คู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล]

    บทที่ 39 ช่างโอหังยิ่งนัก! (เปิดฟรีวันที่ 29 ตุลาคม 2568)

     

    บทที่ 39 ช่างโอหังยิ่งนัก!

     

    เซียวหลิงอวิ๋นไม่พอใจอย่างมากนี่เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย ทั้งหมดต้องโทษหลีเย่หานเพราะตอนที่นางใส่ ‘หญ้าเย่หาน’ สมุนไพรขั้นห้าชนิดสุดท้ายลงไปในเตาจู่ๆ นางก็นึกถึงเสียงทุ้มต่ำชวนหลงใหลของหลีเย่หานที่กระซิบข้างหูนางในตอนที่เขาออกจากงานพิธีบูชาฟ้าดินว่า

            “ว่าที่พระชายา”

            ตอนนั้นก็ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจถึงได้เต้นผิดจังหวะก่อนจะพาเซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่จากไปด้วยความขวยเขินปนโกรธเคือง

            เซียวหลิงอวิ๋นส่ายศีรษะไล่ภาพของหลีเย่หานออกไปให้ไกลจากความคิดที่สุด

            นางจำต้องเทกากยาทิ้งแล้ววางโอสถถอนพิษขั้นสามที่ปรุงสำเร็จตั้งแต่เมื่อคืนไว้ด้านข้าง

            ครั้งนี้เซียวหลิงอวิ๋นจริงจังกว่าที่เคยไม่ว่านางจะทำสิ่งใด ก็ไม่ยอมให้ตัวเองพลาดเกินสองครั้ง หากพลาดแล้วสองครั้งต่อให้ต้องใช้ทุกวิธีการและแลกด้วยทุกสิ่งที่มีนางก็จะต้องเอาชนะอุปสรรคนั้นให้ได้ คนที่ไม่รู้จักนาง อาจจะคิดว่านางบ้าไปแล้ว

            เมื่อสมุนไพรแต่ละชนิดถูกใส่ลงไปในเตาหลอมตามลำดับอย่างเคร่งครัดเซียวหลิงอวิ๋นก็จดจ่อสมาธิไปที่การคุมไฟอย่างเต็มที่

            เสียงไฟหลอมดังซู่ซ่าลิ้นไฟกระโจนสูงขึ้นเป็นระยะ เตาหลอมสั่นไหวเบาๆ

            เซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งจะคุ้นชินกับวิธีการหลอมยาของที่แห่งนี้ซึ่งง่ายกว่าชาติก่อนของนางมาก ทั้งคุณภาพของเตาหลอมและไฟหลอมก็ดีกว่ามากตราบใดที่นางไม่พลาด การหลอมโอสถขั้นห้าก็หาใช่เรื่องยากเย็น

            ไม่นานก็มาถึงช่วงสำคัญที่สุดของการหลอมโอสถ

            เซียวหลิงอวิ๋นเพ่งสมาธิควบคุมเตาหลอมเหงื่อผุดซึมบนขมับ เตาหลอมหมุนวนอยู่กับที่อย่างต่อเนื่องคลื่นพลังวิญญาณรั่วไหลออกมาเล็กน้อย

            นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด

            “เซียวหลิงอวิ๋นอยู่ที่ไหน ยังไม่รีบออกมารับพระราชโองการอีก!”

            ทันใดนั้นเสียงแหลมเจือแววความสะใจของเซียวเย่ว์หยาก็ดังมาจากด้านนอก

            เซียวหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่นลิ้นไฟพลันพุ่งสูงขึ้นจนเกือบทำให้โอสถเสีย นางคงสีหน้าเยือกเย็นดวงตายังจับจ้องเตาหลอมไม่วางตา โอสถกำลังจะสำเร็จในอีกเพียงไม่กี่อึดใจนางไม่อาจเสียสมาธิในเวลาสำคัญเช่นนี้

            ด้านนอกเซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาเห็นเซียวเย่ว์หยาและเซียวฉางอวี่ที่สีหน้าเยือกเย็นเดินเข้ามาราวกับจะมาเอาเรื่องก็ขมวดคิ้วถาม

            “เซียวเย่ว์หยา เจ้ามาที่นี่ทำไม!”

            เซียวเย่ว์หยามองพวกเขาอย่างประหลาดใจปนดูแคลนก่อนจะเอ่ยเหยียดหยามว่า

            “ฮึ! เซียวหลิงเฟิง เซียวหลิงเย่พวกเจ้าสองตัวอัปรีย์ถึงกับบังอาจมาปรากฏตัวในจวนของข้า พี่ใหญ่ ท่านดูสิหากไม่ใช่ว่าพวกเรามาในวันนี้คงไม่รู้เลยว่าเซียวหลิงอวิ๋นกล้าซ่อนพวกมันไว้ในจวนเจิ้นกั๋วโหวมิหนำซ้ำยังพาแม่ผู้ต่ำช้าของนางเข้ามาด้วย นางคิดว่าที่นี่คือที่ซ่องสุมขอทานหรืออย่างไรหรือว่าคิดว่าจวนเจิ้นกั๋วโหวนี้เป็นของนางแล้วกันแน่ พี่ใหญ่วันนี้ต้องไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ เป็นอันขาด!”

            เซียวหลิงเฟิงโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี“เจ้าว่าใครเป็นหญิงต่ำช้า! หุบปากสกปรกของเจ้าไปเสียหากเจ้ากล้าใส่ร้ายมารดาข้าอีก ข้าจะสู้ตายกับพวกเจ้า!!”

            เซียวฉางอวี่ปรายตามองเซียวหลิงเฟิงและเซียวหลิงเย่อย่างเย็นชา“เจ้าจะสู้กับใครกันพวกไร้ค่าที่มีพลังแค่ระดับหลังฟ้าขั้นหนึ่งของพวกเจ้าสองคนยังกล้าทำอวดดีในจวนเจิ้นกั๋วโหวอีกรึเซียวหลิงอวิ๋นอยู่ที่ไหน ให้รีบออกมาเดี๋ยวนี้ ส่วนพวกเจ้าก็รีบไสหัวออกไปเสียไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!”

            “เซียวฉางอวี่ เจ้าพูดว่าใครไร้ค่า!” เซียวหลิงเฟิงโกรธจนทนไม่ไหว “เมื่อก่อนเจ้าสู้ข้าไม่ได้สักเรื่องหากไม่ใช่เพราะซ่างกวนหลิวชั่วช้าลอบทำร้ายมารดาข้า แถมยังวางยาข้าทำให้พลังฝีมือลดลงทุกวัน เจ้าคิดหรือว่าจะเอาชนะข้าได้!”

            เมื่อถูกแทงใจดำสีหน้าของเซียวฉางอวี่ก็พลันถมึงทึง เขากับเซียวหลิงเฟิงอายุไล่เลี่ยกันมักถูกนำมาเปรียบเทียบกันตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าด้านพลังฝีมือหรือพรสวรรค์เซียวหลิงเฟิงล้วนเหนือกว่าเขามาก เขาจึงถูกเยาะเย้ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าความเกลียดชังจึงฝังลึกมานาน

            ไม่ทันให้ตั้งตัวเซียวฉางอวี่ก็ลงมือทันที แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต

            “เจ้ากล้าว่ามารดาข้า เช่นนั้นก็ตายเสียเถอะ!”

            “พี่ใหญ่ ระวัง!” เซียวหลิงเย่ร้องเตือนอย่างร้อนรน

            แต่ด้วยพลังระดับหลังฟ้าขั้นเจ็ดของเซียวฉางอวี่เซียวหลิงเฟิงไม่มีทางต้านทานได้ ขณะที่เขากำลังจะถูกโจมตีตรงไปยังจุดตันเถียนเพื่อทำลายพลังจนหมดสิ้นทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งแทรกเข้ามา

            เสียง‘ปัง!’ ดังสนั่นเซียวฉางอวี่ถูกแรงสะท้อนผลักถอยไปหลายก้าว

            “เซียวฉางอวี่ ใครกันแน่ที่ต้องตาย!”

            ทันทีที่ตั้งหลักได้เขาก็ได้ยินเสียงเย้ยหยันเย็นชา ก่อนจะเห็นร่างหญิงสาวผมเผ้ากระเซอะกระเซิงใบหน้าเปื้อนเขม่าดำ เสื้อผ้าขาดเป็นรอยไหม้หลายแห่งสภาพอเนจอนาถจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้

            เซียวเย่ว์หยานางก็ชี้นิ้วด่าอย่างโกรธเคือง“เซียวหลิงอวิ๋น เจ้ากล้าพูดกับพี่ใหญ่เช่นนี้หรือ นางหญิงป่าเถื่อน!”

            เซียวฉางอวี่รู้สึกว่าหญิงตรงหน้าดูคุ้นตาอยู่บ้างแต่เมื่อได้ยินคำของเซียวเย่ว์หยาเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อก่อนเซียวหลิงอวิ๋นมักแต่งตัวซอมซ่อใบหน้าเต็มไปด้วยผื่นแดง ดูขี้ริ้วขี้เหร่อย่างยิ่ง

            ทว่าคนตรงหน้านี้...

            เซียวฉางอวี่ยกมือสะบัดแขนพลางทำสีหน้าเย็นเยียบ “น้องสาว เจ้ากล้าออกมาให้เห็นหน้าสักที สารภาพมาเถอะพวกคนนอกเหล่านี้มาอยู่ในจวนได้อย่างไรเย่ว์หยาบอกว่าเจ้ายังพาหญิงสกุลหลิ่วเข้ามาในจวนด้วยเจ้าคิดว่าจวนเจิ้นกั๋วโหวเป็นของตัวเองแล้วหรือไรข้าแนะนำให้เจ้าขับไล่พวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพี่ชายผู้นี้ไม่ปรานี!”

            เขาใช้สายตาเย็นชาปรายตามองจากมุมที่สูงกว่ามาที่เซียวหลิงอวิ๋น

            เมื่อก่อนทุกครั้งที่เขามองเช่นนี้ เซียวหลิงอวิ๋นก็มักจะหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าขัดคำแม้แต่ครึ่งคำ

            เซียวฉางอวี่กำลังรอให้นางตัวสั่นแล้วไล่เซียวหลิงเฟิงกับพวกออกไปแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยัน

            “เซียวฉางอวี่ เจ้าสติวิปลาสหรือไรข้าในฐานะคุณหนูสายตรงของจวนเจิ้นกั๋วโหว จะพาใครเข้ามาก็เป็นสิทธิ์ของข้าเจ้าเป็นใครถึงกล้ามาขู่ข้า มีสิทธิ์อันใดมาขู่ข้า กลับเป็นพวกเจ้ามากกว่าที่เช้าตรู่ก็มาร้องเอะอะในลานเรือนของข้า คนที่ไม่รู้คงคิดว่ามีสุนัขสองตัวเห่าหอนอยู่!”

            สุนัข? เห่าหอน?

            เซียวหลิงเฟิงกับเซียวหลิงเย่ถึงกับตะลึงนางถึงกับด่าว่าเซียวฉางอวี่กับเซียวเย่ว์หยาเป็นสุนัข!ช่าง...ช่าง...โอหังเกินไปแล้ว!!

            แต่ก็จริงพวกเขามิใช่กำลังเห่าไปทั่วหรือไร

            เซียวหลิงเย่ถึงกับมองพี่สาวด้วยดวงตาเป็นประกายอีกครั้งพี่สาวเขาช่างทรงอำนาจและกล้าหาญนัก!

            ส่วนใบหน้าของเซียวฉางอวี่และเซียวเย่ว์หยากลับเขียวคล้ำด้วยความโกรธ

            ก่อนหน้านี้เซียวหลิงอวิ๋นเคยได้แต่ยืนเงียบให้พวกเขาด่าและรังแกได้ตามใจแต่ครั้งนี้กลับด่าพวกเขาว่าเป็นสุนัข!

            เซียวฉางอวี่โกรธจนกัดฟันกรอดอยากจะฟาดนางให้ตายเสียตรงนี้ แต่เพราะเมื่อครู่ถูกแรงสะท้อนเล่นงานจนแขนยังชาอยู่เซียวหลิงอวิ๋นที่เคยเป็นเพียงคนไร้ค่า กลับสามารถผลักเขาถอยได้นี่มันช่างประหลาดนัก เขาจึงไม่กล้าลงมือโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอีก

            “เซียวหลิงอวิ๋น! ดีมากข้าสั่งให้เจ้าไล่เจ้าพวกที่มีชื่อเสียงเสื่อมเสียเหล่านี้ออกไป เจ้ากลับไม่ฟังแถมยังกล้าด่าพี่ชายอีกเจ้ารู้อยู่แล้วว่าพาพวกเขาเข้ามาในจวนจะทำให้จวนเจิ้นกั๋วโหวเสียหน้าแต่เจ้าก็ยังจงใจทำ เช่นนี้มิใช่ตั้งใจจะทำให้จวนเสื่อมเสียหรือไร!ยังทำให้ท่านแม่โกรธจนเป็นอัมพาต ซ้ำยังหักแขนเย่ว์หยาด้วยเจ้ากำลังคิดจะทำลายจวนเจิ้นกั๋วโหวให้ป่นปี้ ความคิดเจ้านี่ช่างชั่วร้ายนัก!วันนี้ข้าจะเป็นตัวแทนท่านพ่อ ลงโทษเจ้าตามกฎตระกูล! เด็กๆ!จับตัวเซียวหลิงอวิ๋นไปยังศาลบรรพชน และไล่พวกคนนอกทั้งหมดออกจากจวนเจิ้นกั๋วโหวเดี๋ยวนี้!”

            ทันทีที่คำสั่งหลุดจากปากพ่อบ้านเซียวก็รีบนำคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา

             

    คล้ายกับเรื่องคู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน