ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
อมเรศนั่งแกร่วอยู่คนเดียวในห้องประจำ2/Dเพราะวันนี้เป็นวันไหว้ครู พอเสร็จจากพิธีการในตอนเช้านักเรียนในห้องเขานัดกันว่าจะไปไหว้ครูประจำชั้นตอน ม.1 แต่อมเรศไม่ได้ตามพวกนั้นไป
เขารู้ว่ามันไม่มีที่ให้เขายืนหรือนั่งครูประจำชั้นคนเก่า ‘หนึ่งคน’ ไม่ได้ปลาบปลื้มกับเขาและแม่อีกเช่นกันเพราะฉะนั้นมันไร้ประโยชน์ที่จะโผล่หน้าไปให้เห็น
อมเรศไม่ชอบวันนี้เท่าไหร่เพราะเขาไม่รู้จะไปไหน ทั้งพ่อและแม่คงมีเรื่องยุ่ง ๆ ต้องทำเขาจะไปอยู่ตรงไหนดีวะมันก็ไม่มีนอกจากห้องเรียนตนเอง
และตอนนั้นที่อาจารย์ศรุตาโผล่พรวดเข้ามา “ไม่คิดจะไปไหว้ใครเลยเหรออมเรศไม่ชอบครูคนไหนสักคนในโรงเรียนนี้เลยเหรือไง”
‘เฮ้อ’ เขานึกถอนหายใจในจิตใต้สำนึก มาแล้ว… มาอีกแล้วถ้าหากอยู่อย่างนี้ต่อไปคงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมากกว่าเรื่องดีแน่ ๆเขาตัดสินใจหัวเราะแห้ง ๆ และพูดกับอาจารย์ศรุตา
“ครับ--ผมก็คิดว่ากำลังจะไป--”
โกหกชะมัดเออ เขารีบยิ้ม ๆปั้นสีหน้าเดินค้อมหลังผ่านอาจารย์ศรุตาคนนั้นหยิบรองเท้านักเรียนออกจากห้องไปเสีย
ไปตรงไหนก็ได้วะ ไปก่อนเถอะอย่างน้อยก็คงไม่อยากอยู่กับอาจารย์ศรุตาตามลำพังแน่จะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นอีกก็ไม่รู้ !
อาจารย์ศรุตาดูจะมีท่าทีที่ประนีประนอมลงเล็กน้อยเห็นทีอาจารย์ภารดีหัวหน้าระดับคนนั้นคงไปเล่าแล้วสินะว่าฟาดปากกับแม่ของเขาว่าอะไรบ้าง เหอะ ๆ
พอกันทั้งคู่แหละวะ
อมเรศคิดว่าเขาควรหาที่นั่งที่โรงอาหารตอนนี้เป็นช่วงเวลาหมดคาบ 2 จะเข้าคาบ 3 แล้วอีกแค่แป๊บเดียวก็จะพักกลางวันเขานั่งยิงยาวไปถึงกินข้าวโน่นเลยแล้วกันแต่เอ๊ะ--ดูเหมือนเขาจะผุดความคิดหนึ่งได้ที่อาจารย์ศรุตาถามว่าเขาไม่ชอบใครเลยอย่างนั้นน่ะเหรอ ที่จริงก็…ไม่ใช่อย่างนั้นซะทั้งหมดหรอกนะเพียงแต่…
อมเรศไม่ได้เตรียมอะไรมา จะดอกเข็มพวงมาลัย ซวยฉิบคิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
เขาเม้มปากกำมือกับตนเองเพราะกำลังใช้ความคิดแบบเครียด ๆ
ที่จริงก็มีคนที่เขาอยากไปไหว้เหมือนกันนะเรียกว่าอะไรล่ะ ไม่ใช่ฝากตัวเป็นศิษย์แต่เพราะเขา ชอบ ล่ะมั้ง ?
ดูเหมือนขาของอมเรศจะไปไวกว่าสมองความคิดเสียอีก
พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ขึ้นบันไดมาตึก 3 มาห้อง ม.3 ที่กฤตธีราประจำชั้น...มันใกล้ห้องประจำชั้นของแม่เขาแค่ถัดไปอีกสองห้องเท่านั้น
อา ช่างเรื่องอาจารย์ยูมิไปก่อนเพราะเขาจะมาหากฤตธีรา เขาไม่ได้มาหาแม่ของเขานี่เนอะ
เด็ก ม.3 คือชั้นที่โตกว่าเขาหลายคนเคยเรียนที่โรงเรียนประถมเดียวกันกับเขาและรู้จักเท่านั้นยังไม่พอเมื่อรุ่นพี่เหล่านั้นย่อมรู้จักเขาดีในฐานะที่เขาเป็นลูกชายของอาจารย์ยูมิที่สอนสังคม
อมเรศยืนทำใจอยู่ครู่หนึ่งเอาไงก็เอาไงกัน เขาตัดสินถอดรองเท้าวางแอบไว้ตัวเองเดินไปหากฤตธีราซึ่งนั่งคุยกับรุ่นพี่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในห้องประจำชั้น
“เอ่อ… อาจารย์ครับ”
กฤตธีราหันมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อรวมทั้งรุ่นพี่ผู้หญิงพวกนั้นและรุ่นพี่คนอื่นในห้องอีกประปรายที่ยังอยู่ ณที่นั้นก็มองมาทางเขา
“อาจารย์ครับคือว่า…”
เหมือนฝ่ายนั้นจะรู้ “พวกเธอก็นั่งเคลียร์การบ้านอยู่ในห้องเงียบๆ ล่ะ หรือจะไปไหว้ครูท่านไหนก็ได้” ชายหนุ่มพูดกับเด็กนักเรียนเหล่านั้นและลุกออกมาคุยกับเขานอกห้องตรงใกล้กับบันได
“มีอะไรเหรออมเรศอุตส่าห์มาหาครูถึงนี่เลยนะ”
“เอ่อคือว่า--ผม--คือ--”เหย พูดไปสิวะ อำ ! “คืออาจารย์ศรุตาครูประจำชั้นของผมน่ะครับเขาบอกว่า…”
อมเรศเล่าไปแบบโต้ง ๆก็พูดความจริงไปเลยไม่ต้องปิดหรอก
“ผมเลยคิดว่าผมจะมาไหว้อาจารย์ครับแต่ผมไม่มีทั้งดอกเข็มและพวงมาลัย ผมต้องขอโทษด้วยครับ”
บุตรชายของอาจารย์ยูมิยกมือขึ้นพนมท่าทางขี้เกรงใจสุดขีด กฤตธีราเห็นแล้วเอ็นดูอมเรศมากเลย อมเรศเหมือนลูกหมาน้อย ๆเชื่องและน่ารัก โดยส่วนตัวแล้วเขาไม่ได้ติดใจอะไรกับอาจารย์กณิศและอาจารย์ยูมิเลยแม้ไม่สนิทมักจี่ซึ่งกันและกันแต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดในแง่ลบต่ออมเรศเพียงเพราะครูคนอื่นพูดกันแน่
“แค่เธอจริงใจก็พอแล้วล่ะขอบใจนะ” เสียงนุ่มพูดมือของผู้เป็นครูวางแหมะลงบนศีรษะของอมเรศที่โดนตำหนิเรื่องทรงผมตลอดมาตอนนี้มันก็พอจะยาวขึ้นเล็กน้อย ไอ้ผมข้างหน้าที่แม่ตัดน่ะ
“เอ้ออมเรศ” กฤตธีราเรียกไว้ตอนที่เขาค้อมตัวกำลังจะหันหลังกลับ “...ขอให้เธออยู่ในโรงเรียนนี้ให้มีความสุข ครู--”
กฤตธีรายังไม่ทันจะพูดจบเสียงของครูหญิงที่คุ้นแสนคุ้นก็ดังขึ้นจากข้างหลังของอมเรศนั้นเอง
“อำ ! อ้าวลูกมาทำอะไรตรงนี้ แล้วนั่น…?”
อาจารย์ยูมิซึ่งมือหนึ่งถือถุงย่ามใส่หนังสือเพื่อการสอนและอีกมือหนึ่งถือพวงมาลัยและดอกไม้ที่นักเรียนนำมาไหว้มองมาที่ลูกชายตนเองและครูหนุ่มหมวดภาษาต่างประเทศ
“ผม--คือ--” เขาตะกุกตะกักอีกเช่นเคย ไม่มีทางจะพูดได้แน่ ๆ อาจารย์ยูมิหรี่ตาลงมองท่าทีของคนทั้งสองแล้วหล่อนก็พยักหน้าและและยิ้มกว้าง
“อ้อค่ะอาจารย์กฤตธีรามีอะไรก็สั่งอมเรศได้เลยนะคะ ตีก็ได้ค่ะถ้าดื้อ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”แม่ของเขาหลบไป เหมือนจะรู้ว่าตนเองไม่ควรยุ่ง และไม่ยุ่งด้วย
อาจารย์ยูมิให้อิสระแก่เขาในทุกเรื่องหล่อนพยามไม่ยื่นมือมาไม่แสดงทรรศนะในสิ่งใดหากอมเรศไม่เรียกร้องความช่วยเหลือนั้นอาจารย์ยูมิเป็นคนฉลาด หล่อนมองออกถึงอะไรเป็นอะไรแต่ก็ยังไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าอาจารย์กณิศ…
ฝีเท้าของครูหญิงเจ้าของทรงผมนกหัวขวานหยุดลงหล่อนหันมองหลังอีกครั้ง คำพูดของผู้เป็นสามีที่หล่อนหาคำตอบไม่ได้ดังก้องในความคิด
“...ยูมิผมจะบอกให้นะบางทีอำน่ะ เขากำลังจะทำอะไรในสิ่งที่เราไม่รู้สิ่งที่ทั้งคุณทั้งผมก็คงคาดไม่ถึงเชียวล่ะ”