ตอนที่ 41 สังหารหมู่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
สำหรับผู้ใช้อักขระแล้ว แม้ทางด้านการโจมตีของพวกเขาจะไม่ได้ล้ำเลิศ แต่ความสามารถทางด้านการป้องกันของพวกเขานั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก
ม่านพลังสีฟ้าที่เฟิร์สสร้างขึ้นสามารถกักขังโจรกลุ่มนี้ได้อย่างง่ายดาย
แม้การปะทะเมื่อครู่จะทำให้เกิดเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียงเหล่านั้นเล็ดลอดออกไปด้านนอกเลยแม้แต่น้อย
ส่วนพ่อของเขาที่นอนอยู่ในห้อง โชคดีที่เขาถูกผลของหมอกนิทรา จึงทำให้เขาหลับไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว แม้เสียงการปะทะจะค่อนข้างดัง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์นี้
เฟิร์สไม่ต้องการจะเปิดเผยความลับของเขาในตอนนี้ หากคนกลุ่มนี้ไม่ลงมือก็แล้วไปเถิด แต่เมื่อลงมือแล้วและได้เห็นฝีมือของเขา เขาก็ปล่อยออกไปไม่ได้
ตอนนั้นเองคนทั้งสามที่กำลังเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มก็รับรู้ถึงจิตสังหารอันน่าขนลุก ภายในใจพลันอดรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาไม่ได้
ชายผู้เป็นทำมือเป็นสัญลักษณ์ อีกสองคนพยักหน้าอย่างรู้กัน
หญิงสาวชุดดำและชายร่างอ้วนพุ่งเข้าหาเฟิร์สแล้วใช้ทักษะของตนเองออกมา
“หมอกพิษกัดกร่อน!”
หมอกควันสีม่วงที่มีกลิ่นอายดั่งพิษร้ายล่องลอยออกไปจากหีบสีม่วงในมือของหญิงสาว
มันเคลื่อนไหวดุจอสรพิษร้ายที่ปราดเปรียว ฉกไปยังร่างของเด็กหนุ่ม
ส่วนชายร่างอ้วน แม้ร่างกายของเขาจะดูเทอะทะแต่การเคลื่อนไหวของเขากลับดูตรงกันข้ามกับภาพที่เห็น ความเร็วของเขาไม่ต่างจากลูกเทนนิสที่เด้งอย่างรวดเร็ว แต่ที่เร็วยิ่งกว่านั้นคือมีดสายฟ้าสีขาวในมือของเขา
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่มีดสายฟ้าสีขาวก็ถูกแทงออกไปเสียงดังทะลวงอากาศ
ปัง!
อากาศนั้นเหมือนจะกลายเป็นรูโหว่เพราะเหตุนี้ แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคืออานุภาพของอำนาจการแทงมีด มันพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แรงกล้า
เร็วเท่าความคิด
ดาบสีแดงชาดไม่รู้ปรากฏมาอยู่ในมือของเด็กหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ในวินาทีเดียวกันร่างของเด็กหนุ่มก็พุ่งเข้าหาการโจมตีทั้งสองที่พุ่งเข้ามาด้วย
เสี้ยววินาทีนั้นคนทั้งสองตกตะลึง เวลานั้นพวกเขาคิดว่าเด็กคนนี้ต้องการฆ่าตัวตายหรืออย่างไร
ต่อให้เป็นผู้บ่มเพาะดาราขาวแปดแฉกก็ไม่กล้าพุ่งเข้าหาการโจมตีเช่นนี้
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเด็กน้อยที่พึ่งตื่นจากนิทราเลย หากไม่เรียกว่าการฆ่าตัวตายจะให้เรียกว่าอะไร
โครม!
เสียงของการปะทะดังสนั่นขึ้น
ในตอนแรกโจรทั้งสองพวกเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องดูผลลัพธ์งานของพวกเขาก็เสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงเด็กอายุสิบกว่าเท่านั้น ย่อมต้องไม่สามารถรอดพ้นจากการโจมตีนี้ได้แน่
แต่ทว่า
สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ดวงตาของคนทั้งคู่พลันเบิกกว้างตาค้าง มองภาพนี้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เมื่อพวกเขาพบว่าภาพด้านหน้าคือการโจมตีของหมอกพิษถูกม่านพลังพลังสีฟ้าสกัดกั้นเอาไว้จนไม่สามารถเข้าใกล้เด็กหนุ่มได้เลย ส่วนการโจมตีของมีดสายฟ้าสีขาวกลับแตกสลายไปเสียตรงนั้น มันปะทะกับม่านพลังสีฟ้าเข้าอย่างจัง แต่ก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับม่านพลังนั้นได้เลย
“ไม่ดีแล้ว” เสียงของชายอ้วนถูกเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก
แต่ก่อนที่เขาจะขยับตัวเคลื่อนไหวให้ห่างจากจุดที่เด็กหนุ่มพุ่งเข้ามา ร่างกายของเขาก็รู้สึกเย็นวาบราวกับมีน้ำเย็นสาดใส่
เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น ร่างของเด็กหนุ่มก็มาปรากฏด้านหลังของเขาแล้ว
วินาทีที่ชายร่างอ้วนหันกลับไปมอง ภาพในสายตาก็เกิดการหมุนเคว้งราวกับกำลังนั่งเครื่องเล่นในสวนสนุก
ฉั๊วะ!
บนร่างของชายอ้วนปรากฏรอยแยกมากมายและโลหิตสีแดงก็สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณนั้น
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงของก้อนเนื้อตกกระทบบนพื้นดิน
ชั่วพริบตาเดียวชายร่างอ้วนก็ถูกสังหารด้วยสภาพไม่สมส่วนกองอยู่ที่นั่น
หญิงสาวใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอต้องการจะกรีดร้องแต่สติของเธอกลับย้ำเตือนให้รีบป้องกันตัวมากกว่า
แทบจะวินาทีนั้นหญิงสาวได้ใช้ทักษะไอเทมสปีริตของเธอออกมา กล่องสีม่วงส่องแสงสว่างจ้าพร้อมกับมีกลุ่มหมอกสีม่วงโพยพุ่งออกมาหมุนวนเป็นปราการห่อหุ้มร่างของเธอเอาไว้
หมอกสีม่วงกลุ่มนี้มีแรงกดดันที่เข้มข้น หากสิ่งใดที่คิดจะฝ่าทะลวงเข้ามา พวกมันจะถูกกลุ่มหมอกบีบอัดกดดันไม่ต่างจากคลื่นใต้น้ำ ทำให้แรงที่พุ่งเข้ามาอ่อนแรงลงและหยุดอยู่กับที่
แม้ปราการหมอกม่วงนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเหล็ก แต่เป็นก็ทำหน้าที่ปราการที่ป้องกันอันตรายได้อย่างดีเยี่ยม
“หัวหน้าช่วยฉันด้วย!”
เมื่อปราการถูกสร้างเสร็จ หญิงสาวถึงส่งเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ
แน่นอนว่าเสียงนี้ดังพอที่จะทำให้ทั้งชายผู้เป็นหัวหน้าและชายอีกสองคนที่ดูต้นทางทำการเคลื่อนไหว
แต่น่าเสียดายที่ความเร็วของพวกเขาไม่รวดเร็วพอกับการโจมตีของเด็กหนุ่ม
ดัชนีกระบี่วิถีที่หนึ่ง!
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นแล้วชัดดัชนีกระบี่ออกไปอย่างเรียบง่าย
ดัชนีนี้สร้างขึ้นจากไอเทมสปีริตของเขา
ใช่แล้ว มันคือเข็มสีขาวเล่มนั้นนั่นเอง
เด็กหนุ่มใช้เข็มแทนกระบี่ เมื่อชัดดัชนีกระบี่ออกไป เข็มสีขาวก็กลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งออกไปโจมตีด้วยวิถีกระบี่ที่หนึ่ง
การโจมตีของผู้ฝึกฝนกระบี่นั้นร้ายกาจมาก แม้แต่วิชากระบี่ของผู้ใช้กระบี่ก็ไม่อาจจะเทียบได้
ซึบ!
หญิงสาวตะโกนขอความช่วยเหลือออกไปได้แค่ประโยคเดียว กลางหน้าผากของเธอก็มีหยดเลือดสีแดงไหลออกมา
สีหน้าของเธอนั้นแทบจะไม่ทันเปลี่ยนไปด้วยซ้ำ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีเธอก็จากโลกนี้ไปแล้ว
เมื่อหญิงสาวตายไอเทมสปีริตของเธอก็หายไปด้วย กล่องสีม่วงในมือมลายหายไป หมอกสีม่วงที่ห่อหุ้มร่างของเธอก็หายไปด้วย
ตุบ!
ร่างของหญิงสาวหล่นลงใกล้ๆ กองเศษเนื้อของชายร่างอ้วน
ชายผู้เป็นหัวหน้ายังไม่ทันที่จะได้กลับมาช่วยเหลือลูกน้องของตน เขายังไม่ทันก้าวเท้าแม้แต่ครึ่งก้าวด้วยซ้ำ ลูกน้องทั้งสองคนก็ถูกจัดการไปแล้ว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
ชายไว้หนวดหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม หัวใจเต้นรัวแรง หนังหัวรู้สึกเย็นวาบเมื่อเห็นสภาพศพของลูกน้องทั้งสองคน
“หรือเด็กผีคนนี้จะเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ?”
นี่คือสิ่งที่เขาคิดได้อย่างเดียวในตอนนี้ เด็กคนนี้พึ่งตื่นจากนิทราเขาไม่มีทางบ่มเพาะในระดับสูงได้แน่ ถึงต่อให้บ่มเพาะได้ถึงดาราขาวเก้าแฉกก็ไม่มีความสามารถบดขยี้ลูกน้องของเขาให้อยู่ในสภาพนี้ได้อยู่ดี ความเป็นไปได้อย่างเดียวก็คือเด็กคนนี้ต้องเป็นผู้มีความสามารถพิเศษแน่ๆ
เขาเจอตอเข้าแล้ว!
ตอนนั้นเอง สองคนที่ดูต้นทางก็พุ่งเข้ามา
“ดีล่ะ”
ช่วงเวลานั้นชายไว้หนวดผู้เป็นหัวหน้าก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
หากเด็กคนนี้เป็นผู้มีความสามารถพิเศษจริง ทางเดียวที่จะทำให้เขาหนีรอดจากสถานการณ์นี้ได้คือต้องหาตัวประกัน
พ่อของเด็กคนนี้ยังอยู่ในบ้าน เขาสามารถใช้คนเป็นพ่อมาเป็นตัวประกันได้
จากข่าวที่สืบมา พ่อของเด็กคนนี้เป็นเวเนเตอร์สายสนับสนุน มิหนำซ้ำตอนนี้เขายังหลับใหลด้วยหมอกนิทรา
ชายไว้หนวดอาศัยจังหวะที่ลูกน้องทั้งสองกำลังเข้ามา เบี่ยงความสนใจของเด็กหนุ่มคนนั้น
แต่ทว่าสิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ ...
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่กลางหน้าอก และรู้สึกมีของเหลวไหลชุ่มออกมา
“แก ...”
ชายไว้หนวดก้มมองที่อกของตัวเอง เขาก็พบว่ามีอาวุธสีแดงที่อาบไปด้วยเลือดเล่มหนึ่งกำลังถูกดึงออกจากอกของเขาอย่างช้าๆ
เป็นไปได้ยังไงกัน เขาที่เป็นเวเนเตอร์ดาราขาวแปดแฉกยังไม่ทันที่จะลงมืออะไรด้วยซ้ำก็ถูกเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งแทงจากข้างหลังเสียงแล้ว
เมื่อชายไว้หนวดหันกลับไปมอง เขาก็พบว่าลูกน้องสองคนที่มีหน้าที่ดูต้นทางกลายเป็นศพไปหมดแล้ว
นี่มันการลงมืออะไรกัน!
ทำไมมันถึงรวดเร็วอย่างนี้!
ยังไม่ทันที่ชายไว้หนวดจะได้คลายความสงสัย วินาทีนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็รู้สึกเย็นวาบไปแปล๊บหนึ่ง
เมื่อรู้สึกอีกทีร่างทั้งสองก็ถูกแบ่งผ่าออกเป็นสองซีกไปเสียแล้ว
หลังจากนั้นสติของเขาก็ดับวูบและตายตกไป