ตอนที่ 7 “งานวิจัยไอศกรีมสมูทตี้และสาวน้อยผู้แปลกประหลาด”
จำตอนที่แล้วกันได้หรือป่าวตอนที่ฉันมีอารมณ์สุนทรีเกินคณานับนั่นคือฉันจะบอกว่าถ้าจำได้ก็ลืมมันไปซะเถอะถึงแม้คนส่วนใหญ่้าความหลากหลายแต่ฉันๆไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็อะไรขนาดนั้น
หลังจากที่นั่งรถมาได้สักประมาณสิบนาทีในตัวเมืองใหญ่เลี้ยวซ้ายทีขวาที ฉันและเติมก็มาถึงสถานที่แรกของวันที่ฉันจะเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบคนปกติอีกครั้งจากที่สังเกตจากภายนอกร้านฉันเข้าใจว่ามันเป็ร้านไอศกรีมอะไรสักอย่างซึ่งมันทำให้ฉันกลับไปทบทวนคำพูดของฉันก่อนหน้าที่ว่า“เริ่มต้นใช้ชีวิตปกติอีกครั้ง”บอกตามตรงแม้แต่ตอนที่ฉันใช้ชีวิตปกติฉันก็ยังไม่เคยถ่อมานั่งกินไอศกรีมในร้านเลยอยากกินไอศกรีมก็เข้าร้านสะดวกซื้อแล้วก็เลือกซักอันฉันคิดว่านั่นคือชีวิตปกติที่คนปกติเขาทำกันแต่สถานที่สำหรับการใช้ชีวิตปกติที่แรกที่ไอ้เติมเลือกมากลับเป็นั่งกินไอศกรีมในร้าน?? ฉันเริ่มคิดขึ้นมานิดนึงแล้วละว่าที่ผ่านมาฉันเคยใช้ชีวิตแบบปกติหรือป่าวหรือนี่อาจเป็ประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้นี่ถ้าฉันเริ่มอยากเล่าแบบสุนทรีขึ้นมาอีกตอนนี้ยังทันมั้ย
“ที่นี่ที่ใดรึท่าน”
“ร้านไอศกรีมสมูทตี้ก็ส่วนใหญ่ไอศกรีมจะเป็พวกของหวานที่ให้พลังงานมากเกินไปแต่ถ้าเป็สมูทตี้มันจะมีพวกกากใยที่ได้จากผลไม้ซึ่งจะช่วยในระบบขับถ่ายด้วย ก็ไม่ได้จะบอกว่ากินแล้วไม่อ้วนหรอกนะแต่ก็คงจะดีกว่ากินไอศกรีมทั่วๆไปนิดนึง”
“นิดนึงที่ว่านี่มันขนาดไหน”
“ก็ประมาณ’นิ๊สสสสสส นึง’ประมาณนี้มั้ง”
“สรุปก็แทบไม่ต่างกันงั้นสิ-_-”
“กินเยอะก็อ้วนอยู่ดีนั่นแหละแต่เราก็มองข้ามความแตกต่างเล็กๆน้อยๆไม่ได้หรอกนะ ไปกันเถอะ”
ฉันเดินลงจากรถพร้อมกับเติมแล้วเดินตามไอ้เติมเข้าร้านไปทันใดนั้นมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ฉันให้เดาว่าเกิดอะไรขึ้น สามสองหนึ่งหมดเวลาแทบจะทุกคนในร้านหันหน้ามาทางประตูและก็ต้องมนต์ทั้งชายและหญิงซึ่งมันก็เป็ปฏิกิริยาที่สามารถเข้าใจได้ ‘ว้าวว....หนุ่มคนนั้นหล่อจังเลยอยากได้อ่ะ’ ในความคิดของสาวๆภายในร้านก็ควรจะประมาณนี้ ‘ยัยอ้วนท่าทางจนๆนี่มันอะไรกัน ผิวคล้ำตาตี่แล้วยังอ้วนอีกหรือนี่ครบเครื่องเลยเว้ย’ในความคิดของหนุ่มๆที่อยู่ในร้านก็คงประมาณนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันกับไอ้เติมเนี่ยมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกันจริงๆไอ้การที่เป็จุดสนใจคนอื่นแทบจะทุกที
หลายคนอาจคิดว่าพวก loserมักจะไม่ได้รับความสนใจจากสังคมแต่ฉันสามารถบอกได้ตรงนี้เลยว่าพวกคุณนั้นคิดผิดพวก loser โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็คนที่ได้รับความสนใจจากคนอื่นเช่นการที่มีทุกคนคอยสนใจและนินทาถึงคุณอยู่เสมอแม้ว่าคุณจะทำความผิดเล็กน้อยหรือไม่ได้ทำอะไรเลยหรือมีแม้แต่การแต่งเื่เกี่ยวกับคุณขึ้นมาเพื่อเล่าให้เป็เื่ตลกขบขันในวงสนทนาหรือแต่งเื่เสียๆหายๆ เพื่อพูดเอามันปากไม่รู้ว่าฉันเคยบอกไปแล้วหรือเปล่าว่าฉันคือคนที่เป็ผลผลิตที่เกิดจากการขัดสีของสังคมนับครั้งไม่ถ้วนเป็ผลผลิตที่เกิดจากการดูถูกดูแคลนก็การตัดสินฉันจากรูปลักษณ์ภายนอกของฉันเพียงเท่านั้น
และมีอีกหนึ่งเื่ที่ฉันกับไอ้เติมมีเหมือนกันเื่ที่ว่าก็คือทั้งฉันและไอ้เติมนั้นดูเหมือนจะไม่ใส่กับความสนใจของทุกคนที่พุ่งมาเลยสักนิดนั่นแหละคือการขัดเกลาของสังคมมันไม่ได้เกิดเพียงกับฉันแต่เกิดกับไอ้เติมด้วยแม้จะในลักษณะที่ต่างกันแต่ก็เปลี่ยนไอ้เติมไปจากผู้คนทั่วไปเช่นกัน
‘ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี่ยไอ้หมอนี่ไว้นายแข็งแกร่งกว่านี้เมื่อไหร่ฉันจะสอนท่าไม้ตายให้แล้วกัน’
ไอ้เติมกับฉันเดินไปที่ที่ว่างมุมหนึ่งของร้านซึ่งเกือบๆจะอยู่ด้านในสุดก็ธรรมดาแหละเพราะปกติผู้คนก็มักจะจับจองที่นั่งที่อยู่ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเพื่อรับแสงและบรรยากาศดีๆในขณะที่นั่งกินไอศกรีมกันที่นั่งที่ว่างจึงมักจะเป็ที่ที่อยู่ด้านในของร้านซะมากกว่า
ฉันนั่งในด้านตรงข้ามกับไอ้เติมและก็ได้สังเกตเห็นสาวน้อยคนหนึ่งภายในร้านที่เปิดคอมพิวเตอร์ของเธอทำอะไรสักอย่างอยู่เธอนั่งอยู่โต๊ะด้านขวา ผมของเธอสั้นลงมาเกือบประบ่า ผมสีดำสนิทเป็ลอนลูกคลื่น หน้าม้าด้านหน้าถูกปัดอย่างลวกๆไปทางขวาตาโต ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาว รวมๆคือสวยมาก และเหลือเชื่อ เธอไม่ได้แต่งหน้าหรือแม้แต่ทาแป้งหรือถ้าทาก็คงจะทาบางมากเพราะตูแทบดูไม่ออกเลยสักนิดเข้!!..........นี่คนจริงดิ ดูดีโคตร
“เหมือนวันนี้ในร้านนี่จะไม่ได้ตาค้างแค่ตอนที่พวกเราเข้ามานะ”เติมหันมาคุยกับฉัน
จริงๆแล้วไอ้การที่ฉันบอกว่าแทบจะทุกคนหันมามองฉันและเติมเมื่อตะกี้นี้เพราะเธอคนนี้นี่แหละที่ทำให้เป็“แทบ”ทุกคน ไม่ใช่ “ทุกคน”เพราะแม้เธอจะหันข้างให้ประตูแต่สายตาของเธอไม่ได้ละจากคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเลยสักนิดเมื่อตอนที่พวกเราเดินเข้ามา
“โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยว่ะเติมทำไมมีคนที่ดูดีขนาดนี้แม้จะไม่ต้องแต่งเติมอะไรเลยอยู่บนโลกใบนี้ได้ฟ่ะ”ฉันกระซิบคุยกะเติมในขณะที่สายตาฉันยังคงจับภาพไว้ที่สาวน้อยคนนั้นอยู่
“........................อิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ..”ไอ้เติมกระซิบกลับทำให้การกระซิบโต้คารมณ์กันได้เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
“ใช่ฉันอิจฉาไปก็เท่านั้นแหละแต่แกเองก็จ้องไม่วางตาเลยนะเว้ย ดูท่าน้องแกจะเป็จุดใสยิ่งกว่าพ่อหนุ่มหล่อบุญเติมอีกนะ”
“ฉันไม่เคยคิดจะไปแข่งกับใครเื่การเป็จุดสนใจอยู่แล้วล่ะ เธอต่างหากที่ถูกดึงความสนใจไปเต็มๆไม่ใช่เรอะ”
“พูดเหมือนหน้าอย่างฉันเนี่ยอยากจะเป็จุดสนใจตายแหละถ้าเป็ไปได้เนี่ยฉันแทบภาวนาคร่ำครวญ วอนขอ ให้ไม่เป็จุดสนใจของชาวบ้านเลยล่ะ”
“ฉันก็ไม่ได้อยากเป็จุดสนใจหรอกนะเว้ยเธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าการเป็จุดสนใจของคนอื่นนี่มันน่าอึดอัดขนาดไหน”
“แหมแต่ตอนนี้ฉันอยากเป็จุดสนใจมากๆเลยค่ะ มารอรับออเดอร์อยู่ได้สักพักแล้วแต่พวกพี่ก็เอาแต่กระซิบกระซาบอะไรกันอยู่นั่นไม่สนใจฉันเลย”เสียงจากพนักงานรับออเดอร์กระซิบแจมมากับพวกเราด้วย
“โทษทีครับงั้นก็ขอเมนูหน่อยแล้วกันนะครับ”
หลังจากนั้นพนักงานจึงยื่นเมนูให้กับพวกเรา
“ของผมขอเป็ Choco Banana Smoothie และขอท็อปปิ้งเป็ Cookie Crisps แล้วกันครับ”
อืมม.....ปัญหาอยูตรงนี้แหละเมนูแต่ละอย่างนี่มันอ่านยังไงหว่ากับเมนูที่มีหกหน้ากระดาษและฉันก็พลิกกลับไปกลับมาประมาณแปดรอบเห็นจะได้ฉันหวังจริงๆว่ามันจะมีเมนูประมาณ ไอศกรีมลูกชุบ เม็ดขนุนหรืออะไรเทือกนั้น แต่ให้ตายเถอะมันไม่มี
“ฉันอันนี้ค่ะ..”ตูมีมือก็ชี้เอาแล้วกัน
รับท็อปปิ้งหรืออะไรเพิ่มมั้ยค่ะ
“เอ่อ..เอาเหมือนเค้าแล้วกันค่ะ..”และตูก็ลอกได้ไม่ผิดกฎก็ลอกเลยแล้วกัน
“โอเคค่ะรอสักครู่นะค่ะ”
แล้วในที่สุดนางก็เดินจากไปเป็ประสบการณ์ที่แปลกใหม่จริงๆ ด้วยหลังจากพนักงานรับออเดอร์หายไปหลังเคาเตอร์ฉันก็ดึงสายตากลับมาที่น้องคนนั้นอีกครั้งช่างน่ารักอะไรเบอร์นี้และไอ้เติมเองก็ทำแบบเดียวกันกับฉันนั่งมองหน้าน้องเขาอยู่อย่างนั้นฉันแปลกใจจริงๆ ที่ตรงโต๊ะนี้มันว่างถ้าคิดดีๆแล้วมันควรจะมีหนุ่มๆมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอยิ่งดูแล้วมีบางโต๊ะที่เป็ตัวผู้ทั้งโต๊ะด้วยนี่มันแปลกจริงที่ไม่มีใครเลือกนั่งตรงนี้หมายถึงตรงที่ฉันกะไอ้เติมนั่งปัจจุบันเนี่ย
บางทีน้องเขาคงเข้ามานั่งก่อนเราได้ไม่นานมั้ง ก็นั่งอยู่ฝั่งด้านในเหมือนกันนี่นะเอ๊ะ..เหมือนน้องแกจะรู้ตัวว่าเรามองอยู่ด้วยแหละ เฮ้..น้องเขาหันมาแล้วแน่ะน้องหันมามองฉันแล้วก็ยิ้ม?? มองฉัน!! เป็รอยยิ้มที่ไร้เดียงสาสุดๆ เธอไม่ได้แอ๊บแน่ๆฉันรู้จักสายตาและใบหน้าเสแสร้งดีเพราะผู้คนที่ทำดีต่อหน้าคนอื่นมักจะเปิดเผยธาตุแท้เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน
พวกคนเ่าั้มองว่าไม่จำเป็ต้องแอ๊บเป็คนอื่นหรือหรือทำตัวเป็คนดีอะไรต่อหน้าฉันเพราะพวกเขาไม่ได้้าให้ฉันสนใจฉันจึงมักจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของพวกเสแสร้งบ่อยครั้งจนสามารถแม้แต่จะมองออกได้เลยว่าแอ๊บอยู่รึเปล่า
‘น่าใที่เป็รอยยิ้มสดใสสำหรับฉัน ไม่ใช่บุญเติมที่นั่งตรงข้ามฉัน’ หลังจากส่งยิ้มไร้เดียงสาเธอก็หันหน้ากลับไปจ้องคอมพิวเตอร์ของเธอเช่นเดิมและไอศกรีมของพวกเราก็มาเสิร์ฟในที่สุด
ฉันทานไอศกรีมและยังคงหันหน้าไปมองสาวน้อยเป็ระยะๆซึ่งไอ้เติมก็ทำในลักษณะเดียว ดูเหมือนว่าเธอจะสนใจสิ่งที่อยู่ในหน้าจอมากเธอแทบจะไม่ละสายตาจากหน้าจอเลย
สักพักฉันก็เห็นบางอย่างแปลกๆไอ้ไอศกรีมที่น้องพยายามจะตักเนี่ยมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นจ๊ะหนูดูเหมือนว่าจะมัวแต่สนใจหน้าจอจนไม่ได้ดูเลยเพราะเธอจิ้มขอบถ้วยมาได้สักพักละ
เอ...คนเราเนี่ยเวลาที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างนี่เราจะตักอะไรกินพลาดได้จริงดิฉันรู้สึกสงสัยก็เลยลองหลับตาแล้วพยายามตักดู และก็ยังตักโดนอยู่ดีแต่นั่นเพราะฉันให้ความสนใจในการตักมากพอแม้จะหลับตาก็ยังรู้สึกถึงบางอย่างที่ัักับช้อนได้และสามารถตักได้อย่างไม่มีปัญหา
ดูเหมือนว่าไอ้เติมที่นั่งมองน้องเขาเหมือนกันก็จะมีความสงสัยเช่นเดียวกับฉันจึงลองพยายามหลับตาตักไอศกรีมเข้าปากอยู่เช่นกันและเหมือนกับฉันเติมสามารถตักเข้าปากได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าใดนัก และเหมือนเราทั้งคู่เองก็้าจะรู้ว่ามันต้องไม่ใส่ใจขนาดไหนถึงจะตักพลาดได้เลยหลับตากินไอศกรีมกันตลอด่เวลาที่เหลือ
สักพักฉันก็ได้ยินเสียงจากโต๊ะทางด้านขวาของโต๊ะเรา
“เหหห...ทำไมถึงหลับตาทานไอศกรีมกันล่ะ.....เป็คนแปลกๆกันสินะคะ แฮะๆๆ” เสียงสาวน้อยที่ใสซื่อดังออกมาทำให้เราตื่นจากสิ่งบ้าบอที่กำลังทำอยู่
เติม:”..................................................................”
ตู :”.................................................................”
แต่ยังไงสำหรับฉันสาวน้อยคนนี้มันช่าง”น่าฮัก”จริงๆ