
เหม่ยฉางเจ้าปลอมตัวเป็นข้าก่อนนะอยู่แต่ในตำหนักนะ ข้าจะไปออกรบ องค์หญิงหากถูกจับได้ละเพคะ ไม่เป็นไรหรอกน่า นอนใครมาเยี่ยมบอกป่วยเป็นไข้ก็พอองค์หญิง ข้ไปละไม่มีเวลาละเดี๋ยวเขาไปไกลข้าตามไม่ทัน
จากนั้นองค์หญิงบอกจะไปส่งทหารออกรบ จึงแอบปีนกำแพงออกจากวังไปหาชึดทหารที่ซ่อนเอาไว้แล้วรีบวิ่งไปรวมตัวกับเหล่าทหาร
นี่เจ้าไปไปนมารู้ไหมคนอื่นจะออกเดินทางแล้ว
องค์หญิงที่ปลอมตัวเป็นทหารก็บอกข้าปวดท้องไปถ่ายมาตอนนี้ดีขึ้นไปได้ละ หลังจากที่ออกเดินทางจากเมืองหลวงเดินตั้งไกลเหนื่อยก็เหนื่อยชุดก็หนักองค์หญิงพยายามมากที่จะไม่คุยกับใครกลัวจะโดนจับได้
พอเดินทางได้คืนหนึ่งทหารก็พัก องค์หญิงมองไปรอบๆป่า ทั้งมืดทั้งเหล่าทหารเต็มไปหมดอยากจะอาบน้ำก็กลัวโดนจับได้ จึงแอบเอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดหน้าแทน
องค์หญิงรู้สึกอึดอัดแต่มาถึงตอนนี้ก็ต้องอดทน นอนก็ต้องนอนกับเหล่าทหารอีก
มีทหารคนหนึ่งขยับมาใกล้ๆแล้วพูดขึ้นมาว่าเจ้านี่กลิ่นตัวหอมอย่างสตรีทำให้ข้าคิดถึงเมียเมียข้าก็ใกล้คลอดแล้วองค์หญิงได้ยินจึงขอตัวออกมาเดินเล่นข้างนอกดระโจม
ศึกนี้ข้าผิดหรอ ศึกนี้ข้าคือต้นเหตุ ข้าต้องชนะ สักพักก็มีเสียงเรียกจากแม่ทัพ เจ้ามานี่ เจ้าไปเฝ้าตรงนั้น มีอะไรให้แจ้งทันที
ในใจอยากจะพูดกับท่านแม่ทัพมากแต่ก็ไม่พูดพยักหน้าแล้วเดินไปยืนง่วงตลอดทั้งคืนไม่ได้นอนเลย ตอนเช้าก็ง่วงมาก เดินไปหาวไป พักระหว่างทางตรงไหนองค์หญิงก็หลับทุกครั้งจนทหารคนอื่นต้องคอยปลุก สหายของท่านแม่ทัพเห็นว่าทหารคนนี้น่าสงสัยแถมรูปร่างเปราะบาง จึงเดินเข้ามา นี่เจ้าถอดหมวกออก องค์หญิงก้มหน้าลงถอดหมวกออก แต่ยังก้มหน้าลงอยู่ จนสหายของท่านแม่ทัพพูดขึ้นเจ้าเงยหน้าขึ้นมา
แม่ทัพเห็นว่าเหมือนมีอะไรวุ่นวายก็เข้ามามีอะไรกัน รีบออกเดินทางกันได้แล้วจากนั้นองค์หญิงก็ใส่หมวกทุกคนก็เดินทางต่อ ใกล้ถึงที่พักจะทำสงครามแล้วหลังทุกคนเตรียมกระโจมได้สักพักสายที่ไปลาดตะเวนก็มาบอกท่านแม่ทัพจากนั้นท่านแม่ทัพก็เข้าไปในกระโจมวางแผนการศึกองค์หญิง ด้วยความง่วงมากนั่งงีบสักพักแต่หลับไปเลยจนหมวกตกกระเด็นแล้วผมที่มัดไว้ก็ปล่อยยาว ทหารคนอื่นที่เห็นก็ตกใจ ตะโกนขึ้นมานี่เจ้า นี่สตรีนี่ อีกคนพูดขึ้นว่า สายลับหรือเปล่า เสียงแอะอะข้างนอกทำให้แม่ทัพออกมาก็เจอองค์หญิงนั่งหลับอยู่จึงบอกเหล่าทหารว่าอย่าตกใจ นี่คือองค์หญิง ทุกคนก็ปล่อยองค์หญิงนอนไม่ปลุก องค์หญิงนอนสักพักรู้สึกเมื่อยจึงตื่นขึ้นมา ท่านแม่ทัพก็นั่งมองหน้า องค์หญิง ท่านตามมาเช่นนี้หากเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงกระหม่อมคงแบกรับไม่ไหว ทหารส่งองค์หญิงกลับวัง
ท่านแม่ทัพหังข้าก่อน องค์หญิงอ้อนวอนด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วพูดขึ้นมาว่าข้าอุตส่าตามมาถึงที่นี่ ขอเถอะอย่าส่งข้ากลับเลยนะ ข้าเป็นต้นเหตุ ว่าไปก็ไม่ใช่แต่ว่าข้ามีแผนข้าได้ยินมาว่า แม่ทัพแคว้นเว่ยทรงชอบงานรื่นเริง ศึกแรกเราต้องยอมแพ้ก่อน
หลังพูดจบท่านแม่ทัพก็เชิญองค์หญิงเข้ามาในกระโจมและทำการวางแผนองค์หญิงท่านพูดแผนท่านก่อน ข้าคิดว่าจะใช้แผนสาวงาม ถ้าฆ่าท่านแม่ทัพได้ทหารก็หมดขวัญกำลังใจ แล้วค่อยเผากระโจม ส่วนสเบียงถ้าเอามาได้ก็เอา เผาได้ก็เผา กระหม่อมไม่คิดว่าองค์หญิงเองก็รอบรู้การทำศึกด้วยหลังจากคุยกันเสร็จท่านแม่ทัพก็ให้ทหารทุกคนลองทำตามแผนก่อนยังไงก็บาดเจ็บไม่มากแม่ทัพได้ส่งทหารลอบเข้าไปปลอมตัวอยู่ในค่ายของทหารแคว้นเว่ย ส่วนทำศึกวันแรก ทหารแว้นโจวก็พ่ายแพ้ ปล่อยข่าวลือ ว่าถอยทัพกลับ ทำให้ทหารแคว้นเว่ยต่างฉลองชัยชนะศึก แถมยังหาสตรี มาร่ายรำบรรเลงเพลง ได้จังหวะองค์หญิง แสดงฝีมือแล้ว องค์หญิงปลอมตัวเป็นนักดีดพิมพ์ ไปดีดพิมพ์บรรเลงเพลง ทั้งร่ายรำดื่มเหล้า กับท่านแม่ทัพ ดื่มด่ำกันจนเมา ซึ่งในเหล้าองค์หญิงได้ใส่ยานอนหลับเข้มข้นทั้งใส่ยาถ่ายยานอนหลับในเหล้าที่ให้เหล่าทหารดื่มซึ่งแผนจากฆ่าองค์หญิงจึงจับเป็น ซึ่งหลังจากทหารแคว้นเว่ยสลบ หลับไม่ตื่น ทหารแคว้นโจวก็เข้ามาสังหารทหารจนหมด เหลือบางคนที่รอดหนีกระเจิดกระเจิงส่วนท่านแม่ทัพแคว้นเว่ย สลบและเมาถูกจับ ไม่รู้ตัว หลังผ่านค่ำคืน แผนการศึกเสร็จ ทุกคนก็เตรียมตัวกลับวัง ระหว่างทาง แม่ทัพตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองถูกจับ ก็โกรธมากจึงพูดขึ้นมาว่าแคว้นเจ้าขี้ขลาดใช้วิธีสกปรกข้าขอตายดีกว่าถูกจับเช่นนี้ องค์หญิง ก็ออกมา นี่เจ้า อยากตายมากทำไมไม่ตายง่ายๆละต้องให้ข้าออกแรงเหนื่อย ว่าไป ข้าจะให้เจ้าอยู่ในคุกสุขสบายข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก หากเจ้าเชื่อฟังข้า ข้าจะให้เจ้าใช้ชีวิตในคุก อย่างสบาย เช่นได้กินได้นอน เอาละครั้งนี้ข้าชนะเจ้าแล้วนะ ส่วนกลับถึงวังหลวง ฝ่าบาทจะจัดการเจ้ายังไงข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้นะ
หลังพูดจบองค์หญิงก็ขี่ม้าด้วยความสุขตลอดทาง จนกลับมาถึงวังหลวง ซึ่งฝ่าบาท ไทเฮา เหล่าขุนนางก็อยู่ประตูวังต้อนรับชัยชนะกลับมา ไทเฮาทรงตำหนิองค์หญิงให้องค์หญิงไปสำนึกผิดอยู่ในจวน ซึ่งหลังองค์หญิงหายตัวไป ฝ่าบาทรู้เรื่องเข้าเลยมาคุยเรื่องแต่งงานกับไทเฮา ถ้าองค์หญิงยังไม่แต่งงานจะเข้ายุ่งเรื่องราชกิจทำให้วุ่นวายให้องค์หญิงออกเรือนไป ไทเฮ่ก็พูดกับองค์หญิง องค์หญิงจึงตรัสว่าหากจะหาคู่ครอง ก็ให้ประลองแพ้ชนะ ถ้าชนะ ถือว่าปกป้ององค์หญิงได้ องค์หญิงจะยอมแต่งงานด้วยแต่ต้องคนในเมืองหลวง และ โสด เท่านั้น ชาวบ้านก็ได้
ไทเฮาได้ยินดังนั้น จึงให้บ่าวรับใช้ไปทูลเรื่องที่องค์หญิงเลือกคู่ครองให้ฝ่าบาทดำเนินการหลังจากกลับจากศึกสงครามมาองค์หญิงเหนื่อย พักอยู่แต่ในตำหนักไม่ออกไปไหนหลายวัน
