บทที่ 16 แบบอย่างของมนุษย์
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยหัวเราะพลางเอ่ย "ไม่คิดว่าเ้าหนูน้อยเช่นเ้าจะรู้จักรักษาน้ำใจและคุณธรรมถึงเพียงนี้ วางใจเถิด พวกเราจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน!"
เฟิ่งซีถอนหายใจ "ก็ได้เ้าค่ะ แล้วพวกเราจะติดต่อท่านได้อย่างไร? อีกอย่าง หากบังเอิญพบกับพี่น้องจากเผ่ามาร พวกเราจะพิสูจน์ตัวตนให้พวกเขาเชื่อใจได้อย่างไรเ้าคะ?"
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วส่งแผ่นหยกสีดำให้เฟิ่งซี
"นี่คือตราสัญลักษณ์ของพวกเราเผ่ามารโลหิต แม้จะเป็ระดับต่ำ แต่ก็เพียงพอที่จะยืนยันตัวตนของเ้าได้แล้ว
อีกอย่าง ข้าจะสอนเคล็ดวิชาให้เ้า เมื่อเปิดใช้งานแล้วจะสามารถติดต่อกับข้าได้"
เฟิ่งซีรับตราสัญลักษณ์มารโลหิตด้วยสองมืออย่างจริงจัง แล้วเก็บเข้าไปในถุงเก็บของ
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยพอใจในท่าทีของนาง พลางคิดในใจว่า น่าเสียดายจริง หากเด็กน้อยผู้นี้เป็เผ่ามารก็คงจะรับไว้ใช้งานได้ แต่นี่นางเป็มนุษย์...
หลังจากไม่มีประโยชน์ให้ใช้งานอีกต่อไป ก็ถึงเวลาส่งนางไปตายแล้ว!
เมื่อบอกวิธีการใช้วิชาแก่เฟิ่งซีแล้ว เขาก็พาเฟิ่งซีและจวินเหวินมาถึงช่องโหว่ที่พูดถึงก่อนหน้า
"ผนังหินตรงนี้บางที่สุด หนาเพียงไม่กี่ชุ่น เพียงพวกเ้าใช้กระบี่ทำลายก็สามารถออกไปได้แล้ว"
เฟิ่งซีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า "นายท่าน ข้ามีข้อเสนอหนึ่ง ไม่ทราบว่าควรจะกล่าวดีหรือไม่?"
"พูดมา!"
"ท่านเพิ่งกล่าวว่า้าพักรักษาอาการาเ็ที่นี่ ข้าคิดว่ามันอันตรายเกินไป"
"ท่านลองคิดดู หลังจากที่พวกเราออกไปแล้ว เหล่าผู้าุโของสำนักเสวียนเทียนอาจจะทำลายที่นี่ เพื่อป้องกันอันตราย เช่นนั้นท่านก็จะถูกฝังทั้งเป็น่ะสิ!"
"อีกอย่าง ถึงท่านไม่ถูกฝังทั้งเป็ แต่ในอนาคตท่านจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร?"
"ถึงสำนักเสวียนเทียนจะตกต่ำ แต่ก็ยังเป็หนึ่งในสี่สำนักใหญ่ ยังมีผู้แข็งแกร่งอยู่หลายคน"
"ดังนั้น ข้าคิดว่าท่านน่าจะจับตัวพวกข้าทั้งสองคนหนีออกไปเลยดีกว่า!"
"นอกจากจะช่วยล้างมลทินให้พวกเราทั้งสองแล้ว ยังสามารถช่วยให้ท่านหลุดพ้นได้อีกด้วย! ท่านว่าอย่างไรเ้าคะ?"
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "เ้าคิดได้รอบคอบยิ่งนัก ไม่เลว จงตั้งใจทำงานให้ดี วันหน้าข้าจะส่งเสริมเ้าเอง"
เฟิ่งซีแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจราวกับได้รับเกียรติอันสูงส่ง
"นายท่าน ท่านชมข้าเกินไปแล้ว! การได้รับใช้ท่านนับเป็เกียรติของข้า! พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่?"
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยมองดูคนตรงหน้าที่เดินมายืนอยู่ข้างหน้าเขาด้วยท่าทางพร้อมยอมให้สังหารได้ตามใจชอบ
จวินเหวิน "..."
เ้าทำอะไรของเ้า!
หนีไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?
"จำเป็ต้องถูกจับตัวเป็ตัวประกันด้วยหรือ?"
"หากผู้าุโมารผู้นี้ลงมือโดยไม่ยั้งแรง จนบีบพวกเราสองคนตายจะทำเช่นไร?"
แต่เขาก็ไม่อาจขัดขืน จำต้องทำตามเฟิ่งซี แล้วยืนอยู่เบื้องหน้าเซวี่ยเทียนเจวี๋ยอย่างว่าง่าย
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยมองเขาด้วยสายตาดูแคลนแล้วกล่าวว่า "สมองเ้านี่แย่กว่าเด็กหญิงคนนี้มากเชียว! ต่อไปเ้าต้องฟังนาง อย่าได้ถ่วงขาคนอื่น!"
จวินเหวิน "......" เมื่อเ้ารู้ว่าตนถูกหลอก ก็อย่าได้โมโหจนตายไปเสียก่อนเชียว!
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยจับตัวคนผู้หนึ่งแล้วทะลวงกำแพงหินออกมา!
แม้จะดึกดื่นแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังมีผู้คนเฝ้าอยู่ไม่น้อย พร้อมกับคบเพลิงสว่างไสวมากมาย
หากถามว่าเหตุใดจึงไม่ใช้อุปกรณ์วิเศษ คำตอบก็คือพวกเขายากจนเกินไป
เซียวไป่เต้ายังคงเฝ้าระวังอยู่ที่นี่ เกรงว่าจะพลาดร่องรอยสำคัญใดไป
ตามหลักแล้ว เซวี่ยเทียนเจวี๋ยสามารถใช้่เวลาที่ต่างกันหลบหนีไปได้ แต่เพราะในมือของเขากำลังลากตัวประกันสองคน (ที่เป็ภาระ) จึงถูกเซียวไป่เต้าพบเข้าและถูกสกัดไว้
ในตอนแรกเซียวไป่เต้ารู้สึกดีใจ เพราะได้เห็นศิษย์รักทั้งสองคนยังปลอดภัยดี
แต่จากนั้นเขาก็ใ "เซวี่ยเทียนเจวี๋ย? เ้ายังไม่ตาย?"
เซวี่ยเทียนเจวี๋ยหัวเราะเสียงแหบแห้ง "ข้ายังอยากจะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์พวกเ้าด้วยมือของข้าเอง จะตายได้อย่างไรกัน?!
พูดมากไปก็เสียเวลาเปล่า หากเ้าไม่อยากให้พวกเขาตาย ก็จงพาข้าออกจากสำนักเสวียนเทียนเสียดี ๆ!"
เซียวไป่เต้าไม่ได้ตอบกลับในทันที
หากพูดตามความรู้สึกส่วนตัว เขาย่อมต้องช่วยศิษย์อย่างแน่นอน
แต่อีกฝ่ายเป็มารชื่อกระฉ่อนที่เหี้ยมโหด หากปล่อยให้หนีรอดไปก็เหมือนปล่อยเสือกลับป่า ย่อมทิ้งปัญหาไว้ในภายหลังอย่างแน่นอน!
ในขณะที่จิตใจกำลังฉีกกระชากกันอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเฟิ่งซีกล่าวว่า
"มารเฒ่า เ้าพูดลอย ๆ ใครจะรู้ว่าเ้าจะไม่หลอกลวงข้า เ้าต้องปล่อยพี่ร่วมสำนักของข้าก่อน เพื่อแสดงความจริงใจของเ้า!"
เซียวไป่เต้ารู้สึกปวดแปลบในใจ!
เสี่ยวซีช่างรู้ความ จนทำให้ผู้คนรู้สึกปวดใจ!
นางคิดจะเสียสละตัวเองเพื่อปกป้องจวินเหวิน!
แต่เซวี่ยเทียนเจวี๋ยกลับคิดในใจว่า เด็กน้อยผู้นี้ช่างแสดงได้เก่งเสียจริง!
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนจวินเหวินให้เซียวไป่เต้า แล้วควบคุมพลังมารทะยานขึ้นสู่อากาศหนีไป
เซียวไป่เต้ารับร่างจวินเหวินไว้ได้ พอวางร่างลงบนพื้นแล้วก็รีบเรียกกระบี่วิเศษออกมาไล่ติดตามไปติด ๆ
ในเวลานี้เหล่าผู้าุโระดับสูงของสำนักเสวียนเทียนที่ได้รับข่าวก็รีบตามมาติด ๆ
เมื่อใกล้ถึงประตูสำนัก เซวี่ยเทียนเจวี๋ยจำต้องร่อนลงสู่พื้นดิน
เนื่องจากแรงกดดันจากป้ายหน้าประตูสำนัก ทำให้เขาไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
เมื่อเขาเพิ่งลงถึงพื้น เฟิ่งซีก็สะบัดมือออกจากเขาแล้วโจมตีใส่ทันที!
มันไม่ใช่รากิญญาไฟที่นางเคยอวดต่อหน้าสิงโตทองก่อนหน้านี้ แต่เป็รากิญญาไม้ วิชาพันธนาการ
เส้นเืพันรัดรอบขาทั้งสองข้างของเซวี่ยเทียนเจวี๋ย
ในสายตาของเซวี่ยเทียนเจวี๋ย เฟิ่งซีเป็พวกเดียวกับตน อีกทั้งยังเป็คนไร้ค่า เขาจึงไม่ได้ระแวดระวังแต่อย่างใด
แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจในการปลดปล่อยขาทั้งสองข้างให้เป็อิสระ แต่เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ทรงอำนาจนำโดยเซียวไป่เต้า อีกทั้งเขายังไม่ได้ฟื้นฟูพลังทั้งหมด เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจก็เพียงพอที่จะตัดสินผลแพ้ชนะได้แล้ว
ในชั่วขณะนั้นแสงวาบระยิบระยับจะพลังและแสงกระบี่นานาชนิดพุ่งเข้าโจมตีเซวี่ยเทียนเจวี๋ย
เพียงชั่วพริบตา เซวี่ยเทียนเจวี๋ยก็ได้รับาเ็สาหัสและกระอักเืออกมา
เฟิ่งซีคิดว่ามารเฒ่าคนนั้นคงจะตายแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่าจู่ ๆ จะมีเซวี่ยเทียนเจวี๋ยปรากฏตัวขึ้นมาหลายคน
หลังจากที่ทุกคนสังหารเสร็จ ถึงได้พบว่าทั้งหมดเป็เพียงภาพลวงตา ส่วนเซวี่ยเทียนเจวี๋ยนั้นหนีหายไปนานแล้ว
เฟิ่งซีโมโหจนแทบคลั่ง!
"พวกเ้าเป็ไอ้งั่งกันหมดหรือไร? ข้าช่วยพวกเ้าถึงเพียงนี้แล้ว แต่กลับปล่อยให้มารเฒ่านั่นหนีรอดไปได้!"
แต่เดิมนางตั้งใจจะกำจัดให้ราบคาบเพื่อไม่ให้เหลือภัยในภายหลัง แต่บัดนี้กลับกลายเป็ว่ามารร้ายคงจะเกลียดชังนางถึงที่สุด ไม่แน่ว่าวันใดอาจจะมาเอาชีวิตนางก็ได้
หากรู้เช่นนี้แต่แรก ปล่อยให้มันอยู่ในเหมืองยังดีเสียกว่า
เหตุที่เฟิ่งซีไม่อยากให้เขาอยู่ที่นั่นเพราะนางมีเหตุผลที่ต้องพิจารณา อย่างแรกคือนางไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้เื่ละครที่นางแสดงร่วมกับจวินเหวิน
แม้ว่าจุดประสงค์ของพวกเขาจะเป็ไปด้วยความหวังดี แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนหัวรั้นในสำนัก ซึ่งไม่เป็ผลดีต่อภาพลักษณ์ที่นางสร้างขึ้นมา
อีกด้านหนึ่ง แม้จะะเิถล่มเหมืองชั้นที่สอง ก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสังหารเซวี่ยเทียนเจวี๋ยได้ สู้ล่อให้งูออกจากรู แล้วสังหารในคราวเดียวจะดีกว่า
แน่นอนว่ายังมีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง นางเกรงว่าหากะเิถล่มอุโมงค์เหมืองชั้นที่สอง อาจจะพลาดทำลายเหมืองหินิญญาชั้นเลิศเข้า เช่นนั้นคงขาดทุนย่อยยับ!
นางไม่คาดคิดว่าผู้าุโของสำนักเสวียนเทียนจะไร้ความสามารถถึงเพียงนี้ ถึงกับปล่อยให้มารร้ายหนีรอดไปได้
แต่ตอนนี้เื่เร่งด่วนไม่ใช่เื่นั้น นางต้องสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง และหาโอกาสนัดพบกับไอ้โง่จวินเหวินเพื่อซักซ้อมคำให้การ
คิดมาถึงตรงนี้ นางก็ ‘หมดสติ’ ลง
เืไหลออกจากจมูกและปาก เนื่องจากใช้พลังมากเกินไป
เมื่อนางหมดสติลงอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างรู้สึกะเืใจ!
ก่อนหน้าเฟิ่งซียอมสละชีวิตช่วยจวินเหวิน ยามนี้นางยังเสี่ยงต่อการที่ตันเถียนแตกสลายเพื่อลอบโจมตีเซวี่ยเทียนเจวี๋ย นับได้ว่าเป็แบบอย่างของศิษย์สำนักเสวียนเทียน และเป็ต้นแบบของมนุษย์ทั้งปวง!