โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 60 เถ้าถ่าน

    บทที่ 60เถ้าถ่าน

     

     

     

    ท่ามกลางวงล้อมของฝูงมอนสเตอร์ที่บีบกระชับเข้ามาพวกเราใช้เศษเสี้ยวเวลาที่เหลือจัดการอาหารเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ และดื่มน้ำจนหยดสุดท้ายเพื่อรีดเค้นพละกำลังชุดสุดท้ายออกมาสำหรับการต่อสู้เป็นตายที่กำลังจะมาถึง

     

    น่าแปลกที่ยิ่งเวลาผ่านไปความกังวลกลับหายไปและถูกแทนที่ด้วยความสงบที่คืบคลานเข้าสู่ขั้วหัวใจ

     

    ผมทบทวนตัวเอง ผมทำทุกอย่างที่ทำได้ไปหมดแล้วทั้งฝ่าฟันความเจ็บปวด พยายามอย่างหนักหน่วง และอดทนต่อความสิ้นหวังจนมาถึงจุดนี้

     

    คราวนี้คงถึงเวลาที่ผมจะสู้ให้สุดใจสู้จนกว่าร่างกายจะแหลกสลายกันไปข้างหนึ่ง นี่แหละคือการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดที่แท้จริง

     

    ผมเหลือบมองตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอีกเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่เควสประจำชั้นที่ 1ในระดับความยากนรกนี้จะสิ้นสุดลง

     

    ทันทีที่ตัวเลขลดลงเหลือ 60 นาทีถ้วนราวกับมีใครบางคนกะจังหวะเอาไว้ ฝูงมอนสเตอร์เริ่มเปิดฉากโจมตีทันที

     

    พวกมันพุ่งทะยานเข้าใส่พวกเราอย่างพร้อมเพรียงแต่ทว่ากลับเงียบกริบ ไร้ซึ่งเสียงคำรามใดๆมีเพียงความบ้าคลั่งที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของพวกมันที่กำลังโถมเข้าใส่เราดุจคลื่นยักษ์!

     

    พวกโทรลล์บุกตะลุยเข้ามาโดยไม่สนแม้แต่มอนสเตอร์ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าพวกมันเหยียบย่ำก๊อบลิน แมงมุม และหมาป่าจนแหลกเหลวทุกย่างก้าว

     

    สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือแม้จะเผชิญกับความตายมอนสเตอร์เหล่านั้นกลับไม่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาเลยสักแอะ

     

    พวกมันนับสิบชีวิตสิ้นใจลงไปทั้งอย่างนั้นก่อนจะทันได้เข้าถึงระยะจู่โจมของเทสและคิมเสียด้วยซ้ำ

     

    เมื่อศัตรูขยับเข้าสู่ระยะสังหาร ฝนกระสุนหินที่พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงก็ปะทะเข้ากับพวกมันทันทีไม่ว่าจะเป็นก้อนหินขนาดเล็กหรือใหญ่ ทุกลูกล้วนอัดแน่นด้วยมานาที่อันตรายถึงชีวิต

     

    มอนสเตอร์ล้มตายลงอย่างต่อเนื่องทว่าพรรคพวกที่เหลือกลับปีนข้ามซากศพเหล่านั้นตามเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

     

    จังหวะนั้นเอง มานาของโชอี้ก็แผ่ซ่านเข้าครอบคลุมสมรภูมิรบโทรลล์ขนาดมหึมาสองสามตัวถูกยึดร่าง และหันกลับไปขย้ำฝูงมอนสเตอร์แทน

     

    เธอถึงขั้นควบคุม ไจแอนท์โทรลล์ เลเวล 15ได้ตัวหนึ่ง ซึ่งมันเริ่มระดมใช้ทักษะแรงโน้มถ่วงโจมตีใส่พวกเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง

     

    หลุมยักษ์รูปวงกลมเริ่มปรากฏขึ้นทั่วผืนป่าทำลายล้างต้นไม้และบดขยี้มอนสเตอร์จนแหลกเหลวด้วยอานุภาพของทักษะแรงโน้มถ่วงเพียงครั้งเดียว

     

    ความโกลาหลเกิดขึ้นในชั่วพริบตาไม่นานนักมอนสเตอร์ตัวอื่นเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมารุมทึ้งพวกที่ถูกควบคุม

     

    มอนสเตอร์ตัวเล็กที่ย่างกรายเข้าสู่เขตแดนแรงโน้มถ่วงรอบตัวไจแอนท์โทรลล์ถูกบดขยี้ตายทันทีแต่พวกหมีและโทรลล์ตัวอื่นที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานได้กลับพุ่งฝ่าเข้าไปจู่โจมอย่างดุร้าย

     

    ผมสัมผัสได้ว่าโชอี้เปลี่ยนเป้าหมายไปควบคุมไจแอนท์โทรลล์ ตัวใหม่ทันทีที่ตัวแรกสิ้นฤทธิ์ เธอเลิกสนใจโทรลล์ตัวเล็ก และมุ่งเป้าไปที่การยึดร่างไจแอนท์โทรลล์ตัวแล้วตัวเล่า

     

    ทุกครั้งที่เธอทำสำเร็จฝูงมอนสเตอร์จะชะงักและหันไปรุมสังหารไจแอนท์โทรลล์ ตัวนั้นแทนทำให้พวกเราได้เวลาหายใจอันมีค่าเพิ่มขึ้น

     

    ในที่สุดไจแอนท์โทรลล์ตัวสุดท้ายก็สิ้นใจลง พร้อมกับร่างของโชอี้ที่ทรุดเข่าลงกับพื้น

     

    เธอหอบหายใจโรยรินจนใกล้จะหมดสติเลือดกำเดาไหลซึมออกมาไม่หยุดและเส้นเลือดฝอยในตาของเธอแตกจนแดงก่ำจากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด

     

    คลื่นมอนสเตอร์เริ่มโถมเข้ามากดดันพวกเราอีกครั้งเทส และคิมระดมขว้างทุกอย่างที่คว้าได้เข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุดหย่อน

     

    เปลวเพลิงของอิซาเบลล่าแผดคำรามก้องไปทั่วบริเวณแม้แต่เควินเองก็คอยขว้างหินก้อนเล็กที่อัดแน่นด้วยทักษะ การจุดระเบิดเข้าใส่กลางฝูงมอนสเตอร์เพื่อสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

     

    น่าเสียดายที่สภาพอากาศไม่เป็นใจพื้นดินที่เปียกชุ่มจากฝนมานาและเศษซากต้นไม้ที่หักโค่นทำให้ผมไม่สามารถเผาป่านี้ให้ราบเป็นหน้ากลองได้

     

    ถึงอย่างนั้นเปลวเพลิงยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างโหดเหี้ยมมอนสเตอร์ที่ถูกไฟคลอกจนแดงฉานกลายเป็นเหมือนคบเพลิงเคลื่อนที่

     

    ทุกครั้งที่พวกมันเบียดเสียดหรือสัมผัสโดนกันไฟก็ลุกลามติดตัวอื่นต่อเป็นทอดๆ และมอดไหม้ตายตามกันไปในที่สุด

     

    ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่เข้ามาใกล้สัญชาตญาณในร่างสั่งการ ผมพุ่งตัวออกไปตะครุบคอ ก๊อบลินแฟนท่อม ที่กำลังลักลอบเข้าไปในถ้ำ

     

    ผมออกแรงบีบกระชากจนหัวของมันหลุดกระเด็นออกจากบ่ากลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งทะลักเปรอะเปื้อนมือจนผมต้องสะบัดทิ้งอย่างหัวเสียก่อนจะกระทืบซากที่เหลือของมันซ้ำโดยไม่สนสายตาใคร

     

    "ไอ้สารเลวเอ๊ย..."

     

    ผมสบถออกมาเบาๆพลางกวาดสายตาเฝ้าระวังรอบข้างอย่างเข้มงวด แต่ก็ไม่พบวี่แววของก๊อบลินแฟนท่อมตัวอื่นโผล่ออกมาอีก

     

    เมื่อกลับเข้าประจำตำแหน่งผมเห็นว่าเทสและคิมยังคงยัน ฝูงมอนสเตอร์ไว้ได้ด้วยการโจมตีระยะไกลทำให้แนวหน้าอย่างพวกเรายังไม่ต้องออกแรงปะทะโดยตรง

     

    แต่ทว่าพอมองไปยังกองหินที่ร่อยหรอลงเรื่อยๆผมก็รู้ซึ้งว่าเวลาแห่งการตะลุมบอนใกล้จะมาถึงแล้ว

     

    ผมส่งมานาแผ่ออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้และสัมผัสได้ถึงความจริงที่น่าขนลุก

     

    จำนวนมอนสเตอร์ในตอนนี้กลับหนาตามากกว่าตอนเริ่มปิดล้อมเสียอีก!

     

    ทั้งที่พวกมันตายไปมหาศาลขนาดนั้นแล้วแต่พวกมันยังคงแห่กันมาจากไหนนักหนา?

     

    เราจะผ่านนรกนี้ไปได้ยังไง?

     

    หรือจริงๆ แล้วพวกเรายังอ่อนแอเกินไป?

     

    บางทีการเคลียร์ชั้นที่หนึ่งนี้อาจเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนเก่งเพียงคนเดียวและเป้าหมายที่แท้จริงของระบบเฮงซวยนี่คือการบีบให้พวกเราทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เป็นไปได้

     

    ระหว่างที่ผมแผ่การรับรู้มานาออกไปผมก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยชิ้นส่วนเครื่องรางจากก๊อบลินชาแมนที่ผมเคยผูกทิ้งไว้กับพวกหมาป่ากำลังใกล้เข้ามา

     

    "อะไรกันวะ..."

     

    ผมสบถหมาป่าอ่อนแอพวกนั้นรอดมาถึงนี่ได้ยังไง?

     

    พวกมันวิ่งกรูตามฝูงมอนสเตอร์เข้ามาทางถ้ำก่อนจะถูกฆ่าตายด้วยลูกหลงของการปะทะในไม่กี่อึดใจ

     

    ทันทีที่พวกมันสิ้นใจผมสัมผัสได้ถึงคลื่นมานาที่แผ่วเบาจากเครื่องรางเหล่านั้น

     

    ด้วยทักษะการรับรู้ที่เฉียบคมขึ้นผมตระหนักได้ทันทีว่าความรู้สึกนี้คล้ายกับทักษะเชื่อมโยงของคู่แฝดแต่มันกำลังส่งสัญญาณออกไปไกลกว่านั้น... มันเหมือนการเรียกหา บางสิ่งบางอย่าง

     

    “เวรเอ้ย!”

     

    ผมรีบเช็กเวลาทันทีเหลืออีกตั้งสามสิบนาที!

     

    ตอนนี้ตัวถ้ำเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานเมื่อพวกมอนสเตอร์เริ่มหันมาโจมตีโครงสร้างถ้ำโดยตรง

     

    การตะลุมบอนที่แนวหน้าเปิดฉากขึ้นแล้ว!

     

    แฮดวิน เควิน มายาและคู่แฝดกำลังกวัดแกว่งอาวุธเข้าใส่ฝูงมอนสเตอร์ในระยะประชิด

     

    ผมไม่รอช้าพุ่งเข้าหาความชุลมุนทันทีก๊อบลินวอริเออร์ตัวหนึ่งกระโจนใส่ผมแต่ผมหลบพ้นก่อนจะเตะเข้าที่ศีรษะของมันเต็มเหนี่ยวจนระเบิดคาที่จากนั้นก็คว้ามอนสเตอร์ตัวข้างๆ โยนออกไปให้พวกตัวใหญ่ข้างหลังกระทืบซ้ำ

     

    หมาป่าที่ร่างติดไฟพุ่งเข้าหาผมผมจึงรีบดูดซับพลังงานจลน์จากแรงกระแทกรอบตัวแล้วระเบิดมันออกไปส่งร่างที่ลุกไหม้นั้นกระเด็นกลับไปหาฝูงของมันจนไฟลามติดกันไปหมด

     

    ขณะที่เทสและคิมยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีพวกเขาคอยคว้าซากศพที่ติดไฟขว้างออกไปเพื่อสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

     

    มอนสเตอร์บางตัวพยายามโถมเข้าหาแฮดวินแต่ทันทีที่เขาหันไป มานาของเขาก็ทำงานเปลวไฟที่ลุกโชนพลันมลายหายไปราวกับถูกลมพายุพัดจนดับ

     

    ชายวัยกลางคนอาศัยจังหวะนั้นใช้กระบองยักษ์ฟาดปิดบัญชีพวกมันอย่างเลือดเย็น

     

    ส่วนมายากำลังควงแท่งเหล็กแหลมโปร่งแสงที่ควบแน่นจากมานาเธอแทงทะลวงร่างศัตรูอย่างใจเย็น อาศัยความคล่องตัวที่เหนือชั้นหลบหลีกการโจมตีและใช้เกราะมานาซับแรงปะทะในจังหวะที่เลี่ยงไม่ได้

     

    เควินยังคงระเบิดพลังในฝ่ามือและสะท้อนการโจมตีกลับไปยิ่งพวกมันหวดมาแรงเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับก็ยิ่งทวีคูณเท่านั้น

     

    แต่ผมเห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มหอบสั่นทุกคนกำลังจะถึงขีดจำกัด โดยเฉพาะคู่แฝดที่มีบาดแผลเต็มตัวขณะที่ต้องยืนหลังชนหลังยันกับฝูงมอนสเตอร์ที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง

     

    ผมเปิดใช้งาน อาวุธมานาควบแน่นมานาจนมีรูปทรงคล้ายลิ่มแหลมคมมากกว่าดาบ ก่อนจะเริ่มระดมแทงมอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางหน้า

     

    ผมคอยดึงจังหวะชะลอความเร็วของพวกมันแล้วแทงสวนเข้าที่จุดตายอย่างดวงตาและลำคออย่างแม่นยำในจังหวะนี้ผมยังพยายามออมมานาไว้ให้มากที่สุด เพราะรู้ดีว่าของจริง ยังมาไม่ถึง

     

    หมาป่าตัวหนึ่งอาศัยจังหวะที่เควินกำลังรับมือกับศัตรูทางอื่นกระโจนเข้าใส่เขาจากมุมอับ ผมรีบใช้ทักษะชะลอความเร็วของมันกลางอากาศ

     

    ก่อนจะระเบิดพลังงานจลน์ที่สะสมไว้พุ่งเข้าไปกระแทกใส่มันจนกระเด็นออกไปพ้นตัวเควิน

     

    "ขะ... ขอบใจ"

     

    เขาเค้นเสียงรอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบากพลางปาดเหงื่อที่ไหลโชกเต็มหน้าผาก ก่อนจะหันกลับไปโจมตีมอนสเตอร์ตัวถัดไปทันที

     

    มอนสเตอร์ยังคงแห่กันเข้ามาในถ้ำอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับบาดแผลของทุกคนที่เพิ่มพูนขึ้นจนน่ากลัว

     

    แฮดวินเริ่มเดินกะเผลกด้วยความอ่อนล้ามายาจำต้องยกเลิกเกราะมานาเพื่อรักษาพลังเฮือกสุดท้ายเควินสะท้อนการโจมตีได้อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดขณะที่คู่แฝดหายลับไปจากสายตาของผมท่ามกลางฝูงอสูร

     

    ส่วนเทสและคิมแทบจะไม่มีแรงขว้างหินอีกต่อไปมีเพียงแรงฮึดเท่านั้นที่ยังพยุงให้พวกเขายืนหยัดอยู่ได้

     

    แต่ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินทุกอย่างผมพลันสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่น่าหวาดหวั่นแผ่ซ่านมาจากสุดขอบระยะการรับรู้

     

    มันทรงพลังและกดดันจนน่าขนลุก

     

    ชั่วพริบตานั้นมอนสเตอร์ทุกตัวที่กำลังรุมล้อมพวกเรากลับหยุดชะงักลงโดยพร้อมเพรียงราวกับมีใครบางคนเอื้อมมือไปกดสวิตช์ของพวกมันลงในทันที!

     

    เสียงคำรามต่ำที่สั่นประสาทดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณพวกเราได้ยินมันชัดเจนแม้จะหลบอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำส่วนที่ขุดใหม่ก็ตาม

     

    มันคือเสียงคำรามของหมียักษ์ที่ทรงพลังจนน่าหวาดหวั่น

     

    มอนสเตอร์รอบข้างที่เคยนิ่งงันเริ่มขยับตัวอีกครั้งทว่าคราวนี้พวกมันกลับพร้อมใจกันหันไปในทิศทางเดียวโดยมิได้นัดหมาย

     

    ผมสัมผัสได้ถึงคลื่นมานาที่กดดันจนร่างกายเริ่มสั่นเทา...มันย้ำเตือนให้ผมหวนนึกถึงสิ่งที่อยากจะลืมเลือนไปให้พ้นจากความทรงจำ

     

    ที่มุมหนึ่งของป่าเปลวเพลิงสีส้มเจิดจ้าพลันลุกโชนสว่างวาบขึ้นมาก่อนที่สะเก็ดไฟจะปลิวว่อนไปตามกระแสลมที่เริ่มพัดกระโชก

     

    ทุกครั้งที่สะเก็ดไฟเหล่านั้นตกลงบนร่างของมอนสเตอร์ตัวใดพวกมันจะถูกแผดเผาจนมอดไหม้กลายเป็นจุลในพริบตามอนสเตอร์นับสิบนับร้อยร่วงหล่นเป็นเถ้าถ่านราวกับใบไม้แห้งถูกไฟลาม

     

    ท่ามกลางม่านอากาศที่บิดเบี้ยวด้วยรังสีความร้อนหมีตัวนั้นก้าวเดินออกมาจากกองเถ้าถ่านอย่างช้าๆท่วงท่าของมันมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจข่มขวัญจนน่าเกรงขาม

     

    มานาอันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาครอบคลุมอาณาบริเวณโดยรอบอย่างไร้เทียมทานกดทับจนบรรยากาศหนักอึ้ง

     

    เจ้าหมียักษ์ค่อยๆตวัดสายตาที่ลุกโชนด้วยประกายไฟจ้องตรงมายังปากถ้ำ

     

    มันกำลังจ้องมองมาที่พวกเราทุกคนราวกับมัจจุราชที่กำลังเลือกเหยื่อสังเวย!

     

    [หมีเถ้าถ่าน - เลเวล 25]

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน