250 เมตร!
230 เมตร!
220 เมตร!
เย่เทียนก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้าราวกับกําลังเดินเตร็ดเตร่อย่างไร้จุดหมาย อีกทั้งสายตาของคนอื่นๆกำลังจับจ้องไปที่ยอดฝีมือระดับราชาตอนนี้จึงแทบไม่มีใครสนใจเย่เทียนนอกจากเยว่หลิง
“เย่เทียนกําลังทำอะไรน่ะ?”
เยว่หลิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับการกระทำของเย่เทียนแต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอมองไปที่จอมยุทธ์ระดับราชาที่กำลังจะลงมือ
การที่ได้มองดูยอดฝีมือระดับราชาลงมือนั้นเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งแน่นอนว่าไม่ควรพลาด!!!!!
ในที่สุดจอมยุทธ์ระดับราชาก็ลงมือภาพที่ปรากฏขึ้นเห็นเพียงฝ่ามือขนาดใหญ่คู่หนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศฝ่ามือของเขาถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณจนกลายเป็นฝ่ามือโปร่งแสงขนาดใหญ่มือเปล่าคู่นั้นพุ่งเข้าไปในรอยแยกมิติที่ยาวหนึ่งเมตร
“เปิด!”
จอมยุทธ์ระดับราชาตะโกน
แคร่ก แคร่ก!!!
รอยแยกของมิติที่เดิมทีไม่ได้ขยายตัวเริ่มแตกออกอีกครั้งมันเริ่มถูกมือเปล่าฉีกกระชากออกและยิ่งขยายใหญ่ขึ้น จนในที่สุดก็กลายเป็นหลุมดำยาวห้าเมตรกว้างสองเมตร
อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่อยู่ที่นี่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในขณะที่กำลังฉีกกระชากรอยแยกออกนั้นฝ่ามือขนาดใหญ่ของจอมยุทธ์ระดับราชาถูกทำลายอย่างต่อเนื่องและในที่สุดกลิ่นอายระดับราชาของเขาก็ค่อยๆ อ่อนแอลงเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าการพยายามเปิดรอยแยกมิตินี้ค่อนข้างยากสำหรับจอมยุทธ์ระดับราชาดูแล้วเขาคงจะสิ้นเปลืองพลังไปไม่น้อยในเวลานี้ในที่สุดเย่เทียนก็อยู่ห่างจากจอมยุทธ์ระดับราชาไม่ถึง 200 เมตร
ทันใดนั้นเย่เทียนก็ตรวจสอบพรสวรรค์ของราชาหยุนเหอ
[มนุษย์ : หยุนเหอ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : หลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านมิติ : ระดับเริ่มต้น]
“เอ๋? เขามีพรสวรรค์ด้านมิติด้วย!”
เย่เทียนประหลาดใจมาก
เท่าที่เขารู้ มิติและเวลานั้นเป็นสิ่งลึกลับมากมันเป็นพรสวรรค์สองประเภทที่เหนือชั้นที่สุดเหนือพรสวรรค์ทั่วไปนี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้พบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ด้านมิติ
พูดตามตรง เขาต้องการที่จะคัดลอกพรสวรรค์ด้านมิตินี้แต่สุดท้ายเขาก็กัดฟันและเลือกคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของราชาหยุนเหอ
พรสวรรค์ด้านมิติระดับเริ่มต้นอาจเป็นเรื่องมหัศจรรย์แต่พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นนั้นมีค่ามากกว่าเพราะมันเป็นพรสวรรค์ที่ใช้ปูทางสำหรับอนาคต
นอกจากนี้ สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ด้านมิติก็ใช่ว่าจะไม่มีเพียงแค่ค้นหามันให้เจอก็ยังไม่สาย
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นนั้นคุ้มค่ากว่ามาก
เมื่อเย่เทียนได้จําลองพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของราชาหยุนเหอแล้วไม่นานราชาหยุนเหอก็หายวับไป
“โชคดีที่เราคัดลอกได้ทันเวลา มิฉะนั้นเราคงพลาดพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นไป”
เย่เทียนกล่าวด้วยความยินดี
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปหาเยว่หลิงอีกครั้ง
“นั่นมันระดับราชา เขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ 500 ปีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกเพิ่งผ่านไปแค่ 100 ปีเท่านั้น500 ปี ช่างยาวนานนัก!” เยว่หลิงถอนหายใจ
“ฉันสงสัยว่าในชีวิตนี้ฉันจะกลายเป็นราชาได้หรือไม่?”
แม้ว่าเธอจะได้สมบัติล้ำค่ามาและใช้มันยกระดับพรสวรรค์ของเธอให้กลายเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะสูงสุดแต่โอกาสที่เธอจะได้เป็นราชาก็ยังน้อยกว่า 10%
แม้แต่ที่ฐานทัพทะเลมารก็มีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้แต่ระดับพลังของพวกเขาก็จะหยุดอยู่เพียงแค่นั้นส่วนผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงสุดก็มีจำนวนเพียงน้อยนิดที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับราชาได้หนทางข้างหน้ายากเย็นแสนเข็ญ ความเป็นไปได้นั้นน้อยเกินไป
“อย่าคิดมากไป ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ!”
เย่เทียนกล่าว
“ใช่ ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติแล้วกัน!” เยว่หลิงรู้สึกดีขึ้นมาอีกครั้ง“อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็สามารถเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้อายุขัยของพวกเราสามารถยืนยาวถึง 200 ปีในขณะที่นักรบผู้เชี่ยวชาญหลายคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ไปตลอดชีวิตนับประสาอะไรกับบางคนที่เกิดมาแล้วไม่สามารถเป็นนักรบได้ เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วพวกเรานับว่าโชคดีกว่ามาก!”
“ใช่ พวกเราโชคดีมาก!”
เย่เทียนเห็นด้วย
เพราะเขาเป็นคนที่โชคดีเหนือกว่าคนอื่นๆ มากที่สามารถปลุกพรสวรรค์ในการคัดลอกได้ เขาจึงค่อยๆ ก้าวขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้
หากเขาไม่มีพรสวรรค์ในการคัดลอก ต่อให้เขาข้ามมิติมาแล้วอย่างไร? เขาคงทําได้เพียงพึ่งพาพรสวรรค์ของเขาเท่านั้นไม่มีทางที่จะสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ตลอดชีวิต แม้แต่ระดับนักรบชั้นยอดก็อย่าได้หวัง
“เตรียมตัวเข้าสู่เขตแดนลับ!”
ปรมาจารย์จากตระกูลใหญ่กล่าวกับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน
ปรมาจารย์เยว่เฟิงหันไปเตือนนักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเยว่ว่า“หลังจากเข้าสู่เขตแดนลับแล้วพวกคุณพยายามหาคนจากตระกูลเดียวกันเพื่อมารวมกลุ่มกันมันจะช่วยให้พวกคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้พวกคุณสามารถอยู่ในเขตแดนลับได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น หากเกินหนึ่งเดือนแล้วพวกคุณไม่สามารถออกมาได้คุณจะต้องรอไปอีกสิบปีข้างหน้า เขตแดนลับมีกฎลึกลับคอยบงการอยู่ไม่มีทางที่พวกคุณจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้พวกคุณอย่าได้หวังพึ่งโชคลาภ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น 10 ปีผลที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้นพวกคุณคงจะรู้ดี”
“ผู้อาวุโส พวกเราเข้าใจแล้ว!”
นักรบผู้เชี่ยวชาญตระกูลเยว่ตอบรับ
ทันใดนั้น
เยว่หลิงก็ส่งนาฬิกาให้เย่เทียน “นี่คือเครื่องมือติดต่อแม้ว่าเราจะเข้าสู่เขตแดนลับแล้ว เราก็สามารถใช้สิ่งนี้เพื่อตรวจจับตำแหน่งของอีกฝ่ายได้เมื่อเข้าสู่เขตแดนลับ เราจะถูกเคลื่อนย้ายไปคนละที่ทันทีเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราต้องมารวมตัวกันโดยเร็วที่สุด”
“อืม ผมเข้าใจแล้ว!”
เย่เทียนหยิบนาฬิกาขึ้นมาแล้วถามต่อว่า “อีกหนึ่งเดือนเราจะออกมาได้ยังไง?”
จะโทษเขาไม่ได้ที่ถามเช่นนี้ เพราะในความจริงแล้วเย่เทียนไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับเขตแดนลับเลย
“ออกมาจากรอยแยกของมิติเหมือนแบบนี้แหละ!” เยว่หลิงอธิบาย“เมื่อพวกเราเข้าสู่เขตแดนลับแล้ว จะมีคนนําสมบัติชิ้นหนึ่งใส่ไว้ในรอยแยกมิติเมื่อเวลานั้นมาถึง แสงประหลาดจะส่องสว่างไปทั่วเขตแดนลับพวกเราสามารถมองหาตำแหน่งของรอยแยกมิติได้โดยใช้แสงแปลกประหลาดนั่น ทำให้เราคํานวณเวลาในการออกมาได้ทัน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เย่เทียนเข้าใจอย่างครบถ้วน
พูดตามตรงรอยแยกมิติเปรียบเสมือนประตูและเส้นทางที่นำพวกเขาจากโลกนี้ไปสู่อีกมิติหนึ่งเพียงแต่ว่าพวกเขาไม่สามารถกำหนดทิศทางด้วยตนเองได้พลังมิติจะโยนพวกเขากระจายออกไปในเขตแดนลับ
วูบ!!!
นักรบคนหนึ่งกระโดดเข้าไปในรอยแยกมิติและหายไป
ไม่นานก็ถึงตานักรบผู้เชี่ยวชาญของตระกูลเยว่
เย่เทียนตามเยว่หลิงเข้าไปในรอยแยกมิติ เมื่อเขาเข้าไปในรอยแยกมิติพลังมิติก็ได้ห่อหุ้มตัวเขาไว้
ตูม!!!
พลังที่พุ่งมาโยนเย่เทียนร่วงลงมาที่ไหนสักแห่งด้วยความมึนงงในเขตแดนลับ
ใกล้ลําธารสายหนึ่งร่างของเย่เทียนปรากฏขึ้นที่นี่และกระแทกลงกับพื้นจนเป็นหลุมขนาดใหญ่โชคดีที่เย่เทียนมีร่างกายที่แข็งแรง ถ้าคนธรรมดาตกลงมากระแทกกับพื้นเช่นนี้พวกเขาคงกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว
เย่เทียนยืนขึ้นและมองไปรอบๆ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอันตรายมากนักเย่เทียนก็รีบหาสถานที่หลบซ่อนตัว
เขาเตรียมจะเริ่มผสานพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น
ไม่นานนักเขาก็พบกองหินที่มีช่องขนาดเท่าตัวคนและยากที่จะสังเกตเห็น
ดังนั้นเย่เทียนจึงตัดสินใจแทรกตัวผ่านช่องหินและนั่งขัดสมาธิเริ่มผสานพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น
อ๊ากกกก!!!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากทั่วร่างกาย
ในเวลานี้เย่เทียนรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในตอนที่เขาหลอมรวมพรสวรรค์ครั้งสุดท้ายการหลอมรวมพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นนั้นรุนแรงกว่าที่เขาคิดไว้มากแต่พอคิดถึงประโยชน์ของมัน เย่เทียนก็กัดริมฝีปาก พยายามอดทนอย่างถึงที่สุดไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายความเจ็บปวดก็ค่อยๆทุเลาลงเมื่อกระบวนการหลอมรวมเสร็จสิ้น
เย่เทียนมองไปที่ร่างกายที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อจํานวนมากของเขา
สิ่งแรกที่เย่เทียนทำไม่ใช่การชำระล้างร่างกาย แต่เป็นการตรวจสอบพรสวรรค์ของเขาแทน