‘จวนตระกูลหยาง’
ภายในห้องประชุมจวนตระกูลหยาง หยางเทียนเหมินประมุขตระกูลหยางวัย 50 ปี แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดไปทั้งสองด้านมีชายชราและวัยกลางคนทั้งหญิงและชาย นั่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หยางเทียนเหมินประมุขตระกูลเอ่ยขึ้น
“ ทุกคนคงได้ยินข่าวลือในเมืองวันนี้แล้ว.. พวกท่านมีความคิดเห็นเช่นไรบ้าง”
“ หึ.. ข้าคิดว่าคงเป็นข่าวโคมลอยมากกว่า ในเมืองมังกรฟ้าแห่งนี้.. ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครจะปรุงโอสถได้ดีกว่าพวกเราไปได้ ”
ผู้อาวุโสคนนึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน
“ ใช่.. ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับผู้อาวุโสใหญ่ ”
ผู้อาวุโสหลายคนเอ่ยสนับสนุนผู้อาวุโสใหญ่ หยางเทียนเหมินผู้เป็นประมุขกลับนั่งฟังนิ่งเฉย ก่อนจะกล่าวอีกว่า
“ พวกท่านมีใครรู้จัก 'นายน้อยจ้าว' คนนี้หรือไม่..”
“ ท่านประมุข.. ข้ารู้จักดี นายน้อยจ้าวคนนี้แท้จริงแล้วเป็นเด็กสาววัย 14-15 เท่านั้น”
ผู้อาวุโส2 คนที่เคยพบกับซิ่วอิงกล่าวขึ้น
“ อะไรนะ.. เป็นเด็กผู้หญิงแถมอายุแค่ 14-15 เพียงแค่นั้น ..ฮ่ะๆๆๆ ”
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวจบ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในห้อง ยกเว้นประมูขกับอาวุโส2
“ ผู้อาวุโส2 ท่านเคยพบกับนางหรือ ไหนเล่าให้ข้าฟังสิ ”
ประมูขตระกูลหยางกล่าวกับอาวุโส2 คนอื่นในห้องพลันเงียบเสียงลง
“ ท่านประมุขเรื่องเป็นเช่นนี้.. เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณหนูใหญ่มาบอกกับข้าว่า ได้เข้าไปในเขาหมื่นอสูรชั้นในกับคุณชายใหญ่และคนอื่นอีก7คน.. พวกนางไปพบหญิงสาวคนนึง ซึ่งก็คือจ้าวซิ่วอิงหรือนายน้อยจ้าว กำลังทำลายซากสัตว์อสูรระดับ7 ถึง2ตัว และเอาผลึกอสูรไป ”
“ อะไรนะ.. สัตว์อสูรระดับ 7 นางต้องไปพบเจอตอนที่มันต่อสู้กันเอง จนตกตายไปด้วยกันอย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าตกใจ เพราะผลึกอสูรนั้นจำเป็นอย่างยิ่งในการการปรุงโอสถ ยิ่งโอสถระดับสูงก็จำเป็นต้องใช้ผลึกอสูรระดับสูงเช่นกัน
“ คุณชายใหญ่กับพวกต่างคิดเช่นนั้น.. จึงสอบถามแต่นางไม่ยอมบอกเลยเกิดการขัดแย้งกัน คุณชายใหญ่และหยางมู่ได้ต่อสู้กับนาง ผลสุดท้ายพ่ายแพ้ให้แก่นางทั้ง2คน และได้เลิกรากันไป.. แต่ก่อนกลับนางได้มอบโอสถรักษาระดับนภาความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนให้พวกเขาคนละเม็ด.. เมื่อกลับมาคุณหนูใหญ่มาบอกกับข้า ข้ากับคนสนิทไปแอบตรวจสอบนางที่จวน กลับถูกนางรู้ตัวและทำร้ายคนสนิทข้าบาดเจ็บ ข้าจึงพาเขากลับมารักษาตัวที่จวน..”
อาวุโส 2 กล่าวจบก็ดื่มชาแก้คอแห้ง ประมูขหยางจึงเอ่ยเสียงเข้มว่า
“ แล้วทำไมท่านไม่รายงานข้า..”
“ เอ่อ.. ท่านประมุข.. นี่เป็นเรื่องของเด็กๆทะเลากันนิดหน่อยเท่านั้น อีกทั้งข้าไม่รู้ว่านางจะปรุงโอสถได้ ”
อาวุโส 2 กล่าวออกมา แต่ไม่กล้าบอกเรื่องที่เห็นซิ่วอิงปรุงโอสถในจวนเจ้าเมือง
“ อืม.. แล้วเรื่องนางเป็นผู้ปรุงโอสถเหรียญตรามังกรฟ้า.. เป็นเรื่องจริงหรือไม่”
“ ตอนนี้ยังไม่ทราบ.. แต่พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปสืบที่หอโอสถ คงจะได้คำตอบ..”
ผู้อาวุโส2 เอ่ยตอบอีกครั้ง
“ เช่นนั้นเอาตามนี้.. ส่วนพวกท่านทุกคนอย่าเพิ่งทำอะไรผลีผลาม แต่ให้ส่งคนไปจับตาดูสกุลจ้าวอย่างไกล้ชิด หากมีความเคลื่อนไหวอันใดรีบมารายงานทันที ”
“ รับทราบ..”
‘ทางแยกหมู่บ้านไผ่งาม’
คืนนั้นก่อนรุ่งสาง ซิ่วอิงใช้ทักษะทะยานเวลาออกจากจวนอย่างเงียบเชียบ จุดหมายปลายทางคือทางแยกเข้าหมู่บ้านไผ่งาม ซึ่งได้นัดหมายไว้กับชินไป่หลง
ซิ่วอิงคิดถึงตอนที่โจรเข้าปล้นหมู่บ้าน พวกมันมากันเกือบร้อยคน เป็นกลุ่มโจรที่ทรงพลังในระดับกลางๆ แต่ตอนนั้นในหมู่บ้านไผ่งาม กลับไม่มีใครที่มีฝีมือพอที่จะต่อต้านพวกมันได้ แม้แต่บิดาของเธอที่เป็นทหารรับจ้างฝีมือดี ยังได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้
ชินไป่หลงได้เล่าให้ฟังว่า กลุ่มโจรเหล่านี้มักจะคอยออกปล้นหมู่บ้านที่ห่างไกลจากเมือง และลักพาตัวผู้หญิงในหมู่บ้านไประบายความไคร่เสมอ พวกเขาจึงรับภารกิจกวาดล้างกลุ่มโจรจากสำนัก เพราะต้องการกวาดล้างกลุ่มโจรเหล่านี้ให้สิ้นซาก
ด้วยวิชาตัวเบาทะยานเวหา ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามซิ่วอิงก็มาถึงจุดนัดพบ ซึ่งเป็นทางแยกระหว่างทางเข้าภูเขาหมื่นอสูร และทางเข้าหมู่บ้านไผ่งามที่ครอบครัวของตนเองเคยอาศัยอยู่
‘ฟรึ่บบ’
'ฟุ้บบบ'
ในทันทีที่ซิ่วอิงมาถึงชินไป่หลงก็ปรากฏตัวออกมา ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ชั่วครู่ จากนั้นออกเดินทางไปยังสถานที่นัดรวมตัวกับศิษย์คนอื่นๆ ซึ่งเดินทางไปรอยังจุดนัดหมายอีกเส้นทางนึง เพราะระยะทางใกล้กว่าการเดินทางจากเมืองมังกรฟ้า
‘จุดนัดพบหน้าค่ายโจรภูเขา’
ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ซิ่วอิงและชินไป่หลงมาถึงบริเวณที่เป็นจุดนัดพบ
" หืม.. ในที่สุดเจ้าก็มาถึงสักที พวกข้ารออยู่นานแล้ว"
เมื่อซิ่วอิงและชินไป่หลงไปถึง ชายหนุ่มร่างใหญ่คนนึงกล่าวขึ้นทันที พลางมองมาที่ทั้งคู่ด้วยสายตาตำหนิ
" ขออภัยศิษย์พี่ ที่ทำให้ต้องรอนาน"
ชินไป่หลงกล่าวขึ้น พร้อมกับกุมมือคำนับเล็กน้อย
ชายหนุ่มร่างใหญ่คนนี้คือหวงอี้ ศิษย์สายตรงของรองเจ้าสำนักมังกรฟ้า ซึ่งไม่ถูกชะตากับชินไป่หลงที่เป็นศิษย์เจ้าสำนักเท่าใดนัก แต่ที่ชินไป่หลงต้องให้เขาเข้าร่วมภารกิจเพราะเจ้าสำนักบังคับมา เนื่องจากเขามีระดับพลังขั้นปฐพีขั้นกลาง เหนือกว่าศิษย์ทุกคนที่มาด้วยกัน
" หือ.. อะไรกัน.. ชินไป่หลงเจ้าคิดจะเล่นตลกกับข้าหรือ ถึงได้พาคนไม่มีพลังปราณมาร่วมกับพวกเรา”
หวงอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงดูหมิ่น เมื่อมองไปยังซิ่วอิงที่ไม่ปรากฏพลังปราณใดๆ ถึงแม้นซิ่วอิงจะหน้าตางดงาม แต่ตัวเขาที่หลงไหลในการฝึกยุทธ ความงามของอิสตรีจึงไม่อยู่ในสายตา
" เรื่องนี้ศิษย์พี่ท่านไม่ต้องสนใจ.. สนใจแค่ว่าข้าพานางมาช่วยแค่นั้นพอ "
ชินไป่หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น
ซิ่วอิงที่เริ่มมีอารมณ์คุกรุ่น จึงส่งจิตตรวจสอบพบว่าหวงอี้ผู้นี้วัยประมาณ 25 ปี อยู่ในระดับปราณปฐพีขั้นกลาง ก่อนจะมองไปยังคนอื่นๆอีก 7 คน เป็นชายหนุ่ม 5 คนหญิงสาวอีก 2 คน ทุกคนอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นกลางและขั้นสูงทั้งสิ้น ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีระดับปราณสูงทีเดียว สำหรับหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 20 ปี
ทันใดนั้น พลันมีเสียงหญิงสาวดังขึ้น
" โอ้.. นี่นางคือนายน้อยจ้าว.. ‘จ้าวซิ่วอิง’ มิใช่หรือ "
" เจ้ารู้จักนางอย่างนั้นหรือ.. "
เสียงเอ่ยถามดังขึ้นมา จากหนุ่มชุดดำที่มีดาบสะพายอยู่ข้างหลัง
" ตอนนี้.. นายน้อยจ้าวเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองมังกรฟ้ามากที่สุดเชียวนะ.. เมื่อวานข้าเห็นนางลงมือกับคนตระกูลหลี่ที่ตลาดกลางเมือง.. นางใช้เพียงฝ่ามือเดียว สยบคนติดตามระดับยอดยุทธขั้นสูงของคุณชายหลี่ได้เลยละ.. "
หญิงสาวในชุดสีฟ้าสดใสเอ่ยตอบ
" ถ้าอย่างนั้นนางคงแข็งแกร่งพอตัว ไม่น่าจะมีปัญหาอันใดหากนางร่วมด้วย " ชายหนุ่มชุดขาวอีกผู้นึงกล่าวขึ้น
ชินไป่หลงจึงแนะนำทุกคนให้ซิ่วอิงรู้จัก เมื่อเสร็จสิ้นการแนะนำตัวชินไป่หลงจึงเอ่ยขึ้นว่า
" ในเมื่อมากันครบแล้ว.. พวกเรามาวางแผนกันเถอะ จากข้อมูลที่ข้าเคยเข้าไปสำรวจมา เส้นทางการเข้าออกของค่ายโจรมีทั้งหมด 2 เส้นทาง.. ทางด้านหน้าทางเข้า 1 เส้นทาง และเส้นทางด้านข้างอีก 1 เส้นทาง"
" มีสองเส้นทาง.. แล้วพวกเราจะแบ่งกำลังกันอย่างไร"
หญิงสาวชุดฟ้าเอ่ยถามขึ้น
" เส้นทางด้านหน้า.. ข้ากับซิ่วอิงและศิษย์น้องอีก 3 คนจะรับผิดชอบ.. ส่วนอีกด้านให้ศิษย์พี่หวงกับคนที่เหลือรับผิดชอบ.. ตกลงหรือไม่"
ชินไป่หลงกล่าววางแผนรวบรัด
" เฮ้.. แบบนั้นจะใหวเหรอ เจ้าอย่าลืมน่ะข้ามีระดับสูงกว่าเจ้า สหายของเจ้ายังดูอ่อนแอขนาดนี้ จะรับมือกับกลุ่มโจรพวกนั้นใหวเหรอ "
หวงอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
" เรื่องนั้น.. ไม่จำเป็นต้องให้ท่านมาเป็นห่วง"
ซิ่วอิงเริ่มหมดความอดทน จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
" เหอะ.. ทำเป็นอวดดี.. ข้าอยากจะรู้นักว่าเมื่อถึงเวลาต่อสู้กับกลุ่มโจรแล้ว สาวน้อยที่งดงามอย่างเจ้าจะทำอย่างไร ฮ่า ฮ่า"
หวงอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน เมื่อจ้องมองไปยังหน้าตาอันงดงามแต่ไร้พลังปราณของซิ่วอิง
" ศิษย์พี่ท่านจะพูดมากไปแล้ว.. "
ชินไป่หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปล่อยแรงกดดันไร้รูปเข้าใส่ทำให้หวงอี้ถึงกับชะงักไปนิดนึง คนอื่นๆต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง เพราะระดับพลังที่ชินไป่หลงแสดงออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาเข้าสู่ระดับปฐพีขั้นต้นแล้ว
ซิ่วอิงเห็นท่าทางของทุกคนที่มองชินไป่หลง ถึงกับแอบยิ้มในใจเพราะการยกระดับพลังปราณของชินไป่หลง เป็นฝีมือของเธอนั่นเอง
" เอาละ.. พวกเราอย่ามาทะเลาะกันเลย ไป่หลงเคยเข้าไปมาสำรวจแล้ว ก็ให้นำคนเข้าทางด้านหน้า.. ศิษย์พี่หวงอี้พาคนเข้าอีกเส้นทางนึง"
ชายชุดดำสะพายดาบเอ่ยขึ้น
พวกเขาเป็นกลุ่มที่เคยร่วมทำภารกิจมาแล้วหลายครั้ง จึงเชื่อมั่นในตัวชินไป่หลงอย่างมาก เพียงแต่ครั้งนึ้กลับมีคนอื่นมาด้วย จึงพยายามจะห้ามปรามไม่ให้ทะเลาะกันเสียก่อน ด้วยเห็นซิ่วอิงเพิ่งมาใหม่ ระดับพลังที่พวกเขาต่างก็มองไม่ออก จึงไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก
“ เช่นนั้นก็แบ่งกันตามนี้.. ศิษย์พี่หวงอี้ท่านนำคนอ้อมไปอีกด้านนึง ข้าจะเข้าทางด้านหน้า”
เมื่อไม่มีผู้ใดทักท้วง ชินไป่หลงจึงนำกลุ่มของตนเดินทางไปยังที่ตั้งกลุ่มโจร
‘หน้าค่ายโจรภูเขา’
การเดินทางนั้นใช้เวลาไม่นานนัก เมื่อไปถึงทุกคนเร่งฟื้นฟูร่างกายให้พร้อม ระหว่างนั้นชินไป่หลงได้วางแผนการเข้าโจมตี เมื่อทุกคนรับทราบจึงเริ่มเคลื่อนที่เข้าไปใกล้มากขึ้น แล้วค่อยๆแอบเข้าไปซุ่มอยู่ดงไม้หน้าค่ายโจร
บรรยากาศตอนนี้เป็นช่วงเช้า ทำให้พื้นที่ในบริเวณสามารถเห็นได้อย่างง่าย การลอบจู่โจมจะลำบากยิ่งขึ้น แต่เป็นเวลาที่พวกโจรประตูหน้าและตามหอคอย หย่อนยานในการตรวจตราเช่นกัน
ตอนนี้ที่ประตูค่ายมีเพียงชาย 4 คน เข้าเวรยามอยู่ แต่มัวแต่ยืนคุยหยอกล้อกันหาได้สนใจบริเวณโดยรอบไม่ ซิ่วอิงกับชินไป่หลงมองสบตากัน แล้วหันไปพยักหน้าให้คนอื่น เป็นสัญญาณแสดงความมั่นใจว่าสามารถลอบโจมตีได้ในเวลานึ้
ซิ่วอิงโคจรลมปราณรอสัญญาณจากชินไป๋หลง แล้วไม่นานชินไป๋หลงยกมือให้สัญญาณลงมือ ในทันใดนั้นเอง ลูกธนูหลายสิบดอกถูกยิงออกมาจากหญิงสาวสองคนทางด้านหลัง
'ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว'
‘ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ’
ลูกธนูทุกดอกถูกยิงไปเจาะหน้าอกชายทั้งสี่จนล้มลง โดยไม่ได้ส่งเสียงใดๆออกมาแม้แต่น้อย ชินไป่หลงจึงเอ่ยออกมาเบาๆ
" ถึงเวลาลงมือแล้ว.. ทุกคนลงมือได้"
สิ้นเสียงชินไป่หลง ซิ่วอิงที่เต็มไปด้วยความต้องการฆ่า ไม่มีจิตใจเมตตาปราณีเช่นที่ผ่านมา เธอนำดาบทะลายฟ้าออกมาจากแหวนมิติ แล้วเร่งโคจรพลังปราณใส่ดาบใหญ่ของตนเอง ปรากฏเป็นปราณดาบขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร ก่อนจะใช้มายาเร้นเงาหายวับไปจากหน้าค่ายโจรอย่างเร็ว
‘ค่ายโจรภูเขา’
‘วู้บบบ’
ซิ่วอิงใช้ทักษะมายาเร้นเงามาโผล่บริเวณหลังประตูค่ายโจร ที่มีพวกโจรจับกลุ่มกันอยู่กว่า 10 คน โจรร้ายคนนึงเห็นร่างซิ่วอิงปรากฏออกมาจากกลางอากาศ มันจึงตะโกนลั่นด้วยความตกใจ
“ เจ้าเป็นใคร.. กล้าบุกเข้ามาในค่ายของพวกเรา”
คำพูดของมันส่งผลบรรดาพวกโจรหันไปมองยังจุดที่มันชี้ แต่ทุกอย่างกลับสายไปเสียแล้ว เมื่อซิ่วอิงฟาดฟันดาบทะลายฟ้าที่อัดแน่นด้วยลมปราณ เข้าใส่พวกมันอย่างรวดเร็วและรุนแรง
‘ชิ้งงงงง’
‘ปังงงงง’
‘อ๊ากกๆๆ’
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นแล้ววูบหายไป เมื่อดาบใหญ่ปะทะกับร่างของพวกมัน ทันใดนั้นร่างกายของพวกมันทุกคน พลันระเบิดกลายเป็นละอองเลือด สาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ
‘อึ่กกก’
‘อะไรกันนี่..’
พวกชินไป๋หลงทั้ง 4 ที่เพิ่งบุกเข้ามาทีหลัง ถึงกับยืนนิ่งตกตลึงอ้าปากค้าง กับการสังหารอันเหี้ยมโหดของซิ่วอิง หญิงสาวผู้งดงามที่แต่งกายด้วยชุดจอมยุทธชาย หญิงสาวที่ถูกเรียกว่านายน้อย หญิงสาวที่มองอย่างไรไม่มีพลังปราณ กลับใช้อาวุธคู่กายเป็นดาบใหญ่ ลงมือสังหารกลุ่มโจรสิบกว่าคนภายในดาบเดียว
ซิ่วอิงที่เพิ่งฆ่าคนเป็นครั้งแรกถึงกับชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะมองไปยังมือตนเองที่ถือดาบทะลายฟ้า ทั้งดาบและมือไม่มีรอยเลือดแม้แต่หยดเดียว เพราะพวกมันการเป็นละอองเลือดหายไปในอากาศหมดสิ้น
ซิ่วอิงหันไปมองกลุ่มของชินไป่หลง กำลังจะเอ่ยวาจากลับมีเสียงแผดลั่นดังออกมาจากในค่ายโจร
“ พวกเจ้าบังอาจนักกล้าบุกเข้ามาที่นี่.. ”
เสียงร้องก่อนตายของโจรกลุ่มแรกที่ดังลั่นขึ้นชั่วขณะ ส่งผลให้พวกโจรที่อยู่ภายในค่ายรู้ตัวว่าถูกลอบโจมตี จึงเร่งรีบพากันออกมา เมื่อเห็นผู้บุกรุกเพียง 5 คน ผู้นำกลุ่มจึงตะโกนขึ้นทันที
“ พี่น้องทุกคน ฆ่ามันนน..”
สิ้นเสียงสั่งการของชายคนนั้น พวกโจรจึงทะยานเข้าหาซิ่วอิงกับคนอื่นๆอย่างเร็ว ชินไป่หลงกับพวกเริ่มลงมือต่อสู้อย่างไม่หวั่นเกรง กลุ่มโจรที่มีระดับพลังยอดยุทธ์ขั้นสูงประมาน 10 คน และลูกสมุนในระดับต่ำกว่าอีกจำนวนนึง ต่างทะยานร่างเข้าหากลุ่มของชินไป๋หลง จนเกิดการต่อสู้กันอย่างชุลมุน
‘ชิ้งงง’
‘ปังงง’
‘เคร้งง’
กลุ่มโจรอีกส่วนหนึ่งพุ่งเข้าหาซิ่วอิงอย่างโกรธแค้น เพราะซิ่วอิงเป็นผู้ที่เข้ามาลอบโจมตี และฆ่าพรรคพวกของมันตายไป10คนในดาบเดียว
พวกมันรู้ว่าหญิงสาวที่ถือดาบใหญ่คนนี้มีฝีมือสูงยิ่ง ดังนั้นคนที่พุ่งเข้ามาจึงเป็นพวกระดับสูงของกลุ่มโจร ทำให้ตอนนี้เบื้องซิ่วอิง ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์หลายคนอาวุธครบมือ มองตรงมาที่ซิ่วอิงด้วยใบหน้าชั่วร้ายและกระหายเลือด
“ เจ้ากล้าฆ่าคนของพวกเรา.. เจ้าต้องตาย"
โจรคนหนึ่งเอ่ยเสียงเหี้ยม
" เฮ้.. เด็กสาวคนนี้งดงามจริงๆเลยวะ อย่าได้ฆ่านางเด็ดขาด ต้องจับนางมาเป็นๆจะได้เอามาบำเรอพวกเรา ฮ่ะๆ"
โจรอีกคนที่เป็นระดับผู้นำกล่าวขึ้น
" เข้ามาเลยพวกโจรชั่ว.. วันนี้ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมด"
ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน ก่อนจะโคจรลมปราณใส่ดาบใหญ่อีกครั้ง แล้วทะยานพุ่งตรงไปยังกลุ่มโจรอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟันดาบทะยานฟ้าที่อัดแน่นด้วยลมปราณเข้าใส่อย่างแรง พวกโจรไม่มีท่าทีหวาดหวั่นนำอาวุธออกมา แล้วพุ่งตรงเข้าไปปะทะกับซิ่วอิงทันที
‘ตู้มมม’
‘ปังงงง’
เสียงอาวุธทั้งสองฝ่ายฟาดฟันดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ พวกโจรที่มีพลังลมปราณอ่อนด้อย ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนภายในดาบเดียว ไม่กี่อึดใจกลุ่มโจรพากันตกตายไปเป็นจำนวนมาก เหลือแต่พวกกลุ่มโจรระดับสูง ซึ่งมีพลังปราณเหนือกว่าขั้นยอดยุทธขึ้นไป ที่ยังพอฝืนรับมือซิ่วอิงไว้่ได้
‘วู้บบบ’
‘ปังงงง’
ซิ่วอิงปลดปล่อยปราณระดับปฐพีออกมา ใช้ทักษะมายาเร้นเงาหายตัววูบไปวาบมา ดาบใหญ่ถูกฟาดฟันเข้าใส่พวกโจรที่เหลืออย่างหนักหน่วง ไร้ความเมตตาปราณีใดๆทั้งสิ้น ด้วยความแค้นที่พวกมันเคยบุกปล้นฆ่า ผู้คนในหมู่บ้านไผ่งามมาก่อน
ด้านกลุ่มของชินไป่หลงนั้น ต่อสู้กับพวกโจรที่มีระดับเดียวกันก็ถือว่าตึงมืออยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นศิษย์ของสำนักมังกรฟ้า จึงมีเคล็ดวิชาทักษะต่อสู้ที่เหนือกว่าพวกโจร จึงพอจะต่อสู้กันได้อย่างสูสี แต่ด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่า เมื่อใช้เวลาต่อสู้นานขึ้นไปเรื่อยๆ กลุ่มของชินไป่หลงเริ่มตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
" พวกมันเริ่มจะไม่ไหวแล้ว.. รีบฆ่าพวกมันแล้วไปจับตัวผู้หญิงสองคนนั้นมาเร็ว "
โจรระดับหัวหน้าคนหนึ่งกล่าวขึ้น พร้อมกับพุ่งเข้าหาหญิงสาว 2 คน ที่เป็นศิษย์น้องของชินไป่หลงทันที
“ ศิษย์น้องระวัง..”
ชินไป่หลงตะโกนเตือนขึ้นมาเสียงดัง แต่กลับถูกพวกมันเข้ามาพัวพัน จนไม่สามารถปลีกตัวไปช่วยเหลือได้เลย
………………………………….