ริมฝีปากได้รูปของเขากดจูบลงมาที่ริมฝีปากบางของเธออย่างแแ่ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานพรั่งพรูออกมาในััที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
อันนา ตัวแข็งทื่อสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอรู้ดีว่าเธอควรผลักเขาออกไป ควรบอกให้เขาหยุดแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟังอีกแล้ว
หัวใจเต้นแรงเสียจนเธอมั่นใจว่าพีทต้องได้ยินมือเย็นเฉียบของเธอกำเข้าหากันแน่น รู้สึกถึงเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาตามฝ่ามือ
เขารังแกเธออีกครั้งแล้วหรือนี่? ทำไมเขาถึงชอบทำแบบนี้กับเธอ? หรือว่าเธอเป็เพียงของเล่นสำหรับเขา...คำถามนั้นติดค้างอยู่ในใจ
แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกมาและมันถูกปิดอยู่ด้วยปากของชายหนุ่ม
ลมหายใจอุ่น ๆของเขาปะทะกับริมฝีปากของเธอ ลิ้นที่อุ่นๆ ของเขาไต่ไล่หาลิ้นนุ่มของหญิงสาว ดูดดื่มริมฝีปากบางอิ่มเหมือนกลัวว่ามันจะหลุดลอยไป
จูบที่แสนเสียวซ่านนี้ทำให้ อันนา ลืมตัวไปชั่วขณะเธอเริ่มตอบสนองการจูบของเขา เริ่มเรียนรู้การตอบสนองต่อการรุกราน จากการบังคับของเขาที่ค่อยๆสอดใส่ปลายลิ้นเข้ามาภายในเพื่อความหาลิ้นอันอ่อนนุ่มของเธอและดูดดื่มมันให้เนิ่นนานที่สุดเท่าที่อารมณ์ของเขาจะพอใจ
เธอเกลียดตัวเองที่เธอไม่ได้ปฏิเสธการจูบของเขาอีกต่อไป
เหมือนใจเธออยากผลักไสตัวเขาออกไป แต่อารมณ์ตรงกันข้ามกลับอยากััตัวเขามากกว่านี้นี่เธอกำลังหลงเข้าไปในเสนห์ของเขาแบบไม่ได้คิดจะถอนตัวเลยหรือหญิงสาวถามตัวเองอยู่ในใจ
เขาจูบเธอเนิ่นนานให้สมกับอารมณ์ที่พุ่งพล่านของผู้ชายที่เกินต้านทาน มือหนาอุ่นกำลังซุกซน มันกำลังเริ่มไต่ลูบคลำมายังเนินเนื้อนุ่มชูชันที่อยู่ภายใต้เสื้อนักศึกษาและอยู่ภายใต้เสื้อในลูกไม้ตัวจิ๋วที่แสนจะยั่วยวนเขาเป็ยิ่งนัก เขาค่อยๆ สอดมือเข้าไปยังเนินเนื้อนั้นและเริ่มบีบเค้นเต้าชูชันอย่างเบามืออารมณ์ของชายหนุ่มโลดแล่น
"อ่า…..อืม….." เขาครางออกมาอย่างมีความสุขและเริ่มรุกเร้าเธอมากขึ้น
ชายหนุ่มเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเธอ และมือใหญ่หนาเริ่มสำรวจลึกเข้าไปยังเนินเนื้อทั้งสองข้างอย่างจงใจจนเจอเข้ากับปลายปุ่มของเต้าอันเต่งตึงที่ชูชันพร้อมรับกับมือหนาอันร้อนผ่าวของเขามันช่างนุ่มและน่าััอะไรอย่างนี้ มือเขาเริ่มเคล้าคลึงและบดขยี้แบบเบามือตอนนี้ตัวเขาเองก็ไม่สามารถต้านทานอารมณ์ความ้าอันร้อนแรงนี้ได้แล้ว
อันนารู้สึกสั่นสะท้านกับการััของเขา เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ผ่านมือของพีทไปยังเนินเนื้อและปลายปทุมที่มือใหญ่ของเขากำลังเคล้าคลึงเธอควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เลยอารมณ์เธอตอนนี้โดนชายหนุ่มชักนำไปจนเธอลืมว่าวันนี้เธอมีนัดกับใครไว้
ชายหนุ่มได้พาเธอดำดิ่งไปกับความปรารถนาที่เร่าร้อนของชายหญิงจนยากที่จะถอนตัวได้เลยแต่ละจุดของร่างกายที่เขาััเธอทำให้เธออ่อนระทวยและยากจะปฏิเสธเขาได้เลย
และพีทเองก็เตลิดไปกับอารมณ์อันเร่าร้อนและพลุ่งพล่านของเขาที่เจอเข้ากับความงดงามของเรือนร่างที่อยู่ตรงหน้า
เขา กระชับร่างเธอให้แน่นขึ้นรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มที่ชวนให้เขาเผลอหลงไปในอารมณ์มันร้อนรุ่มจนเขาแทบจะกลั้นหายใจไม่ทัน
เขายังคงจูบเธอไม่ปล่อยยังไม่ยอมละความปรารถนาที่จะลิ้มลองริมฝีปากของเธอให้นานที่สุด
"อื่อ…." เธอเผลอครางเบาๆอ่อนแรงไปกับััของชายหนุ่มและเริ่มคล้อยตามอารมณ์ของเขาที่ยัดเยียดเข้ามาให้เธอมากยิ่งขึ้น
เสียงหายใจที่กระเส่า เสียวซ่านและเสียงครางเบาๆของหญิงสาวยิ่งทำให้อารมณ์ของเขากระเจิงควบคุมไม่อยู่
จากนั้นมือหนาใหญ่ของเขา ก็ผละจากการสำรวจเนินอกเต่งตึงลากเลื่อนต่ำลงไปสำรวจความงามที่อยู่ภายใต้กระโปรงนักศึกษาตัวสั้นที่ตอนนี้ถูกเขาถลกขึ้นมาสูงขึ้นจนเกือบจะถึงกางเกงในตัวจิ๋วของเธอ
เขาเริ่มไล่มือเคล้าคลึงไปตามเนื้อนุ่มของต้นขาเรียวงามของหญิงสาว
ผิวกายของเธอร้อนระอุขึ้นมามือใหญ่ค่อยๆไล่เล้าโลมและบีบเค้นขึ้นมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงกางเกงในตัวจิ๋ว เพื่อค้นหาความยั่วยวนให้ทั่วร่างระหงสมส่วนของหญิงสาวประหนึ่งเขานั้นคือเ้าของร่างกายเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
อันนา ไม่สามารถบอกให้เขาหยุดได้เลยเพราะริมฝีปากของเธอก็ยังถูกเขาดูดดึงอยู่อย่างไม่ยอมปล่อยส่วนมืออันซุกซนของเขาก็กำลังเล่นอยู่กับ่ล่างอันน่าหลงใหลของเธอ
เธอยอมรับว่าเธออายมากอายที่ตัวเธอทำไมต้องตอบสนองเขาและไม่พยายามผลักใสเขาออกไปสักนิดเธอพยายามปฏิเสธว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา…แต่…..!!!!
ทำไมเธอต้องอ่อนไหวไปกับััอันเร่าร้อนนี้ทุกครั้งที่เขามอบให้เธอทำไมเธอถึงยอมให้เขานำพาอารมณ์ปรารถนาอย่างนี้นะ
ทันใดนั้น……
เสียงโทรศัพท์ของ อันนาดังขึ้นมาขัดจังหวะอารมณ์อันพุ่งพล่านของทั้งสองพอดี….
ชายหนุ่มเองยังไม่อยากหยุดอารมณ์และจูบของเขาเขาอยากััเธอแบบนี้ไปนานๆแต่เสียงโทรศัพท์นั้นกลับทำให้เขาต้องชะงักและหยุดความฟุ้งซ่านของตัวเขาเอง
อันนาได้สติจากเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น
เธอรีบผลักตัว พีท ออกไปและรีบไปรับโทรศัพท์โดยไม่คิดจะมองหน้าเขา
"ฮัล…..ฮัลโหล?" อันนาพูดเสียงตะกุกตะกักขณะที่ยังรู้สึกถึงความร้อนจากการััเมื่อครู่อยู่ในร่างกาย
"อันนา อยู่ที่ไหน?"เสียงโชติถามทันทีอย่างร้อนรน"รีบมาที่ร้านชาบูเลยนะ โชติมาถึงแล้ว ยังไม่เห็นใครมาเลย"
หัวใจของเธอเต้นแรงเธอกลืนคำตอบเอาไว้ก่อนจะรีบตอบกลับไปว่า
"เดี๋ยวไปนะโชติ แล้วเจอกันนะฉันเพิ่งทำโครงการวิจัยเสร็จพอดี" แล้วก็กดวางสายทันที
พีท ยังคงจ้องมองเธอดวงตาคมฉายแววจริงจัง เดินเข้ามาหาหญิงสาวอีกครั้ง “เธออยากให้ฉันทำต่อหรือเปล่า…ยังมีเวลาอีกเยอะนะ?” เขายิ้มและทำสายตากรุ้มกริ่ม
อันนา หน้าแดงเป็ลูกตำลึง เธอจัดเสื้อและกระโปรงนักศึกษาให้เข้าที่ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ตอนนี้ด้วยนะ เธอรู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่อาจห้ามเขาได้แต่กลับปล่อยตัวปล่อยใจไปกับััของเขาแทน
“…นายมันอีตาคนบ้า” เธอพึมพำเสียงแ่ รู้สึกว่าหน้าเธอร้อนและแดงถึงใบหู
พีท ยิ้มมุมปาก หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มของเขาก้มลงมาใกล้เธออีกครั้งก่อนกระซิบเสียงพร่า “เหมือนเธอจะชอบคนบ้าอย่างฉันนะ และชอบให้คนบ้ารังแกนะ?” เขามองสำรวจร่างกายสมส่วนที่เขาได้มีโอกาสลิ้มลองความหอมหวานและอ่อนนุ่มแม้จะเป็่เวลาไม่นานแต่อารมณ์เขากลับดิ่งลงไปและไม่อยากลุกขึ้นมาจากอารมณ์วาบหวามยั่วยวนใจนั้น
ทำไมเขาถึงมีความ้าแบบนี้กับผู้หญิงคนนี้คนเดียวนะหรือเขาจะรู้สึกว่าเขาเริ่มมี……ความรัก…..เข้าแล้วใช่ไหม?
ความรักงั้นเหรอ? คำนี้มันฟังดูไกลตัวเกินไปสำหรับเขามันเป็สิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง—แต่ตอนนี้หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่เห็นเธอ
ให้ตายสิ...เขาเสพติดมันขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ชายหนุ่ม กัดฟันแน่นพยายามควบคุมตัวเอง ไม่ให้หันไปคว้าตัวเธอเข้ามาใกล้อีก และไม่ให้เผลอทำตามสัญชาตญาณที่บ้าคลั่งในใจ
เขาแทบคลั่งจริง ๆหัวใจเตลิดไปไกลกว่าที่ควรจะเป็แล้ว
เขาคิดถึงห้องเล็ก ๆ ของเธอ เตียงนอนธรรมดาแต่งแบบน่ารักหมอนที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เป็เอกลักษณ์ของเธอผ้าห่มที่ไม่ได้หรูหราอะไรแต่กลับให้ความอบอุ่นอย่างน่าประหลาดบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็กันเองราวกับกักเก็บไออุ่นของเธอไว้ในทุกมุมห้อง
เทียบไม่ได้เลยกับห้องของเขา—ห้องที่โอ่อ่าใหญ่โตกว้างขวาง และตกแต่งอย่างหรูหราเตียงขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูเตียงเนื้อนุ่มที่สุดโคมไฟระย้าที่ทอดเงาอ่อนโยนลงบนผนังลายหินอ่อนและผ้าม่านเนื้อดีที่พลิ้วไหวไปตามสายลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศทุกอย่างในห้องของเขาถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงฐานะและรสนิยมของเ้าของได้อย่างไร้ที่ติ
แต่ทำไมกัน…ทำไมเขาถึงไม่อยากกลับไปที่ห้องของตัวเอง?
แต่เขากลับอยากไปที่ห้องของ อันนา…เตียงของหญิงสาวทำให้เขาติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น
เขาอยากกลับไปที่ห้องของเธออีกครั้งอยากัับรรยากาศแบบนั้นอีก
มันน่าหงุดหงิดที่เขาไม่สามารถบังคับตัวเองได้เลย…ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ตลอดเวลามันร้อนรุ่มมากจริงๆ ให้ตายสิ
ทำไมเขาถึงต้องมาใส่ใจหญิงสาวคนนี้ผู้หญิงสวยๆ ที่พร้อมจะไปกับเขาเพราะฐานะและหน้าของเขามีตั้งมากมายทำไมเขาไม่สนใจใครเลย เขาครุ่นคิดในใจ "ทำไมกัน?"
เขาถามตัวเองเสียงต่ำในหัวมีแค่คำถามเดียว "ทำไมเธอถึงมีผลกับฉันขนาดนี้?"
อันนา หลบตา รีบเบือนหน้าหนี มือน้อยๆของเธอสั่นเทา รีบติดกระดุมเสื้อที่ถูกชายหนุ่มปลดออกให้เรียบร้อยราวกับ้าลบหลักฐานของเหตุการณ์อันเร่าร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับพีท
จากนั้นเธอรีบควานหาแว่นตาที่ พีทจงใจถอดมาใส่ แล้วรีบทำหน้าให้เป็ปกติที่สุดเธอพยายามข่มความรู้สึกอายและพร้อมกันนั้นอารมณ์พลุ่งพล่านที่ไม่ได้ปฏิเสธเขาเลย
นั่นยิ่งทำให้เธอหน้าแดงเป็ทวีคูณ
พีท จ้องมองอยู่ที่ใบหน้าอันแดงระเื่ของอันนา
ริมฝีปากของเขายังรู้สึกถึงััของเธอมันยังอุ่น...ยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกของเขาไม่จางหาย
"รีบไปกันเถอะโชติเค้ารอนานแล้ว"
เสียงของอันนา สั่นไหวราวกับพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เป็ปกติ
แต่น้ำเสียงนั้นกลับสะกิดให้ พีท ตื่นจากภวังค์
เขากระพริบตา ไล่ความคิดวุ่นวายในหัวออกไปก่อนจะมองใบหน้าของหญิงสาวที่ยังแดงก่ำ ดวงตาของเธอหลุบต่ำเหมือนพยายามเลี่ยงสายตาของเขา
เธอรีบตัดบทก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทดลองทันที
ชายหนุ่ม มองตามแผ่นหลังของเธอที่รีบก้าวออกไปด้วยความร้อนรนราวกับ้าหนีอะไรบางอย่าง
เขาแค่นยิ้ม พลางส่ายหัวเบา ๆก่อนจะเดินตามเธอไป
"ยังไงเธอก็ต้องไปกับฉันอยู่แล้วไม่ต้องรีบเดินหนีไปไหนหรอกน่า" เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เมื่อเริ่มควบคุมอารมณ์ที่ครุกรุ่นด้วยแรงปรารถนาให้เบาบางลง
อันนา เม้มริมฝีปากแน่น ไม่ตอบโต้อะไร รีบสาวเท้าลงบันไดไปข้างล่างอย่างรวดเร็วหวังเพียงว่าอากาศข้างนอกจะช่วยให้เธอสงบลงบ้าง
ชายหนุ่มเดินตามเธอมาอย่างไม่รีบร้อน
เพื่อนนักศึกษาหญิงหลายคนในตึก เมื่อเห็นพีท เดินตาม อันนา ลงมาที่ด้านล่างของตึก เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที
"กรี๊ดดด! พีท เดือนมหาวิทยาลัยเค้ามาอีกแล้ว!เธอ"
"ให้ตายสิเข้ามาคณะเราบ่อยเกินไปแล้วนะ!"
"มีอะไรที่เขาติดใจอยู่ที่นี่แน่นอน!"
กลุ่มนักศึกษาพากันซุบซิบบ้างแอบหัวเราะคิกคักมองไปที่ อันนา เป็เชิงสงสัย
"หรือว่าเขามาตามจีบ อันนา จริง ๆหรือแค่มาทำโครงการวิจัยด้วยกัน?" ใครบางคนพูดขึ้น
"เป็ไปได้ไหมว่าเขาสองคนกำลังคบกัน?"อีกเสียงเสริม
อันนา ได้ยินทุกคำพูดชัดเจนเธอเม้มปากแน่น หน้าแดงและร้อนผ่าว เธอไม่อยากตกเป็เป้าสายตาของใครๆและไม่้าทำตัวเด่นเพื่อให้ใครสนใจเธอ
เธอแค่อยากเป็คนธรรมดา ใช้ชีวิตเรียบง่ายตั้งใจเรียนให้จบ หางานดี ๆ ทำเพื่อดูแลพ่อแม่และน้องชายเธอมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
แต่ พีท…ชายหนุ่มคนนี้กำลังเข้ามาทำให้หัวใจของเธอวุ่นวายจนเธอสับสน
ขณะที่ พีท กลับทำตัวสบาย ๆราวกับเสียงกรี๊ดและสายตานับสิบที่จับจ้องมานั้นเป็เพียงสายลมที่พัดผ่าน
"ฉันจะต้องตกเป็เป้าสายตาของทุกคนเพราะนายคนเดียวเลย!"
อันนา หันมากระซิบเสียงเครียดขณะที่รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและสายตาอยากรู้อยากเห็น
เพราะ พีท เด่นมาก ในมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาก็เป็จุดสนใจเสมอ ทั้งรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลามีเสน่ห์แบบกวน ๆ ฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย และท่าทางที่ดูเ้าเล่ห์ปนมั่นใจเขาเพอร์เฟคทุกอย่างเป็ใครก็อยากที่จะเข้าหาเพื่อให้ได้ใกล้ชิดชายหนุ่ม
และทุกคนรู้จักเขา...นั่นทำให้ อันนาพลอยตกเป็เป้าสายตาไปโดยปริยาย
พีท ยักไหล่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเธอแม้แต่น้อย "ทำไมล่ะ? ฉันชอบนะ พวกเขาจะได้มีเื่ให้ได้คุยกันไงฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธสักหน่อยว่าฉันมาหาเธอ มาเพื่อทำงานกับเธอให้เสร็จ!!"
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆพลางโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเธอเผลอกลั้นหายใจ "หรือจริง ๆ แล้วเธอกลัวอะไรอยู่กันแน่? กลัวฉัน... หรือกลัวความรู้สึกของตัวเอง?"
อันนา เบิกตากว้างหัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"บ้าไปแล้ว!"เธอรีบหันหน้าหนี แต่แก้มกลับร้อนผ่าวขึ้นมาจนน่าหงุดหงิด
ชายหนุ่ม ยิ้มอย่างพอใจ
"โอเค ไปกันเถอะ เราต้องไปกินชาบูตามที่เธอกับฉันนัดกันไว้กันนะจำได้ไหม?"เขาพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยินก่อนจะเดินนำไปที่มอเตอร์ไซค์
หญิงสาวแทบจะมุดลงไปในพื้นดินเพื่อกลบความอายที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงหัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอก
เธอเหลือบมองรอบตัวเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นจากคนอื่น ๆ ที่แอบฟังบทสนทนาของพวกเขา
ทุกคำพูดของ พีท เหมือนจะตอกย้ำให้ทุกคนคิดว่าพวกเขาเป็คู่รักกันจริงๆ
"นายพูดบ้าอะไรของนาย!"เธอกระซิบเสียงดุ พยายามไม่ให้ใครได้ยินมากนัก
แต่ชายหนุ่มกลับยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านรอยยิ้มเ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังสนุกที่ได้เห็นเธอเขินอาย
ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ทำให้เธอถอยหลังไปอีกก้าว "หรือว่าเธออยากให้ฉันพูดให้ชัดเจนกว่านี้?"
เธอทำตาโต รีบส่ายหน้าหัวใจเต้นโครมครามจนแทบะเิ บ้าจริง! นี่เขาจะทำให้เธออับอายไปถึงไหน!
เธอโพล่งออกมาโดยไม่คิด"ฉันจะหาทางไปร้านเอง นายไม่ต้องไปส่งเลย!"
พีท ยิ้มมุมปากราวกับคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเธอจะพูดแบบนี้เขายืนกอดอก มองเธอด้วยสายตาที่เ้าเล่ห์ปนขี้เล่น ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้
"อันนา…"เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
"ถ้าเธอไม่ไปกับฉันนายหน้าตี๋สงสัยแน่ เพราะเขารู้ว่าวันนี้เธอมาทำโครงการวิจัยกับฉัน และที่สำคัญ...เธอไม่มีรถไปเองอยู่แล้ว"
หญิงสาว เม้มริมฝีปากแน่นหัวใจเต้นระรัวกับสถานการณ์ตรงหน้าเธอเกลียดนักเวลาที่เขาพูดเหมือนรู้ทันเธอทุกอย่าง และที่แย่กว่านั้นคือ…เขาพูดถูกทุกคำ
เขาตัดบทยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว"หรือว่า...เธออยากอธิบายเองว่าทำไมถึงมาสาย?"
"นี่นาย…." อันนา พูดเสียงหลงความจริงแล้วเธอไม่มีทางเลือกอื่น เพราะปกติถ้าจะไปทานข้าวด้วยกันโชติจะต้องมารับเธอเสมอ แต่คราวนี้โชติคิดว่าเธอคงไปกับพีท จึงไม่ได้มารับ
หญิงสาวจ้องเขากลับ ก่อนจะเบือนหน้าหนีหงุดหงิดตัวเองที่เผลอเล่นบทนี้ทั้งที่รู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วก็ต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาอยู่ดี
ชายหนุ่มอมยิ้ม พาเธอเดินไปจนถึงที่จอดรถมอเตอร์ไซด์เขาหยิบกุญแจมอเตอร์ไซค์คู่ใจขึ้นมา ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วหันไปมองเธอที่ยืนกอดอกทำหน้าเหมือนไม่อยากยุ่งกับเขา
"ขึ้นมาเร็ว เดี๋ยวนายหน้าตี๋จะรอนาน"เขาทำเสียงทะเล้น เอ่ยพลางตบเบาะเบา ๆเหมือนกับจะทำให้บรรยากาศของเขาและเธอดูผ่อนคลาย
อันนา สูดลมหายใจลึก ก่อนจะขึ้นซ้อนท้ายอย่างเสียไม่ได้มือเธอจับเบา ๆ ที่ข้างเสื้อช็อปวิศวะของพีท แทนที่จะโอบรอบเอวเขา
พีท รู้สึกถึงััแ่เบานั้นเขาหันไปมองเธอผ่านกระจกมองหลัง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก
"ทำไมวันนี้จับแค่นี้ล่ะ? กลัวอะไรอยู่เหรอ?"
"เปล่าสักหน่อย!" อันนารีบเบี่ยงหน้าหนี ไม่อยากให้เขาเห็นว่าตัวเองกำลังหน้าแดง
ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก แต่ไม่พูดอะไรเพิ่มเพียงแค่เร่งเครื่องออกไปโดยมีลมเย็นปะทะใบหน้า—ทว่าความร้อนที่ค้างคาในใจทั้งสองยังไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปง่ายๆ...