่ก็เพราะมันมีสมบัติซ่อนอยู่
“เด็กน้อย... เธอช่างน่าสงสารจริง ๆ ” ป้าหวังถอนหายใจด้วยความสงสารอีกฝ่าย
เมื่อมองไปที่บ้านแสนทรุดโทรม ในที่สุดป้าคนนั้นก็กัดฟันและพูดขึ้นว่า "หลิงหลิง เธอไปเล่นกับเหวินหน่วนหน่อยสิ"
เล่นเหรอ?
เธอไม่สามารถยื่นมือช่วยเหลือหญิงสาวตรงหน้าได้ เพราะไม่งั้นไอ้คนบ้าคนนั้นจะมาสร้างปัญหาให้กับเธอได้
แต่แค่เด็กเล่นด้วยกัน เ้าคนคลั่งนั่นมันจะไปทำอะไรได้จริงไหม?
"เหวินหน่วน ไปเล่นในบ้านของเธอกันเถอะ" หูเสี่ยวหลิงกระพริบตาและมองไปที่เหวินหน่วน
“ขอบคุณค่ะ ป้าหวัง” เหวินหน่วนพูดอย่างซาบซึ้งและจับมือกับหูเสี่ยวหลิง “ไปกันเถอะ”
ชีวิตที่แล้ว หูเสี่ยวหลิงเป็เพื่อนที่ดีกับเธอมาก เมื่อเหวินหน่วนจับมือกับอีกฝ่ายเธอก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ
หูเสี่ยวหลิงคอยปกป้องเธอเหมือนพี่สาวคนโตของเธอคนหนึ่ง และก็ยังเป็หูเสี่ยวหลิงที่ขอลามาดูแลเธอในยามที่เธอได้รับาเ็จากลู่กัวจื่อที่ทำร้ายเธอจนต้องเข้าโรงพยาบาล
ทั้งยังเป็คนที่คอยเกลี้ยกล่อมเหวินหน่วนให้หย่ากับสามีหลายครั้ง
แต่เธอกลับทำร้ายจิตใจของหูเสี่ยวหลิงเพราะโจวย่าหนี เมื่อนึกถึงการแต่งงานของหูเสี่ยวหลิง หญิงสาวก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามครั้ง
ในชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันยอมให้หูเสี่ยวหลิงแต่งงานกับหลานชายของกัวอันฉินเด็ดขาด!
“ลูกจะทำอะไร” ไม่ไกลนักหลิวซิ่วเอ๋อจับมือลูกชายของตนไว้แน่น
"ผมอยากไปช่วยเธอบ้าง" จู้ตงิพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม
“ทำไมลูกโง่แบบนี้” หลิวซิ่วเอ๋อตบหลังลูกชายของเธอเบา ๆ “ช่างเถอะ เรากลับไปหาฟืนกันก่อน เหวินหน่วนจะหนาวเอาถ้าเธอไม่ได้ใช้ฟืนอุ่นเตียงในตอนกลางคืน”
"ขอบคุณครับแม่!" จู้ตงิพูดอย่างมีความสุขเมื่อได้ฟังผู้เป็แม่กล่าว
หลิวซิ่วเอ๋อส่ายหัวเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของลูกชาย ทั้งที่เขายังคงไม่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเลย
ถ้าเหวินหน่วนทำให้เหวินเฟิงไป๋รับเธอเป็ลูกบุญธรรมได้ เธอก็จะเต็มใจที่จะให้ลูกชายแต่งงานกับเธอ
แต่การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมคือเื่ใหญ่ ไอ้คนคลั่งคนนั้นจะเห็นด้วยหรือ?
มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่้าผู้หญิงที่ขยันขันแข็งและสามารถหารายได้ให้ครอบครัวอย่างเหวินหน่วนมาเป็สะใภ้ จริงไหม?
บ้านผีสิงหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในราคาไม่น้อยเลย เพราะภรรยาน้อยคนนั้นกับลูกจ้างที่เป็ชายชู้วางแผนว่าจะอยู่อาศัยที่นี่ในระยะยาว มันเป็บ้านดินสามหลังเชื่อมต่อกัน
ในบ้านตอนนี้ไม่มีหม้อเลย เหวินหน่วนจึงไม่สามารถใช้ครัวได้
เนื่องจากไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่นานกว่าครึ่งปีแล้ว บ้านหลังนี้จึงดูทรุดโทรมมาก
หญิงสาวเคยพูดไว้ว่าแค่สามารถกำบังลมและฝนได้ก็เพียงพอ แต่ความจริงแล้ว สถานที่แห่งนี้ทรุดโทรมเหลือเกิน นอกจากมีกำแพงสี่ด้านที่พอทำเนา หลังคากลับมีแต่รอยรั่วมากมายเต็มไปหมด
“ฉันขอแม่แล้วว่าให้เธอไปอยู่กับฉัน” หูเสี่ยวหลิงขมวดคิ้วหลังจากเห็นสภาพบ้านหลังนี้ “ครอบครัวของเราไม่กลัวชายคนนั้นหรอก”
"เรามาทำความสะอาดกันก่อนดีกว่า” เหวินหน่วนส่ายหัวเพื่อปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
ในยุคนี้ไม่มีครอบครัวไหนที่มีฐานะดี หูเสี่ยวหลิงมีพี่ชายอีกตั้งสองคนที่บ้าน ดังนั้นเธอจึงไม่สะดวกที่จะย้ายไปอาศัยอยู่ในบ้านของอีกฝ่าย
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ที่อื่นจะสุขสบายแค่ไหน แต่ก็ไม่เท่าบ้านของตัวเองอยู่ดี
“แต่เธอไม่กลัวเหรอ?” หูเสี่ยวหลิงถามอย่างลังเลใจกับสภาพของบ้านหลังนี้
ทันทีที่พูดจบ จู่ ๆ ก็มีลมเย็นสายหนึ่งพัดมา จากนั้นประตูลานบ้านที่ดูพังแหล่มิพังแหล่ก็เปิดออก ทำให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
“ว้าย!” หูเสี่ยวหลิงร้องลั่น
“พี่ตงิ!” เหวินหน่วนตีไหล่หูเสี่ยวหลิงเบา ๆ ก่อนจะจับแขนอีกฝ่ายไว้แน่น
จู้ตงิรู้สึกเขินอายเล็กน้อย "พี่เอาฟืนมาให้"
"พี่ตงิใจดีจังเลย" หูเสี่ยวหลิงยิ้มอย่างติดตลกและมองไปที่เหวินหน่วน "เหวินหน่วนไม่ต้องกลัวว่าจะต้องนอนหนาวในตอนกลางคืนแน่นอน”
จู้ตงิยิ้มก่อนจะเดินไปวางฟืนและหันไปที่ประตูอย่างเงียบ ๆ ชายหนุ่มลงมือซ่อมแซมประตูลานบ้านที่ทรุดโทรมเอามาก ๆ
พวกเขาทั้งสามคนทำงานกันอย่างรวดเร็ว กระนั้น กว่าจะทำความสะอาดบ้านเสร็จก็มืดค่ำไปแล้ว
ป้าหวังขอให้หูเสี่ยวเหนียน น้องชายของหูเสี่ยวหลิงนำขนมปังข้าวโพดมาให้
เหวินหน่วนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"ฝีมือพ่อครัวใหญ่ของฐานทัพ" เธอหยิบขนมอบออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือหูเสี่ยวเหนียน "เอากลับไปกินนะ"
“เธอทำอะไรของเธอน่ะ เธอเก็บไว้กินเองสิ!" หูเสี่ยวหลิง้าหยุดอีกฝ่าย แต่เหวินหน่วนห้ามไว้ "ฉันกินขนมนี้ในโรงอาหารของฐานทัพจนเบื่อแล้ว"
หูเสี่ยวหลิงไม่เชื่อคำพูดของหญิงสาว
“เธอไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้ฉันเริ่มอ้วนขึ้นแล้ว” เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้ม
ก็จริง แต่ปัญหาคือเหวินหน่วนก็ยังผอมมากอยู่ดี
"เธอไม่เป็ไรแน่นะ นอนที่นี่ตอนกลางคืนคนเดียว" จู้ตงิรู้สึกกังวล เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาว หัวใจของเขาก็ยิ่งเ็ป
“ให้ฉันนอนอยู่กับเธอดีไหม” หูเสี่ยวหลิงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เป็ไร” เหวินหน่วนส่ายหน้า “แค่พวกเธอมาช่วย ฉันก็รู้สึกตื้นตันมากแล้ว ฉันอยู่ที่นี่ได้ ไม่เป็อะไรหรอก"
“ฉันไม่ใช่คนกลัวผี!” เธอกระซิบ
การคิดไปเองของมนุษย์คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดแล้ว
จู้ตงิไม่พูดอะไร เขาดูบ้านทรุดโทรมหลังนี้อีกครั้ง แล้วจึงเดินออกไปด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
จากข้างหลัง หูเสี่ยวหลิงตีไหล่เหวินหน่วนอย่างช่วยไม่ได้จากนั้นก็ชี้ไปที่จู้ตงิ
เหวินหน่วนรู้ว่าจู้ตงิชอบเธอและคิดจะแต่งงานกับเธอในชีวิตที่แล้ว แต่ต่อมาเธอก็แต่งงานกับลู่กัวจื่อ
จู้ตงิเคยถามเธอว่าเธอ้าอย่างนั้นจริง ๆ หรือเปล่า? เหวินหน่วนตอบว่าใช่ จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
ต่อมาหลังจากรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายใหม่ จู้ตงิก็ออกจากที่นี่และไปเมืองหลวง ต่อมาเขาก็ได้แต่งงานและมีลูกหนึ่งคน ชีวิตของเขาค่อนข้างมีความสุข
เมื่อนึกถึงฉากที่เธอบังเอิญเห็น จู้ตงิและภรรยาของเขาซื้อของกันอย่างมีความสุขในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในชีวิตที่แล้ว เธอก็ส่ายหัวแรง ๆ หนึ่งที
เธอจะไม่แต่งงานกับลู่กัวจื่อในชีวิตนี้ และเธอจะไม่ทำลายความสุขของจู้ตงิเช่นกัน
เธอต้องไม่ให้ความหวังเขาั้แ่แรก
หูเสี่ยวหลิงจ้องเธอด้วยความโกรธเคือง "งั้นฉันก็จะกลับด้วย"
"ไปกันเถอะ ฉันจะเดินไปกับเธอด้วย" เหวินหน่วนยิ้มให้อีกฝ่ายและจับแขนเอาไว้ "ฉันจะไปหาคุณย่า"
หูเสี่ยวหลิงตบหน้าผากของตัวเองอย่างแรงทีหนึ่ง
ฤดูหนาวในตอนกลางคืน หมู่บ้านซานชาได้รับแสงไฟจากฐานทัพ แต่ชาวบ้านก็ยังคงใช้ตะเกียงน้ำมันอยู่
เหวินหน่วนออกมาจากห้องสีดำขนาดเล็ก หญิงสาวหยิบกรรไกรคู่หนึ่งจากครัวิญญาขึ้นมาถือไว้
แม้ชาวบ้านที่นี่จะอยู่กันอย่างเรียบง่าย แต่เธอก็ยังไม่ลดความระมัดระวังของอันตรายยามวิกาล
ไม่ไกลนักเหวินหน่วนเห็นเงาตะคุ่ม ๆ เธอรีบซ่อนตัวทันที เมื่อเงาเดินเข้ามาใกล้ เหวินหน่วนก็รู้ได้ในทันทีว่านั่นคือเหวินเฟิงฉี
ดูเหมือนว่าเขาจะแอบไปที่บ้านของกัวอันฉิน
เธอซ่อนตัวจนกระทั่งเงานั้นหายไปในความมืด