ครั้นอวี๋จิ่นลี่รักษาเจียงม่อเซิ่งเสร็จก็ไม่ได้อยู่ต่อ อย่างไรเสียเขาก็ยังกินอาหารเย็นไม่เสร็จ หลังอารมณ์ตื่นเต้นดีใจสลายหายไป เขาก็คิดถึงอาหารที่ตนทำขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ได้กินหลายวันแล้ว คิดถึงสุดๆ เลยแฮะ
เมื่ออวี๋จิ่นลี่ลงมาถึงห้องรับประทานอาหาร ก็รู้สึกเหลือเชื่อหลังพบว่าเฉียวมู่หลานกับเจียงเจิ้นเทาจะยังรอเขาอยู่หน้าโต๊ะอาหาร และกับข้าวบนโต๊ะก็เหลือเท่าเดิมเหมือนตอนที่เขาออกไป ไม่มีใครแตะซึ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังรอเขาอยู่
อวี๋จิ่นลี่พลันรู้สึกละอายใจเล็กน้อย กินข้าวได้ครึ่งเดียวจู่ๆ ก็วิ่งพรวดเอาข้าวขึ้นไปให้ใครบางคนกิน ปล่อยให้พ่อแม่หิ้วท้องรอเขา เสียมารยาทเกินไปจริงๆ
“คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ พ่อกับแม่กินก่อนก็ได้ ไม่เห็นต้องรอผมเลย” อวี๋จิ่นลี่กล่าวด้วยความละอายใจ
“อาหารอร่อยขนาดนี้ต้องกินพร้อมหน้ากันถึงจะยิ่งอร่อย” เฉียวมู่หลานยิ้มกล่าว จากนั้นจึงให้คนเติมข้าวให้หนุ่มน้อยอีกหนึ่งถ้วย
ว่าแล้วว่าอาหารโอชาของหวาซย่ายังคงเป็นอาหารที่อร่อยกว่าจริงๆ ต่อให้เป็นเพียงอาหารประจำบ้านสุดแสนจะธรรมดาก็ยังอร่อยเลิศรสสุดๆ ยิ่งได้เห็นเฉียวมู่หลานกับเจียงเจิ้นเทากินด้วยความอิ่มเอมเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่แกงในจานยังไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เชฟอย่างอวี๋จิ่นลี่ก็รู้สึกถึงความสำเร็จมากเป็นพิเศษ
ณ ตอนนี้เองนิมิตปรากฏขึ้นอีกครั้ง พลังศรัทธาบางเบาถึงขั้นไหลทะลักเข้ามาจากนอกประตูอย่างไม่ขาดสาย จากนั้นก็จมหายเข้าไปในร่างของอวี๋จิ่นลี่จนหมดทำให้เขาสับสนมึนงงเล็กน้อย
พลังศรัทธาต้องมาจากความชื่นชอบที่ผู้อื่นมีต่อเรา เลื่อมใสเราจากใจจริง จึงจะมีโอกาสเกิดพลังศรัทธาที่บริสุทธิ์ได้ หากคิดจะทำให้สำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ก่อนหน้านี้เห็นพลังศรัทธาปรากฏขึ้นบนร่างเฉียวมู่หลานกับเจียงเจิ้นเทา อวี๋จิ่นลี่ยังพอเข้าใจได้ อย่างไรเสียหลายวันนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองก็ชื่นชอบและใส่ใจเขามาก กอปรกับที่เขาแสดงฝีมือเย็นวันนี้ทำให้พวกเขายิ่งชอบเขา หากจะเกิดพลังศรัทธาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ทว่าพลังเหล่านี้ที่ลอยเข้ามาตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดจากคนตระกูลเจียง แต่หลังเขามายังโลกใบนี้ นอกจากคนตระกูลเจียงแล้วก็ไม่เคยคบค้าสมาคมกับผู้อื่นเลย เช่นนั้นทำไมจึงเกิดพลังศรัทธาได้เล่า
อวี๋จิ่นลี่รู้สึกว่าสมองตนใกล้จะใช้การไม่ได้แล้ว หากอาจารย์และศิษย์พี่อยู่ที่นี่จะต้องรู้สาเหตุแน่นอน
แต่อวี๋จิ่นลี่ก็ไม่ได้พะวงนานเกินไป สำหรับเรื่องที่คิดไม่ตกก็โยนทิ้งข้างหลังชั่วคราว ไม่แน่ว่าอาจคิดออกตอนไหนก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เกิดพลังศรัทธาเหล่านี้ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อเขามาก แบบนั้นก็ยิ่งไม่ต้องพะวงแล้ว
ด้วยเหตุนี้หนุ่มน้อยจึงโคจรพลังศรัทธาที่รับเข้ามาในร่างกาย จากนั้นกลั่นเป็นพลังวิญญาณแล้วกักเก็บไว้ในเน่ยตาน
พลังวิญญาณที่แปลงจากพลังศรัทธาที่ได้รับในเย็นนี้ กลับมากกว่าพลังวิญญาณที่เขาได้รับจากของวิเศษหลายวันมานี้รวมกันเสียอีก
เป็นดังคาด ว่าการใช้พลังศรัทธามาบำเพ็ญเพียรเร็วกว่ากินเพียงของวิเศษมาก หากพบหาวิธีที่ได้ผลกว่านี้ สร้างพลังศรัทธาที่มากกว่านี้ได้ก็คงดี
ตอนนี้สิ่งที่อวี๋จิ่นลี่คิดถึงเป็นอันดับแรกคือคอมพิวเตอร์
ชาติที่แล้ว ตั้งแต่เขาใช้คอมพิวเตอร์เป็น พอเจอปัญหายากอะไรก็ต้องไปค้นป่ายตู้[1] เขาพบว่าคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาแทบไม่มีเรื่องใดที่ไม่รู้ช่างเก่งกาจ ช่างสุดยอดเลยจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์ในโลกนี้จะเก่งกาจและสุดยอดเหมือนกันหรือเปล่า
ราคาคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องบนดาวโลกก็ไม่ถึงกับถูก ถ้าอย่างนั้นบนโลกนี้คงจะแพงเหมือนกันกระมัง อวี๋จิ่นลี่มองกระเป๋าที่ว่างเปล่าโบ๋เบ๋ของตนก็กังวลเป็นอย่างยิ่ง
ตอนเขา ‘แต่ง’ ออกมาจากตระกูลอวี๋ ตระกูลไม่ได้เตรียมสินเดิมใดไว้ให้ และชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา ตระกูลอวี๋ยิ่งไม่มีทางเตรียมของไฮเทคอะไรให้เขา นอกจากบัตรประชาชนของเขาแล้วพูดได้ว่าเขาไม่มีอะไรเลย
ดังนั้นคอมพิวเตอร์โฟตอนที่ใครๆ ต้องมี อวี๋จิ่นลี่ย่อมไม่มี และแน่นอนว่าเขาไม่มีค่าความน่าเชื่อถือเช่นกัน
หากไม่มีค่าความน่าเชื่อถือก็หมดหนทางซื้อคอมพิวเตอร์โฟตอน เมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์โฟตอนก็หมดหนทางค้นหาวิธีทำให้คนอื่นชื่นชอบเราโดยเร็วมาสร้างพลังศรัทธาเยอะๆ พอไม่มีพลังศรัทธาเขาก็หมดหนทางบำเพ็ญเพียร นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ
คงเป็นเพราะมัวแต่คิดเรื่องคอมพิวเตอร์โฟตอนกับการบำเพ็ญเพียร อารมณ์ของอวี๋จิ่นลี่จึงห่อเหี่ยวเล็กน้อย กระทั่งวันรุ่งขึ้นตอนนำอาหารไปให้เจียงม่อเซิ่ง อารมณ์เลยยังไม่ดีขึ้นเท่าไร
พลตรีหนุ่มเห็นอวี๋จิ่นลี่ที่ปกติร่าเริงเบิกบานกลับห่อเหี่ยว หัวใจก็หนักอึ้งฉับพลัน ดวงตาที่ดำขลับยิ่งลุ่มลึกเสมือนหลุมดำซึ่งหากไม่ทันระวังก็อาจถูกดูดเข้าไปไม่มีวันกลับ
หรือมีใครแกล้งเจ้าตัวเล็กนี่แล้ว เจียงม่อเซิ่งคิดถึงความเป็นไปได้นี้ก็แทบจะลุกจากเตียงเป็นกำลังแก้แค้นให้อวี๋จิ่นลี่นัก
ทว่านอกจากเป็นห่วงแล้ว ตอนนี้เขากลับทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
เป็นอีกครั้งที่เจียงม่อเซิ่งเกลียดที่ตัวเองได้รับพิษบาดเจ็บ หากตนไม่บาดเจ็บ ตระกูลเจียงก็คงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คนตระกูลเจียงของเขาก็คงไม่ถูกกลั่นแกล้ง
อวี๋จิ่นลี่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเจียงม่อเซิ่งได้อย่างฉับไว เขาจึงหลุดจากความคิดของตน จากนั้นถามด้วยความร้อนใจ “เป็นอะไร พิษกำเริบอีกแล้วเหรอ”
เชิงอรรถ
^ เสิร์ชเอนจิน (Search Engine) อันดับหนึ่งของประเทศจีน