หลังจากที่ได้สังหารอาชญากรผู้ชั่วร้ายลงจนสิ้น
ภายในอกของหวงเยี่ยกลับรู้สึกเย็นสบายอย่างน่าแปลกประหลาด
ความกระปี้กระเปร่าได้พุ่งทะยานขึ้นมาในกายประหนึ่งสายลมฤดูใบไม้ผลิ ความอึดอัดที่สะสมอยู่ในใจคล้ายถูกระบายออกไปพร้อมกับเสียงระเบิดก่อนหน้า ทำให้ริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ดวงตาส่องประกายแววคึกคักที่ยากจะปิดบัง
“ความรู้สึกเช่นนี้..”
“ช่างสดชื่นเกินคาดหมาย!”
ตัวของเขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยซักนิด ในเสี้ยววินาทีที่รากไม้แทงทะลุร่างของหลิวซูหยิง หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความเร้าใจ คล้ายกับได้ปลดปล่อยบางสิ่งที่กดทับอยู่ลึกภายในมาโดยตลอด
ความพึงพอใจจากการกำจัดภัยคุกคามอย่างเด็ดขาดได้แทรกซึมเข้าสู่สติสัมปชัญญะอย่างชัดเจน
ทว่าเพียงชั่วครู่ ความรู้สึกนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มชะงักงัน
หวงเยี่ยยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าตนเอง พร้อมกับรอยยิ้มเมื่อครู่ที่จางหายไป เหลือเพียงความเคร่งขรึมที่ปรากฏชัด
“ใจเย็นไว้ตัวข้า.. การสังหารพวกอาชญากรอาจเป็นเรื่องที่ดีก็จริง”
“ทว่าถ้าหลงระเริงไปกับการสังหารหรือชื่นชอบในการกระทำเช่นนี้ แล้วการกระทำของข้าจะต่างอะไรไปจากพวกมันกันละ”
ก่อนที่หวงเยี่ยจะสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ ปรับจังหวะหัวใจให้กลับสู่ภาวะปกติ
ความเบิกบานที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ถูกควบคุมเอาไว้และไม่ปล่อยให้มันขยายตัวเกินควร
ในห้วงจิตสำนึก ระบบกลืนกินมังกรพลันขบขันต่อความเคร่งเครียดของโฮสต์
【โฮสต์ไม่ต้องไปสนใจไอ้พวกเศษขยะแบบนี้หรอกค่ะ ตายๆห่ากันให้หมดเสียก็ดี】
【แทนที่จะเอาพลังที่ได้รับมาจากเจตจำนงไปสังหารไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกร แต่ดันกลับลงมือต่อเผ่าพันธุ์เดียวกัน】
น้ำเสียงของระบบแฝงความเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง คล้ายกำลังหัวเราะต่อชะตากรรมของผู้ที่ดับสูญไปเมื่อครู่
【เพราะงั้นโฮสต์จึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งสิ้น】
คำกล่าวนั้นดังก้องชัดเจนเหมือนค้อนที่ตอกลงบนความลังเลในใจของเขา
หวงเยี่ยนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความคึกคะนอง หากเป็นความเห็นพ้องที่ผ่านการใคร่ครวญแล้ว
“นั่นสินะ? การสังหารไอ้พวกเวรนี่ถือเป็นการกำจัดความชั่วร้ายไปในตัว”
ความคิดก่อนหน้าที่เกรงว่าตนเองจะถลำลึกสู่เส้นทางเดียวกับอาชญากรเหล่านั้นค่อยๆจางหาย เขาไม่ได้ฆ่าเพื่อความสนุกสนาน หากเพื่อกำจัดภัยที่คุกคามผู้อื่น และเพื่อให้ตนเองเดินหน้าต่อไปได้อย่างปลอดภัย
เมื่อจิตใจกลับมามั่นคง หวงเยี่ยพลันนึกถึงบางสิ่งที่ทำให้ดวงตาของเขาส่องประกายขึ้นอีกครั้ง
“ว่าแต่ระเบิดลูกไฟผลาญฟ้าที่ได้รับมาจากอาจารย์มันดีจริงๆเลยนะ”
“ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ไปซื้ออุปกรณ์ต้องห้ามนี้จากสมาพันธ์มังกรได้ยังไง แต่ข้ามีมันถึงหนึ่งร้อยลูกเลยแน่ะ”
เขายกมือแตะที่แหวนมิติบนปลายนิ้ว พลันกระแสพลังจางๆไหลผ่านเข้าสู่มิติภายใน
สติสัมปชัญญะของเขาจมลึกลงไปในพื้นที่ว่างอันกว้างใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น
ภายในแหวนมิติ พื้นที่เก็บของเรียงรายด้วยวัตถุจำนวนมาก
และท่ามกลางสิ่งของเหล่านั้น มีก้อนโลหะขนาดเล็กสีแดงเข้มวางกองเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ แสงสะท้อนจากผิวโลหะเป็นประกายวาววับ กว่าเก้าสิบห้าลูกยังคงนอนนิ่งรอการใช้งาน ประหนึ่งอสูรจำศีลที่พร้อมจะตื่นขึ้นทุกเมื่อ
“อานุภาพอาจไม่รุนแรงพอที่จะสังหารนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งหรือเผ่าพันธุ์มังกรที่แข็งแกร่งได้”
“ทว่าถ้าโดนแรงระเบิดในระยะประชิดพร้อมๆกันซักสิบหรือยี่สิบลูก..”
เขาหัวเราะเบาๆในลำคอ ความคิดที่ผุดขึ้นทำให้หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง การใช้เพียงห้าลูกก็สามารถทำลายล้างอาณาเขตปิดทึบเช่นนี้จนราบคาบ หากเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้น ผลลัพธ์ย่อมรุนแรงจนเกินคาดหมาย
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีพลังสูงส่งเพียงใด หากอยู่ในระยะประชิดและถูกแรงสะท้อนภายในพื้นที่แคบ ย่อมหลีกเลี่ยงความเสียหายได้ยาก
【ดูเหมือนโฮสต์จะพึงพอใจกับของเล่นชิ้นใหม่มากเลยนะคะ】
“ของดีใครจะไม่ชอบกันล่ะ ยิ่งเป็นของที่ช่วยให้ข้ารอดชีวิตได้ก็ยิ่งต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี!”
หวงเยี่ยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะกลางอากาศเบื้องหน้า ก่อเกิดเป็นหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
ตัวอักษรเรืองรองปรากฏชัดเจนภายในกรอบแสงนั้น
【แต้มวิญญาณ 29,000 】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)
“หืมมม?”
“หลังจากที่สังหารหมาป่ามังกรเหล็กกล้าไปกว่าหกสิบตัว รวมถึงไอ้พวกเวรนี่ไปอีกกว่าสี่สิบคน.. มันก็ทำให้ข้าได้รับแต้มวิญญาณที่ง่ายดายเช่นนี้เลยเหรอ?”
สายตาของเขากวาดผ่านตัวเลขอีกครั้ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์
“งั้นระบบคนสวย.. ช่วยเอาแต้มวิญญาณทั้งหมดไปเพิ่มระดับพลังวิญญาณของข้าให้หน่อยสิ!”
เสียงของระบบดังตอบกลับทันทีโดยไร้ความลังเล
【เข้าใจแล้วค่ะโฮสต์】
【เริ่มต้นการพัฒนา】
ตัวอักษรในหน้าต่างพลันเปลี่ยนแปลง รัศมีสีม่วงเข้มสว่างวาบขึ้นอีกระดับ
【พลังวิญญาณระดับสองขั้นกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 7,000
【พลังวิญญาณระดับสองขั้นสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 11,000
ทันใดนั้น ความรู้สึกประหลาดพลันแผ่ซ่านจากส่วนลึกของร่างกาย คล้ายกระแสน้ำอุ่นไหลทะลักผ่านเส้นชีพจรโลหิตทุกสาย พลังวิญญาณลึกลับไหลบ่าอย่างไม่อาจควบคุมได้ เป็นการยกระดับคุณภาพของพลังที่หลอมรวมอยู่ภายใน
“อื้อ…”
เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอของหวงเยี่ยอย่างไม่อาจยับยั้ง
ความรู้สึกนั้นทั้งรุนแรงและสบายในเวลาเดียวกัน เหมือนร่างกายถูกแช่อยู่ในทะเลพลังอันอบอุ่น
ทั่วร่างพลุ่งพล่านด้วยพลังวิญญาณสีม่วงเข้ม มันก่อตัวเป็นไอเรืองรองไหลผ่านผิวหนัง ประหนึ่งหมอกสีม่วงที่หมุนวนตามแรงลมภายใน เส้นชีพจรโลหิตสั่นสะท้านเล็กน้อย กระแสพลังไหลวนดั่งสายธารมวลน้ำที่เร่งความเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางสำคัญ
เจตจำนงระดับราชา
ราชันย์พงไพรพิฆาตดารา
รากฐานแห่งพลังในร่างของชายหนุ่มได้สั่นไหวตอบรับการหลั่งไหลของพลังใหม่
หัวใจของหวงเยี่ยเต้นระรัวดั่งกลองศึก คล้ายกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้นกำลังดูดกลืนพลังทั้งหมดเข้าสู่แกนกลางของมัน
กิ่งก้านอีกหลายสิบเส้นเริ่มงอกเงยอย่างรวดเร็ว ราวกับได้รับสายฝนชโลมหลังความแห้งแล้งอันยาวนาน มันแผ่ขยายออกไปในทุกทิศทาง ฝังรากลึกเข้าไปในบริเวณหัวใจของเขามากยิ่งกว่าเดิม เชื่อมต่อกับเส้นชีพจรโลหิตอย่างแนบแน่นกว่าเก่า
พลังวิญญาณหมุนวนเร็วขึ้นอีกระลอกหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆสงบลงอย่างเป็นจังหวะ
กระทั่งผ่านไปไม่กี่อึดใจ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจึงเสร็จสิ้น
หวงเยี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายลึกซึ้งกว่าเดิม ร่างกายเบาสบายราวกับปลดพันธนาการบางอย่างออกไป ความหนาแน่นของพลังภายในเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้เขาจะยังไม่ปลดปล่อยออกมา แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าระดับได้ขยับขึ้นอย่างมั่นคง
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า และรีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง
【พลังวิญญาณระดับสองขั้นสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 11,000
【ร่างกายระดับสองขั้นสูง】– สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 11,000
【แต้มวิญญาณ 16,500 】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)
“ขนาดเพิ่มระดับพลังวิญญาณถึงสองขั้นแล้ว แต้มวิญญาณของข้าก็ยังคงเหลืออยู่อีก”
น้ำเสียงของเขาเจือความพึงพอใจเล็กน้อย ตัวเลขที่ยังเหลืออยู่ไม่ใช่น้อยเลย แม้จะหักไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม ก่อนที่สายตาของชายหนุ่มจะเลื่อนไปยังตัวเลือกการพัฒนาร่างกาย ก่อนจะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งและบ่นพึมพำออกมา
“งั้นไว้รอให้มีแต้มซักสองหมื่นขึ้นไป ค่อยพัฒนาพลังวิญญาณและร่างกายพร้อมกันเลยทีเดียว”
การยกระดับทั้งสองด้านพร้อมกันย่อมทำให้การเปลี่ยนแปลงสอดประสานกันดีกว่า และจะทำให้ไม่เกิดช่องโหว่ระหว่างพลังวิญญาณกับความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวมที่ไม่สมดุล
ก่อนที่ตัวของจะเขาปิดหน้าต่างระบบลง แสงสีฟ้าจางหายไปจากเบื้องหน้า
ทว่าคราวนี้ความรู้สึกภายในกลับแตกต่างไปจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ทำให้ริมฝีปากเผยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
การสังหารที่ผ่านมาไม่สูญเปล่า และพลังที่ได้รับมานั้นจะถูกใช้เพื่อก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเลยก็ว่าได้