ตอนที่ 6 การทะยานขึ้นจากหุบเหว สายลมที่ไร้พันธนาการ
สายลมพัดกรรโชกผ่านหุบเหวลึก ปะทะร่างหญิงสาวชุดดำที่ยืนอยู่บนปลายก้อนหินสูงสุดของผาชัน เบื้องล่างนั้นยังคงเป็เงามืดที่น่าหวาดหวั่น ลึกจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
นางหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก พลังปราณในร่างไหลเวียนอย่างสงบนิ่ง ราวกับสายน้ำที่ไหลเรียบแต่ทรงอำนาจ
"ไต่บันไดเมฆ..."
นางพึมพำในใจ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ั์ตาดำขลับเปล่งประกายมุ่งมั่น
หนึ่งก้าว ลมใต้ฝ่าเท้าสั่นไหว
สองก้าว เงาร่างราวกับไร้น้ำหนัก
สามก้าว ร่างลอยเหนือพื้นหิน
ลมพัดพลิ้วผ่านปลายชายอาภรณ์ดำที่สะบัดไหว นางเหยียบอากาศดุจเมฆาเบาบาง ก้าวข้ามม่านหมอกโดยไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยว ร่างทะยานสูงขึ้น ราวกับนกอินทรีที่สยายปีกเหนือผืนฟ้า
เสียงพายุหมุนวนในหุบเหวพัดผ่านร่างเหยาหนิงเหอ แต่กลับไม่สามารถฉุดรั้งนางลงไปได้ นางกำหนดลมหายใจ หลอมรวมจิตเข้ากับสายลม ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลไปกับกระแสอากาศ
จากจุดต่ำสุดของหุบเหว นางพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างสง่างาม
ผ่านยอดไม้สูงที่ปกคลุมเส้นทาง
ผ่านแสงแดดที่ส่องลอดลงมาเป็ประกายสีทอง
และสุดท้าย แตะขอบหน้าผา
นางเหยียบลงบนพื้นดินของโลกเบื้องบนอีกครั้ง เงยหน้ามองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ สายลมบนหน้าผากระทบผิวเย็นเยียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยอิสรภาพที่นางไม่เคยััมาก่อน
แต่นางไม่ลืมว่าตนเองไม่ได้มาคนเดียว
นางรีบคว้าเถาวัลย์เส้นหนาที่เลื้อยพันอยู่บนต้นไม้ใหญ่ มัดเป็ปมแน่นหลายต่อ ก่อนจะทิ้งปลายเถาวัลย์หย่อนลงไปในหุบเหว
เสียงใบไม้เสียดสีกับเถาวัลย์ดังก้องไปในช่องหุบเหวอันลึกมืด
"พี่หญิง! นายท่าน! จับเถาวัลย์ไว้ ข้าจะดึงพวกท่านขึ้นมา!"
เสียงของนางดังก้องลงไปเบื้องล่าง
“เป็เ้าขึ้นไปก่อนเถิด หนิงเจี้ยน”
หลี่เฟยเทียนบอกพร้อมแตะต้นแขนนางกระตุ้นเตือน
และไม่นานหลังจากนั้น มือเรียวของเหยาหนิงเจี้ยน สาวชุดเขียวก็เอื้อมขึ้นมาจับเถาวัลย์ไว้แน่น ปีนป่ายขึ้นสู่เบื้องบนด้วยพลังการดึงช่วยเหลือจากน้องสาว
ไม่นานนักมือของหญิงสาวชุดเขียวคว้าขอบหน้าผาได้ก่อน นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยุงตัวขึ้นมา
ชั่วไม่นานนัก หลีเฟยเทียนชายหนุ่มที่แม้จะยังมีาแจากอดีต แต่ดวงตากลับฉายแววแน่วแน่ ก็ปีนป่ายกลับขึ้นมาเช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือจากแรงปราณของเหยาหนิงเหอ
ทั้งสามคนกลับมายืนบนผืนดินเดียวกันอีกครั้ง
หญิงสาวชุดดำทอดสายตามองท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนจะหันกลับมามองพี่สาวและชายหนุ่ม พวกเขาอาจไม่ใช่คนเดิมที่เคยก้าวลงสู่หุบเหวเมื่อหลายเดือนก่อน แต่จากนี้ไป เส้นทางของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า….”
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะหยาบกร้านดังลั่นไปทั่วป่า ใบไม้ไหวสะท้านจากแรงย่ำเท้าของกลุ่มโจรป่าที่โผล่ออกมาจากพุ่มใบบัง ดวงตาโลภ มากด้วยราคะจับจ้องไปที่ทั้งสามซึ่งเพิ่งขึ้นจากหุบเหว
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! คิดว่าพวกเ้าจะหนีรอดไปได้รึ? ไม่นึกเหมือนกันนะว่าพวกเ้าจะรอดชีวิตกลับขึ้นมา!"
เสียงหนึ่งะโขึ้น
หัวหน้าโจร ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ ก้าวออกมายืนกลางลานโล่ง ยกดาบขึ้นพาดบ่า ั์ตาของมันเปล่งประกายเย้ยหยัน
"น่าเสียดายนัก ข้าอุตส่าห์คิดว่าเ้าคงตายตกเหวไปแล้ว!"
เหล่าโจรอีกนับสิบหัวเราะลั่น กระชับอาวุธในมือ ล้อมเข้ามาเป็วงแคบขึ้นเรื่อย ๆ
ชายหนุ่มที่ฟื้นจากความตาย ขมวดคิ้วแน่น มือกำหมัดแน่นด้วยสัญชาตญาณนักรบ ดวงตากวาดมองรอบด้านอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายเถอะ…เพิ่งขึ้นจากนรกแท้ๆ นี่พวกมันรอพวกเราอยู่ตลอดเลยรึ?”
หญิงสาวชุดเขียวกัดริมฝีปาก สีหน้าหวาดระแวงแต่ยังไม่หวั่นไหว มือเรียวลูบไล้ััขวดโอสถที่เหน็บไว้ตรงเอว
“พวกเราต้องหาทางหลบหนี…พวกมันมากเกินไป”
หญิงสาวชุดดำยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อม สายตาเรียบนิ่งราวกับผืนน้ำเยือกแข็ง ไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพิ่งขึ้นมาจากหุบเหว ไม่ใช่เพื่อถูกจับอีกครั้ง!
"หลบหนีงั้นรึ? ไม่ต้องเสียเวลาแล้ว ข้าจะมอบจุดจบที่พวกเ้าสมควรได้รับเอง!"
หัวหน้าโจรเหยียดยิ้ม กระชับดาบ เตรียมพุ่งเข้าฟัน
แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง หญิงสาวชุดดำแค่นเสียงเบา
"พวกเ้าเข้าใจผิดแล้ว"
เสื้อคลุมดำสะบัดไหว นางพุ่งออกไปก่อนที่โจรจะได้ขยับ ดวงตาของนางเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ปราณไหลเวียนในกายพร้อมร่างกายที่เบาดั่งสายลม
นี่ไม่ใช่การหลบหนี แต่เป็การโต้กลับ!
เสียงหัวเราะของโจรป่ากลืนหายไปในความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน ราวกับพายุที่พัดผ่านในเสี้ยววินาที
ร่างของหญิงสาวชุดดำหายไปจากที่เดิม!
ก่อนที่หัวหน้าโจรจะทันรู้ตัว เงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า!
“เฮ้ย..”
ปลายกระบี่เย็นเยียบแตะลงที่ลำคอของมันพอดิบพอดี เพียงปลายคมกริบขยับเข้าอีกนิดเดียว เืสด ๆ คงหลั่งริน
หัวหน้าโจรชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีแม้แต่โอกาสจะกรีดร้อง มือที่ถือดาบแข็งค้างอยู่กลางอากาศ หยาดเหงื่อไหลซึมลงมาตามขมับของมัน
"เ้าคิดว่าข้าจะเป็เหยื่อของพวกเ้าอีกครั้งหรือ?"
น้ำเสียงของหญิงสาวเยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันมหาศาล
นางจับคอเสื้อของมันกระชากมาเป็โล่กำบัง ใบหน้างามแต่ั์ตาคมกริบจับจ้องพวกโจรที่เหลือซึ่งต่างตื่นตระหนก ไม่กล้าขยับเข้าใกล้
พวกมันเริ่มตั้งสติ หัวหน้าโจรถลึงตาใส่พรรคพวก
"พวกเ้าจะยืนงงอยู่ทำไม! จับนางสิวะ!"
ทันทีที่คำสั่งถูกเปล่งออกมา เหล่าโจรป่าก็กรูกันเข้ามาพร้อมดาบในมือ
เหยาหนิงเหอปรายตามองอย่างเฉยชา ก่อนจะกระซิบเสียงเย็นข้างหูของเหยื่อในเงื้อมมือ
"ขยับอีกก้าวเดียว แล้วเ้าจะไม่มีโอกาสพูดคำไหนได้อีก"
กระบี่ในมือนางกรีดลงบนผิวคอของหัวหน้าโจรเป็รอยบาง ๆ หยาดเืสีแดงสดซึมออกมา มันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาทั้งสองแทบจะอ่อนแรงลงทันที
"หยุด!! ทุกคน…อย่าขยับ! อย่าฆ่าข้า!"
หัวหน้าโจระโลั่น ใบหน้าซีดเผือด
พวกโจรที่กำลังจะเข้ารุมพลันชะงักกึก แม้ความโกรธจะแผ่ซ่านอยู่เต็มร่าง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าขยับเข้าไปอีก
หญิงสาวชุดดำคลี่ยิ้มเ็า เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่กดดันเสียยิ่งกว่าคมกระบี่
"โยนดาบของพวกเ้าทิ้งเสีย หากไม่อยากเห็นศพของหัวหน้าพวกเ้าในอีกลมหายใจถัดไป"
ร่างของพวกโจรแข็งทื่อ พวกมันสบตากันอย่างลังเล ทว่าหยาดเืที่ไหลซึมออกจากลำคอของหัวหน้าก็ทำให้พวกมันตัดสินใจได้ในที่สุด
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาวุธถูกโยนลงพื้นอย่างสิ้นหวัง พวกมันไม่มีทางเลือก
หญิงสาวชุดดำหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปรายตามองพี่สาวชุดเขียวและชายหนุ่ม พลางเอ่ยเสียงเรียบ
"ตอนนี้…เราต่างหากที่เป็ฝ่ายกำหนดเงื่อนไข"
หลี่เฟยเทียน รำลึกความหลัง หากแม้นตนเองอยู่ในร่างของทหารกองกำลังพิเศษ โจรป่าพวกนี้ คงไม่มีโอกาสได้เหิมเกริมแบบนี้ แต่ยามนี้ตนเองยังล้า จึงต้องอาศัยพลังความสามารถของเหยาหนิงเหอไปก่อน
สายลมพัดวูบผ่านป่าทึบ ความเงียบปกคลุมพื้นที่โดยรอบ เหล่าโจรป่าที่ล้อมอยู่ยังคงนิ่งงัน ไม่มีใครกล้าขยับ เมื่อเห็นหัวหน้าของตนถูกคุมตัวด้วยคมกระบี่ของหญิงสาวชุดดำ
ทว่าด้านหลัง หญิงสาวชุดเขียวกลับแสยะยิ้มเย็น เสี้ยววินาทีที่พวกมันมัวแต่หวาดกลัวต่อคมกระบี่ของน้องสาว นางก็ได้หยิบขวดกระเบื้องสีฟ้าอ่อนขึ้นมาอย่างแเี
ภายในนั้น บรรจุผงพิษไร้สีไร้กลิ่น พิษร้ายที่ไม่อาจสังหาร แต่สามารถทำให้บุรุษตกอยู่ในห้วงความกำหนัด คลั่งไคล้จนไร้ซึ่งสติ!
“พวกเ้าคงลืมไปแล้วสินะ ว่าเคยทำสิ่งใดไว้กับหญิงสาวมากมายในหมู่บ้านที่พวกเ้าย่ำยี”
หญิงสาวชุดเขียวเอ่ยขึ้น ดวงตาเปล่งประกายเ็า
นางโปรยผงพิษออกจากปลายนิ้วเบา ๆ ละอองพิษกระจายออกไปราวกับเกสรดอกไม้ที่ล่องลอยตามสายลม ปะปนเข้าไปในอากาศที่เหล่าโจรหายใจเข้าไปโดยไม่ทันระวังตัว
"หึ! เ้าคิดว่าคำขู่ของหญิงเช่นเ้าจะทำให้ข้าหวาดกลัวรึ!?"
โจรคนหนึ่งแค่นเสียง ก่อนจะพยายามก้าวเข้ามาข้างหน้า ลืมไปว่าหัวหน้าของพวกมันถูกคร่ากุมอยู่ ทว่าทันใดนั้นเอง…
ร่างของมันพลันชะงัก ลมหายใจขาดห้วง ดวงตาเบิกโพลง ร่างกายร้อนวูบขึ้นมาอย่างรุนแรง
"อะ…อะไรกัน!?"
มันครางเสียงต่ำ เหงื่อแตกพลั่ก ท้องน้อยบิดเกร็งอย่างแปลกประหลาด
ไม่ใช่มันเพียงคนเดียว เหล่าโจรป่าที่เหลือก็เริ่มมีอาการคล้ายกัน บางคนหอบหายใจหนัก บางคนทรุดลงกับพื้น มือสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำราวกับคนบ้าคลั่ง
หัวหน้าโจรที่ถูกจับเป็ตัวประกัน เห็นสภาพพรรคพวกของตนแล้วก็หน้าถอดสี รีบตวาดถามเสียงสั่น
"เ้า…เ้าให้พวกข้าสูดดมอะไรเข้าไป!?"
หญิงสาวชุดเขียวคลี่ยิ้มบาง ๆ ใบหน้าหวานละมุนของนางกลับดูเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"เพียงของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น…"
นางกล่าวเสียงเบา
"...เป็ยาที่พวกเ้าคงจะคุ้นเคยดี…เพราะมันก็คือพิษที่พวกเ้ามักใช้กับหญิงสาวที่พวกเ้าลักพาตัวมาไงล่ะ แต่บัดนี้อานุภาพมันร้ายแรงกว่าของพวกเ้ามากนัก"
ดวงตาของโจรทุกคนเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างของพวกมันร้อนรุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความกำหนัดที่ไม่ได้เกิดจากอารมณ์ แต่เกิดจากพิษทรมานจนพวกมันแทบคลั่ง
"อึก…ข้าทนไม่ไหวแล้ว…!"
โจรคนหนึ่งคำราม มือขยุ้มเสื้อของตัวเองแน่น ร่างกายสั่นสะท้าน
"ช่วยข้าด้วย! อ๊ากกก!!"
อีกคนลงไปนอนกลิ้งกับพื้น
เสียงครางต่ำ สลับกับเสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังไปทั่วป่า เหล่าโจรป่าแต่ละคนคุกเข่าลง บ้างข่วนร่างตัวเอง บ้างพยายามกระโจนเข้าใส่กันเองราวกับสัตว์ป่าไร้สติ หลายคนวิ่งกระโจนลงหุบเหว
ชั่วไม่นานนัก ก็เหลือเพียงหัวหน้าโจรที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อประจักษ์ต่ออานุภาพของยาพิษจากหญิงชุดเขียว
มันตัวสั่นงันงก หันมามองเหยาหนิงเจี้ยนด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เ้า…เ้าเป็ปีศาจรึ!?"
หญิงสาวชุดเขียวเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวานเย็น แต่เต็มไปด้วยความอาฆาต
"ใช่แล้ว ข้าเป็ิญญาปีศาจหญิงคนหนึ่ง ที่พวกเ้าเคยย่ำยี บัดนี้ได้เวลาแก้แค้นของข้าแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้พวกเ้าลอยนวลทำระยำ ก่อกรรมชั่วอีกต่อไป ฮ่าฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะเล็กแหลมของนางเสียดหัวใจของมันจนแทบสิ้นสติ บวกกับยาพิษที่มันได้รับ ครู่เดียวก็พุ่งทะยานลงสู่หุบเหวตามพวกสมุนของมันไป
โปรดติดตามตอนต่อไป