45 1-2
ตอนที่75 อาจารย์หน้าเงิน (1)
คล้อยหลังเฝ้ามองไป๋หลี่อวี๋อิงเดินจากออกไปพร้อมรอยยิ้มแย้มบนใบหน้านางก็หันกลับมามองหลานอวี่ที่กำลังยืนปิดหน้าร้องห่มร้องไห้ จากนั้นค่อยเคลื่อนสายตาหยุดลงที่เซียถงเป็นลำดับถัดไปโบกมือทีหนึ่งพร้อมกล่าวว่า
“ยังไม่รีบไปตักน้ำอีก?โทษฐานที่ก่อความวุ่นวายภายในสถานศึกษาในวันนี้ของเจ้าคือการไปตักน้ำหลังภูเขามาให้ข้า”
“ท่านอาจารย์หยุนซีสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มิได้เกี่ยวข้องกับศิษย์คนนี้”
เซียถงยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเหลือบหางตามองหยุนซีเล็กน้อย
“ลงไม้ลงมือกลางที่สาธารณะปานนี้ไยเจ้ายังบอกว่าไม่เกี่ยวข้อง? หากข้าออกมาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียวเกรงว่า หลานอวี่คงถูกเจ้าฆ่าทิ้งไปแล้ว”
หยุนซีเลิกคิ้วใส่เอ่ยตอบน้ำเสียงเริ่มมีน้ำโห
“ศิษย์คนนี้มิทราบว่าท่านอาจารย์หยุนซีได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกหรือไม่ ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น?ทุกการเคลื่อนไหวที่ข้าทำลงไปล้วนเพื่อป้องกันตัวทั้งสิ้นหาใช่ข้าที่เป็นฝ่ายเริ่ม แต่เป็นหลานอวี่ต่างหากที่สร้างความวุ่นวายหากเหมารวมจับมาลงโทษคงไม่เรียกว่า ยุติธรรม”
พอกล่าวมาถึงจุดนี้เซียถงโน้มตัวเข้าแนบชิดข้างหูของหยุนซี เอ่ยกระซิบว่า
“อาจารย์เหรียญทองที่ได้คงพอประมาณเลยกระมัง?”
หยุนซีเหล่หางตามองเซียถงหนึ่งปราดกล่าวถามน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ว่า
“เจ้ากำลังข่มขู่ข้างั้นรึ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?ท่านอาจารย์หยุนซีเปรียบเสมือนนางสวรรค์ในดวงใจของศิษย์คนนี้มาโดยตลอดที่ข้าตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ก็เพราะความชื่นชมของข้าต่อท่านอาจารย์หยุนซีทั้งสิ้น”
เซียถงกล่าวตอบด้วยความจริงใจลอบแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาคำหนึ่งภายใต้ผ้าคลุมสีขาวที่ปิดบังใบหน้าเอาไว้
หยุนซีเปลี่ยนท่าเป็นกอดอกตัวเองแน่นเหล่มองเซียถงอีกครู่ใหญ่ มุมปากเชิดยิ้มเล็กน้อย โบกมือปัดกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ที่เจ้ากล่าวก็ถูกต้องครานี้ถือเป็นการตัดเตือนเสียแล้วกัน แต่หากมีครั้งต่อไปข้านี่แหละจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ”
เซียถงพยักหน้าตอบพร้อมส่งยิ้มให้หันหลังเดินจากไปโดยตรง ส่วนทางฉีหมิงเยว่ก็รีบวิ่งติดตามนางออกไปเช่นกัน
เบื้องหลังของนางหยุนซีหันมาตะคอกใส่น้ำเสียงหงุดหงิดว่า
“เอ๋? ยังไม่ไปตักน้ำมาอีก? หรือต้องให้ข้าแตะก้นเจ้าสักสองสามป๊าปกระมังถึงจะไปได้?”
“เซียถงนี่เจ้าทำให้ท่านอาจารย์หยุนซีกับองค์หญิงขุ่นเคืองในเวลาเดียวกันเกรงว่าตัวเจ้าจำต้องระวังให้มากในอนาคตเหล่าศิษย์สาวกของสถานศึกษาเซิงหลิงล้วนอยู่ฝ่ายพวกนางทั้งสิ้น”
ฉีหมิงเยว่เอ่ยปากตักเตือนอีกฝ่ายด้วยความกังวลตอนที่นางเห็นหลานอวี่ถูกกำปั้นหนักซัดหน้าอย่างจังใจหนึ่งฉีหมิงเยว่รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะจะอย่างไรหลานอวี่นางนี้อาศัยแรงสนับสนุนจากไป๋หลี่อวี๋อิงรังแกผู้คนไม่เว้นวันจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
เซียถงส่งยิ้มมอบให้มิได้ใส่ใจจริงจังและมิได้เอ่ยตอบใดๆ
หลังจากที่ฉีหมิงเยว่พามาส่งถึงอาคารแขนงโอสถนางก็หมุมตัวเตรียมจะจากออกไป แต่ในขณะนั้นเอง เซียถงก็เหยียดมือเข้าคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้โดยพลันกล่าวว่า
“หากใครกล้าสร้างปัญหาให้เจ้ามาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
แก้วตาคู่สวยของฉีหมิงเยว่เปล่งประกายทอไสวเจือแววประหลาดใจหนึ่งส่วนค่อยยิ้มและเอ่ยตอบไปว่า
“ไม่หรอกข้าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใดๆ กับใครที่ไหน แล้วผู้ใดจะมาสร้างปัญหาให้ข้ากัน?”
“แต่วันนี้เจ้าช่วยข้าวันหน้าอาจไม่ปลอดภัย”
เซียถงจ้องเข้าไปในแววตาของอีกฝ่ายกล่าวน้ำเสียงจริงจังว่า
“ช่วยปกป้องข้าจากการตบของหลานอวี่พวกมันจะต้องย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้เจ้าไม่ช้าก็เร็ว”
ก่อนหน้านี้ฉีหมิงเยว่เข้าหยุดฝ่ามือตบของหลานอวี่กลางอากาศเซียถงนับอีกฝ่ายเป็นสหายของนางคนหนึ่งแล้ว และตราบใดที่สหายถูกรังแกนางย่อมต้องเข้าไปคิดบัญชีอย่างเลี่ยงมิได้
“เข้าใจแล้วหากพวกนั้นก่อปัญหาให้ข้า เกรงว่าจะต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
ฉีหมิงเยว่าส่งสายตาแรกแย้มอันโอนอ่อนให้เซียถงจับมืออีกฝ่ายยิ้มหวานด้วยความขอบคุณ นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงทัศนคติของเซียถงที่มีต่อนางได้เปลี่ยนแปลงในทางบวก
หลังจากที่ฉีหมิงเยว่ออกไปเซียถงก็เดินเข้าห้องเรียนแขนงโอสถหาที่นั่งเสร็จสรรพหลังจากนั้นไม่นานก็เห็นไป๋หลี่อวี๋อิงในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงเดินตรงเข้ามานั่งแถวหน้าสุดเหลือบสายตาเห็นว่าเป็นเซียถงก็ปั้นหน้าประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ
แต่นาวงกลับโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของเพื่อนร่วมชั้นเรียนสาวนางหนึ่งที่อยู่ข้างๆและทันใดนั้นเพื่อนร่วมชั้นเรียนนางนั้นก็ระเบิดดหัวเราะเยาะลั่นลุกขึ้นยืนตะโกนป่าวประกาศให้บรรดาสาวๆซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นอีกนับสิบคนที่อยู่ในห้องว่า
“ข้าก็คิดว่าสาวสวยจากที่ไหนมาเรียน!ปรากฏว่าเป็นนังอัปลักษณ์น่ารังเกียจอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิตงหลี่ เซียถง!”
พอสิ้นเสียงป่าวประกาศจบลงเสียงหัวเราะเยาะรอบข้างก็เริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรดาสาวๆทุกคนต่างเหลือบสายตามองเซียถงส่อแววสบประมาทเย้ยหยั่นแต่เซียถงกลับนั่งพินิจตรวจสอบสมุนไพรอยู่บนโต๊ะโดยมิได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้สักนิดทุกครั้งที่หยิบสมุนไพรขึ้นมาเสี่ยวฮั่วจะเริ่มอธิบายถึงหน้าที่และคุณสมบัติโดยจำเพาะของสมุนไพรชนิดนั้นๆโดยทันทีผ่านห้วงความคิดของนาง
“นังอัปลักษณ์ทำเป็นแสร้งใช้ผ้าคลุมปิดหน้าเผื่อว่าตัวเองจะดูดีขึ้นรึไง? หน้าตาน่าเกลียดอย่างไรก็น่าเกลียดอย่างนั้นสู้ไปตายแล้วเกิดใหม่เลยไม่ดีกว่ารึ? ฮ่าฮ่าฮ่า...”
เมื่อเห็นเซียถงทำตัวเมินเฉยไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบโต้บรรดาสาวๆ เหล่านั้นก็ยิ่งได้ใจเริ่มเพิ่มระดับคำด่าให้ดุเด็ดเผ็ดมันยิ่งขึ้นไปอีกเสียงหัวเราะเยาะดังกึกก้องเป็นทวีเท่า
แต่กระนั้นเซียถงก็ยังเมินเฉยไม่สนใจใดๆเพราะความสนใจทั้งหมดในขณะนี้ของนางมุ่งจดจ่ออยู่กับคำอธิบายของเสี่ยวฮั่ว
“นังอัปลักษณ์อย่าถอดผ้าคลุมออกจะดีกว่า มิฉะนั้นเจ้าอาจทำให้ผู้คนโดยรอบตกใจจนตาย!”
“นังนี่ไม่เพียงแต่อัปลักษณ์เท่านั้นแต่จิตใจยังต่ำช้ายิ่งกว่าอะไรดี ฟังว่างานประลองในวันนั้นเพียงเพราะว่าองค์รัชทายาทไม่ต้องการอภิเสษสมรสกับมันมันถึงขั้นลงมือลงไม้กับองค์รัชทายาทเจียนตาย! หวังฆ่าแกงกันจริงๆ!นังนี่มันอสรพิษชัดๆ!”
“นังนี่ไม่ว่าจะดูอย่างไรก็น่าเกลียดมากจริงๆกระทั่งข้ายังอยากจะอาเจียนออกมาเลย เมื่อเทียบกับองค์รัชทายาทที่ทั้งหล่อเหลาและฝีมือการต่อสู้ระดับดีเลิศคนแบบองค์รัชทายาทก็ควรเคียงคู่กับหญิงงามที่เก่งกาจมากความสามารถเท่านั้นถึงจะเหมาะสมจะให้มาจับคู่กับคางคกในโคลนเฉกเช่นนังนี่ได้อย่างไร?”
เมื อเห็นว่าเซียถงยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอันใด บรรดาสาวๆรอบตัวก็เริ่มมีจิตใจฮึกเหิมเข้าไปใหญ่
“พวกเจ้าคงเบื่อชีวิตมากกระมัง?”
ประตูห้องเรียนถูกเปิดกระแทกดังปังหยุนซียืนอยู่หน้าประตูห้อง เหลือบมองไปยังโจวอี้ผู้ซึ่งเป็นหญิงสาวคนแรกที่เปิดป่าวประกาศตัวตนของเซียถงให้คนอื่นๆ ฟังเอ่ยถามสวนกลับไปชนิดไม่ไว้หน้าว่า
“สวยแต่ไร้สมองแล้วจะมีประโยชน์อันใด?กินข้าวเสร็จไม่ต้องถ่ายหนักรึไง?”
เมื่อประโยคคำคมสุดเฉียบเข้าไปเซียถงอดเงยหน้าขึ้นมองไปทางหยุนซีมิได้ ปรากฏว่าหยุนซีขยิบตาส่งให้นางไปทีหนึ่งจากนั้นก็กวาดสายตามองดูบรรดาสาวๆ ทั่วห้องเรียนที่ยามนี้เงียบเป็นเป่าสาก เอียงศีรษะเล็กน้อยเอ่ยถามเจือน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าในห้องนี้ ใครกันที่คิดว่าสวย? ช่วยยกมือให้ข้าเห็นสักที?”
บรรดาสาวๆหลายสิบคนต่างหันขวับจับจ้องไปที่ไป๋หลี่อวี๋อิงพอเห็นว่าองค์หญิงนางนี้ไม่ยอมยกมือ พวกนางทุกคนเองก็ไม่กล้ายกมือเช่นกันแม้ทุกคนในห้องนี้จะคิดว่าตัวเองหน้าตาดีและค่อนข้างสวยแต่น้ำเสียงของหยุนซีที่เปล่งดังออกมาในตอนนี้ ฟังดูอย่างไรก็เชิงแดกดันใครจะไปพึงทราบ หากยกมือขึ้นมาจะมีผลลัพธ์เป็นเช่นไร?
หยุนซีเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสถานศึกษาเซิงหลิงซึ่งชื่อเสียงโดยส่วนใหญ่ของนาง มักจะเป็นในด้านความกล้าได้กล้าชน พูดจาขวานผ่าซากและไม่ค่อยจะไว้หน้าใครเท่าไหร่นัก ตั้งแต่บรรดาคุณชายคุณหนูจากตระกูลมั่งคั่งลากยาวจนไปถึงพวกขุนนางในวังหลวงก็ด่ามาแล้ว หากใครก็ตามที่พลาดท่าในมือนางก็เตรียมเสียหน้าได้เลย แต่อย่างไรก็ดี ทุกคนต่างทราบกันโดยทั่วหยุนซีผู้ไม่ไว้หน้าใครคนนี้กลับมีงานอดิเรกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือการเก็บเงินฟังว่า นางชอบเงินยิ่งกว่าอะไรดี
ดังนั้นแล้วไม่ว่าใครก็ตามที่จะทำผิดมากแค่ไหน ตราบเท่าที่มีเงินมากพอและยอมมอบให้หยุนซีย่อมสามารถหลับตาข้างหนึ่งและลืมๆ มันไปได้เสมอ