ความโกรธแค้นของชูร่า

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 ดาบทราย

            “นี่มัน...นี่มันเป็นไปไม่ได้!ต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดตรงไหนสักแห่งแน่ๆ”

            หมอหญิงวัยกลางคนในชุดกาวน์หนาสีขาวถอดแว่นออกพร้อมกับขยี้ตาเธอไม่อยากจะเชื่อข้อมูลที่บันทึกอยู่บนกระดาษผลตรวจตรงหน้าเธอเลย

            “คุณหมอครับ ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง?”หลิงเฉินถามอย่างใจเย็น

            “ไวรัสอีสร็อคกว่าครึ่งหยุดการแพร่กระจายและอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงแพร่กระจายอยู่ก็ลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด นี่มันเหลือเชื่อมากๆเสี่ยวซุยรีบไปตรวจสอบเครื่องมือและนำตัวอย่างเลือดไปตรวจอีกครั้ง ผลตรวจต้องมีปัญหาแน่ๆ”หลังจากวางกระดาษผลตรวจที่อยู่ในมือลง หมอหญิงวัยกลางคนก็หันไปบอกพยาบาลที่อยู่ข้างๆเธอ

            “ไม่ต้องครับ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”หลิงเฉิงและหลิงสุ่ยรั่วยิ้มให้กัน ก่อนที่ทั้งคู่จะโบกมือลาหมอแล้วค่อยๆ เดินเข็นวีลแชร์ตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไป“คุณหมอครับ ผมคิดว่าพวกเราคงไม่ต้องกลับมาที่นี่อีกแล้ว”

            “ขอบคุณป้าหมอสำหรับการดูแลในช่วงเวลาที่ผ่านมาลาก่อนค่ะ” หลิงสุ่ยรั่วหันหน้ามายิ้มให้หมอหญิงวัยกลางคนพร้อมกับโบกมือของเธอ ก่อนจะจากไปพร้อมกับพี่ชายของเธอและหายลับไปจากสายตาของหมอหญิงที่ยังตกตะลึงอยู่

            “ไม่ใช่ว่าพวกเขาเชื่อผลตรวจนี่จริงๆใช่มั้ย?” หมอหญิงพลิกดูกระดาษผลตรวจและฟิล์มเอกซเรย์ ก่อนส่ายหัวของเธออีกครา“ไวรัสอีสร็อคหยุดการแพร่กระจาย ถึงแม้พวกมันจะยังไม่ตาย แต่เหมือนว่าพวกมันจะเข้าสู่สภาพจำศีลการตายของไวรัสอีสร็อคไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่พวกมันส่วนใหญ่หยุดการแพร่กระจายเรื่องนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยได้ยินเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน มันต้องมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นตรงไหนสักที่ถ้าพวกเขาคิดถูกมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร หวังว่ามันจะทำให้เด็กสาวมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต”

            การเดินไปตามท้องถนนเพื่อรับแสงแดดทำให้ผู้คนรู้สึกเบิกบานใจ

            หลิงสุ่ยรั่วรับไอศกรีมถ้วยใหญ่มาถือไว้ในมือและลิ้มรสมันช้าๆความรู้สึกเย็นซึ่งเริ่มจากปลายลิ้นกำลังแผ่กระจายไปทั่วร่างของเธอ ไม่นานริมฝีปากและแก้มของเธอก็เปรอะไปด้วยไอศกรีมเย็นและช็อกโกแลตทุกที่ที่พวกเขาเดินผ่านผู้คนจะหยุดเดิน และจ้องมองมาที่หลิงสุ่ยรั่วซึ่งกำลังทานไอศกรีมอยู่พวกเขาตกตะลึงสุดขีดราวกับได้เห็นนางฟ้าที่แสนงดงามซึ่งบังเอิญตกลงมายังโลกมนุษย์ บางครั้งคนที่อยู่ข้างๆพวกเขาก็หันไปกระซิบกันอย่างร้อนรน จากนั้นใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือด สีหน้าก็เปลี่ยนไปจากความรู้สึกประหลาดใจเป็นความสงสารและความเห็นอกเห็นใจ

            ถึงแม้ว่าเธอจะอายุเพียงแค่ 16 ปีแต่เธอกลับงดงามจนน่าเหลือเชื่อ จนทำให้ผู้คนที่พบเจอต้องอยากรู้จักชื่อของเธออย่างช่วยไม่ได้ด้วยเหตุนี้จึงมีคนรู้จักเธอมากขึ้นๆ และมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่รู้ว่าเธอป่วยเป็นโรคอีสร็อคส่งผลให้เวลาที่พวกเขาเดินผ่านจะมีสายตามากมายจ้องมองแต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เพราะเหตุนี้โลกของพวกเขาทั้งสองจึงสงบสุขอย่างมากและไม่ถูกรบกวนจากบุคคลอื่นมิฉะนั้นแล้วด้วยรูปร่างหน้าตาของหลิงสุ่ยรั่วที่แม้แต่นางฟ้ายังอิจฉา หากพวกเขาต้องการความสงบสุขมันก็คงเป็นไปไม่ได้

            “พี่คะ ถ้าหนูหายดีแล้วพวกเรากลับไปที่จงโจวกันนะคะ ตกลงไหม? ที่นั่นเงียบสงบมากๆเลย ที่นั่นมีบ้านเก่าของพวกเรา มันเป็นสถานที่ที่หนูเกิดและเติบโตขึ้นมา แล้วยังเป็นสถานที่ที่หนูได้เจอกับพี่”หลิงสุ่ยรั่วหลับตาลง เธอนึกถึงภาพความทรงจำอันยากจะลืมเลือนอย่างเงียบๆ

            “ได้เลย!” หลิงเฉินตอบตกลงพร้อมกับรอยยิ้มจุดประสงค์เดียวของเขาที่พาหลิงสุ่ยรั่วมาที่ปักกิ่งคือค้นหาความหวังในการรักษาโรคอีสร็อคเพราะปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนและเป็นเมืองที่มีเวชปฏิบัติทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากที่สุดของประเทศหากสุ่ยรั่วหายดีเป็นปกติแล้วพวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป ปักกิ่งนั้นวุ่นวายและอึกทึกจนเกินไปทั้งยังมีความชั่วร้ายมากมายซึ่งแอบซ่อนอยู่ มันเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสำหรับพวกเขาการที่เขามาอยู่ปักกิ่งนานถึง 2 ปี ทำให้เขาอยากกลับบ้านเก่าที่แม้ว่ามันจะไม่ได้หรูหราอะไรแต่มันก็อบอุ่นอยู่เสมอ

            ตอนที่เดินผ่านจุดแจกจ่ายอุปกรณ์เล่นเกมเสินเยว่หลิงเฉินก็หันกลับไปมอง แม้ว่าวันนี้เกมเสินเยว่จะเปิดให้บริการเป็นวันที่ 4 แล้ว แต่แถวด้านหน้าจุดแจกจ่ายอุปกรณ์เล่นเกมยังคงยาวเหยียดเหมือนเดิมนอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นจุดที่หยุนเฟิงพบกับเขา และตัดสินใจมอบยา 23113 ให้แก่เขา

            บางทีมันอาจจะเป็นโชคชะตา

            ผม ‘หลิงเฉิน’ ไม่เคยเป็นหนี้อะไรกับใครทั้งนั้นสิ่งที่คุณให้ผมมานับเป็นความช่วยเหลือที่ดีที่สุดที่ผมเคยได้รับ สำหรับเรื่องน้องสาวของคุณผมมั่นใจว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน!

            แท้จริงแล้วเธอเป็นคนแบบไหนนะ...เด็กสาวคนนั้นชื่อหยุนเมิ่งซิน?

            เธอวางแผนสำหรับกิลด์ที่เธอต้องการสร้างไว้อย่างไรแล้วมันจะเป็นกิลด์ที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน?

            --------------------

            พวกเขากลับถึงบ้านตอน 10 โมงเช้า การเดินทางไปกลับโรงพยาบาลทำให้สุ่ยรั่วเหนื่อยมากๆจนหลับไปในทันทีที่หลิงเฉินอุ้มเธอไปนอนที่เตียง จากนั้นหลิงเฉินกลับมานอนที่โซฟาหัวของเขายังคงรู้สึกมึนแต่เขาไม่พักผ่อนต่อ เขารีบกลับเข้าสู่โลกเสินเยว่อย่างรวดเร็วเขาไม่ลืมว่าเขายังไม่ได้เก็บรางวัลจากการต่อสู้อันยากลำบาก!! ไอเทมซึ่งดรอปจากบอสระดับนางฟ้าที่ระดับผู้เริ่มต้นในเวลานี้พวกมันต้องเป็นไอเทมระดับสูง แน่นอน

            “ดริ๊งยินดีต้อนรับกลับสู่โลกเสินเยว่เราหวังว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์”

            หลิงเฉินปรากฏตัวขึ้นตรงจุดที่เขาถูกบังคับออฟไลน์เมื่อเย็นวานนี้สิ่งแรกที่เขาเห็นคือซากศพขนาดใหญ่ของคางคกยักษ์แห่งความละโมบ สำหรับมอนสเตอร์ระดับนางฟ้าหรือสูงกว่าซากศพและไอเทมที่ดรอปจะไม่มีวันหายไป นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกเกมเสมือนจริงรู้กันข้างซากศพขนาดใหญ่เกลื่อนไปด้วยไอเทมมากมายจนทำให้เขาตาลาย

            ไอเทมที่แท้จริงจะดรอปจากบอสระดับนางฟ้าแค่ขนาดของมันก็ทำให้ผู้คนต้องตกตะลึง

            ตรงเท้าของเขาคือเหรียญทองกองใหญ่และยาประเภทต่างๆมันมีอย่างน้อย 100 เหรียญทอง สำหรับยานั้นพวกมันล้วนเป็นยาระดับสูงซึ่งหาซื้อไม่ได้ในร้านขายไอเทมของหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้น

            [ยาเขียว]: ยาฟื้นฟู HP ระดับกลาง หลังจากใช้งานจะฟื้นฟู HP ทันที 800หน่วย เวลาคูลดาวน์: 5 วินาที

            [ยาน้ำเงิน]: ยาฟื้นฟู MPระดับกลาง หลังจากใช้งานจะฟื้นฟู MP ทันที 200หน่วย เวลาคูลดาวน์: 5 วินาที

            ยาเขียวและยาน้ำเงินดรอปออกมาอย่างละ 10 ขวด ยาเหล่านี้ซึ่งไม่อาจหาซื้อได้ในหมู่บ้านแห่งการเริ่มต้นสามารถช่วยชีวิตเขาได้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหลิงเฉินเริ่มเก็บพวกมันทีละขวดๆ

            เรื่องที่น่าประหลาดใจต้องเก็บไว้ลุ้นตอนสุดท้ายหลิงเฉินตั้งใจเก็บเหรียญทองและน้ำยาทั้งหมดก่อน หลังจากนั้นก็มองไปที่ไอเทมชิ้นอื่นๆที่เท้าของเขามีอุปกรณ์สวมใส่ส่องแสงเรืองรองสีเงินตกอยู่ 2 ชิ้น พวกมันเป็นหมวกเหล็กและสนับสีเงิน

            อุปกรณ์สวมใส่ระดับเงิน 2 ชิ้น!!

            [หมวกเงิน]: ประเภท:อุปกรณ์สวมใส่ส่วนหัว ระดับ: เงิน เงื่อนไขในการสวมใส่: ทุกอาชีพ LV10 หรือสูงกว่า หมวกเกราะซึ่งหลอมมาจากเงินและส่องแสงสีเงินซึ่งดูลึกลับ คุณสมบัติ:พลังป้องกัน +13 STR +5 CON +5 การต้านทานธาตุน้ำ +3%

            [สนับแขนเงิน]: ประเภท: สนับแขนระดับ: เงิน เงื่อนไขในการสวมใส่: ทุกอาชีพ LV10 หรือสูงกว่าสนับแขนที่หลอมจากเงินและส่องแสงสีเงินซึ่งดูลึกลับ คุณสมบัติ: พลังป้องกัน +1พลังโจมตี +8 อัตราความแม่นยำ +6 อัตราการโจมตีติดคริติคอล +2%

            ก่อนหน้านี้หลิงเฉินยังตื่นเต้นอยู่กับการได้ครอบครองดาบแห่งจิตระดับเงินแต่ตอนนี้เขาได้รับอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินพร้อมกันถึง 2 ชิ้น คุณค่าที่แท้จริงของอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินคือค่าสถานะของพวกมันซึ่งเหนือกว่าอุปกรณ์สวมใส่ระดับเหล็กและทองแดงโดยสิ้นเชิงบางทีในช่วงกลางและช่วงท้ายของเกม อุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินอาจเป็นเพียงอุปกรณ์ทั่วไปและไม่นับว่าเป็นอุปกรณ์ระดับสูงแต่ช่วงที่ค่าสถานะต่ำๆ ในระดับผู้เริ่มต้น ค่าสถานะที่พวกมันมอบให้กับผู้เล่นคนหนึ่งสามารถทำให้พวกเขาทิ้งห่างผู้เล่นที่เหลือแบบไม่เห็นฝุ่นในทันทียกตัวอย่างเช่น ‘หมวกเงิน’ มันเพิ่มค่า STR และค่า CONอย่างละ 5 หน่วย ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานให้กับผู้เล่น10 แต้ม เท่ากับการอัพเวล 2 เลเวลและยังเหนือกว่าผู้เล่นที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับขาวซีดถึง 2 เลเวลนี่แค่เพียงหมวกเงิน หากเป็นอุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินทั้งตัว ความแตกต่างนั้นก็คงง่ายที่จะจินตนาการถึง

            แต่อย่างไรก็ตามโอกาสที่อุปกรณ์สวมใส่ระดับเงินจะปรากฏที่ระดับผู้เริ่มต้นนั้นบอกได้เลยว่าต่ำมากๆเพียงแค่มีอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองแดงสักชิ้นก็คุ้มค่าสำหรับการโอ้อวด

            เช่นนั้นแล้ว อีกไม่นานร่างกายของเขาก็จะสวมด้วยอุปกรณ์ระดับเงินถึง3 ชิ้น เขาเหลือบมองไปที่อุปกรณ์สวมใส่ในปัจจุบันของเขาจากนั้นก็มองไปข้างหน้า ในระยะสายตาของเขาปรากฏจุดซึ่งกระพริบแสงสีทองจำนวน 2จุด

            หัวใจของหลิงเฉินเริ่มเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ประกายแสงสีทองมันอาจจะเป็น อุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง!?

            หลิงเฉินพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและเก็บพวกมันทั้งหมดขึ้นมา

            [ดาบทราย]: ประเภท: ดาบสองมือระดับ: ทอง เงื่อนไขในการสวมใส่: อาชีพนักรบ LV10 หรือสูงกว่า(รวมอาชีพฝึกหัด) ดาบที่มีสีเหลืองดั่งเม็ดทรายและเป็นดาบลึกลับที่มีพลังธาตุดินอันแข็งแกร่งคุณสมบัติ: พลังโจมตี +35 STR +10 AGI +5 และมีโอกาส 3%ทำให้ติดสถานะ ‘กลายเป็นหิน’ เป็นเวลา 5วินาที

            [ดาบทราย]: ประเภท: ดาบสองมือ ระดับ:ทอง เงื่อนไขในการสวมใส่: อาชีพนักรบ LV10 หรือสูงกว่า(รวมอาชีพฝึกหัด) ดาบที่มีสีเหลืองดั่งเม็ดทรายและเป็นดาบลึกลับที่มีพลังธาตุดินอันแข็งแกร่งคุณสมบัติ: พลังโจมตี +35 STR +10 AGI +5 และมีโอกาส 3%ทำให้ติดสถานะ ‘กลายเป็นหิน’ เป็นเวลา 5วินาที

            หลิงเฉิน “...”

            ใช่แล้วมันคืออุปกรณ์สวมใส่ระดับทองซึ่งเป็นระดับที่พระเจ้าก็รู้ว่ามันมีโอกาสดรอปน้อยกว่าระดับเงินแค่ไหนและมันยังเป็นดาบสองมืออันยอดเยี่ยมซึ่งเขาเกือบจะสวมใส่ได้ หลังจากมองดูค่าสถานะของ‘ดาบทราย’ เล่มแรกเสร็จ หลิงเฉินก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นและเริ่มหัวเราะออกมา เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ครอบครองอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองที่ระดับผู้เริ่มต้นแม้ว่าตอนที่เขามองเห็นค่าสถานะของมัน เขาจะรู้สึกมึนงงเล็กน้อยก็ตาม...

            ‘ดาบทราย’ ชื่อมันเหมือนกันค่าสถานะก็เหมือนกัน มันคืออุปกรณ์แบบเดียวกัน 2 ชิ้น!!

            นี่มัน...

            คางคกยักษ์ดรอปอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงแบบเดียวกัน2 ชิ้นในคราเดียวกันเรื่องนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

            แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาได้ครอบครองอุปกรณ์สวมใส่ระดับทองถึง2 ชิ้น ซึ่งผู้เล่นทั่วไปหรือแม้แต่ผู้เล่นระดับสูงก็ไม่อาจฝันถึง

            แต่เรื่องที่น่าเศร้าเพียงอย่างเดียวคือเขายังห่างจากเลเวล10 อีก 1 เลเวลในตอนนี้เขาจึงไม่สามารถสวมใส่อุปกรณ์ใดๆ ได้เลย

            แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีแค่อุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง 2 ชิ้นเท่านั้นใต้เท้าของหลิงเฉิน ตรงจุดที่ ‘ดาบทราย’ 2 เล่มตกอยู่นั้น มันยังมีวงกลมของแสงสีทองกระพริบอยู่เพราะมันเป็นแค่วงกลมสีทองวงเล็กๆ และยังถูกเบียดอยู่ใต้ ‘ดาบทราย’จึงทำให้หลิงเฉินมองมันไม่เห็นในตอนแรก

            หลิงเฉินเอี้ยวตัวลงไปเก็บมันขึ้นมา มันเป็นห่วงที่ร้อยติดกันด้วยลูกปัดสีทองมันน่าจะเป็นกำไลข้อมือซึ่งประกอบด้วยลูกปัดสีทอง 8 เม็ด โดยลูกปัดทั้ง 8 เม็ดนี้ มี 4 เม็ด ที่มีรูเล็กๆ ขนาดเท่ากันอยู่

            นี่อาจจะเป็น...