นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

ตอนที่ 198 ขอบคุณที่ออมแรงให้ผม

ตอนที่198 ขอบคุณที่ออมแรงให้ผม


เธอรู้สึกเหมือนกับมีบางส่วนของจิตใจตนเองที่หลุดลอยไปอยู่ในร่างของเอสเปอร์ชายคนนั้นในวูบหนึ่งต่อมาเริ่มรับรู้กระบวนการทำงานของร่างกายและอวัยวะต่างๆ ของเขาจากนั้นเธอมองเห็นมุมมองของเธอเป็นห้องประชุมในมุมมองทิศทางเขาแทน


เธอพบว่าเขาพยายามต่อต้านการเข้าแทรกซึมจิตวิญญาณของตนเองถึงกระนั้นพลังจิตของเขาอ่อนด้อยกว่าเธอทำให้เธอสามารถรับรู้ความรู้สึกนึกคิดบางอย่างของเอสเปอร์ตรงหน้าได้อย่างขาดๆ หายๆทว่ายังพอจับใจความสำคัญได้บ้างว่า


“หาโอกาสแทรกซึมเข้าไปเป็นสมาชิกของกองกำลังพิเศษแล้วรอคำสั่งจากฉันให้ดำเนินการบ่อนทำลายพวกมัน พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่นอย่าให้ใครจับได้ละ เมื่อภารกิจพวกเราที่โลกนี้สำเร็จแล้วฉันจะพาแกกลับบ้านของเรา”


“ตกลงอย่าให้ฉันต้องคอยเก้อละอาซวน แกจะต้องพาฉันกลับบ้านเราให้ได้นะ”


“ฉันรับปาก”


“อาซวนแกเป็นยังไงบ้าง?แกถูกฆ่าจริงหรือ?”


“ใครที่ฆ่าแก?ฉันจะแก้แค้นให้แกเอง อย่าห่วงไปเลยอาซวน ฉันจะเป็นคนชำระหนี้แค้นให้แกเอง”


ซูเวยยิ้มแสยะเหี้ยมเกรียมก่อนที่จะใช้บทที่ห้าของตำราควบคุมสัตว์และตำราจิตวิญญาณผสานกันเพื่อสั่งการให้เขาฆ่าตัวตายเองเนื่องด้วยเขาคิดที่จะแก้แค้นและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนอีก โดยไม่มีความสำนึกแยกแยะเรื่องผิดถูกแม้แต่น้อยเธอจึงไม่คิดที่จะสงสารหรือเห็นใจเขาอีกต่อไป


ทันใดนั้นเอสเปอร์ชายคนดังกล่าวพลันเบิกตาโตด้วยความตกตะลึงที่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เขารู้สึกว่าอวัยวะในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพแบบทันทีทันใดทำให้มีเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากพร้อมกับร่างกายของเขาที่ชักกระตุกตาเหลือกค้างจนล้มลงกับพื้น


เอสเปอร์คนอื่นที่กำลังนั่งฟังการบรรยายสรุปภารกิจงานกับหยางเฟยเจินอยู่พลันสะดุ้งตกใจที่เหลือบมองเห็นอาการของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างเขาจึงตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกว่า“อ๊ะ! แย่แล้ว! อาตันเป็นอะไร?มาช่วยเขาเร็วเข้า”


หยางเฟยเจินหยุดชะงักการพูดสั่งการเขาออกคำสั่งให้หัวหน้าแผนกการแพทย์ไปช่วยเหลือหวางตันในทันทีว่า “เสิ่นเชาคุณไปดูหวางตันหน่อยสิ เขาเป็นอะไร?”


เหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับหวางตันทำให้หยางเฟยเจินต้องหยุดการประชุมไว้ก่อนชั่วคราวพอเสิ่นเชาปราดเข้าไปตรวจสอบ

ร่างกายของหวางตัน เขาส่ายหน้าพลางบอกกับหยางเฟยเจินที่เดินมาดูหวางตันด้วยความแปลกใจว่า


“ผมช่วยเขาไม่ทันครับเจ้านายเขาเสียชีวิตกะทันหัน มีรอยโรคเกิดขึ้นกับสมองของเขาน่าจะมีโรคประจำตัวแฝงอยู่”


เสิ่นเชาขมวดคิ้วพลางบอกหยางเฟยเจินอย่างไม่แน่ใจเป็นการตายอย่างกะทันหันที่แปลกประหลาดกว่าคนตายอื่นที่เขาเคยตรวจสอบทว่าเขาไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าสาเหตุนั้นคืออะไรกันแน่


อีกประการหนึ่งคืออาการของเขาเข้ากันได้กับโรคลมชักทว่าโรคนี้ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำให้อวัยวะสำคัญภายในร่างกายเสื่อมสภาพพร้อมกันในทันทีทันใดทำให้เขาไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจนนอกจากการคาดเดาตามสภาพที่พบเห็นและเป็นไปได้เท่านั้น


หยางหยางเหล่ตามองซูเวยตัวน้อยด้วยความสงสัยเนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่ออกจากตัวซูเวยก่อนที่หวางตันจะมีอาการผิดปกติและเสียชีวิตเขาสงสัยว่าซูเวยจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นทว่าเขาไม่มีหลักฐานที่จะกล่าวหาเธอได้จึงได้แต่ขมวดคิ้วพลางเหล่มองซูเวยด้วยความแปลกใจ


ซูเวยยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจที่การผสานพลังและทักษะจากสองตำราสามารถทำให้เอสเปอร์คนหนึ่งเสียชีวิตลงได้เธอจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลม เพราะสังหรณ์ใจว่าเขาอาจจะก่อเหตุร้ายให้กับกองกำลังพิเศษเธอจึงเลือกที่จะทำตัวเป็นนางร้ายเพื่อป้องกันเหตุอันไม่คาดคิดก่อนมานั่งเสียใจทีหลัง


เธอเหลือบมองเห็นท่าทางระมัดระวังตัวของหยางหยางที่นั่งอยู่ข้างๆส่งผลให้เธอรู้สึกขบขันจึงอดกลั้นความรู้สึกไม่ได้ “หึๆ”


“เป็นอะไรซูเวย?”หยางหยางสอบถามซูเวยด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากเธอ


“เปล่าไม่มีอะไรค่ะ”ซูเวยเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาใสแจ๋วพลางตอบกลับเหมือนกับไม่รู้เรื่องใดๆ


ท่าทางนิ่งเฉยของซูเวยเหมือนไม่ได้รับรู้เหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้าในการตายกะทันหันของหวางตันทำให้หยางหยางรู้สึกสนใจเธอมากขึ้นทุกขณะ พลางคิดว่าสักวันจะต้องหาคำตอบเรื่องแปลกประหลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับเธอ

ให้ได้


ต่อจากนั้นมีเจ้าหน้าที่นำร่างของหวางตันออกไปชันสูตรตามขั้นตอนหยางเฟยเจินพูดเสริมอีกเล็กน้อยก่อนปิดการประชุมซึ่งเขาเน้นย้ำให้เอสเปอร์ทุกคนค้นหาเอสเปอร์นอกรีตเพื่อขึ้นทะเบียนและรับสมัครสมาชิกเพิ่มเป็นการทดแทนเอสเปอร์บางคนที่เสียชีวิตในเหตุปะทะกับองค์กรเคเอที่ผ่านมา


อย่างไรก็ดีสมาชิกทุกคนของกองกำลังพิเศษต่างพากันรู้สึกยินดีที่สามารถกวาดล้างองค์กรเคเอไปได้เสียทียกเว้นเหตุการณ์วุ่นวายของหวางตันเท่านั้นนอกจากนั้นบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี


ระหว่างที่ซูเวยเดินออกมาจากห้องประชุมมีเสียงทักทายเธอจากหยางหยางที่พูดรั้งเธอไว้ว่า “ซูเวยเธอสนใจทดสอบฝีมือกับฉันไหม?”


ซูเวยชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินเธอหันหลังกลับไปมองหยางหยางด้วยความแปลกใจพลางถามกลับเพื่อความแน่ใจว่า“คุณแน่ใจหรือคะว่าจะสู้กับฉันได้?”


ท่าทางกระตือรือร้นของหยางหยางเป็นสัญญาณชัดเจนที่ซูเวยไม่ต้องรอคำตอบเธอเลิกคิ้วขึ้นมองเขาด้วยความแปลกใจที่เขาต้องการท้าทายเธอในตอนนี้แต่เธอก็เข้าใจได้ว่าเขาและเธออาจไม่มีโอกาสพบกันอีกยกเว้นเป็นการประชุมในทุกสามเดือน ซึ่งการพบกันอีกครั้งอาจเป็นความรู้สึกเร็วหรือช้าที่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน


เอสเปอร์หลายคนที่เดินตามหลังและเดินนำหน้าซูเวยกับหยางหยางต่างพากันชะงักหยุดนิ่งและรอฟังคำตอบของซูเวยด้วยความตื่นเต้นเพราะเป็นเหมือนนัดประลองฝีมือของผู้แข็งแกร่งมากที่สุดในกองกำลังพิเศษก็ว่าได้เป็นการกระทำที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยครั้งนักทำให้แต่ละคนมีท่าทางสนใจการสนทนาระหว่างหยางหยางกับซูเวยเป็นอย่างยิ่ง


หยางหยางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจก่อนที่จะตอบซูเวยด้วยความผ่อนคลายว่า“ลองดูสักตั้งก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมจะได้รู้ว่ามีจุดไหนที่ต้องพัฒนาเป็นพิเศษบ้าง?”


หยางหยางต้องการทดสอบพลังกับซูเวยเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งคือเขาเคยพ่ายแพ้ทักษะแฮ็กของซูเวยมาก่อนเขาจึงคาดหวังว่าการประลองโดยใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีอาวุธเป็นตัวช่วยเขาน่าจะทำได้ดีสูสีหรือดีกว่าซูเวย ทำให้เขาต้องการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง


“ก็ได้ค่ะ”ซูเวยพยักหน้าตอบรับอย่างสบายใจซึ่งเธอไม่กังวลว่าจะเป็นการประลองแบบใดเหตุผลส่วนหนึ่งคือเธอรับรู้บ้างแล้วว่าเขามีทักษะของเอสเปอร์ทักษะใดบ้างโดยเธอคิดว่าสามารถต่อสู้ได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำแน่นอน


เมื่อเอสเปอร์ทั้งหลายเห็นว่าซูเวยตอบรับคำท้าทายของหยางหยางแล้วต่างพากันเดินตามหลังหยางหยางและซูเวยไปด้านหลังอาคารสำนักงานซึ่งเป็นพื้นที่ประลองและฝึกฝนทักษะต่อสู้ของกองกำลังพิเศษ ทุกคนต่างเดินตามกันเป็นพรวน


หยางเฟยเจินและหัวหน้าแผนกคนอื่นที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องประชุมทุกคนเหลือบเห็นเหตุการณ์นี้พอดีและได้ยินเสียงของเอสเปอร์บางคนพูดคุยถึงการประลองทักษะต่อสู้ระหว่างหยางหยางกับซูเวยอย่างออกรสว่า


“เฮ้! อาฮวน!นายว่าการประลองครั้งนี้หยางหยางกับซูเวย ใครจะเป็นคนชนะ?”


“เอ! ฉันว่าเสมอกัน”


“ไม่น่าใช่ฉันว่าหยางหยางชนะ”


“ผมลงข้างซูเวยเธอจะต้องชนะหยางหยางแน่นอน”


“เฮ้! ของแบบนี้ไม่แน่นอนหรอก ใครลงข้างซูเวยผมเกทับสิบเท่าเลย? สนใจไหม?”


หยางเฟยเจินหลี่หาน หวังเหอผิง จางเต๋อกัง เสิ่นเชา และหลิวเหยาทุกคนต่างพากันยืนจ้องมองกลุ่มคนที่เดินตามหลังหยางหยางกับซูเวยเป็นพรวนไปทางสนามฝึกซ้อมของกองกำลังพิเศษด้วยความสนใจ


หลี่หานถามหยางเฟยเจินด้วยน้ำเสียงเกรงใจว่า“เจ้านายสนใจไปดูการประลองของหยางหยางกับซูเวยไหมครับ?”


คนอื่นๆต่างรอฟังคำตอบจากหยางเฟยเจินด้วยความหวังเนื่องจากทุกคนได้ยินข้อความที่สื่อสารกันของกลุ่มคนได้อย่างชัดเจนทำให้พวกเขาต้องการไปชมความบันเทิงและลุ้นในทีว่าหยางหยางกับซูเวยใครจะเป็นฝ่ายมีชัยในการประลองครั้งนี้


หยางเฟยเจินยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจ เขาตอบรับคำเสนอของลูกน้องอย่างผ่อนคลายว่า “ไปสิงานสนุกแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนัก ผมจะพลาดได้ยังไงละ?ที่สำคัญคือหัวหน้าแผนกต่อสู้จะต้องแข็งแกร่งมากพอถึงจะคู่ควรกับตำแหน่งนี้ ใช่ไหม?”


พอทุกคนได้ยินคำตอบและคำถามของเขาต่างพากันเดินตามหลังหยางเฟยเจินด้วยท่าทางเบิกบานใจพลางพูดคุยสอบถามกันด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าผลการประลองจะออกมาในทิศทางใด


หยางเฟยเจินต้องการรับรู้ทักษะการต่อสู้ของซูเวยให้เห็นกับตาและต้องการประเมินความแข็งแกร่งของซูเวยด้วยหากเธอแข็งแกร่งมากพอและมีความเหมาะสมเขาอาจพิจารณาส่งรายชื่อตัวแทนประเทศซีที่ประกอบด้วยหยางหยางและซูเวยไปเข้าร่วมประลองทักษะของเอสเปอร์กับกองกำลังพิเศษนานาชาติก็เป็นได้


..........


ในตอนนี้หยางเฟยเจินหัวหน้าแผนกและเอสเปอร์ทุกคนต่างพากันยืนและนั่งรอชมการประลองทักษะต่อสู้ระหว่างหยางหยางกับซูเวยที่ทั้งคู่ยืนประจันหน้าอยู่บนลานประลองในสนามฝึกด้วยความสนใจ


หยางหยางยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับซูเวยในลานประลองทรงกลมขนาดใหญ่เขาหรี่ตามองซูเวยตัวน้อยที่ยืนอย่างผ่อนคลายต่อหน้าตนเองเหมือนกับว่าเธอไม่มีความรู้สึกเกรงกลัวเขาเลย ทำให้เขาแอบหมั่นไส้เธอเล็กน้อยถึงแม้ว่าที่ผ่านมานั้นซูเวยจะเป็นคนช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นเงื้อมมือจากเผิงซีซวนมาได้ทว่าเขาถูกกักขังอยู่ในน้ำแข็งที่เป็นอริกับทักษะทั้งปวงของตนเองเขาเชื่อว่าซูเวยจะต้องมีจุดอ่อนที่เขาสามารถค้นพบได้อย่างแน่นอน


ซูเวยยิ้มน้อยๆจ้องมองหยางหยางด้วยความผ่อนคลาย เธอพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับเขาเพราะอยากกลับบ้านเต็มที“เริ่มได้เลยค่ะ ฉันพร้อมแล้ว”


หยางหยางตาเป็นประกายด้วยความยินดีเขากำหมัดพุ่งเข้าใส่ซูเวยตัวน้อยอย่างไม่ออมแรงซูเวยเห็นว่าเขาเริ่มโจมตีตนเองแล้วเธอเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยก่อนกำหมัดสวนชกคืนที่ช่องท้องและหน้าอกของเขาอย่างรวดเร็ว


หยางหยางรู้สึกถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งที่พุ่งเข้าใส่ตัวเองอย่างฉับพลันทำให้เขารีบพลิกตัวหลบได้ทันแบบเฉียดฉิว เขาไม่คาดคิดว่าปฏิกิริยาสะท้อนกลับของซูเวยจะรวดเร็วและทรงพลังเช่นนี้ส่งผลให้เขารู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น


ซูเวยเองก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเช่นกันที่พบคู่ต่อสู้แข็งแกร่งใกล้เคียงกับตนเองเธอไม่คาดคิดว่าหยางหยางที่พ่ายแพ้ต่อพลังเหมันต์พิฆาตจะสามารถต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับเธอได้ดีเช่นนี้ทำให้ประกายตาของเธอเต็มไปด้วยความพึงพอใจเนื่องจากนานทีถึงจะพบคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจ


“ผัวะ! ผัวะ!”


จังหวะหนึ่งของการต่อสู้หมัดของทั้งคู่ชนกันกลางอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยเป็นพละกำลังมหาศาลที่กระแทกกันจนทำให้บรรยากาศรอบข้างสั่นสะเทือน


หยางหยางตาโตด้วยความตกใจเขาไม่คาดคิดว่าพลังหมัดของซูเวยที่กระแทกกับหมัดเขาอย่างจังจะมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงขนาดนี้เขารู้สึกว่าอวัยวะภายในร่างกายปั่นป่วนไม่น้อย


ส่วนซูเวยรู้สึกตื่นเต้นที่เธอพบว่าพละกำลังของตนเองเหนือกว่าหยางหยางหนึ่งระดับทำให้เธอภาคภูมิใจในความแข็งแกร่งของตนเองเธอไม่ต้องการซ้ำเติมเขาอีกจึงหยุดยืนพลางสบตาเขาและบอกเขาอย่างชื่นชมว่า “ไม่เลวพละกำลังของคุณใช้ได้ทีเดียว”


หยางหยางชะงักชั่วครู่หนึ่งเขาไม่คาดคิดว่าซูเวยจะช่วยพูดไว้หน้าให้กับเขาทำให้เขาไม่ต้องอับอายต่อหน้าพ่อตนเองและเอสเปอร์อีกหลายคนที่ยืนดูอยู่ด้วยความสนอกสนใจเขาจึงตอบกลับเธออย่างเข้าใจระหว่างกันว่า “ขอบคุณที่ออมแรงให้ผมทักษะต่อสู้และพละกำลังของซูเวยไม่ได้ด้อยกว่าผมเลย”


การสนทนาระหว่างหยางหยางกับซูเวยก่อให้เกิดความสับสนกับบรรดาเอสเปอร์ที่รอชมผลการประลองของทั้งคู่อย่างใจจดจ่อพวกเขาไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบลงอย่างง่ายดายโดยที่ไม่รู้ผลแพ้ชนะทำให้มีเสียงบ่นงึมงำดังมาจากหลายทิศทาง


หยางเฟยเจินหรี่ตามองซูเวยด้วยความสนใจมากยิ่งขึ้นเขามองเห็นและรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าลูกชายตนเองอ่อนด้อยกว่าซูเวยหนึ่งระดับทว่าทั้งสองคนเลือกที่จะหยุดการต่อสู้กลางคันเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาวุ่นวายตามมาเป็นผลให้เขารู้สึกชื่นชมการตัดสินใจของซูเวยที่มีความรอบคอบเกินวัยของเธอเป็นอย่างมาก


“เอาละประลองแค่นี้พอ ต่อไปทุกคนจะต้องฝึกฝนหนักขึ้น หากใครขี้เกียจจะให้หัวหน้าแผนกที่หกคนใหม่เป็นคนลงโทษเองอาจจะหนักกว่าที่ผมลงโทษพวกคุณก็ได้นะ”


หยางเฟยเจินลุกขึ้นยืนพลางปรบมือส่งสัญญาณก่อนประกาศบอกทุกคนอย่างจริงจังเขาอยากให้ทุกคนมุ่งมั่นฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งมากกว่าสนใจแค่เรื่องการแข่งขันว่าใครแพ้หรือชนะเขาจึงต้องแสดงท่าทางให้ชัดเจน


หลังจากนั้นบรรดาเอสเปอร์ต่างพากันแยกย้ายไปทำงานท่ามกลางเสียงซุบซิบและวิจารณ์บทสรุปของการแข่งขันที่ไม่ชัดเจนถึงกระนั้นก็ไม่มีคำตอบใดช่วยคลายความสงสัยให้กับพวกเขาได้


คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน