เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 57 ท่านย่าป่วยหนัก

    เทียนมาถึงที่เมืองชายแดนเหนือ ทุกคนกำลังเก็บข้าวของเตรียมกับบ้านกัน

    เรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกคน ต่างคิดว่าเทียนคงเป็นนักพรตปราบมาร ถึงได้จัดการพวกมารร้าย ได้อย่างง่ายดาย เทียนเลยไม่ได้คิดอะไร แต่ว่า ลูกน้องของเทียนทั้ง 25 คนกลับได้รางวัลเหรียญกล้าหาญชั้นสูง ระดับแปดดาว ซึ่ง จักรวรรดิเมฆครามมอบให้ ที่ได้เป็นทีมเดียวที่สามารถปราบอสูรแม่ทัพได้ ทั้งสี่ตัว และลดการสูญเสียชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมาก ทำให้ทั้ง 25 คน มีแต่คนเข้ามาสอบถาม เรื่องของตี้เทียน โดยทั้งหมดก็เล่าถึงอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์ จนเลิศลอย ในการปราบอสูรร้ายทั้ง 4 ตน แล้วยังช่วยไล่ผี ออกจากองค์ชายหลิวอี้อีก ทำให้ผู้คนสนใจเข้ามาฟังเป็นจำนวนมาก

    “ เรื่องนี้พวกท่านฟังที่ข้าเล่าแล้วห้ามไปบอกใครนะ ตอนนั้นเวลาพลบค่ำย่ำสนธยาฟ้าเริ่มมืดมิด พี่ใหญ่นั่งสมาธิอยู่ดีดี ก็มีเสียงโหยหวนออกมาจากทะเลทรายที่กว้างไกลสุดสายตา พี่ใหญ่ลืมตาขึ้น แล้วก็ลุกขึ้นยืน แล้วชี้นิ้วขีดเขียนไปบนท้องฟ้า ทันใดนั้นเอง ฟ้าที่มืดครึ้ม ก็ปรากฏแสงสว่าง ร่างที่ใหญ่โตปานภูเขา ของ แม่ทัพจอมมารตะกวดยักษ์ในปากคาบชายคนหนึ่ง ในมือกำหญิงสาวอีกหนึ่งคน พี่ใหญ่ ปล่อยฝ่ามือยูไลปราบมารเข้าใส่ร่างอันใหญ่โตปานภูเขาของ แม่ทัพจอมมารตะกวดยักษ์ กลายเป็นฝ่ามือยักษ์พุ่งเข้าไปที่ลำคอจอมมาร จนต้องคาย เด็กหนุ่มออกมา ส่วนมือที่จับหญิงสาวก็ถูก ลำแสงความร้อนแห่งพุทธะ จนต้องปล่อยมือหญิงสาวออกมาเช่นกัน

    ในขณะนั้นมีเมฆลอยมารับคนทั้งสองออกมาจากแม่ทัพจอมมารตะกวด พอมันเห็นเหยื่อหลุดลอยไป มันอ้าปากพ่นไฟใส่ พี่ใหญ่ของข้า แต่ไหนเลยจะทำอันตรายพี่ใหญ่ของข้าได้ ทันใดนั้น พี่ใหญ่ก็เขวี่ยงหอกวิเศษไปบนท้องฟ้า แม่ทัพตะกวดยักษ์จ้องมองไปด้วยความสงสัย ทำไมไม่ขว้างเข้าใส่มัน แต่โยนไปบนท้องฟ้าเพื่ออะไร พอมันมองเท่านั้นแหละ หอกก็เปลี่ยนร่างจากอันเล็ก กลายเป็นอันใหญ่โต พุ่งเข้าปาก เสียบทะลุก้น ตายคาที่ทันทีเลย” เจ้าหนึ่งเอ่ยให้คนกว่าสามสิบคนนั่งฟังกันอ้าปากตาค้าง เทียนเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเอ่ยว่า

    “ เก็บของ กลับบ้านได้แล้ว” เจ้าหนึ่งสะดุ้งรีบเก็บของตามเทียนกลับอย่างรวดเร็ว

    บนเรือเหาะ ขากลับ อาจารย์เหมยซาน กับศิษย์ทั้งหมด มาเอ่ยขอบคุณตี้เทียนที่ช่วย สร้างอาวุธวิญญาณให้ ทำให้ศิษย์ทุกคน ไม่มีใครเป็นอะไรเลย

    “ คุณชายตี้เทียน หากมีเวลาก็ไปเยี่ยมพวกเราที่สำนัก พวกเรายินดีต้อนรับเสมอ” อาจารย์เหมยซานกล่าวกับเทียน

    “ คุณชายตี้เทียน ในเมื่อท่านเป็นเพื่อนกับพี่เทียน ข้าขอเรียกท่านว่าพี่ตี้ได้ไหม”

    อวี้หลันเริ่มให้ความสนิทกับตี้เซียนเช่นกัน เทียนได้ยิ้มแล้วพยักหน้า

    เช่นเดียวกับองค์ชายเจ็ด องค์ชายแปด และ องค์หญิงเก้า หลังจากที่เห็นว่าเทียนจัดการปีศาจทั้งสี่ตน และไล่ปีศาจที่สิงร่างองค์ชายหลิวอี้ ก็ยอมรับ ไม่แสดงวาจาเหมือนที่ผ่านมาอีก

    “ ข้าต้องขออภัยคุณชาย ที่ได้ล่วงเกินท่านตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” องค์หญิงเก้าเอ่ยอย่างจริงใจ

    “ ไม่เป็นไร” เทียนเอ่ยแค่นี้

    “ ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว เสด็จพ่อเตือนพวกเราแล้ว ว่าคุณชายเชื่อถือได้มากที่สุด” องค์ชายแปดเอ่ยเช่นกัน

    “ ข้าต้องขออภัยแทนน้องๆ ข้า อีกครั้ง ยังไงพวกเราก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ต่อไปพวกเราต้องสนิทกันให้มากกว่านี้” องค์ชายเจ็ดเอ่ย เทียนพยักหน้าอย่างเดียว

    พอกลับสำนัก รายงานเรื่องทั้งหมดให้อาจารย์เจ้าสำนักทราบเสร็จ เทียนก็เข้าไปพักที่ ถ้ำวิมานเทพ แล้วก็เข้าไปหา ท่านปู่หลี่ในเจดีย์ แล้วเอารูปปั้น ที่แต่งตัวคล้ายเซียนสวรรค์ผู้นี้ให้ ปู่หลี่ดู

    “ ท่านปู่หลี่รู้ไหมว่า ท่านนี้เป็นใคร แล้ว เทพกาลเวลาคือใครกัน”

    “ ท่านนี้คือ จักรพรรดิสวรรค์ หรือ จ้าวสวรรค์ หรือ เง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้ปกครองเทพเซียนบนแดนสวรรค์ “

    “ แล้วเกี่ยวอะไรกับเทพกาลเวลากัน” เทียนถามอีก

    “ ข้าไม่รู้หรอก แต่ว่าเทพกาลเวลานั้นข้ารู้จักดี สมัยก่อนพระแม่หนี่วา สร้างโลก

    แล้วท้องฟ้าเกิดรั่วขึ้น เจ้าแม่หนี่วา เลยใช้หินศิลา 5 สีหลอมรวมกันแล้วนำไปอุดรอยรั่ว ช่วยให้น้ำไม่ท่วมโลก หลังจากท้องฟ้าซ่อมแซมตัวเองได้ หินที่นำไปอุดก็ค่อย ๆ หลุดออกมา ก้อนสีทองตกมาบนโลก อยู่มาหลายพันปี กลับกลายเป็นวานรเทพนามว่าซุนหงอคง ส่วนก้อนสีดำ ตกมาบนโลกเช่นกัน อยู่มาสามพันปี

    ก็กลายร่างเป็นเทพกาลเวลา นามว่า เทพเซียนสือโฮ่ว ถ้าหากว่าเทพกาลเวลาหนุนหลังจอมมารญิน เจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ เพราะ เทพเซียนสือโฮ่วคนนี้

    เจ้าไม่สามารถต่อกรได้ในตอนนี้ คงต้องให้เจ้าฝึก พลังนิรันดร์ถึงเก้าระดับได้เสียก่อน” ท่านปู่หลี่ต้าเหอเอ่ยเตือน เทียนเข้าใจ ระดับเทพเซียน แบบนี้ใครสู้ด้วยก็บ้าแล้ว ทันใดนั้นเทียนก็สัมผัสจากโลกมนุษย์ว่า ท่านย่าป่วยหนัก หมอกรณ์โทรติดต่อ เทียนเข้ามาหลายสายแล้ว เทียนสร้างร่างแยกไว้ฝึกวิชาที่นี่จากนั้นเทียนก็กลับไปโลกปัจจุบันทันที

    พอเทียนมาถึงก็เปลี่ยนร่างเป็นหมอซูเทียนทันที แล้วเข้าไปที่โรงพยาบาลโลตัส ขอพบหมอกรณ์ ที่กำลังรออยู่ด้วยความกระวนกระวาย

    “ สวัสดีครับ อาจารย์หมอกรณ์”

    “ สวัสดีครับ คุณหมอซู เชิญเลยครับ คุณนายหลี่ลื่นล้มในห้องน้ำ กระดูกสะโพกหัก หัวไปฟาดกับขอบอ่างล้างหน้าทำให้เส้นเลือดในสมองแตก แล้วเลือดก็คั่งในสมอง พวกเราเวลานี้ทำได้แค่ประคองอาการเอาไว้ กำลังประชุมแพทย์อยู่ว่า จะรักษากันอย่างไรก่อนดี เพราะคุณนายหลี่กินยาต้านเกล็ดเลือดแข็งตัว พอมีบาดแผลเลือดที่สมองก็ไม่หยุดไหล คุณหมอซู มาได้พอดี ช่วยรักษาเคสเร่งด่วนให้ผมด้วยเถอะ” หมอกรณ์เล่าอาการต่อไปเรื่อย ๆ เทียนก็มาหยุดที่หน้าห้อง ไอซียู เทียนมองเข้าไปที่เตียงของท่านย่า ซึ่งเวลานี้ มีแต่สายน้ำเกลือ สายให้เลือด ให้ออกซิเจน สายตรวจคลื่นหัวใจ เต็มไปหมด

    ทันใดนั้ท่านปู่หลี่ พ่อเก้า แม่เจนก็เข้ามาหาเทียน รวมทั้ง น้าหลี่หลิงที่เป็นหมอเช่นกัน แม้แต่ซินแสจงหมิงก็มา

    “ อาจารย์อา ท่านมาแล้ว ทุกคนไม่ต้องห่วง อาการคุณนายหลี่ ต้องหายดีอย่างแน่นอน” ซินแสจงหมิงดีใจที่เห็นเทียน

    ทันใดนั้น ก็มีคนนำประวัติของท่านย่ามาให้ เทียนหยิบมาดู แล้วคืนให้

    “ เกิดเหตุนานหรือยังครับ” เทียนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

    “ เพิ่งเกิดเหตุได้ไม่เกินสองชั่วโมง” ปู่หลี่รีบบอก

    “ อย่าห่วง ผมจะรักษาอย่างสุดความสามารถ” เทียนเปิดประตูห้องฉุกเฉินเข้าไป

    มีอาจารย์หมอกรณ์ หมอหลี่หลิง และ ปู่หลี่ซ่งเดินเข้ามา เทียนเดินมาถึงที่เตียง ที่อยู่ในห้อง ซุปเปอร์วีไอพี-ไอซียู ได้ยินเสียงท่านย่าส่งเสียงร้องคราง ด้วยความเจ็บปวด ทั้งๆ ที่ฉีดยาระงับปวดไปแล้ว เทียนจับชีพจรที่มือ แล้วมองด้วยเนตรสวรรค์ พบว่า มีเส้นเลือดถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้เส้นเลือด ที่เปราะบางอยู่แล้ว เกิดอาการปริแตกออกมา ทำให้เลือดไปคั่งในสมอง ที่ดีที่มาโรงพยาบาลเร็ว หากเกิน สามชั่วโมง สมองอาจถูกทำลาย เทียนใช้พลังเทพเซียน บริสุทธิ์ รักษา เส้นเลือดที่แตกก่อนเป็นอันดับแรก

    เพราะเลือดที่ไหลออกมายังซึมไม่หยุด อาจเป็นเพราะ ท่านย่ากินยาต้านเกร็ดเลือดเอาไว้ ทำให้เลือดไหลออกมา ตลอด พอรักษาเส้นเลือดที่แตกหายแล้ว เทียนก็ใช้ พลังเทพเซียนบริสุทธิ์ ทำการดูดเลือดที่คั่งออกมาจาก เลือดที่คั่งอยู่ค่อยซึมออกมาจากด้านใน ค่อยๆ ลอยออกมาจากสมองอย่างน่าอัศจรรย์ เทียนหยิบแก้วมารองเลือดเอาไว้ แล้วยื่นให้หมอกรณ์ถือ ซึ่งหมอกรณ์ยังอ้าปากค้างไม่คิดว่า เทียนจะใช้วิธีนี้ นำเลือดที่คั่งออกมาจากสมอง จากนั้นเทียนก็ใช้ พลังเทพบริสุทธ์รักษาแผลแตกที่หัวจนหาย ท่านย่าฟื้นคืนสติกลับมาเป็นปกติ แต่ยังมีอาการเจ็บ สะโพกที่หักอยู่

    “ ท่านพี่ อาหลิง หมอกรณ์ อ้าว หมอซู มาได้ยังไง” ท่านย่าทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงปกติ

    “ โอ้ว อาหง เธอหายดีแล้วจริงๆหรือนี่” ท่านปู่หลี่เรียกชื่อ ท่านย่า

    “ หายดีแล้ว แต่เจ็บสะโพกมากเลย ไม่รู้กระดูกหักหรือเปล่า”

    เทียนค่อยขยับให้ท่านย่านอนตะแคงข้าง เทียนเปิดผ้าออกบริเวณสะโพก มองดูแล้วภายนอกมีอาการเขียวช้ำ มองด้วยเนตรสวรรค์ก็เห็นกระดูกสะโพกหักแนวปุ่มบนด้านกระดูกโคนขา เทียน ใช้นิ้วจี้จุด เหนือสะโพก

    และที่หัว เพื่อลดอาการเจ็บปวด เพราะต้องจัดกระดูกให้เข้าที่ ให้เรียบร้อย แล้วค่อยรักษาให้สมานกลับมาเป็นปกติ เลยต้อง จี้จุดเพื่อให้เกิดอาการชา จะได้ไม่ปวดเวลากระดูกเคลื่อนเข้าที่ เทียนใช้เวลารักษา ไม่ถึงสามนาที ก็เสร็จ กระดูกก็สมานกลับมาเป็นดังปกติเช่นเดิม

    “ หายแล้วนะครับ คุณยายหลี่คราวนี้ก็เดินได้แล้ว” เทียนเอ่ยเบา ๆ แล้วก็ค่อยพยุงให้ท่านย่านั่ง จากนั้นก็ให้ท่านลองยืน แล้วก็ให้ค่อยๆเดิน ทุกคนเห็นก็ตกตะลึงอีกครั้ง ที่เห็นท่านย่าหายเป็นปกติ เทียนหยิบน้ำทิพย์ออกมาแล้วให้ท่านย่าดื่ม

    หลังจากที่ดื่มเข้าไป ผิวพรรณของท่านย่าเริ่มเนียนนุ่นขึ้น หน้าตาผ่องใส เดินเหินคล่องขึ้น เหมือนกับสาววัยไม่ถึง 50 ท่านย่าบอกจะกลับบ้านแล้ว

    เทียนได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร คุณหมอกรณ์ เข้ามาวัดหัวใจ ความดัน ทุกอย่างเป็นปกติทุกอย่าง

    “ คุณยายหลี่นอนที่โรงพยาบาลอีกคืนหนึ่งดีกว่า แต่ให้ไปนอนห้องพักฟื้น ไม่ต้องนอนที่ห้อง ไอซียู รุ่งเช้าจะให้คุณหมอพาไปตรวจ ละเอียดอีกครั้ง ไหนๆ ก็มาโรงพยาบาลแล้ว” เทียนเอ่ยแบบนี้ ท่านย่าก็ทำตามที่บอก ทุกๆคน เอ่ยขอบคุณเทียน จนเทียนต้องบอกไม่ตรงเกรงใจ พอเทียนรักษาเสร็จ ก็กำลังจะออกไป หมอกรณ์ รีบมาหาทันที แล้วเอ่ยถามว่า ที่ผ่านมาโทรหาเทียนไม่เคยติดเลย โชคดีคราวนี้โทรติด

    “ ผมอยู่ต่างประเทศ แต่ช่วงนี้ผมอยู่ตลอด อาจารย์หมอเรียกใช้ผมได้เลย”

    “ ดีเลย แล้วผมจะโทรไปนะครับ” หมอกรณ์เอ่ยอย่างดีใจ ที่เทียนกลับมา

    เทียนออกจากโรงพยาบาลโลตัส ก็กลับบ้านทันที พอไปถึง ก็รวมร่างกับร่างแปลง

    แล้วเทียนวัย 11 ปีก็กลับมาอีกครั้ง

    ตอนเช้าเทียนไปโรงเรียนตามปกติ มีอาเปา กับ อาเปียว ที่เวลานี้อายุได้ 13ปี ทั้งสองกลายเป็นวัยรุ่น ไม่ยอมแต่งกายชุดเดียวกัน แถมยังทำสีผมเพื่อให้แตกต่างกันอีกต่างหาก ทั้งสามคนยังนั่งรถไปโรงเรียนพร้อมกันเช่นเดิม

    “ ลูกพี่วันนี้วันเกิดเมย์ เตรียมของขวัญให้กับเมย์แล้วหรือยัง” อาเปาถามเทียน

    “ เตรียมไว้แล้ว” เทียนไม่เคยซื้อของพวกนี้ แม่เจนเป็นคนซื้อแล้วเตรียมห่อไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

    “ แล้วพวกเราจะไปงานเลี้ยงวันเกิดเมย์หรือเปล่า เห็นแม่บอกว่า ท่านย่าไม่สบาย

    ให้รีบกลับบ้าน ตอนบ่ายจะพาไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล” อาเปียวถามเทียน

    “ ไว้ตอนบ่ายค่อยโทรถามอาการท่านย่า แล้วค่อยว่ากัน วันเกิดเมย์ค่อยเลี้ยงวันอื่นก็ได้ เมย์ไม่คิดมากหรอก” เทียนเอ่ยกับทั้งสองคน

    ทั้งสามคนมาถึงโรงเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม นักเรียนที่นี้มีไม่มากแต่ละชั้นปี มีเพียงไม่เกิน 70 คน มีทั้งหมด 12 ชั้นปี เกรด 1-12 ก็มีเพียงแค่ 840 คน

    รวมอาจารย์ อีกก็ไม่เกิน หนึ่งพันคน มีตึกเรียนอยู่ สามอาคาร เทียนเรียนอยู่อาคารบี สำหรับเด็ก เกรด 6-9 เทียนเวลานี้เรียน เกรด 8 แล้ว พอเข้ามาในเขตโรงเรียนก็พบกับวาวา เมย์ และแจ็ค ที่มานั่งโต๊ะม้าหินที่นั่งประจำทุกเช้าก่อนเข้าเรียน โดยมีแจ็คจะทำหน้าที่ไปซื้ออาหารมาเตรียมไว้ให้ทุกเช้า

    “ ได้ข่าวว่า คุณย่าไม่สบายเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เมย์เอ่ยถามเทียน

    “ ท่านย่าหกล้มในห้องน้ำ ไปโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน กะว่าตอนบ่ายจะโทรไปถาม” อาเปียบอกกันทุกคน

    “ ถ้าเช่นนั้น งานเลี้ยงวันเกิดฉัน เลื่อนไปก่อน ไว้รอให้คุณย่าท่านดีก่อนแล้วค่อยไปกินเลี้ยงกัน” เมย์เอ่ยกับทุกๆ คน ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย เทียนยื่นของขวัญให้เมย์ก่อนคนแรก

    “ นี่กล่องของขวัญสวยขนาดนี้ อย่าบอกนะว่านายเป็นคนเลือกเอง” วาวารีบเอ่ยก่อน

    “ พอดีแม่เจนช่วยเลือกให้น่ะ”

    “ นายนี่เหมือนเดิมเลย ไม่รู้จักเลือกเองบ้าง นี่ของขวัญข้างในก็เป็นน้าเจนเลือกให้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย” วาวาถามอีก เทียนยิ้มแทนคำตอบ ทันใดนั้นก็มีเสียงสัญญาณเข้าเรียนดังขึ้น ทั้งหมดเลยรีบไปเข้าเรียน ทั้ง หกคนได้เข้ามาในห้องเรียนวิชาคณิตศาตร์ อาจารย์ก็เริ่มสอนไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงปืนกลรัวดังขึ้น ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับเสียงปืนไรเฟิลดังตามมาติดๆ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ

    จากนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนักเรียนดังไปทั่ว เทียนส่งสัมผัสออกไปตรวจสอบพบว่ามีกองกำลังติดอาวุธ เข้ามาในโรงเรียน กำลังเข้ามาในโรงเรียนนับได้เวลานี้ ก็ หนึ่งร้อยคนพอดี พวกมันยิงตัวตัดสัญญาณมือถือ ทำให้ภายในโรงเรียน ไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้ และพวกมันได้ทำการล็อคประตูเข้า ออกที่อยู่สองจุด จนหมดสิ้น จากนั้นก็มีเสียงประกาศตามสายออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

    “ เวลคัม เอเวอรีบอดี้ เข้าสู่เกมส์ท้าอันตราย รูปแบบใหม่ ในโรงเรียนนานาชาติอเมริกัน แห่งนี้ มีนักเรียน อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ อยู่ 999 คน ผู้เข้าแข่งขัน องคุลิมาล ฮันเตอร์ ทั้ง 100 คน มีเวลาในการสังหาร และตัดนิ้วเหยื่อออกมาห้อยคอ ภายในเวลา 2 ชั่วโมง แล้วพวกเราจะถอนกำลังกลับไป ขอให้องคุลิมาลฮันเตอร์ เริ่มล่าสังหารได้เลยๆๆๆๆๆ”

     

    “ ตายแล้ว พวกองคุลิมาล ฮันเตอร์ พวกมันเคยฆ่าล้างโรงเรียน มาเป็นสิบโรงเรียนทั่วโลก นี่มันมาประเทศไทยได้อย่างไรกัน นี่” วาวาเอ่ยด้วยน้ำเสียตกใจถึงขั้นขีดสุด

    “ พวกมันจะทำไปทำไมกัน” เทียนสงสัย

    “ พวกมันเป็นพวกบ้าเกมส์ ข่าววงในบอกว่า ผู้ที่สมัครเป็นองคุลิมาล ฮันเตอร์ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกเศรษฐี ลูกนักการเมืองทั้งหลายทั่วโลก ว่ากันว่า ต้องใช้เงินสมัคร แต่ละครั้ง ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญ แถมพวกมันจะไลด์สดผ่านมือถือ เก็บค่าดูอีก คนละ 1 ล้านเหรียญให้กับสมาชิกของพวกมัน” วาวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว เทียนแยกร่างออกไป ทิ้งร่างแปลงเอาไว้ กลายเป็น ตี้เทียนใส่ชุดดำ หยิบหน้ากากสีดำมาปกปิดเอาไว้ แล้วเริ่มเขียนยันต์แล้วปล่อยไปบนท้องฟ้า ครอบคลุมทั่วโรงเรียน กลายเป็นวงแหวนเวทย์ปกป้องนักเรียน อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่ให้ถูกพวก องคุลิมาล ฮันเตอร์พบเห็น จากนั้นเทียนก็หยิบดาบสวรรค์ออกมา

    “ มาดูกันองคุลิมาล ฮันเตอร์ใครจะเป็นฝ่ายล่าใครกันแน่”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน